------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - ครูเก่า+ศิษย์เก่า..พบกัน 27/8/54: สวนกุหลาบ 101 พาครูเที่ยว
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » OSK84 (วีรกรรม-ไข่เจียว!)
ผู้ส่ง ข้อความ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Aug 12, 2005 2:57 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ส่วนหนึ่งจาก "แด่ครูสวนกุหลาบ" ที่ปรากฏทั้งในหนังสือรุ่นที่ ฯพณฯ ศ.ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เป็นบรรณาธิการ และหนังสือตำนานสวนกุหลาบ สวนกุหลาบวิทยาลัยใน ๑๒ ทศวรรษ หน้า ๓๓๑ ครับ:

....แต่ละท่าน คุณวุฒิ สุดประเสริฐ
ทั้งล้ำเลิศ คุณธรรม ซ้ำเกื้อหนุน
กอปรด้วยจิต เมตตา และการุณย์
จารึกคุณ ชั่วชีวิต นิจกาล


และจากเนื้อเพลง "จากแดนสวนฯ" ซึ่งคำร้องและทำนองประพันธ์โดย คุณครู ทวี ชัยเจริญ:

ปกเทป cassette เมื่อประมาณปี ๒๕๓๔ บันทึก:
...กอบเกื้อการุณ เปี่ยมเปรมพระคุณท่านเกื้อหนุนบุญผ่าน ศิษย์สวนฯดีมีด้วยอาจารย์ ผ่านพ้นปวงมาร ถูกผลาญพระคุณค้ำใจ...


เนื้อเพลงจากสมุดเพลงของชุมนุมดุริยางค์ บันทึก:
...กอบเกื้อการุณ เปี่ยมเปรมพระคุณท่านอุดหนุนบุญผ่าน ศิษย์สวนฯดีมีด้วยอาจารย์ ผ่านพ้นปวงมาร ถูกผลาญเพราะคุณค้ำใจ...

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย songwut110 เมื่อ Sun Aug 14, 2005 1:40 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Sunshine
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 27, 2004
ตอบ: 103

ตอบตอบ: Fri Aug 12, 2005 8:42 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

One day in our Thai class with Ajarn Siripen Chaiyarat, she was talking about "Pra Witoon" in Nitan Chadok. Ajarn Siripen said "I am referring to Pra Witoon in Nitan Chadok, not Ajarn Witoon". She then put one of her hands close to her mouth and whispered to us "But I really think Ajarn Witoon is close to being Pra Witoon because whatever other people do to him, Ajarn Witoon forgives, forgives and forgives Razz "!

(Ajarn Weena Wongrianthong taught me in M.1 that for "Wo Waen" in Thai, we had to use "W" in English because there is not a "V" sound in Thai. To pronounce a "V" sound, we have to force air through our front teeth and we do not pronounce "Wo Waen" that way. Ajarn Weena is absolutely correct).
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Aug 23, 2005 9:08 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เกิดกรณีเลียนแบบแล้วครับ... Very Happy



ตะลึง ! ฟุตบอลหญิงเบลเยียมพ่าย 50 - 1
บรัสเซลล์ 22 ส.ค. - หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเบลเยียมรายงานว่าทีมเอสเค แบร์ลาร์ ทีมฟุตบอลหญิงของเบลเยียมสร้างประวัติศาสตร์พ่ายแพ้คู่แข่งขันอย่างยับเยิน 50 ประตูต่อ 1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้รักษาประตูลาไปร่วมชมการแสดงดนตรีแทนเฝ้าเสาประตูอย่างที่เคย ชาร์ล็อตต์ จาคอบ ผู้รักษาประตูสำรองที่ลงทำหน้าที่แทนอธิบายว่า ผู้รักษาประตูตัวจริงไปชมคอนเสิร์ต พัคเคล ป๊อป จึงทำให้ทีม เควี เมเชอเลน คู่แข่งขันถล่มประตูกันอย่างมโหฬาร โดยเปิดฉากพังประตูแรกได้เพียงภายใน 4 วินาทีแรกที่เริ่มเขี่ยบอลเท่านั้น จากนั้นดาหน้าเข้าทำประตูจนกระทั่งหมดครึ่งเวลาแรกยิงนำไปก่อนถึง 27-0 แต่ในครึ่งหลังทีมเธอเริ่มเล่นดีขึ้นจึงเสียประตูน้อยกว่าครึ่งแรก โดยเสียไป 23 ประตู แต่ในที่สุดก็สามารถตีไข่แตกได้เมื่อคู่แข่งขันเปิดโอกาสก่อนหมดเวลาการแข่งขัน. – ที่มา : สำนักข่าวไทย [ 2005-08-22 : 18:34:54 ] http://www.msnth.com/msn/news/sporthighlight/article1.asp

อ.นพ84 บันทึก:


ภาพที่ 10..สุดท้าย-ใช่แล้วครับ..หมูตู้ -OSK83 แต่มาเรียนจบพร้อม OSK84บุรุษผู้ที่พวกผมมักจะตะโกนด่าทออยู่บนอัฒจรรย์เชียร์ว่า..”บุญลภ..ไปนอน..”
เพราะ-วัลลภ รัตนวิเศษ..เป็นนักบอลรุ่นกลางของโรงเรียน..คือไม่ยอมขยับขึ้นไปเล่นรุ่นใหญ่..เขาเรียกว่า “ดอง” เอาไว้เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งโรงเรียนอื่นๆ..เนื่องจาก-แกอย่างหนาและเตี้ยม่อต้อ มะขามข้อเดียวเหมือนเดี่ยวนี้แหละ
..ที่เรียก-บุญลภ-ก็เพื่อล้อเลียนว่า..เป็นเด็กกำพร้า (สมัยนั้น-หากใครมีชื่อนำหน้าว่า..บุญ..ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กกำพร้า) ..แต่จริงๆ แล้ว-แกไม่ได้กำพร้าหรอกครับ
และที่บอก..ให้ไปนอน..นั้นก็เพราะว่า..เวลาอยู่ในสนามแข่ง..แกมักมั่วอยู่เป็นประจำถึงขนาดมีอยู่ครั้งหนึ่ง..คนเล่นโกล์ขาด..วัลลภเลยลงไปเล่นตำแหน่งนี้แทนทั้งๆ ที่ไม่ถนัด..เผลอไผลเหมือนยืนหลับให้คู่แข่งถล่มซะหลายประตู..จนกองเชียร์ต้องตะโกนให้ไปนอนดังว่า..ส่วนฉายา-หมูตู้..เป็นการล้อเลียนโทษฐาน..แกเป็นอิสลามครับ


Goalie attends concert; team loses 50-1

Keeper for Belgian women's soccer team skips game for Pukkel Pop

Updated: 12:41 p.m. ET Aug. 22, 2005
BRUSSELS, Belgium - Belgian women's soccer team SK Berlaar had to stomach a 50-1 defeat against rival KV Mechelen on Saturday because their goalkeeper had opted to attend a music concert instead, a local newspaper said.

"Our keeper went to Pukkel Pop. That's why," substitute goalkeeper Charlotte Jacobs told Het Laatste Nieuws daily on Monday.

KV Mechelen scored their first goal after only four seconds.

"At half-time the score was 27-0. But after half-time we were able to recover. We had to stomach only 23 goals and we scored once ourselves, right at the end. They allowed us to score. That was sweet of them," Jacobs added.

Copyright 2005 Reuters Limited.
http://www.msnbc.msn.com/id/9042009
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Kasemsak84
น้องใหม่
น้องใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 03, 2005
ตอบ: 47

ตอบตอบ: Wed Sep 28, 2005 6:17 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ครู (วารุณี) ครับ
...ผมรักครู

.............................................................................................................................................................................................



สองวลีต่อเนื่องที่เป็นหัวเรื่องนี้ ..ผมชอบขโมยมาใช้ในงานเขียนเรื่อง หรืองาน present เกี่ยวกับ “ครูสวนกุหลาบ” อยู่เสมอๆ
ผมยกย่องให้เป็นวลีทองคำอยู่ในใจ จากฝีมือการขีดเขียนของ “ไอ้ตู๋-นพชัย แดงดีเลิศ” เพื่อนร่วมรุ่นซึ่งมีคาแรคเตอร์-เจ้าสำบัดสำนวนแก่กล้าคนหนึ่ง
วลีต้นแบบนั้นเขียนว่า “ครูครับ..ผมรักครู” ..ผมมาเติมชื่อครูท่านนี้แทรกลงไป เพื่อชี้นำ-ตอกย้ำให้ชัดเจนว่า..
ท่านเป็น หนึ่งในครูผู้ยิ่งใหญ่ของพวกผม นักเรียนเก่าสวนกุหลาบ รุ่นที่ 84
และเป็นครูท่านสุดท้าย ที่ครบวาระการทำหน้าที่เป็นเรือจ้างส่งลูกศิษย์ขึ้นท่า ก้าวสู่ความก้าวหน้าของชีวิต ..มาตลอด 38 ปีเต็ม
“ครูวารุณี ศุภกรโกศัย” ..ท่านเดินเข้ามาเป็นครูน้องใหม่ ทั้งสาวและสวยของโรงเรียน เมื่อ 1 ตุลาคม 2510
ปีการศึกษานั้น..พวกผม-รุ่น 84 กำลังห้าวเต็มที่ ในฐานะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ยุคนั้น ..นักเรียนเก่าสวนกุหลาบทุกรุ่นรู้ดีว่า ..เมื่อขึ้นมาเรียนระดับชั้นนี้เมื่อใด จะต้องเฮี้ยวให้สุดๆ ..ความรู้สึกในตอนนั้น เหมือนกับ กำลังอยู่ในวัยตกมัน เป็นพี่ใหญ่ในระดับม.ศ.ต้น มีน้องๆ ไว้ให้ข่มถึงสองรุ่น
แถมบริเวณที่ตั้งห้องเรียนในระดับนี้ทั้ง 8 ห้อง (ก.ไก่ ถึง ซ.โซ่) ก็ยังเป็นใจอีกด้วย ..เพราะอยู่ตรงหัวตึกยาวด้านเพาะช่าง ต่อเนื่องกับตึกหอนาฬิกาหลังหอประชุมใหญ่ (ปัจจุบันเป็น-อาคารอำนวยการและหอประชุมสวนกุหลาบรำลึก)
ด้วยความห้าวและเฮี้ยวของนักเรียนระดับชั้นนี้ ทางโรงเรียนจึงต้องจัดครูที่มีฝีมือระดับพระกาฬมาสอนและกำราบพวกเรา.. เพียงเอ่ยชื่อ ครูบุญโถม, ครูหวี ฯลฯ ก็รู้เชิงฝีมือแล้วว่าระดับไหน ?
ทว่าท้ายที่สุด แต่ละรุ่นก็จะมีวีรเวร-วีรกรรมให้เล่าขานเป็นตำนานชีวิตในช่วงวัยนี้กันถ้วนหน้า แตกต่างเพียงว่า ของรุ่นใดจะพิลึกพิเรนได้มากน้อยกว่ากันเท่านั้นเอง
* * *
อย่างรุ่น 84 ของผมนั้น..จะขอย้อนยุค-เล่าย่อๆ สัก 2-3 เรื่อง-ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นหนังสือที่ระลึกของรุ่น 84 ไปซะก่อน
วีรกรรมที่เอามาคุยแล้วอำกันเล่น เป็นที่ครื้นเครงในทุกๆ ครา คงหนีไม่พ้นความแสบจนทำให้พวกพี่รุ่น 82 ได้หมั่นไส้สุดๆ
ขนาดเขาเรียนอยู่ตึกสามัคยาจารย์ คนละฟากสนามฟุตบอล ยังเดินส่ายอาดๆ เหมือนหนัง “เจ็ดประจัญบาน” นำโดย พี่เปรื่อง-เรืองเดช, พี่ตัน-สุวัฒน์, พี่วรเวทย์, พี่ป๋อง-สถาพร ฯลฯ ตรงรี่มาริมบ่อน้ำพุหน้าตึกนาฬิกา ที่พวกเราชอบมานั่งเล่นหลังเลิกเรียน
บุคคลในข่าวรุ่นของผม ที่ร่วมเหตุการณ์เย็นวันนั้น เท่าที่จำได้มี ไอ้ริน-ธารินทร์ จันทราทิพย์, ไอ้ซิ้ม-วิทิต ประชานุกูล, ไอ้จุ๊บ-กิจจา จุลาภา และอีกหลายคน (แน่นอนว่า-ไม่มีตัวผม-เพราะแอบไปยืนดูให้ห่าง teens ไว้ก่อน)
เมื่อพวกพี่มาถึงและไม่พูดพล่ามทำเพลง โดยพวกเราไม่รู้ตัวล่วงหน้ามาก่อน ..จึงถูกยำใหญ่ใส่สารพัด กระเด็นตกบ่อน้ำพุ ..แตกสานซ่านเซ็นกระจายหายไปตามวิถีวิ่งของแต่ละคน
เหตุที่พวกพี่ต้องชำระบัญชีนั้น มารู้เอาภายหลังว่า-มีไอ้พวกกร่างในรุ่นของเรา ไปนั่งแซวเด็กสตรีวิทยา ที่มาซ้อมแสดงเพลงพื้นเมืองกับพวกพี่ๆ ก่อนจะถึงวันแสดงจริง ในงานนิทรรศการของชุมนุมอะไรสักอย่างนี่แหละ
จริงหรือไม่จริง..พวกเราก็ถูก-ยำติ๋น-ฟรีๆ ไปแล้ว และยังคงอยู่ในความทรงจำมาร่วม 40 ปี
..อีกทั้งมีความคิดหลอกๆ ว่า ..หากพวกพี่ที่เอ่ยนามมานั้น เผลอตัวเผลอใจอยู่ใกล้น้ำพุเมื่อไหร่-คงได้เอาคืนบ้างแหละน่า (ย้ำว่า-คิดหลอกๆนะ)
* * *
วกกลับมาเรื่องห้าว-เล่าเมื่อไรได้เฮ ของรุ่น 84 ช่วงเรียนม.ศ.3 ที่กล่าวขวัญกันบ่อยๆ ก็มี..
“ไอ้ติ๊ด-วรเวช ตันติเวทย์” โดดตึกชั้นสอง จากหน้าต่างด้านหลังห้อง จ.จาน ลงไปที่พื้น ..สืบเนื่องจาก-ถูกเพื่อน (ก็ผมนี่แหละ) แซวว่า-คุณพ่อของมัน มีฝีมือทำ “เต้าฮวย” อร่อยมาก ..จนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า สมควรมอบประกาศนียบัตรให้
(หัวกระบานครีเอทีฟของพวกเรานั้น-สุดยอด ทั้งๆ ที่สมัยโน้นยังไม่มีตรา หอยชวนชิม หรือ คุณช้อยนางรำ ซะด้วยซ้ำ)
ขณะที่เราสมมติเหตุการณ์ทำพิธีมอบประกาศนียบัตรอยู่หน้าห้องเรียน ..ไอ้เวทย์ก็ถอดรองเท้า “นันยางสีดำ” ข้างเก่ง (ข้างเดียว) ขว้างใส่พวกเราด้วยความโมโห
บัดดลนั้น..ความคิดของผมที่แวบเข้ามาในสมอง-ยังช้ากว่ามือซึ่งไวกว่า.. จัดแจงคว้ารองเท้าข้างเก่งข้างนั้น ขว้างออกไปนอกหน้าต่างหลังห้องทันที
ไอ้เวทย์ก็ “ว่องไวปานกามนิตหนุ่ม” เหมือนกัน.. มันมองตามรองเท้า แล้วเผ่นพรวดไปเกาะขอบหน้าต่างบานเดียวกัน
แต่มันหยุดชะงักค้างเติ่งเพียงแค่นั้น อาจเป็นเพราะ มองเห็นแล้วว่า-มันสูง.. “เสียวว้อย !!”
นาทีต่อมา.. ท่านผู้อ่านคงคิดว่า นักเรียน-ม.ศ.3 จ.จาน-ทั้งห้อง คงร้องห้ามไม่ให้ไอ้เวทย์โดดตามรองเท้าลงไป..งั้นสิ ?
ขอโทษ..นั่นไม่ใช่วิสัยของพวกเราแน่นอน
เพราะทุกคนกลับตะโกนเสียงกระหึ่มว่า..
“เฮ้ย-มึงต้องโดด”... “แน่จริง-มึงต้องโดด” ... “มึงไม่โดด-ไม่ใช่ลูกผู้ชาย” ... “เลือดชมพูฟ้าเข้มข้น ต้องไม่คืนคำ” ...“หากไม่โดด-มึงจะเอาหน้าไปซุกตูดหมาที่ไหนได้วะ ?” (ประโยคหลังสุดนี้-ไม่แน่ใจว่ายุยงหรือยั่วเย้ากันแน่)
ไอ้เวทย์ใช้สายตากราดมองเพื่อนๆ ทั้งห้อง ..กัดฟันกรอด-ขบกรามแน่น ..แล้วก็โผพรวด โดดออกจากขอบหน้าต่าง
..พรึ่บ !!
หากลองวาดมโนภาพตามไปด้วย อาจใกล้เคียงกับหนังกำลังภายในที่พระเอกใช้วิชาตัวเบาโผผินเผ่นแผลวไปตามที่ต่างๆ หรือไม่ก็เป็นภาพ นักโดดร่มดิ่งพสุธา ผวาออกจากประตูเครื่องบิน
แต่ภาพในเรื่องนี้ต่างกันตรงที่..เราได้ยินเสียงดึง “ตึ้บ” หนักๆ ที่พื้นปูนซีเมนต์ข้างตึก
ทุกคนพรวดถึงหน้าต่างทุกบานด้านหลังห้อง..เบียดเสียดชะโงกดูไปที่เบื้องล่าง..
ไอ้เวทย์-ฟุบอยู่ โดยไม่มีเสียงร้องครวญครางสักแอะ
มันไม่ยอมให้เสียชื่อเสียง ในฐานะ-ลูกชายนายทหารเรือ..ทั้งๆ ที่ขาหักร่องแร่งทั้งสองข้าง
เฮ้อ ! ตลอดเทอมนั้น-เวลาพักเที่ยง.. เพื่อนฝูงหลายคนผลัดเปลี่ยนกันไปซื้อข้าวจากโรงอาหารมาให้ไอ้เวทย์กินบนห้อง
ส่วน-ผม..ถูก “ครูหวี”-ครูประจำชั้นลงโทษตามฟอร์ม
..พร้อมทั้งให้ไอ้เวทย์ขี่คอไปขี้ไปเยี่ยว ไปไหนต่อไหน เป็นเวลาหลายวันอยู่เหมือนกัน
* * *
ที่ฮากันลั่นเวลาย้อนมานั่งเสวนารำลึกอดีตอีกเรื่องได้แก่..
“ไอ้พุด-บ้าลมหมู เอ๊ย ! ลมบ้าหมู”
นายพุทธพร ไพบูลย์ ..เรียนดีใช้ได้ อยู่ห้อง ม.ศ.3 ง.
เวลาเล่นบอล-แข่งขันระหว่างห้อง จะยืนตำแหน่งผู้รักษาประตู (มันมีถุงมือไว้สวมจุ๊ยด้วย)
เผอิญเกิดอุบัติเหตุขึ้นครั้งหนึ่ง เมื่อคราวที่แข่งกับห้อง ฉ.ฉิ่ง โดย ไอ้พุด ถูกชาร์จหัวกระแทกเสาโกล์ จนสลบไปชั่ววูบ-ประมาณหนึ่งอึดใจพระพุทธ (ทายไม่ถูก-ว่านานแค่ไหน ?)
ก่อนจะสิ้นสติ..ไอ้พุด เบิ่งตาเห็นภาพใบหน้า “ไอ้หม่อม-พันธุ์เทพ (ตรีเทพ) มาพันธุ์” เต็มสองเบ้า
หลังเยียวยาจนฟื้นขึ้นมา.. วิถีชีวิตของไอ้พุดก็เหมือนวัยรุ่นเด็กสวนฯ ทั่วไป เว้นแต่บางห้วงเวลาที่เราเรียกว่า “ของขึ้น”
มันจะเกิดอาการชักกระตุก-ตากลับ แบบที่คนทั่วไปเรียกว่า “ลมบ้าหมู”
เมื่อเกิดอาการนี้ครั้งใด..ไอ้พุด จะพรวดพราด ฉวยได้ไม้บรรทัดหรือไม้ที (ไม้เขียนแบบ) วิ่งอ้าวจากห้อง ง.งู ชั้นสองตึกนาฬิกา..ผ่านห้อง จ.จาน..แล้วผ่านสะพานเชื่อมระหว่างตึก มุ่งไปสู่หัวตึกยาวด้านเพาะช่าง..ตรงไปห้อง ฉ.ฉิ่ง ทันที
มันหมายรี่ไปหา “ไอ้หม่อม” ..ผู้ที่มีภาพค้างคาอยู่ในม่านตาก่อนจะสลบเหมือดจากอุบัติเหตุคราวนั้น (ทำอย่างกับเรื่อง.. The Shutter-กดติดสะกิดวิญญาณ ..แน่ะ)
เพื่อนฝูงที่เรียนร่วมห้อง ง.งู ..จึงต้องคอยเฝ้าระวังระไวไอ้พุดเป็นพิเศษ เพื่อที่จะช่วยกันรุมล็อกตัวมันได้ทันเวลา เมื่อเกิดอาการชักกะทันหัน
บางคราว-มันชักกระตุกระหว่างครูกำลังสอนอยู่หน้าห้องเรียนพอดี ..เล่นเอาครูหลายท่าน ขวัญกระเจิงไปเหมือนกัน
เชื่อว่า-ครูวารุณี..คงพอจะจำได้ หรืออาจเคยประสบพบเจอด้วยตนเองเข้าบ้างก็ได้
ขาประจำที่ช่วยล็อกไอ้พุดเวลาของขึ้นได้แก่ พวกแข็งแกร่งหรือตัวใหญ่ เช่น บิ๊กก๊อง-วิรัช ชาญพานิชย์, ไอ้ปอ-ปรเมศวร์ จันทนยิ่งยง เป็นต้น ..แต่ที่รับหน้าที่ดัก แทกเกิ้ลไอ้พุดแบบนักรักบี้ทีมชาติทุกๆ คราวก่อนจะผ่านไปถึง ห้อง ฉ.ฉิ่ง ได้แก่ “ชาลี เอมะศิริ” (เปลี่ยนชื่อเป็น-ณัฏฐพงศ์)
บางครั้ง-ชาลี คอยดัก แทกเกิ้ล จนตัวเองล้มคว่ำล้มหงาย แทบอยากจะสลบแล้วฟื้นขึ้นมามีอาการแบบไอ้พุดให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย-ก็มี
หากถามว่า ..แล้ว-ไอ้หม่อม ที่นั่งเรียนอยู่ห้อง ฉ.ฉิ่ง ทำยังไง ??
เด็กสวนฯ เก่งอยู่แล้วครับ..เราจัดระบบป้องกันภัยเอาไว้อย่างดีเยี่ยม
เมื่อไอ้พุดเกิดอาการเมื่อไหร่..คนช่วยล็อกตัว มีอยู่แล้วดังกล่าว
ส่วนที่เหลือในห้องจะช่วยตะโกนต่อๆ กันไปว่า..
“ไอ้หม่อม..วิ่ง-ง-ง” .. “ไอ้หม่อมโว้ย-วิ่งได้แล้วโว้ย”.. ฯลฯ
เสียงตะโกนต่อๆ กันไป ไม่ใช่อยู่เพียงแค่ในห้อง ง.งู เท่านั้น ..เพราะห้อง จ.จาน ที่อยู่ถัดไป เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ก็จะช่วยตะโกนต่อ เป็นทอดๆ แบบเดียวกัน
เสียงโหวกเหวกดังลั่นข้ามสะพานเชื่อมตึกไปถึงห้อง ฉ.ฉิ่ง ..ที่จำเลยนั่งเรียนอยู่กับเพื่อนๆ
เมื่อไอ้หม่อม-ได้ยินเสียงไซเรนบอกให้ลี้ภัยดังขึ้นคราวใด
มันจะต้องวิ่งเร็วประเภทเดี่ยวร้อยเมตรออกจากห้อง โกยอ้าวไปตามระเบียงทางเดินชั้นสองของตึกยาว มุ่งหน้าไปด้านสะพานพุทธฯ ทันที (หากวิ่งผิดทาง-ดันสวนกลับมาเจอทางที่ไอ้พุดวิ่งไปเมื่อไหร่..คางเหลืองแน่นอน)
เหตุสนุกสนานแบบนี้ เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดช่วงปีการศึกษานั้น..
ไอ้หม่อม..รู้หลบเป็นปีก-รู้หลีกเป็นหางได้ตลอด แถมยังมีเหตุข้ออ้างในใบลา-เมื่อไม่มาโรงเรียนว่า
เพื่อหลบภัย-สึนามิ เอ๊ย ! ลมบ้าหมู.. โดยครูประภา ศรีอุทัย-ครูประจำชั้นไม่ว่าอะไรซะด้วย
* * *
เรื่อยๆ มาเรียงๆ ..เรื่องภายในรุ่นมากไปซะแล้ว
วกกลับมาถึงเป้าหมาย-เรื่องเล่าเพื่อ “มุทิตาจิต” คราวนี้กันเหอะ
เกริ่นแต่เริ่มต้นว่า.. “ครูวารุณี” ท่านเริ่มต้นชีวิตรับราชการเป็นครูที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2510 ..เริ่มต้นวันแรกของปีงบประมาณเลยทีเดียว
และตลอด 38 ปีเต็ม..จนถึงวาระเกษียณ..ท่านปักหลักอยู่ที่รั้วชมพู-ฟ้าแห่งนี้ ไม่แปรเปลี่ยนย้ายไปแห่งไหน ?
สิ่งนี้แหละ-ที่เรียกว่า.. มหัศจรรย์-วันเดอร์ฟูล ..ยิ่งนัก
เพราะมีครูเพียงไม่กี่ท่าน-ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวนี้
ท่านก้าวเข้ามาเป็นครู โดยมีรุ่น 84 เป็นศิษย์รุ่นแรก
ขณะเดียวกับที่พวกผม รุ่น 84 ..อยู่ในรั้วแห่งนี้ผ่านมาแล้วสองปี และกำลังห้าว-เฮี้ยว..อย่างเต็มที่
ผ่านมาถึงวันนี้ ..ครูวารุณี-เกษียณอายุราชการ
วันเวลามาพ้องพอดีตรงกับ รุ่นที่ 84 ..ฉลองครบวาระ 40 ปี ที่ได้ปักอักษร “ส.ก.-สีน้ำเงิน” บนอกด้านขวา เชิ้ตสีขาว
จึงขออนุญาตขี้คุยว่า..กิตติศัพท์ร่ำลือเกี่ยวกับ รุ่น 84 นั้น..ขจรขจายไปทั่วในหมู่นักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ ด้วยกันอยู่แล้วว่า..
มีความคิดสร้างสรรค์หลากหลาย ..มักฉีกแนวการทำงานสร้างชื่อให้แก่สถาบันสวนกุหลาบมาตลอด
ไล่ตั้งแต่..สร้างสรรค์การเชียร์กีฬาด้วยระบบปรบมือ เมื่อครั้งยังเรียนอยู่ในรั้วแห่งนี้ ในปี 2512
พ้นมายี่สิบปีเศษ ..รับบทเป็นแม่งานจัด “มุทิตาจิต” ปี 2535 ร่วมกับ ส.ก. รุ่นถัดมาอีกสองรุ่น ก็สร้างมาตรฐานการบูชาครูที่ยิ่งใหญ่ ส่งผลให้กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศให้โรงเรียนทั่วประเทศ ยึดถือเป็นแม่แบบในการจัดงานลักษณะเดียวกัน
ล่าสุด-เมื่อต้น ก.ค.ที่ผ่านมา.. จัดฉลองครบรอบ “40 ปี มิตรภาพมั่นยืน” ของรุ่น ที่บริเวณระเบียงตึกยาว สร้างความประทับใจแก่มวลสมาชิกและแขกเหรื่อต่างรุ่นยิ่งนัก
รวมถึงเตรียมจัดงานกราบเท้า-มุทิตาจิต แด่.. “ครูวารุณี ศุภกรโกสัย” และ “ครูวรศักดิ์ รังสีพิพัฒน์”.. เป็นการเฉพาะของรุ่นที่ 84 ในวันเสาร์ที่ 24 กันยายนนี้อีกด้วย
ที่ขี้คุยมานั้น ก็เพื่อจะบอกกล่าวว่า...
จริงๆ แล้ว ..ผมควรจะเขียนเรื่องเหล่านี้ในหนังสือที่ระลึกงานรุ่น หรืองานมุทิตาที่จัดแยกออกไปต่างหากมากกว่า
แต่เผอิญได้รู้จักมักคุ้นกับ..น้องในรุ่น 103 บางท่าน ที่เป็นหัวแรงจัดงานใหญ่ครั้งนี้ และเคยโอภาปราศรัย ขอให้ช่วยเขียนเรื่องเล่าครั้งกระโน้น ให้อ่านกัน จึงต้องทำตามสัญญา..
ด้วยบันทึกความทรงจำของนักเรียน ห้อง ม.ศ.3 จ. เมื่อปีการศึกษา 2510 ..ถอยหลังไป 38 ปีเต็ม

* * *
อย่างที่เขียนไว้ช่วงต้นๆ ว่า ...ด้วยความห้าวและเฮี้ยวของนักเรียนระดับนี้ ทางโรงเรียนจึงต้องจัด ครูชุดดรีมทีม มาสอนสั่งและกำราบพวกเรา ซึ่งแต่ละท่านล้วนมีลีลาลูกเล่นดุดันต่างกันไป
จะว่า-ผมเขียนเกินเลย หรือคิดไปเองก็ใช่ที่ ..ลองไปถามรุ่นไหนๆ ที่เหนือผมขึ้นไปสัก 5 รุ่น หรือไล่หลังถัดมาอีก 5 รุ่น ดูก็ได้ว่า ..ในกระบวนครูสวนกุหลาบยุคนั้น-ครูระดับชั้นใดเฮี้ยบที่สุด
คำตอบที่ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มักจะตอบตรงกันเป๊ะว่า-ครูระดับม.ศ.3
อย่างที่เกริ่นไว้ว่า-แค่ได้ยินชื่อ “ครูหวี-ครูบุญโถม” ..ก็หนาวจับจิตแล้ว
แล้วท่านอื่นๆ ในระดับนี้ล่ะ เป็นอย่างไร ?
ยืนยันไว้ก่อนเลยว่า ครูทุกท่านล้วนมีเมตตา สอนสั่งถ่ายทอดความรู้ให้แก่พวกเราอย่างเต็มที่ ส่วนลีลาการปรามศิษย์นั้น แต่ละท่าน จะลดหลั่นกันไป จากดุมาก-ไปจนถึงดุน้อย
น้อยที่สุดจนอาจจะระบุได้เลยว่า.. ครูใจดี-ในระดับนี้มีอยู่สองท่าน ซึ่งยังอยู่ในวัยสาวสะพรั่งเมื่อพ.ศ.นั้น ได้แก่
ท่านแรก.. “ครูรุจิกา (นิลพยัคฆ์) หิริโอตัปปะ” ซึ่งเกษียณอายุราชการไปก่อนหน้านี้แล้ว
และท่านต่อมา เป็นหนึ่งในครูที่ให้เรากราบเท้าในงาน “มุทิตาจิต ส.ก.” ปีนี้..
“ครูวารุณี (ศิลากร) ศุภกรโกศัย”
แต่หากย้อนให้เทียบระดับความเกรงกลัว ที่พวกเรามีต่อครูในระดับชั้นนี้ละก้อ..มาแรงกว่าท่านอื่นก็คือ สองท่านที่เอ่ยนามมาแต่ต้นนั่นแหละ รวมถึงดีกรีความดุ ยังตีคู่ไล่รดต้นคอกันมาเลยเชียว
“ครูบุญโถม เทียนศิริ” มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าสายม.ศ.3 ควบตำแหน่งครูประจำชั้นห้อง ค.ควาย หรือ ห้องคิงส์ จึงต้องปลุกปั้นนักเรียนห้องนี้ ให้ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อสอบติดอันดับที่หนึ่งของประเทศไทยให้ได้ในวันข้างหน้า
ในยุคที่พวกผมเรียนนั้น ท่านสอนวิชาเรขาคณิต (ท่านไม่ได้สอนครบทั้ง 8 ห้อง) เวลาเข้าสอนจึงมักนำวงเวียนขนาดใหญ่ ที่ใช้ขีดเส้นโค้ง-สร้างวงกลม เป็นตัวอย่างบนกระดานดำ ติดมามาด้วย
บางครั้ง ท่านหงุดหงิดมากๆ กับความผิดของพวกเรา จึงต้องแบมือรับด้ามวงเวียน ที่ท่านตีลงมา 2-3 เพี้ยะ เป็นการลงโทษ ..คนที่ถูกด้ามวงเวียนบ่อยครั้งในห้องจ.จาน คือ “ไอ้น้อย-ชายน้อย สงเคราะห์” นักฟุตบอลตัวเก่งของโรงเรียน
ผมรู้สึกว่า ยามเมื่อครูบุญโถมอบรมเรื่องความประพฤติ ควบไปกับการถ่ายทอดวิชาการแก่พวกเรา ..ดวงตาของท่าน จะฉายแววคมกริบคล้ายตาเหยี่ยว ริมฝีปากจะพรั่งพรูคำสอนสั่งออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ เนิบนาบเป็นจังหวะจะโคน ท่ามกลางความเงียบของ 35 ดาวแสบในห้อง จ.จาน
และความรู้สึกของผมอีกเช่นกัน ที่คิดว่า-หากจะวัดความแสบสันต์จากพฤติกรรมต่างๆ ทั้ง 8 ห้องแล้ว ..คงต้องยกให้ “ห้องจ.จาน” แสบสุด
เนื่องจากก่อนหน้าจะเลื่อนชั้นมาอยู่ ม.ศ.3 ..ผมเข้าข้างตัวเองว่า-มีความประพฤติเรียบร้อย (ครูเขียนไว้-ในสมุดพก)
พอประกาศรายชื่อแบ่งห้องก่อนจะเปิดเรียนเทอมแรก ..ผมติดอยู่ในแผงห้อง ม.ศ.3 จ.จาน
เพียงแค่นี้ ก็เป็นนัยยะ-ความหมายแล้วว่า ..ผมปรับระดับความประพฤติมาอยู่ที่ “ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน” หรือเปรียบไปก็คล้ายๆ กับ ต้องดัดนิสัยกันแล้วละ
เพราะครูประจำชั้น ห้อง จ.จาน นั้นชื่อ “ครูฉวี สงวนเกียรติ” ที่เราเรียกกันติดปากว่า “ครูหวี หรือ แม่หวี” กระบี่ไม้เรียวมือหนึ่งของระดับชั้นนี้
ผมถูกเอาปูนกาหัวตั้งแต่เปิดเทอมแรก ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับเพื่อนซี้ พ.ศ.นั้น ที่ล้วนแต่เป็นตัวแสบตัวซุกตัวซน อันดับหนึ่งจากห้องต่างๆ ของ ม.ศ.2
เวลาเรียนในห้อง จึงถูกจัดให้นั่งในตำแหน่งพิเศษ-เป็นเดือนล้อมด้วยดาว (โจร) เลยละ
ไล่เรียงจาก-นั่งติดประตูเข้าห้องด้านซ้ายมือของผมคือ “เปี๋ยว-อดุล ธเนศวร” ประกบด้วยขวามือคือ “สี เป๊กโก้-วิทยา ประยูรหงษ์”
เฉียงหน้าซ้ายคือ “หลอ-ธนะชัย พันธุ์วุฒิ” หน้าตรงเป็น “ชายน้อย สงเคราะห์” และเฉียงหน้าขวา “อ้วน-เกรียงกิติ์ บุญชู”
ส่วนแผงหลังไล่จาก ..เฉียงหลังซ้าย-“หอย-ธวัชชัย ดิษยนันท์” ..นั่งด้านหลังตรงเป๊ะ-“พูลสวัสดิ์ อยู่สำราญ” และเฉียงหลังขวา-“ขาว-สิทธิชัย รุ่งประเสริฐ”
หลับตาเห็นผังที่นั่ง ก็ทายถูกว่า ..อนาคตของกลุ่มนี้ สดใสไร้เทียมทาน ต้องถูกโฟกัสเป็นพิเศษจาก “ครูหวี” แน่นอน
บาปกรรมจากความประพฤติหลายๆ เรื่องในกลุ่มนี้ที่มีต่อ “ครูหวี” ล้วนเป็นเรื่องเฮฮาจากการซุกซนในความคิดทั้งนั้น ครั้นเติบโตขึ้นมา..เราทุกคนต่างได้มีโอกาสกราบเท้าขอโทษท่านไปเรียบร้อยแล้ว
อาทิ เวลาร้องเพลง “สีงาม” ..ก็มักจะแหกปากตะโกนเน้นเสียงร้องเป็นพิเศษตรงเนื้อร้องที่ว่า..
“เรานี้ควร สงวนเกียรติ” ซึ่งตรงกับนามสกุลของท่าน
หรือตั้งฉายาให้ท่าน-ล้อเลียนชื่อนวนิยาย “ครูไหว-ใจร้าย” โดยเปลี่ยนเป็น “ครูหวี-ปากร้าย”
แต่ท่านก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วตอบโต้พวกเราว่า “ไอ้พวกสกั๊งค์”
ซึ่งเด็กสตรีวิทยาใช้เรียกขานล้ออักษรย่อโรงเรียนเรา-โดยท่านเอามาจาก “แต๋ว” ลูกสาวของท่านที่เรียนอยู่ในระดับชั้นเดียวกับพวกเรา
ครูหวี-สอนวิทยาศาสตร์ และคอยเคี่ยวเข็ญความประพฤตินักเรียนทั้งห้อง เหมือนเคี่ยวขนมกระยาสารทในกระทะ โดยไม่เหนื่อยหน่าย แต่เปี่ยมด้วยความเมตตาอย่างแท้จริง
เสียงควั่บ-ควั่บ ..เมื่อไม้เรียวในมือครูหวี กระทบโดนแก้มก้น จึงดังขึ้นบ่อยๆ ในห้อง ม.ศ. 3 จ.จาน
* * *
แล้ววันหนึ่ง.. วันที่ผ่าน 1 ตุลาคม 2510 มาได้ไม่นานนัก
ม.ศ. 3 จ.จาน ก็ได้รับเกียรติยิ่งใหญ่ ถูกครูทั้งสอง ลงโทษยกชั้นพร้อมกันทั้งห้อง ให้อยู่ในความทรงจำมาถึงวันนี้
เริ่มจาก..พฤติกรรมซุกซนกันสนั่นห้อง ระหว่างพักย่อย-เปลี่ยนวิชาเรียนคอยครูในห้วง 5-10 นาทีนี้แหละ เราจึงต้องให้เพื่อนที่นั่งติดประตูทำหน้าที่คอยดูต้นทาง-คอยชะโงกดูว่า ครูที่สอนวิชาต่อไป เดินขึ้นบันไดมาหรือยัง ?
ยิ่งเป็นวิชาของ ครูบุญโถม หรือ ครูหวี ..ต้องเน้นเป็นพิเศษ ห้ามเล็ดรอดสายตาต้นทางโดยเด็ดขาด เปรียบเหมือนภาวะสงครามเลยเชียว
และช่วงนั้น พวกเรากำลังเห่อ คุณครูคนใหม่-ที่ทั้งสาวและสวย มาสอนประจำวิชาภูมิศาสตร์ ซะด้วย
ตัวแสบทั้งหลาย จึงคอยสร้างมุกเรียกความสนใจจากครูใหม่อยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะกำลังสอนในห้อง หรือเพียงแค่เดินผ่าน เพื่อไปสอนห้องถัดไป
ที่สำมะคัญคือ ครูใหม่ มักชอบเดินคู่กับ ครูเก่าที่วัยใกล้เคียงกันอยู่ทุกบ่อย และครึ่งหนึ่งของทุกบ่อยนั้น ทั้งสองมักจะสลับชุดสวมใส่ด้วยสี “ชมพู” กับ “ฟ้า” อยู่เสมอๆ
(คุณครูคนใหม่-เขียนบันทึกไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ว่า.. วันแรกที่เข้ามารายงานตัวรับราชการ เมื่อ 1 ตุลาคม 2510 ท่านสวมใส่ชุดสีฟ้า แล้ว อ.จ.วินัย เกษมเศรษฐ์ ได้พามาพบคณะครูที่โรงเรียนทันที)
เมื่อเป็นเช่นนี้ กลุ่มดาวโจร ห้อง จ.จาน จึงมีไอเดียกระฉูดว่า.. หากครูทั้งสองเดินผ่าน เพื่อไปสอนห้องถัดไป เราจะร้องเพลง “ชมพู-ฟ้า มาแล้ว” ท่วงทำนอง “มอญดูดาว” หนึ่งในเพลงเชียร์พร้อมๆ กันทั้งห้อง เพราะทุกคนเห็นแต่เช้าแล้วว่า วันนี้ทั้งสองท่านสวมชุดสีโฉลกคู่โลกมาเหมือนเคย
“ไอ้ดุล” หนึ่งในหัวโจก และนั่งติดประตูห้องอยู่แล้ว รับหน้าที่-ดูต้นทางที่เคยทำบ่อยๆ
มันส่งสัญญาณมือ ให้พวกเราเงียบ เมื่อเห็นครูทั้งสองก้าวพ้นบันได ที่ขึ้นมาจากห้องพัก เลี้ยวมาตามทางเดินเหมือนปกติ โดยไอ้ดุลรีบหดหัวตัวเองเข้ามานั่งสงบเสงี่ยม
เสียงรองเท้ากระทบพื้น ..ผ่านห้อง ง.งู ..แล้วก็ผ่าน ห้องแลบวิทยาศาสตร์ ที่คั่นระหว่าง ง.งู กับ จ.จาน ..ถัดมาเพียงอึดใจ เสียงเพลงก็กระหึ่มขึ้นมาทันที
“ชมพู-ฟ้า มาแล้ว ..เอ้อ เออ เอ้อ เอย ล้วนแกล้วกล้า ..เราไปเชียร์นักกีฬา มาจากสวนฯ เอย
..เอ๊ย สวน-กุหลาบ ใจนักเลง เก่งจริงเอย ..ยิ้มสู้อย่างเคย ..มาเถิดเหวย เลือดสวนฯ ชวนกันเชียร์..”
ครูทั้งสอง เดินผ่านไปโดยไม่สะดุ้งสะเทือน สังเกตเห็นได้เพียงแวบเดียวว่า ท่านแอบยิ้มเยาะนิดๆ ซะด้วย แต่พวกเรายังคึกคะนอง เคาะโต๊ะเป็นจังหวะผสมเสียงเพลง ด้วยเนื้อร้องต่อมาว่า..
“..เลือดจะหลั่ง ชะโลมดิน เอ้อ เออ เอ้อ เอย จนสิ้นใจ สวนกุหลาบ ไม่ถอยใคร แม้ก้าวเดียวเอย ....”
จากนั้น เสียงเพลงที่อึกทึกรับกับจังหวะเคาะโต๊ะตึงตัง พลันสะดุด-เงียบกริบ !!
หรือว่า-เลือดคงจะหลั่ง ซะคราวนี้แน่ ในเมื่อปรากฏภาพ ครูสองท่าน ยืนอยู่ที่หน้าประตูเข้าห้อง
ทว่าครูทั้งสองนี้ ไม่ได้สวมชุดสีชมพู-ฟ้า ไม่ได้มีวัยสาวสะพรั่ง ..แต่เป็น “สองครูผู้ยิ่งใหญ่” ของระดับ ม.ศ.3
“โส-น้า-น่า..สมน้ำหน้า” พวกเราเอง ที่ไม่ได้เช็คให้แน่ชัดว่า ต่อจากคุณครูคู่แรกเดินผ่านไปแล้ว จะมีใครเดินตามมาติดๆ อีกหรือเปล่า ?
งานนี้ดิ้นไม่หลุด เพราะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา สองครูคู่หลัง-ท่านหนึ่งจะเข้ามาสอนวิชาเรขาคณิตในห้องของเรา
..ส่วนอีกท่านหนึ่งกำลังจะไปสอนวิทยาศาสตร์ ในห้องต่อจากสองท่านแรกที่เดินผ่านไปแล้ว เผอิญต้องแวะชำระคดีที่ห้องจ.จานนี้ ในฐานะครูประจำชั้นเสียก่อน
บันทึกเกียรติประวัติชีวิต 35 นักเรียน ที่ถูกลงโทษพร้อมกันทั้งห้องในครั้งนั้น จึงสมควรจารึกไว้ในหนังสือที่ระลึก “มุทิตาจิต ส.ก.” ในคราวนี้ด้วย
เพราะ “คุณครูทั้งสี่ท่าน” ในเหตุการณ์ ..คอยให้ศิษย์นับร้อยนับพัน กราบเท้าท่านอยู่ในงานครั้งนี้
..ครูครับ ผมรักครู..


นักเรียนเก่าสวนกุหลาบ หมายเลข 15725
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
35084
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 04, 2005
ตอบ: 326

ตอบตอบ: Fri Sep 30, 2005 12:31 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

พอดีผมไปอ่านเจอบทความเก่า ๆ ของ ปรมาจารย์มวยไทยชื่อดังคือ ครูเขตร ศรียาภัย ครับ

ท่านเล่าไว้ว่า สมัยโรงเรียนเราจัดชกมวยไทย เพื่อหาเงินซื้อปืนให้กองเสือป่านั้น

มีมวยอยู่คู่หนึ่ง เป็นการพบกันระหว่าง นาย ทับ จำเกาะ นักมวยไทยโบราณสายโคราช กับ อาจารย์พละของโรงเรียนสวนกุหลาบ ลูกศิษย์ของ หลวงพิพัฒน์พลกาย(กระจ่าง วิโรจน์เพชร) คือ ครูเติม (ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ เดี๋ยววันหลังจะไปหาข้อมูลมาให้ครับ)

ผลการชกปรากฏว่า นาย ทับ จำเกาะ ใช้ฝีมือที่เหนือกว่า ไล่ยำ อดีตคุณครูพละของโรงเรียนเราเสียจนแพ้ไปในยกที่ 3 ครับ
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
suriya84
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 06, 2004
ตอบ: 393
รุ่นทีู่่: 84

ตอบตอบ: Mon Oct 03, 2005 9:31 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

โห๋ เมื่อไรผมจะยิ่งใหญ่ขนาดมีเลขาฯ ระดับผู้อำนวยการเที่ยวบิน ของการบินไทย
มาโพสท์แทนอย่าง 15725 บ้างเนี่ย จุด.จุด.จุด.อิจฉาvoist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว รุ่นที่ (แสดงในกระทู้)
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Jan 12, 2006 12:14 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

From: "sunit teevavej" <teevavej[at]hotmail.com>
Subject: อาจารย์ของพวกเรา ชาวสวนฯ

เรียน เพื่อน พี่ น้อง ชาวสวนกุหลาบ ทุกท่าน

คุณเสรี ดาราราช OSK88 - กก.สมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ ฝากมาเรียนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ทุกท่าน ถึงการจัดงานสำคัญที่พวกเราจะมีโอกาสไปร่วมแสดงความรัก+เคารพ ในวาระปีใหม่ 2549

โดยคณาจารย์เก่าของสวนกุหลาบ จะร่วมกันจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ปีใหม่
ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มการาคม 2549 เวลา 12.00 น. [เที่ยงพรุ่งนี้]
ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ (โรงแรมรอยัล-เดิม) ถ.ราชดำเนิน


ขอเชิญชวน เพื่อน พี่ น้อง ทุกๆท่าน นำของขวัญปีใหม่ไปมอบให้เหล่าอาจารย์ที่จะมากันพร้อมพรั่ง ในวันนั้น


สุนิติ์ -สก.17153
OSK88
ผู้แจ้งข่าว

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 2:54 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เนื่องในโอกาสที่วันนี้ (จ. 16/1/49) เป็นวันครูครับ...

"มะลิ" แทนวจีถ้อยร้อยมาลัย
"ดอกกล้วยไม้" ใช้แทนครูผู้สร้างสรรค์
"กุหลาบ" หรูชมพูฟ้ามารวมกัน
แทน "กตัญญุตาครู บูชาจารย์"


...............................................................

สิบหกมกรามาบรรจบ ขอน้อมนบคุณครูผู้สั่งสอน
ระลึกถึงซึ่งพระคุณกล่าวสุนทร ครูพร่ำวอนป้อนวิชาพาก้าวไกล
ให้ความรู้ในทุกด้านงานอาชีพ เป็นประทีปนำทางสว่างไสว
เป็นหางเสือเหมือนเรือถีบส่งไป เป็นโคมไฟส่องนำทางกลางมวลชน
อาชีพครูอยู่กับเด็กทุกรูปแบบ บางคนแสบเก่งกล้าพาสับสน
เที่ยวนั่งเล่นคุยโตโม้ซุกซน แต่บางคนก็เรียบร้อยพลอยชื่นชม
ผู้เป็นครูต้องอดทนจนที่สุด อย่าได้หยุดเบื่อหน่ายให้ขื่นขม
ช่วยเด็กด้อยร้อยความรักฝากคำชม ครูเหมาะสมอยู่ใกล้ชิดจิตเมตตา
พลังแห่งแม่พิมพ์ผู้สร้างชาติ ก่อให้เกิดนักปราชญ์ชาญศึกษา
เป็นกำลังให้ชาติไทยวัฒนา ซึ่งนำพาความรุ่งเรืองสู่ผองไทย
มาถึงวันสำคัญอาจารย์ศิษย์ ควรนึกคิดถึงพระคุณที่ท่านให้
ท่านอุตส่าห์เสียสละมาเท่าใด ควรจำไว้และตอบแทนพระคุณเอย

...............................................................

ครูคือปูชนียบุคคล
ท่านทำตนเป็นแบบอย่างให้เราเห็น
เป็นดั่งแสงสว่างของเดือนเพ็ญ
ส่องนวลเย็นทั่วหล้าในราตรี
เป็นดั่งดาวพราวระยับสวยจับจิต
คอยส่องทิศส่องทางสว่างศรี
อบรมศิษย์เป็นพลเมืองดี
สอนให้มีความรักคู่คุณธรรม
ครูท่านเป็นเสมือนดั่งพ่อแม่
คอยดูแลยามพลั้งผิดมิคิดซ้ำ
แนะแนวทางสว่างให้ไม่ปิดงำ
สอนให้จำสิ่งที่พลาดเป็นบทเรียน
พระคุณท่านยิ่งใหญ่เกินกำหนด
ไม่มีหมดแม้วันจะผันเปลี่ยน
ส่องสว่างกลางจิตดั่งแสงเทียน
คอยพากเพียรส่งศิษย์ถึงฝั่งเอย

...............................................................

อันคุณครูคำนี้มีความหมาย อันหลากหลายคำพูดจะกล่าวถึง
คือผู้ให้ทรัพย์วิชาน่าคำนึง คือผู้ซึ้งอบรมให้ทำดี
อีกครูนี้เหมือนพ่อแม่คนที่สอง ครูจึงต้องอดทนต่อหน้าที่
เพียรสั่งสอนเป็นแม่พิมพ์ศิษย์มากมี เรือจ้างนี้น้ำใจงามนามว่าครู

...............................................................

***ถึงวันครูให้รำลึกอยู่ในจิต
ผู้ฝึกคิดฝึกอ่านและสั่งสอน
จริยธรรมคุณธรรมเป็นอาภรณ์
ครูพร่ำสอนป้อนเด็กให้เป็นคน
***ครั้งละบาทนับไม่ควรค่าเรือจ้าง
ทั้งสร้างคนสร้างงานสร้างความฝัน
สร้างทุกสิ่งเป็นทุกอย่างมารวมกัน
ให้เด็กนั้นเป็นคนดีศรีชาติเอย

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Jan 19, 2006 3:15 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ชื่อเรื่อง : กลอนแด่แม่พิมพ์
ประเภท : บทกลอน บทกวี ปรัชญา/เพื่อชีวิต กำลังใจ
แหล่งที่มา : + เล็บมังกร +
บันทึกเมื่อวันที่ : 8/1/2549 23:43:00

ทิวาแจ้งฟ้าส่องแสงแรงสดใส
เป็นวันของผู้ให้คณานับ
เป็นวันครูที่เหล่าศิษย์ล้วนสดับ
พร้อมจะรับสรรพวิชาที่ครูให้

ที่สอนสั่งศิษย์น้อยผู้ด้อยค่า
เปล่งราคาจากก้อนกรวดเป็นเพชรใส
ศิษย์ขอให้อายุครูยืนยาวไกล
เป็นแรงใจที่พร่างพราวตลอดกาล

น้อมประนมพนมกร ครูบา
ศิษย์ร่ำเรียนวิชา ดั่งหมาย
ขอยกมือวันทา น้อมนอบ
รำลึกอยู่มิคลาย ซาบซึ้ง ล้นทรวง

อายุแลวรรณะ ยืนยาว
สุขะพละทุกคราว แกร่งกล้า
ส่องสว่างดั่งดวงดาว กลางใจ ทุกผู้
ครูผู้เปล่งแสงจ้า ส่องทั่ว แดนดิน

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Jan 25, 2006 12:27 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ปลายนิ้วนายกำแหง :ศิษย์ศรัทธาบูชาครู

วันครู 16 มกราคม เพิ่งผ่านไปไม่นาน แต่การต่อสู้ของครูยังไม่จบ

มีคำถามว่าทำไมวันครูถึงเป็นวันที่ 16 มกราคม มีที่ไปที่มาอย่างไร

ย้อนไปสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของครู และเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูครูว่ามีคุณค่าต่อสังคม จึงมีมติให้วันที่ 16 มกราคม ของทุกปีเป็น “วันครู”

ทั้งนี้ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2488

มีการจัดงาน “วันครู” ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ (สนาม OSK น.อ.บุง ศุภชลาศัย)

เพื่อเป็นการบูชาครูในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปีสุดท้ายจริงตามที่ “ครูโบราณ” ว่าไว้เมื่อวานหรือเปล่าไม่รู้ บวร ขอพรกลาง จากเมืองขอนแก่น ส่งบทกลอน “ศิษย์ทั่วแผ่นดินศรัทธาบูชาครู” มาให้ ว่ามาดังนี้

ครูคำนี้มีความหมายอันลึกซึ้ง
เพราะหมายถึงผู้ให้ในทุกสิ่ง
หมายถึงผู้เมตตาจากใจจริง
หมายถึงผู้มีคุณยิ่งเหนือสิ่งใด

ครูคือผู้รอบรู้ในทุกด้าน
ผู้ให้การอบรมบ่มนิสัย
ผู้เสริมสร้างระเบียบและวินัย
ผู้เต็มใจสร้างคนเป็นคนดี

ครูคือยอดนักสู้ผู้ทรหด
ผู้มากด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรี
ผู้มากด้วยความรักสามัคคี
ผู้ปรานีห่วงหาเอื้ออาทร

ครูคือยอดของผู้เสียสละ
แบกภาระในด้านของการสอน
เพื่อสร้างคนสร้างชาติให้ถาวร
ครบวงจรนำทางสร้างปัญญา

ครูคือพระพรหมผู้ล้ำเลิศ
สุดประเสริฐหาใดเปรียบเทียบคุณค่า
บรรดาศิษย์เชิดชูน้อมบูชา
พร้อมกันมากตัญญู “วันครู” เอย.


ขอแจ้งงานสัมมนาวิชาการเรื่อง “ลุ่มแม่น้ำโขง : วิกฤติ การพัฒนา และทางออก” ณ โรงแรมรอยัลแม่โขง จ.หนองคาย วันที่ 25-26 มกราคม ศกนี้

มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เป็นเจ้าภาพ ร่วมกับมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย, สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หลังจากการสัมมนามีรายการทัศนศึกษาเขื่อนน้ำงึม-นคร เวียงจันทน์ ในวันที่ 27-28 มกราคม

ค่าลงทะเบียนเข้าสัมมนาคนละ 499 บาท (นักเรียน นิสิต นักศึกษา ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน) ร่วมทัศนศึกษาคนละ 2,950 บาท ผู้สนใจติดต่อสอบถามได้ที่โทร. 0-2433-8713, 0-2424-5768

วิทยากรพิเศษ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ OSK71, ทรงยศ แววหงษ์, ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์, สมฤทธิ์ ลือชัย ฯลฯ

พล.ต.อ.เภา สารสิน จะเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา ปัจฉิมกถา โดย ศ.เสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปาฐกถา พิเศษหัวข้อ “จีน : มิติทางเศรษฐกิจ” โดย ดร.พิสิฏฐ ภัคเกษม

“ความหลากหลายทางชาติพันธ์ุ : นโยบายและความเป็นไปได้” โดย ศ.อานันท์ กาญจนพันธ์ุ

การแสดงศิลปวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง และปาฐกถาพิเศษโดย สุจิตต์ วงศ์เทศ

ไม่ใช่มีเท่าที่บอกแต่ยังมีการอภิปรายที่น่าสนใจอีกมาก

สนใจการสัมมนาหรือทัศนศึกษารายการหนึ่งราย การใดก็ได้ หรือสนใจทั้งสองรายการก็เชิญ

สำคัญว่าที่นั่งจะยังเหลืออยู่หรือไม่เท่านั้น.

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/col/col.asp?columnid=16023

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Apr 13, 2006 11:10 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


ผู้สมัคร ส.ว. กรุงเทพมหานคร หมายเลข 234
นางสาว กรกมล อิ่มวิทยา
อายุ : 72 ปี
การศึกษาสูงสุด : ปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาชีพ : ข้าราชการบำนาญ

ข้อมูลประวัติผู้สมัคร

การศึกษา
ปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประสบการณ์การทำงาน
1.ประสบการณ์ในการสอนภาษาอังกฤษ เเละ ภาษาเยอรมัน
2.เป็นครูสอนที่โรงเรียน พิษณุโลกพิทยาคม จ.พิษณุโลก
3.เป็นครูสอนภาษาเยอรมันโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
4.เป็นรองประธานชมรมศิษย์กรรมฐาน พุทธสมาคมเเห่งประเทศไทย
5.ทำหนังสือ ธรรมะ 5 ธันวามหาราชถวายสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัว เเละส่งให้สถานที่ราชการเช่นห้องสมุดโรงเรียนทั้งประเทศ
ที่อยู่ปัจจุบัน
10/91 หมู่ที่ 10 ถนนเพชรเกษม ซ.53 บางเเค กทม.

ที่มา: http://thaisenator.com/senator_listing_details.php?id=1906
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Jul 06, 2006 1:19 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

พี่supawit103 บันทึก:
กตัญญูกตเวที...แด่คุณครู

สมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

มีความยินดีขอเรียนเชิญท่าน
แสดงความกตัญญูกตเวที...แด่คุณครู


เนื่องในวันคล้ายวันเกิด
ครูเยาวลักษณ์ ใจสว่าง, ครูอนุกูล กมลเพ็ชร์ ครบ ๗๒ ปี
ครูบุญโถม เทียนศิริ ครบ ๙๐ ปี
ครูบุนนาค สัจพลาภรณ์, ครูศรีอรุณ สุขุมาลชาติ และ ครูลลิดา ธนพุทธิ

ณ สโมสรช่างอากาศอำรุง สะพานแดง บางซื่อ กรุงเทพฯ [ดูแผนที่]
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๙
เวลา ๑๘.๐๐ น.


เครื่องแต่งกาย : สีชมพู/ฟ้า

ติดต่อ พล.อ.ท.ชุมศักดิ์ สกุลรัตนะ ๐๑-๖๔๑-๓๑๐๓
...........ปภพ อารยะศาสตร์ ๐๑-๙๓๙-๑๐๐๐




แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย songwut110 เมื่อ Sat Jul 08, 2006 4:24 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
35084_ไม่ได้ Login
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Thu Jul 06, 2006 6:27 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ถ้าสมัยหลัง ๆ รุ่นเดียว กับ อ. RBK ก็จะมี อ.แพะ หรือ อ. ชัยอนันต์ แก่นดี แล้วก็มี ป๋าจง คุณครู ผจง อุบลเลิศ ป๋าจงชอบเล่นเป็นประตูครับ เวลาลงเล่นบอลระหว่างศิษย์เก่า กับ รวมครู
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Thu Jul 06, 2006 9:05 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

แต่บอลครูกับศิษย์เก่านะเล่นกันทีไรrbkอยู่ข้างไหนชนะทุกที ครั้งหนึ่งเป็นประตู สุรินทร์ เข็มเงินเดี่ยวยิงยังยิงไม่เข้าเลย แกนอนหลับกลางอากาศแล้วใช้แข้งเตะออกได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกอย่างเข้าค่ายม.1 แกนอนหลับในเต๊นแล้วสั่งนักเรียนวิ่งออกกำลังกาย นักเรียนวิ่งกลับมาแกยังไม่ตื่นเลย เอากะแกดิ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sun Jul 09, 2006 5:08 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

บทสดุดีพระคุณครู (ที่คุ้นเคย)


ข้าขอคำนับน้อม ต่อคุณครูผู้การุณย์


โอบเอื้อและเจือจุณ อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์


ยังบ่ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน


ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอรรถให้ชัดเจน


จิตมากด้วยเมตตา และกรุณาบ่เอียงเอน


เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม


ขจัดเขลาบรรเทาโม- หะจิตมืดที่งุนงง


กังขาณอารมณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ


คุณส่วนนี้ควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร


ควรนึกและตรึกใน จิตตะน้อมนิยมชม
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณสามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.159 วินาที