------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - เรื่องของพี่ๆน้อง osk.ด้าน-ดนตรี & เพลง: จงรัก จันทร์คณา
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » OSK84 (วีรกรรม-ไข่เจียว!)
ผู้ส่ง ข้อความ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Oct 05, 2007 10:03 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

พี่มานพ๘๔ บันทึก:
บ่ายสามโมงของวันเสาร์ ๒๙ กันยา ๕๐
ผมนั่งเรือจากเดอะมอลล์ บางกะปิ..ล่องไปตามคลองแสนแสบ
ไปขึ้นที่ท่าตลาดโบ๊เบ๊..แล้วต่อรถเมล์สาย ๕๓
ลงป้ายหน้าวัดมกุฎกษัตริย์ฯ จุดหมายปลายทางในคราวนี้
เมื่อเวลา-สี่โมงเย็น..เท่ากับใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียว


(เหมือนทุกๆ ครั้ง ที่ผมจะไปร่วมงานศพ..ไม่ว่าสวดหรือเผา..
เพราะเป็นเส้นทางที่สะดวก รวดเร็วที่สุด สำหรับผู้อยู่ใน กทม.เวลานี้)
..........................................................................................


ร่างของเขา..นอนอยู่บนตั่งเตียง..มีผ้าสีฟ้าคลุม
ยื่นมือมาให้แขกเหรื่อ ได้รดน้ำขอขมาลาโทษเป็นครั้งสุดท้าย
โดยมีคู่ชีวิตและลูกสาวทั้งสอง-คอยเขย่ามือและขาของร่างนั้น
เหมือนกับอยากจะปลุกให้เขาลุกขึ้นมารับรู้ว่า..
ใครบ้าง..ที่กำลังมาเยี่ยมเยียนเขาเป็นครั้งสุดท้าย

ผมบอกอย่างไม่อายเลยว่า...น้ำตาผมคลอเบ้า
เหมือนเมื่อคราวที่ผมสูญเสียบิดาบังเกิดเกล้า
เหมือนเมื่อคราวที่ผมรดน้ำมือ..ครูผล ใจสว่าง..ครูบำรุงสุข สีหอำไพ
เมื่อหลายๆ ปีก่อนหน้านี้

.....................................................................................

และที่ผมต้องขอยกย่องเป็นพิเศษ..
เช่นเดียวกับทุกๆ ครั้งที่เคยกล่าวยกย่องเสมอมานับสิบๆ ปี
นั่นคือ..เสี่ยวิเชียร อัศววิเศษศิวะกุล..แห่ง "นิธิทัศน์โปรโมชั่น"

ผมไม่เคยประสบพบพาน-เสี่ยวิเชียร-มาเป็นสิบปี
หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ..จนทำให้กิจการของเสี่ยล้มลุกคลุกคลาน


แต่เย็นวันนี้..เสี่ยวิเชียร..ออกมาอาสาเป็นเจ้าภาพ
คอยรับแขกเหรื่อที่มาอาลัย..กุ้ง กิตติคุณ เชียรสงค์..เป็นครั้งสุดท้าย
จนทำให้ผมต้องขอคารวะ..
สุดยอดแห่งน้ำใจของ-เสี่ยวิเชียร-ผู้ยิ่งยง
......................................................................................

ผมขอปิดความในใจคืนนี้..
ด้วยบทกวีจาก.."ตู๋ นพชัย สก.๘๔"..เพื่อนของผม
ที่กลั่นจากปลายปากกา..มอบแด่น้องรักคนนี้

"เสียง-ก็เทวดามอบ ให้มา
รูป-ก็เทวดาตรา แต่งปั้น
ใจ-ก็ใจเทวดา ใหญ่ยิ่ง
หนึ่งดอกกุหลาบนั้น ชื่อ-กุ้ง กิตติคุณ"


ติดตามชมวิดีโอคลิปสั้นๆ จากงานรดน้ำได้ที่..
http://www.suan84.com/modules.php?name=News&file=article&sid=183


พี่ Pele101 บันทึก:
ในฐานะตัวแทนของรุ่น ส.ก.๑๐๑...
ขออนุญาตร่วมไว้อาลัยครับ..ด้วยบทประพันธ์ของเพื่อนในรุ่น

" กิตติคุณาวรณ์ "
๐อาลัยรักยิ่งแล้ว..... พี่ชาย
มาด่วนดับลับหาย.....ห่างหน้า
เมียลูกแทบใจสลาย..โศกสลด
เราลูกชมพู-ฟ้า........ร่วมไว้ อาลัย

๐เสียงพี่จะอยู่ยั้ง......ยืนยง
"กิตติคุณ เชียรสงค์"...ชิ่อฟุ้ง
กลีบกุหลาบโรยลง.....ลาโลก
กลิ่นกุหลาบชื่อกุ้ง......ไม่สิ้น กลิ่นหอม

__________________
แต่งโดย"จิรางกูร"
พ.อ.จิระ เหล่าจิระอังกูร - ส.ก.๑๐๑
เลขประจำตัว ๒๔๔๕๐


พี่สุนิติ์ OSK88 บันทึก:
เมื่อ: Fri Oct 5, 2007 8:12 am
Subject: สมเด็จพระบรมฯ โปรดเกล้าฯ....งานศพ กุ้ง-กิตติคุณ เชียรสงค์


เรียน เพื่อน พี่ น้อง ชาวสวนกุหลาบ ทุกท่าน


คุณแหม่ม - ภัทรพร เชียรสงค์
ภรรยาของคุณกุ้ง
ฝากมากราบบอกกล่าวว่า...

ครอบครัว เชียรสงค์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จาก
สมเด็จพระบรมโอรสสาธิราช เป็นอย่างสูง
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้รับศพของคุณกุ้ง-กิตติคุณ เชียรสงค์ ไว้ในพระราชานุเคราะห์ของพระองค์ท่าน
ทั้งยังทรงมีพระกรุณาธิคุณอย่างสูง
พระราชทาน พวงหรีดประดับหน้าศพ


กุ้ง - กิตติคุณ เชียรสงค์


และยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้า
พระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ
ใน วันเสาร์ 6 ตุลาคม นี้ เวลา 14.00 น.
ที่ เมรุ วัดมกุฎกษัตริยาราม



ขณะนี้
ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่
ศาลา 10
วัด มกุฎกษัตริยาราม

หรือร่วมทำบุญงานสำคัญของเพื่อน พี่ น้อง ชาวสวนกุหลาบ ท่านนี้ ผ่าน บัญชี

ชื่อบัญชี นางภัทรพร เชียรสงค์
ธนาคารไทยพาณิชย์
สาขา สยามสแควร์
ออมทรัพย์
เลขบัญชี 038-4-06969-5


[ หากจะกรุณาแจ้งผ่านไปยัง คุณแหม่ม-ภัทรพร (ภรรยา คุณกุ้ง) ที่ โทร.08-1-829-7244 จะขอบคุณยิ่ง ]


***************************

ทำไมพวกเรา จึงรัก กุ้ง....?

กุ้ง..เป็น ผู้ชายใจงาม นอกจากที่มีร่างกายสง่า สูง ผิวเข้มคม และ หนวดหล่อ

กุ้ง..รักครอบครัว นับแต่เรียนสวนกุหลาบมา เขาร้องเพลงโฟล์คซอง หารายได้ช่วยตนและครอบครัว

กุ้ง..รักภรรยา เขามีภรรยาคนเดียว ทั้งสองรักกันมาก และนานเหลือเกิน
และเพิ่งทราบว่า...กุ้ง ไม่เคยทำให้ภรรยาเดือดร้อนใจใดๆ
ปัญหาการงาน ปัญหาวุ่นวาย อันอาจทำให้ภรรยาวิตกกังวลตามประสาสามี-ภรรยา ก็ไม่เคยนำเข้าบ้านให้ภรรยารับรู้แม้แต่เรื่องเดียว
กุ้ง เฝ้าดูแล เอาใจใส่ภรรยาที่รักด้วยความห่วงหาอาทร รักใคร่ ตลอดเวลา ทั้งในยามสุข และยามที่ภรรยากำลังเจ็บป่วย

กุ้ง..รักเพื่อน มีน้ำใจกับเพื่อนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ห่างเหินกันมากเพียงไร ขอแค่รู้จักชื่อ กุ้งก็จำได้
ผมเองเรียนอยู่กับกุ้งในชั้นปีเดียวกัน แต่ความที่เอาแต่โดดเรียน ไม่ค่อยอยู่ในห้อง แต่ก็กุ้งจำได้เสมอ
เห็นหน้าที่ใด เมือใด กุ้งตรงเข้ามาจับมือทักทายก่อนทุกคราไป

กุ้ง..มีไมตรี ยิ้มรับกับทุกคน เพื่อนร่วมวงการดนตรี เพลง กับเขาทุกคนล้วนซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาตลอด

กุ้ง..มีน้ำใจ ช่วยเหลือ ญาติ มิตร ไม่ว่าจะห่างไกล ใกล้ หรือแม้แต่เพื่อนใน นอกวงการ โดยเฉพาะกับเพื่อน พี่ น้อง ชมพูฟ้า

กุ้ง..รัก สวนกุหลาบ เขารักโรงเรียนทุกเวลาและทุกครั้งที่สะดุดชื่อผ่านตา ไม่ว่าที่ใด เขาจะยิ้มรับ เฉกเดียวกับพวกเราทุกคน

กุ้ง..รัก สวนกุหลาบ เขาตอบคำเชิญร่วมกิจกรรมของโรงเรียนสม่ำเสมอ เมื่อมีโอกาส เขาไม่เคยพลาดงานโรงเรียน

กุ้ง..รัก สวนกุหลาบ เขาตกลงรับร้องเพลง "สวนฯ ระลึก" ซึ่งประพันธ์เนื้อร้องโดยเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดินทร์) และท่าน OSK พายัพ ดวงพัสตรา เป็นผู้เขียนทำนอง..งาน Renovation ครั้งนี้ได้"พี่กิรติ พรหมสาขาฯ หรือ เขียว คาราบาว OSK83/84" คอยช่วยดูแลการบันทึกเสียงเมื่อวันศุกร์ที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๙ ณ เซ็นเตอร์สเตจ-ห้องบันทึกเสียงของคาราบาว จากนั้นพี่มงคลพัฒน์ ทองเรือง OSK91 มิกซ์ดาวน์เสียงเสร็จสมบูรณ์เมื่ออาทิตย์ ๑๐ กันยายน ๒๕๔๙ และได้มีการนำออกเผยแพร่ในเวลาต่อ

กุ้ง..รัก สวนกุหลาบ

กุ้ง..รัก สวนกุหลาบ ไม่ใช่เมื่อวาน วันนี้ แต่เขาบอกเพื่อนๆเสมอว่า สวนกุหลาบคือ ส่วนหนึ่งของชีวิตเขา

กุ้ง..รัก สวนกุหลาบ ไม่เพียง เพราะสีชมพูฟ้า คือหนึ่งในสีโปรด แต่หัวใจของเขาฉาบทาด้วยสีเดียวกันนั้น

กุ้ง..ไม่เคยลืมว่า ตัวเองคือ OSK88 เขาไปมาหาสู่เพื่อน สวนกุหลาบ สนิทแนบแน่นคงเดิมเสมอมา

กุ้ง..ร่วมงานของ OSK88 บ่อยครั้ง ทั้งงานเลี้ยงรุ่น และงานการกุศลอื่นๆ

กุ้ง..ยิ้มรับ ช่วยเหลือเพื่อน OSK88 ทุกคนที่เพื่อนร้องขอ หรือแค่รับรู้

กุ้ง..ยังทำอะไรอีกมากมาย ไม่ใช่ในแบบคนรวย หรือคนจน แต่เขาทำทุกอย่างด้วยใจ ยิ่งกับ เพื่อน พี่ น้อง ชาวสวนกุหลาบด้วยแล้ว เขามีแต่ให้มากกว่าหัวใจของเขาที่มีอยู่ ยิ้มและให้ไปด้วยใจแม้ในกระเป๋าจะมีน้อยกว่าที่จ่ายออก

แน่นอนว่า สวนกุหลาบ ก็ให้ความรักตอบแทนสู่เขา
เพราะพวกจะไม่มีวันลืม กุ้ง - กิตติคุณ เชียรสงค์ ผู้ชาย เลือด ชมพูฟ้า เข้มข้นคนนี้ตลอดไป...

ไปอ่านเรื่องราวของเขาให้มากขึ้นที่.....

http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=2390



สุนิติ์ ทีวะเวช
สก. 17153
OSK 88
ผู้แจ้งข่าว

ปล. ขอความกรุณา เพื่อน พี่ น้อง ชาวสวนกุหลาบทุกท่านที่ได้รับเมล์นี้ กรุณาแจ้งต่อไปยัง เพื่อนร่วมรุ่น หรือสวนกุหลาบ ที่ท่านรู้จักใกล้เคียงให้ทราบต่อเนื่องด้วย จักขอบพระคุณยิ่ง


ตอนผมจอดรถหน้าวัดมกุฏฯเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันที... ผมคิดในใจว่าขอโทษนะครับ ขอจอดรถก่อน เดี๋ยวผมโทรกลับครับ

ปรากฏเป็นพี่มานพ๘๔ ที่โทรหาผมพอดิบพอดี

เมื่อผมเข้าไปในวัดก็พยายามมองหาแต่พบว่าพี่มานพกลับไปแล้ว เพื่อไปตัดต่อวิดีทัศน์พิธีรดน้ำศพพี่กุ้ง...ที่พวกเราได้เห็นจาก link ข้างบนแล้ว

เมื่อโทร.กลับไปเรียนถามความ... พี่นพจึงถามว่า "เอ็งรู้ไหมว่ากุ้ง กิตติคุณ ร้องเพลงโรงเรียนเพลงไหนไว้บ้าง"

ต้องเรียนพี่มานพตามตรงว่าผมไม่แน่ใจครับ... แต่เมื่อสองปีที่แล้ว ผมเคยขอให้น้องปาล์ม OSK115 ที่ Philadelphia, Pennsylvania เป็นกระจอกข่าวไปเรียนถามพี่กุ้งว่า "พี่จำได้ไหมครับว่าพี่เคยร้องเพลงโรงเรียนเพลงไหนไว้บ้าง" [ขณะนั้น พี่กุ้งไปร้องเพลงที่วัดไทยใน Bensalem, Pennsylvania ซึ่งอยู่ใกล้กับเมือง Philadelphia]



อิๆ ขนาดพี่กุ้งคนร้องเอง ท่านยังตอบกลับมาว่า "ไม่แน่ใจ" (นะไอ้น้อง..ในภาพ)

คงเป็นด้วยความที่พี่กุ้งเคยร้องหลายเพลงในหลายโอกาสที่มาร่วมงานสวนกุหลาบฯ จึงทำให้ไม่แน่ใจครับ

อย่างไรก็ตาม จากการบันทึกของผมที่ http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1349&start=0

พบว่า พี่กุ้งเคยอัดเสียงไว้อย่างน้อย ๔ เพลงครับ คือ เพลงหอมกลิ่นกุหลาบ(ร้องคู่กับคุณไพจิตร อักษรณรงค์ นักร้องคู่ขวัญ ที่มาร่วมรดน้ำศพด้วย) เพลงวันสมานมิตร เพลงวันดอกกุหลาบ และเพลงสวนฯระลึก ...[พี่มานพเดาไว้ได้ถูกต้องว่าประมาณ ๓-๔ เพลงก่อนวางสายโทรศัพท์ไป]... ๓ เพลงแรกอยู่ในอัลบั๊มนี้ครับ:


จัดทำโดย คณะกรรมการ ประชาสัมพันธ์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
Producer คือ คุณสุวัฒน์ เทียมหงษ์
Mixer คือ คุณพงษ์ธาดา ณ ลำพูน OSK91 (แมง ศรีสยาม)
บันทึกเสียงโดย สมาชิกจากวง Bangkok Symphony Orchestra
ปกออกแบบโดย ภาสกร น้ำดอกไม้ OSK110
ประกอบด้วยเพลง 14 เพลง .... ให้เกียรติขับร้องโดยพี่กุ้ง ๓ เพลง:

1) หอมกลิ่นกุหลาบ
คำร้อง-ทำนอง มงคล อมาตยกุล SK2478?
เรียบเรียง ตระกูล บุญสร้าง
ขับร้อง กิตติคุณ เชียรสงค์ OSK88/89, ไพจิตร อักษรณรงค์

2) วันสมานมิตร
คำร้อง-ทำนอง อ.ทวี ชัยเจริญ
เรียบเรียง สุวัฒน์ เทียมหงษ์
ขับร้อง กิตติคุณ เชียรสงค์ OSK88/89

3) วันดอกกุหลาบ
คำร้อง บรรยงค์ เสนาลักษณ์ (เทิ่ง สติเฟื่อง) OSK69?
ทำนอง ใหญ่ นภายน
เรียบเรียง กิติคุณ สดประเสริฐ
ขับร้อง กิตติคุณ เชียรสงค์ OSK88/89

...........
และล่าสุด 4) เพลงสวนฯ ระลึก
คำร้อง: เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
ทำนอง: OSK นายพายัพ ดวงพัสตรา
มิกซ์ดาวน์: มงคลพัฒน์ ทองเรือง OSK91
ดูแลการบันทึกเสียง: กิรติ พรหมสาขาฯ หรือ เขียว คาราบาว OSK83/84
ขับร้อง กิตติคุณ เชียรสงค์ OSK88/89

.......................

สุดท้าย ผมต้องขออภัยที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพของพี่กุ้งได้ เนื่องจากติดภารกิจใน ตจว ที่ไม่สามารถเลื่อนได้ Sad

.......................





เผยลางร้าย 'กุ้ง' พลิกดูรูป 'จรัล' [30 ก.ย. 50 - 03:42]

กรณีวงการเพลงเมืองไทยต้องสูญเสีย กุ้ง-กิตติคุณ หรือนายกิตติคุณ เชียรสงค์ อายุ 50 ปี นักร้องหนวดงามไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังขับรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ แบบแวน รุ่น 940 ESTATE สีเทาดำ ทะเบียน 1 อ-6611 กรุงเทพมหานคร เสียหลักตกถนนพุ่งชนต้นไม้รถพังยับ เหล็กหลังคารถยุบกระแทกศีรษะกุ้ง-กิตติคุณ อย่างแรงจนกะโหลกเปิดเสียชีวิตพร้อมนายวิริยะ อาลีอิสเฮาะ เพื่อนนักดนตรีรุ่นน้อง ที่นั่งคู่เบาะหน้า เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน ระหว่าง กม.ที่ 265-266 หมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เมื่อบ่ายวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นสงสัยกุ้ง-กิตติคุณ ขับรถหลับในเพราะเพิ่งเดินทางกลับจากเล่นคอนเสิร์ตที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจะเดินทางไปเล่นดนตรีต่อที่ร้านอาหารของตัวเองที่ จ.เชียงใหม่นั้น



ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ย.2550 นางภัทรพร เชียรสงค์ อายุ 40 ปี น.ส.พริมา เชียรสงค์ อายุ 18 ปี และ ด.ญ.ณัฐณิชา เชียรสงค์ อายุ 14 ปี ภรรยาและลูกสาว พร้อมญาติรวม 7 คน เดินทางไปที่ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ ติดต่อขอรับศพกุ้ง-กิตติคุณ ภายหลังตรวจ สอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้พานางภัทรพร พร้อมลูกสาวและญาติเข้าไปในห้องเก็บศพ ทันทีที่เห็นศพ นางภัทรพรกับลูกสาวโผเข้ากอดศพร่ำไห้ด้วยความเสียใจอยู่นานราว 10 นาที สร้างความสลดใจให้กับผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ขอให้ญาติทั้งหมดออกจากห้องเก็บศพ เพื่อที่จะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้าให้กับศพของกุ้ง-กิตติคุณ แล้วนำศพใส่โลงสีขาวก่อนนำขึ้นรถตู้ ของร้านฮะหลีหีบศพ เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยมีแฟนเพลงชาย-หญิงนับร้อยคนมาเฝ้ารอดูศพ พร้อมให้ กำลังใจนางภัทรพรและครอบครัวแน่นขนัด แฟนเพลงหลายคนพากันร่ำไห้น้ำตานองหน้าไปตามๆกัน เพราะเสียใจต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนักร้องในดวงใจ



หลังคลายความเศร้าโศก นางภัทรพรเผยทั้งน้ำตาว่า แต่งงานอยู่กินกับกุ้ง-กิตติคุณ มานาน 19 ปี มี ลูกสาวด้วยกัน 2 คน โดยคนโต นางสาวพริมา เชียรสงค์ อายุ 18 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ส่วนคนเล็ก เด็กหญิงณัฐณิชา เชียรสงค์ อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ลูกทั้ง 2 คนร้องไห้เสียใจตลอดเวลา เพราะยังทำใจไม่ได้ เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน สามีนำภาพถ่ายของ “จรัล มโนเพ็ชร” ศิลปินโฟล์กซองคำเมืองที่สามีให้ความเคารพนับถือมาก และที่ล่วงลับไปแล้ว ออกมาดูแล้ววางตั้งไว้ในห้องนั่งเล่น และก่อนออกจากบ้าน สามียังได้เก็บกวาดบ้านด้วยตัวเองทั้งนอกบ้านและในบ้านจนสะอาดเรียบร้อย เหมือนเป็นลางร้ายบอกเหตุ

ภรรยานักร้องหนวดงาม กล่าวอีกว่า เหตุที่สามีต้องเดินทางไป จ.เชียงใหม่ เนื่องจากเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา กุ้ง-กิตติคุณทำธุรกิจเปิดร้านอาหารชื่อร้าน“คันทรี่ ฮัท” อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ จึงต้องเดินทางขึ้นลงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เป็นประจำเกือบทุกสัปดาห์ เพื่อไปดูแลธุรกิจร้านอาหาร และร้องเพลงให้แขกฟัง ที่สำคัญการเดินทางไปครั้งนี้ก็เพื่อฉลองครบรอบ 1 ปีของการเปิดร้านด้วย ปกติสามีจะนั่งเครื่องบินไป ยกเว้นตั๋วเต็มถึงขับรถยนต์ไป แต่คราวนี้พอดีเพิ่งมีอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่ จ.ภูเก็ต สามีเห็นข่าวแล้วกลัว จึงขับรถยนต์ไปเอง จนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในที่สุด ต้องขอขอบคุณแฟนเพลงที่ให้ความห่วงใย สอบถามรายละเอียดต่างๆ ส่วนศพของกุ้ง-กิตติคุณ จะตั้งสวดพระอภิธรรมที่ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยาราม และจะทำการฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 6 ต.ค. เวลา 16.00 น.

ทางด้าน ร.ต.ท.กฤช ทรัพย์แสง ร้อยเวร สภ.อ. บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เจ้าของคดี กล่าวว่า คดีของกุ้ง-กิตติคุณ นั้นตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆแล้วถือว่าเป็นกรณีอุบัติเหตุ ไม่ใช่เป็นการฆาตกรรมแต่อย่างใด จึงดำเนินการเป็นคดีอุบัติเหตุไป ในส่วนของบริษัทประกันภัย ตอนนี้ยังไม่มีการติดต่อขอทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด







ต่อมาเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในพิธีรดน้ำศพของ ''กุ้ง'' กิตติคุณ เชียรสงค์ ที่ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยาราม มีครอบครัวและญาติของกุ้ง ประกอบด้วยนางสุดจิต เชียรสงค์ มารดาของนักร้องชื่อดัง ''แหม่ม'' นางภัทรพร เชียรสงค์ ภรรยา นางสาวพริมา-เด็กหญิงณัฐณิชา เชียรสงค์ ลูกสาว และ ''ไก่-กุลวดี'', ''กบ-นพพร'', ''แก้ว'' อนันต์ญา เชียรสงค์ น้องสาว และน้องชายของนักร้องเสียงนุ่มหนวดงาม รวมทั้งเพื่อนพ้องทั้งในและนอกวงการเดินทางไปร่วมไว้อาลัยให้กับการจากไปของนักร้องคนดังเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะอดีตศิลปินจากค่ายนิธิทัศน์ โปรโมรชั่น โดย วิเชียร อัศววิเศษศิวะกุล ประธานบริษัทนิธิทัศน์โปรโมชั่น จำกัด เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพวันแรก ขณะที่เพื่อนศิลปินที่มาในวันนี้ อาทิ ภูสมิง หน่อสวรรค์, ''จุ๋ง'' ดาวใจ ไพจิตร, ''อิ๋ว'' เพ็ญโพยม เรืองโรจน์, วิสา คัญทัพ, ''ก้อย'' พรพิมล ธรรมสาร, ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล, ไพจิตร อักษรณรงค์, จิรวุฒิ กาญจนะผลิน, เพื่อนร่วมวง เดอะ เรดิโอ, เพื่อนร่วมรุ่นจาก ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีพวงหรีดจากบุคคลวงการบันเทิงร่วมอาลัย อาทิ วินัย พันธุรักษ์, อ.พนม ปีย์เจริญ, สุชาติ ชวางกูร, ครอบครัว วรรธนะสิน, มูลนิธิการดนตรีแห่งประเทศไทย, สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยฯ ฯลฯ

นางภัทรพรยังเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ทุกคนในบ้านอยู่ในภาวะช็อก ทำอะไรไม่ถูก ทุกคนเสียใจร้องไห้น้ำตาไหลพราก เพราะคิดไม่ถึงว่าพี่กุ้งจะมาพบจุดจบกะทันหันหลังแต่งงานกันมานาน 19 ปี มีบุตรสาว 2 คน พร้อมเผยถึงลางสังหรณ์ก่อนสามีเสียชีวิตด้วย ว่า 2-3 วันก่อน ''กุ้ง-กิตติคุณ'' ได้นำภาพถ่ายของศิลปินล้านนา จรัล มโนเพ็ชร ซึ่งเสียชีวิตตอนอายุ 51 ปี ออกมาดู แล้วตั้งไว้ในห้องนั่งเล่น และเก็บกวาดบ้านด้วยตนเอง ก่อนเดินทางออกจากบ้านครั้งนี้


''ส่วนใหญ่พี่กุ้งจะนั่งเครื่องบินไป ยกเว้นว่าตั๋วเต็ม จึงจะขับรถไป คราวนี้พอดีเพิ่งมีข่าวอุบัติเหตุสายการบินวันทูโกประสบอุบัติเหตุลื่นไถลออกนอกรันเวย์ที่ภูเก็ต มีคนตายหลายสิบศพ เห็นข่าวแล้วก็กลัว เลยไม่อยากขึ้นเครื่องบิน จึงขับรถไปเองจนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ปกติพี่กุ้งจะขับรถเอง เพราะเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เคยนั่งรถตู้แล้วเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นมาพี่กุ้งก็เลยเข็ด ไม่ไว้ใจคนอื่นขับให้ ไปไหนมาไหนก็จะขับรถเอง ไม่เคยมีอุบัติเหตุใดๆ เพราะพี่กุ้งขับรถดี ไม่เคยหลับใน"


"ทุกวันศุกร์พี่กุ้งเขาจะเดินทางไปที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อไปดูแลร้านอาหาร คันทรี่ฮัท และก็ใช้เส้นทางนี้ทุกครั้ง ก่อนออกเดินทางไปเมื่อวานนี้ พี่กุ้งเขาล่ำลาพี่กับลูกๆ ไม่คิดเลยว่า จะเป็นการลากันครั้งสุดท้าย ไม่คิดว่าเช้าเมื่อวานจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้อยู่กับสามี ตอนบ่ายสามโมงเมื่อวานมีคนโทร.มาบอกว่าพี่กุ้งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว"


"ได้ยินครั้งแรกทำอะไรไม่ถูกเลย ไม่เชื่อว่าที่ได้ยินเป็นเรื่องจริง พี่เลยรีบโทร.เข้ามือถือพี่กุ้ง ก็ติดต่อไม่ได้ จนได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าพี่เขาเสียชีวิตแล้ว ก็ร้องไห้ออกมาไม่หยุดเลย เพราะเสียใจมาก และไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าของเรา และลูกๆ จะเดินไปอย่างไร พี่กุ้งเป็นคนรักครอบครัวมาก ดูแลพี่และลูกๆ อย่างดีมาตลอดค่ะ ไม่มีเขาวันนี้ก็ไม่รู้ว่าชีวิตเราจะเป็นอย่างไร"


"ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน พี่กุ้งเขาเอาภาพถ่ายของ จรัล มโนเพ็ชร ออกมาดูแล้ววางตั้งไว้ในห้องนั่งเล่น ก่อนที่เขาจะออกจากบ้านเมื่อเช้าวันเกิดเหตุ พี่กุ้งเขาก็เก็บกวาดบ้านด้วยตัวเองทั้งนอกบ้านในบ้านเลยเหมือนกับเป็นลางบอกเหตุ'' ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ''กุ้ง-กิตติคุณ'' กล่าว พร้อมกับสะอื้นไห้ตลอดเวลาที่ให้สัมภาษณ์


นางสุดจิต เชียรสงค์ อายุ 75 ปี มารดา ''กุ้ง'' กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ''ใจหายมากๆ ตอนรู้ข่าว เพราะอยู่ดีๆ ก็ไปเลย ทั้งที่ไม่ได้ป่วย เมื่อคืนแม่นอนไม่หลับ ร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นข่าวกุ้ง แม่บรรยายไม่ออกเลยตอนนี้ ว่าคนเสียลูกรู้สึกอย่างไร เสียใจขนาดไหน คนที่มีลูกเท่านั้นถึงจะรู้ถึงความรู้สึกตรงนี้ได้ เพราะว่าลูกเกิดออกมา เราก็รักเขา หอมเท้า หอมก้นเขามาจนโต วันหนึ่งต้องมาเสียเขาไป มันสุดที่จะบรรยาย"


"แม่ได้คุยกับกุ้งตอนเที่ยงก่อนเกิดเหตุ ถามว่ากุ้งอยู่ไหนตอนนี้ กุ้งเขาบอกว่า กำลังจอดรถเติมแก๊สอยู่ที่ปั๊ม ในจ.นครสวรรค์ ที่แม่โทร.ไปเพราะว่าจะบอกว่าป้าสะใภ้ของกุ้งป่วยหนัก อยู่ห้องไอซียูที่พังงา ไม่รู้จะอยู่อีกนานแค่ไหน ถ้าว่างจะให้พาแม่ไปดูใจเขา กุ้งเขาก็รับปากว่าอีก 2-3 วันจะไปหาแม่ แล้วพาไปพังงา แม่ว่าการเสียกุ้งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ เพราะว่าเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา เพิ่งจะทำบุญครบรอบ 2 ปี ที่พ่อกุ้งเขาเสียไป แล้วกุ้งก็มาเสียในเดือนเดียวกัน''


ด้านน้องสาว ''แก้ว '' อนันต์ญา เชียรสงค์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วตนกับ ''กุ้ง '' สนิทกันมาก ถึงแม้ว่าตนจะเป็นน้องสาวคนสุดท้องก็ตาม ช่วงชีวิตพี่กุ้งก็คอยดูแลตนอย่างดี พอรู้ว่าข่าวก็ช็อกไปทันที


''พี่กุ้งเป็นคนใจดีมาก ตอนรู้ข่าวครั้งแรกญาติโทร.มาบอก รู้สึกสั่นไปทั้งตัว ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยหาเบอร์ตำรวจนครสวรรค์ เพื่อถามความจริงอีกครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อใครได้ จนญาติที่รู้ข่าวโทร.มาบอก ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ พี่กุ้งเป็นคนแข็งแรง เคยป่วยเป็นโรคงูสวัสดิ์แค่หนเดียว นานมาแล้ว แล้วก็ไม่ป่วยอีกเลย"


"ก่อนหน้านี้ 3 ก่อนเกิดเหตุ ฝันว่านิ้วเท้าข้างซ้ายขาด แต่เลือดไม่ออก ซึ่งตอนนั้นไปเที่ยวหัวหินกับเพื่อน แต่ไม่กล้าโทร.มาบอกแม่ ถามว่าเชื่อไหมว่าเป็นลางบอกเหตุร้าย ตอนแรกไม่คิดนะ แต่รอดูเหตุการณ์ก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะว่าป้าที่ใต้ก็กำลังป่วยหนัก คิดถึงทางโน้นมากกว่า ไม่คิดว่าเป็นพี่เรา นานๆ ทีถึงจะฝันแบบนี้ อย่างเมื่อก่อนฝันว่าตัวเองฟันหลุด พอรุ่งขึ้นเพื่อนที่รักกัน ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แม่พี่เมื่อคืนก็นั่งรอพี่กุ้ง เพราะว่าเขาสัญญาว่าจะมา เลยนั่งมองหน้าต่าง เผื่อลูกจะมาหาเกือบทั้งคืน แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และก็ไม่มีใครฝันเห็นพี่กุ้งด้วย''


วิเชียร อัศววิเศษศิวะกุล ประธานบริษัท นิธิทัศน์ฯ เปิดเผยว่า เพิ่งทราบข่าวการเสียชีวิตของ ''กุ้ง-กิตติคุณ'' เมื่อบ่ายวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาจากข่าวทางวิทยุ จส.100 ซึ่งทางบ.นิธิทัศน์ฯ ยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ส่วนเรื่องคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมไว้อาลัย ''กุ้ง-กิตติคุณ'' คงมีเร็วๆ นี้


'ด้วยความเสียใจนะครับ เราก็ยินดีให้ความช่วยเหลือเขาเต็มที่ ซึ่งเราก็บอกกับหลานๆ คือลูกสาวของคุณกุ้งทั้งสองคนว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องการศึกษา ลุงวิเชียรจะส่งเสียดูแลให้เต็มที่ ลูกๆ ผมตอนนี้ที่ทำงานแทนอยู่ 3 คนเขารักลูกคุณกุ้งเหมือนน้องสาวอยู่แล้ว สำหรับเรื่องงานไว้อาลัยคุณกุ้งก็คงตามมาครับ เพราะเพื่อนๆ ศิลปินคงอยากจะทำให้'' บอสใหญ่นิธิทัศน์ฯ กล่าว


จากนั้น วิเชียร อัศววิเศษศิวะกุล ยังกล่าวแสดงความเสียใจกับการจากไปของ ''กุ้ง-กิตติคุณ'' โดยบอสใหญ่นิธิทัศน์กล่าวว่า ''ก็เสียดายครับกับการที่วงการเพลงบ้านเราต้องเสียนักร้องอย่างคุณกุ้ง เพราะเขาเป็นนักร้องที่มีความสามารถและที่สำคัญคือการเป็นศิลปินที่มีอุปนิสัย อัธยาศัยที่เอื้อเฟื้อ เป็นที่รักของคนในวงการและแฟนเพลงทั่วประเทศ ซึ่งแฟนเพลงจะรักใคร่คุณก้งเยอะมาก และคุณกุ้งก็เป็นนักร้องนักดนตรีที่มากความสามารถ"


"เล่นเครื่องดนตรีเอง ร้องเอง เป็นนักร้องที่ร้องเพลงไทย เพลงลูกทุ่งมีอักขระชัดเจน ร้องเพลงสากลสำเนียงฝรั่งคนก็ยอมรับ เพราะเขาจบปริญญาโทจากอเมริกา ดังนั้นภาษาอังกฤษเขาจะดีมาก ที่สำคัญคือเขาเริ่มต้นมาจากการเล่นโฟล์กซอง การใช้ภาษาอังกฤษกับดนตรีของเขานี่ผมว่าในเมืองไทยหาตัวจับยาก ฉะนั้นการสูญเสียครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นความน่าเสียดายอย่างยิ่งของวงการดนตรีในบ้านเรา''


ปกติ่ง เหมะจันทร์ รุ่นน้องที่เคยเป็นแบ็กอัพให้กับ ''กุ้ง'' หนึ่งในสมาชิกของวง ''เดอะ เรดิโอ'' เปิดเผยว่า ตนเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่ ''กุ้ง'' จะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต


''วันนั้นผมคุยกับพี่กุ้งเรื่องงานว่า ตอนนั้นเวลาบ่ายโมง พี่กุ้งก็บอกว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันอีก 2 วันจะไปหา เพราะว่าตอนนี้ขับรถอยู่แถวนครสวรรค์ แล้วฝนก็ตกหนักด้วย ผมก็ถามว่านัดเอารูปเก่าตามงาน เมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว ทำไมไม่มาเอา พี่กุ้งเขาบอกว่าพี่เหนื่อยมาก ก็เลยนอนพักผ่อน ผมก็วางสาย แล้วพอบ่ายสามโทร.ไปหาพี่เขาอีกที พี่เขาก็ไม่รับสายแล้ว แต่มีเสียงเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับสายแทน บอกว่าพี่กุ้งประสบอุบัติเหตุ กำลังนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที ทางตำรวจโทร.กลับมาถามว่าเป็นอะไรกับกุ้ง ตอนนี้เขาเสียชีวิตแล้ว ผมช็อกเลย เพราะเพิ่งคุยกันชั่วโมงกว่า เมื่อก่อนผมกับพี่กุ้งไปทัวร์คอนเสิร์ตเขาขับรถชัวร์มาก เป็นคนที่ไม่ประมาท เช็กสภาพรถ และสภาพร่างกายก่อนเดินทางไกลตลอด ผมเลยถามเจ้าหน้าที่ว่าที่เกิดเหตุเป็นยังไง ทางเจ้าหน้าบอกว่า ไม่มีรอยรถตัดหน้า มีแต่รอยรถไถล ชนต้นไม้ ถ้าคิดอีกมุมก็มีโอกาสเป็นได้ว่ามีสิ่งที่เรามองไม่เห็นตัดหน้า เพราะรถไม่หน้าจะแฉลบออกไปโดยที่ไม่มีสาเหตุอะไร''


ไพเวศ วงศ์ธนบัติ อดีตสมาชิกวงรอยัลสไปรท์เปิดเผยว่า ในอดีตมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ''กุ้ง'' มาก พอรู้ว่านักร้องหนุ่มเสียชีวิตก็ตกใจ และยังไม่อยากเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


''ย้อนไปสมัยนิธิทัศน์ฯ ช่วงท้ายผมเป็นผู้ควบคุมวง ไปแสดงคอนเสิร์ตทั่วประเทศ โดยเท่าที่ได้สัมผัสแล้ว ใครที่ไม่รู้จักกับกุ้ง จะคิดว่าเขาเป็นคนที่ถือตัว แต่จริงๆ เขาอัธยาศัยดี รับผิดชอบการงาน เป็นคนจริงจัง แต่ช่วงหลังจากนิธิทัศน์ฯ แยกกันแล้ว ก็ไม่ค่อยเจอกัน รู้สึกเสียใจมากกับการจากไปของเขา เขาเป็นคนเก่ง ไม่น่าจากไปเร็วอย่างนี้''


ชัยนันต์ สุวรรณโชติ เพื่อน ''กุ้ง'' ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ที่โรงเรียนปากพนัง กล่าวว่าตอนรู้ข่าวไม่คิดว่า ''กุ้ง-กิตติคุณ'' เพราะไม่กี่วันยังเอารูปเขามาดูอยู่เลย และกำลังจะโทร.นัดมาสังสรรค์ แต่เห็นงานยุ่ง เลยคิดว่าจะเอาไว้ติดต่อโอกาสหน้า''


''เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก พอรู้ข่าวก็ช็อกเลยนะ จริงๆ กะจะนัดเขามาสังสรรค์ แต่คิดว่ากุ้งคงไม่สะดวก เอาไว้ค่อยนัดอีกที เสียใจมาก เพราะเป็นเพื่อนเล่นและโตด้วยกันมาสมัยเด็กก็กอดคอเตะบอลกันจนโต''


''ก้อย'' พรพิมล ธรรมสาร นักร้องสาวรุ่นน้อง ที่มีความสนิทสนมกันมานาน ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักร้องร่วมค่ายนิธิทัศน์ โปรโมชั่น ยอมรับว่า การเสียชีวิตของ ''กุ้ง '' ทำให้ตนรู้สึกเครียดมาก ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกว่ารวดเร็วเกินไป


''ก้อยรู้จักสนิทสนมพี่กุ้งมาสิบกว่าปีค่ะ เวลามีงานต่างฝ่ายก็ต่างช่วยเหลือกันตลอดเวลา ไม่เคยทอดทิ้งกันเลย พี่กุ้งเป็นนักร้องมากคุณภาพ เป็นแฟมิลี่แมนมากๆ นอกจากครอบครัวของพี่เขาจะสูญเสียผู้นำที่ดีของครอบครัวเขาแล้ว วงการเพลงของเมืองไทย ยังสูญเสียทรัพยากรอันทรงคุณค่าไปอีกด้วย ในส่วนของก้อยตอนนี้ ก็พยายามให้กำลังใจครอบครัวของพี่กุ้ง โดยเฉพาะภรรยาและลูกสาวของพี่กุ้ง อยากให้เขาเข้มแข็ง และสู้กันต่อไปหลังจากนี้ ก้อยคนหนึ่งที่จะไม่ทิ้งพวกเขาอย่างแน่นอนค่ะ ช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าพี่เขาจากไปเร็ว เคยออกอัลบั้มซูเปอร์ฮิตร่วมกัน เดินสายเล่นคอนเสิร์ตตลอดตอนเป็นนักร้อง เวลาเขาจะขึ้นเวทีต้องหอมแก้มภรรยาตลอด พี่ยังอิจฉาเลย แล้วคิดว่าถ้าเป็นไปได้ อยากมีแฟนแบบพี่กุ้ง เพราะสิบปีเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม วันจันทร์ที่จะถึงอาจจะมีการนัดเพื่อน เพื่อคุยเรื่องจัดคอนเสิร์ตรำลึกพี่กุ้ง''


วิสา คัญทัพ นักร้องผู้มากความสามารถ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่คุ้นเคยกับ ''กุ้ง- กิตติคุณ'' บ่นเสียดาย ที่คนดีๆ มาจากไป และแสดงความอาลัยกับการสูญเสีย''กุ้ง- กิตติคุณ'' ในครั้งนี้


''เพิ่งเจอกันเมื่อเดือนสิงหาคม ส่วนใหญ่คือไปร้องเพลงกับ ''จุ๋ง-ไพจิตร'' แล้วเจอกันที่งานกำแพงเพชร แล้วก็ไม่ได้เจอกันเลย จนมารู้ข่าวว่าเสียชีวิตก็ตกใจ พี่กุ้งจริงๆ แล้วเป็นคนที่ขับรถดีมาก ไม่มั่นใจ หรือไม่เต็มร้อยก็จะไม่ขับเด็ดขาด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ใจหาย ส่วนต่อนี้ก็ยังไม่ฝันเห็นเขานะ ไม่แน่อาจจะวันหรือสองวันนี้อาจจะมาหาก็ได้ เพราะว่าคนตายแล้วส่วนใหญ่วันแรกยังไม่รู้ตัว สำหรับนิสัยใจคอ กุ้งเป็นคนอัธยาศัยดี ร้องเพลงมีคุณภาพ เสียดายที่คนดีๆ ต้องจากไปเร็วอย่างนี้''


ภูสมิง หน่อสวรรค์ นักร้องผู้มีพลังทางดนตรีอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่กุ้งสนิทสนม เผยอย่างสุดอาลัยว่า ''กุ้ง-กิตติคุณ'' เป็นสุดยอดของนักร้อง การจากไปในครั้งถือเป็นการสุญเสียบุคลากรทางดนตรี


''ก่อนหน้านี้ยังคุยกันอยู่เลยครับว่าจะร่วมกันจัดคอนเสิร์ตมีผมพี่กุ้ง และชรัส เฟื่องอารมย์ แต่ครั้งสุดท้ายที่เจอกัน พี่กุ้งเอารูปพี่จรัลมาตั้งโชว์ไว้ที่ร้าน ที่จริงวันที่เกิดเหตุผมจะต้องเดินทางไปเชียงใหม่ด้วย แต่ว่าผมติดธุระ ผมคิดว่าหากผมไปด้วยบางทีอาจจะไม่เกิดเรื่องก็ได้ เพราะพวกเขาต้องรอผมอาจจะไปช้ากว่านั้นนิดนึง ทัศนวิสัยอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น เสียดายมากๆ ครับ จะหานักร้องที่เป็นแบบพี่เขาอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว ที่จะสามารถร้องเพลงหลากหลายแนวได้ในคนเดียวกัน ทั้งเพลงสากล เพลงโฟล์ก เขาเป็นคนเก่ง และเป็นคนดี วันนั้นที่ทราบข่าวงงมาก งงจริงๆ การจากไปครั้งนี้ก็คือว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งของวงการเพลงเลยครับ''


''อิ๋ว'' เพ็ญโพยม เรืองโรจน์ นักร้องสาวชื่อดังในอดีต และเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งกุ้งรักเหมือนน้องในไส้ เผยไม่คิดว่ากุ้งจะมาจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้


''รู้สึกเสียใจ ที่วันที่เจอกับพี่กุ้งครั้งสุดท้ายไม่ได้เข้าไปพูดคุยกับเขา คือก่อนหน้านี้ เราไปร้องเพลงในคอนเสิร์ตหนึ่ง ไม่ได้คุยกันเลย เพราะตอนพี่กุ้งขึ้นร้อง อิ๋วก็ลงพอดี เลยไม่ได้ทักทายกัน ยังเสียใจถึงทุกวันนี้นะ ไม่คิดว่าจะเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอเขา การที่พี่กุ้งจากไปถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการเพลง เพราะหายากมากๆ นักร้องที่สุภาพ เป็นนักร้องที่มีสไตล์ของตัวเอง หล่อเนี้ยบ ร้องลูกทุ่งก็เพราะ คือร้องเพลงเก่งทุกแนวจริงๆ''


''จุ๋ง'' ดาวใจ ไพจิตร นักร้องชื่อดัง ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่นับถือกุ้งดุจพี่ชาย เผยว่า เจอครั้งสุดท้ายไม่กี่วันที่ผ่านมา เหมือนมีลางสังหรณ์!


''จะว่าเป็นลางหรือเปล่าก็ไม่เชิง เพราะคือในวันที่เล่นคอนเสิร์ตด้วยกัน ปกติแล้วตามคิวแล้วพี่จุ๋งต้องออกร้องก่อนทุกครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่พี่กุ้งจะไปร้องก่อน แต่ในวันนั้นไม่รู้นึกอะไรพี่กุ้งถึงบอกว่าขอร้องก่อน ซึ่งในความรู้สึกเราก็เป็นอะไรที่แปลกนะ แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก''


''เต๋า-ชัยยันต์'' หรือ เต๋า อโซน่า ผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการเพลงมานานนับสิบๆ ปี และเป็นคนที่ชักชวนกุ้งมาร้องเพลงเก่า และสร้างเอกลักษณ์ ''ชายหนวดงาม'' ให้กับ ''กุ้ง-กิตติคุณ'' เผยว่าการสูญเสียกุ้งในครั้งนี้ ยิ่งกว่าการสูญเสียราชินีเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์เสียอีก


การสูญเสีย ''กุ้ง-กิตติคุณ'' หนนี้ผมว่ามันยิ่งกว่าครั้งพุ่มพวงซะอีกนะ เพราะกุ้งเค้าจากไปอย่างกะทันหัน แต่สำหรับผึ้งนั้นเรายังได้ดูใจกันบ้างตอนที่เค้าป่วย แต่อย่างไรก็ตามศาลา 10 ที่วัดมกุฏกษัตริยารามนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรอบ 14 ปีที่ได้มีโอกาสต้อนรับนักร้องชื่อดังอีกครั้ง คนล่าสุดก็คือพุ่มพวงนั่นเอง ตอนที่ได้ยินข่าวนั้นผมยังไม่เชื่อนะว่าจะเป็นกุ้งที่เสีย เพราะเค้าขับรถเก่ง ไม่มีหลับในแน่นอน แต่ทั้งนี้ผมเชื่อว่าการตายหนนี้น่าจะมาจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการเผลอคิดเรื่องบางอย่างจนทำให้ขาดสติไปช่วงหนึ่งก็อาจเป็นไปได้"

"ในส่วนของการร่วมงานนั้นเราก็ร่วมงานกันตั้งแต่อยู่ที่อโซน่ายุคแรกเริ่ม ตอนนั้นเราเห็นว่าเค้ามีความสามารถเรื่องเสียงร้องเลยชวนมาร้องเพลงเก่าจนหลายคนให้การยอมรับว่า กุ้งเป็นคนที่ถ่ายทอดเพลงยุคเก่าได้ดีที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น จนส่งผลให้เพลง เดือนต่ำดาวตก ของอิงอร ได้รับความนิยมมากๆ ประกอบกับแนวเพลงคันทรีของเค้าก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน และเป็นที่อโซน่านี่เองที่เป็นจุดเริ่มให้กุ้งไว้หนวดจนเป็นเอกลักษณ์สุภาพบุรุษหนวดงามจนทุกวันนี้''

ต่อมาเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ของวัดได้ทำการบรรจุศพของ กุ้ง-กิตติคุณ ลงโลง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของคนในครอบครัว รวมถึงญาติและมิตรสหาย ก่อนที่พากันมาวางเหรียญเพื่อเป็นการร่ำลา จากนั้นได้มีการจัดแต่งรอบๆ บริเวณด้วยดอกไม้กล้วยไม้สีขาว และได้มีพิธีสวดพระอภิธรรมในเวลา 19.00 น.

นางภัทรพร ภรรยาเผยด้วยสีหน้าที่เศร้าสลดถึงพิธีการบำเพ็ญกุศลศพว่า กำหนดการจะมีการสวดพระอภิธรรม 7 วัน มีกำหนดเผาในวันเสาร์ที่ 6 ต.ค. เวลา 14.00 น. ซึ่งตอนนี้ หญิง-ทิพย์วรรณ และทางศาลาเฉลิมกรุง กำลังทำเรื่องขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ วันนี้รู้สึกดีใจแทนสามี ที่มีเพื่อนๆ ศิลปินมาร่วมไว้อาลัยกันเยอะ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนที่นั่งลูบร่างสามีได้กล่าวอะไรไปบ้าง นางภัทรพร กล่าวว่า บอกให้พี่กุ้งหลับให้สบาย ไม่ต้องเป็นห่วงแหม่มและลูกๆ พี่กุ้งเป็นคนที่ให้ทุกอย่างกับครอบครัว ไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่พี่กุ้งจะดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี นางภัทรพร กล่าวทั้งน้ำตา ก่อนจะขอยุติการให้สัมภาษณ์เพราะไม่สามารถเก็บกลั้นความเสียใจไว้ได้

ด้าน น.ส.ณัฐนิชา เชียรสงค์ บุตรสาวคนโตวัย 17 ปี เผยความรู้สึกทั้งน้ำตาว่า ต่อไปนี้จะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น และจะช่วยแม่ดูแลน้องสาวคนเล็ก ต้องทำตัวให้เข้มแข็งเป็นเสาให้แม่กับน้องสาว

นางสุดจิต เชียรสงค์ วัย 76 ปี มารดาของ กุ้ง-กิตติคุณ กล่าวว่า ตอนที่ทราบข่าวรู้สึกงง เพราะช่วงก่อนเกิดเหตุแม่ได้โทร.คุยกับกุ้งในตอนเที่ยง กุ้งบอกว่ากำลังจะไปที่ร้านที่เชียงใหม่ ตอนนี้แวะเติมแก๊สอยู่ที่นครสวรรค์ กุ้งเขายังบอกว่าช่วงนี้ยุ่ง ไม่ได้ไปหาแม่หลายวัน เอาไว้อีก 2-3 วันจะไปหาแม่ จากนั้นช่วงบ่าย 3 กว่าๆ ก็มีเพื่อนบ้านมาชะเง้อมองแต่ไม่กล้าบอก จนกระทั่งมีหลานสาวมาบอกว่า กุ้งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว แม่ก็เผื่อใจคิดว่าเค้าคงจำคนผิด เลยถามหลานว่าเกิดเหตุที่ไหน หลานสาวบอกว่าที่นครสวรรค์ เท่านั้นล่ะ ใจก็ตื้อไปเลย และมีเพื่อนบ้านมาแสดงความเสียใจ บอกให้ทำใจดีๆ เอาไว้ ยืนยันว่าเป็นข่าวจริง

คนที่ไม่เคยมีลูก และไม่เคยสูญเสียคงจะไม่รู้สึกถึงใจของคนเป็นแม่ ลูกเรารักของเราดั่งดวงใจ แม้เท้าของเขาเรายังหอมได้จูบได้ เมื่อลูกเสียไปอย่างนี้ เราก็ต้องทำใจถือว่าเป็นธรรมชาติ เขาไปเร็วเขาไม่ทรมาน ถึงคนข้างหลังจะยังทำใจไม่ได้ แต่กุ้งเขาไปเขาไม่ทรมาน ถ้าเขายังอยู่อีก 4-5 วัน เขาจะทรมานกว่านี้ เราเองที่จะทนไม่ได้ นางสุดจิต กล่าว

ด้าน หญิง-ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล กล่าวว่า ช็อกมากตอนที่ทราบข่าว เพราะเคยคุยกับกุ้งตอนที่ไปโชว์งานเดียวกันที่สุราษฎร์ฯ เรายังเตือนให้เขาระวังในเรื่องขับรถ ยิ่งโดยเฉพาะเขาเป็นคนที่ชอบเดินทาง ชอบขับรถเอง เตือนเขาว่าถ้าฝนฟ้าตกให้พักรถ เขายังบอกว่าผมสบายมาก ผมง่วงน้องก็ขับ น้องง่วงผมก็ขับสลับกัน ไม่มีปัญหา บางทีผมตีรถจากใต้ไปถึงเหนือด้วยซ้ำไป

หลังจากทราบข่าววันที่เขาเกิดเหตุ เรากับพี่เต่า (ชัยยันต์ ชูตระกูล) พากันมาจองศาลาที่วัดในตอนกลางคืน น้องแหม่มภรรยาเขาทำอะไรไม่ถูกยังช็อกอยู่ ขนาดเราเองยังช็อกเลย กับกุ้งถือว่าเป็นน้องที่สนิทกันมาก เดินสายร้องเพลงด้วยกันตอนอยู่ค่าย อโซน่า กุ้งเป็นคนจิตใจดี เป็นสุภาพบุรุษมาก เป็นพ่อบ้านที่ดีหาเลี้ยงครอบครัว กุ้งเขารักลูกเขาที่สุดเลย

นางนฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศาลาเฉลิมกรุงมณีทัศน์ กล่าวว่า เท่าที่คุยกันเราเตรียมที่จะทำเรื่องขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษให้กับคุณกุ้ง เพราะคุณกุ้งทำคุณประโยชน์ให้กับวงการเพลงไว้เยอะเหมือนกัน ทั้งร้องเพลง ใกล้รุ่ง ในอัลบั้ม ธ สถิตย์ในดวงใจนิรันดร์ และร่วมทำเพลงเพื่อหาทุนสร้างตำหนักกว๊านพะเยาของสมเด็จย่า และทุกครั้งที่มางานคอนเสิร์ตเพื่อการกุศลแด่รุ่นพี่นักร้องนักแสดง คุณกุ้งเขาก็มาช่วยตลอดไม่เคยปฏิเสธ คุณกุ้งเป็นคนดี ทางเราเลยอยากให้เขาได้รับพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นเกียรติกับคุณกุ้ง-กิตติคุณ ครั้งสุดท้าย

นายวิเชียร อัศววิเศษศิวะกุล ผู้บริหารบริษัทนิธิทัศน์ โปรโมชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ในส่วนของการช่วยเหลือครอบครัวของ กุ้งกิตติคุณ ในขั้นแรกทางครอบครัวของคุณกุ้งต้องการอะไรตนช่วยเหลือเต็มที่ ตนได้บอกกับทางคุณแหม่มภรรยาของคุณกุ้งว่าในส่วนเรื่องการศึกษาของลูกสาวทั้งสองคนไม่ต้องห่วง ทางนิธิทัศน์จะช่วยดูแลและอุปการะตรงนี้ ยินดีให้ความช่วยเหลือในทุกอย่าง

ผมถือว่าคุณกุ้งเป็นเหมือนน้องชายของผมคนหนึ่ง และคุณกุ้งก็รักและนับถือผมเหมือนพี่ชาย คุณกุ้งร่วมงานกับบริษัทผมตั้งแต่ปี 2525 มาถึงวันนี้ก็ 25 ปีแล้ว ในส่วนการช่วยเหลือ เราต้องดูว่าทางครอบครัวของคุณกุ้งเดือดร้อนหรือเปล่า แต่ว่าเราคงจะมีการจัดคอนเสิร์ตเพื่อระลึกถึง ผู้บริหารบริษัทนิธิทัศน์ กล่าว

ด้าน เต่า ชัยยันต์ ชูตระกูล อดีตผู้ดูแลศิลปินของบริษัทอโซน่า โปรโมชั่น จำกัด เผยว่า รู้สึกผูกพันกับกุ้งมาก และศาลา 10 ศาลานี้เมื่อ 15 ปีที่แล้วก็เคยใช้ตั้งศพ ผึ้งพุ่มพวง ดวงจันทร์ น้องอีกคนที่รักเหมือนกัน ความผูกพันของตนกับกุ้งมีมาก เพราะทางบริษัท อโซน่า เหมือนเป็นครอบครัวแรกที่กุ้งเข้ามาทำงาน ยุคนั้นจะหานักร้องที่ร้องเพลงอมตะเพราะๆ ได้ยากมาก

สำหรับการสวดพระอภิธรรมของ ''กุ้ง'' กิตติคุณ เชียรสงค์ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-5 ต.ค. ที่ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยาราม ก่อนจะทำการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2550 เวลา 16.00 น. โดยในวันที่ 30 ก.ย.2550 วิเชียร อัศววิเศษศิวะกุล ประธานบริษัท นิธิทัศน์ โปรโมชั่น จำกัด จะเป็นประธานในการสวดอภิธรรม ส่วนสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ สวนกุหลาบฯรุ่น ๘๘ และ ๘๙ จะร่วมกันเป็นเจ้าภาพในคืนวันพุธที่ ๓ ต.ค. ๒๕๕๐

ส่วนบรรยากาศที่สถานบันเทิงชื่อดัง "คันทรี ฮัท"

เลขที่ 11 ถนนรัตนโกสินทร์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ราชาเพลงคันทรี "กุ้ง-กิตติคุณ" กับเพื่อนหลายคนร่วมหุ้นเปิดกิจการ หลังจากนักร้องหนวดงามประสบอุบัติ เหตุเสียชีวิตสร้างความตื่นตะลึงให้กับพนักงานทั่วหน้า

โดย นายโสภา กันพาณิชย์ อายุ 45 ปี พ่อครัวใหญ่ของคันทรี ฮัท กล่าวว่า

พี่กุ้งป็นเจ้านายที่รักลูกน้อง คอยดูแลทุกข์สุขเสมอ ชอบถามว่าสบายดีไหม มีปัญหาอะไร พอทุกคนรู้ข่าวพี่กุ้งเสียชีวิตถึงกับช็อกไปหมด เมื่อ 4-5 วันก่อนพี่กุ้งยังมาดูแลร้านและเพิ่งไปทำธุระในกรุงเทพฯ กระทั่งประสบอุบัติเหตุ ซึ่งร้านนี้เป็นความฝันของพี่กุ้งอยากให้แฟน ๆ มาพักผ่อนและร้องเพลงสนุกร่วมกัน แม้นับจากนี้จะไม่มี พี่กุ้งแล้วก็ตาม หุ้นส่วนยังมีมติให้เปิดบริการเหมือนเดิม พวกเราจะสานฝันของพี่กุ้งต่อไป

ด้าน ภูสมิง หน่อสวรรค์ ศิลปินคันทรี เพื่อนสนิทของ "กุ้ง-กิตติคุณ" กล่าวว่า

ตกใจมากรู้ข่าวตอนบ่าย 3 โมง ทางจส.100 ยังไม่เชื่อเลย จนเพื่อนนักข่าวโทรศัพท์มาบอกถึงยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เท่าที่ทราบกุ้งเขาจะรีบไปแสดง คอนเสิร์ตครบรอบ 1 ปี "คันทรี ฮัท" ที่เชียงใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าเพิ่งคุยกันตั้งใจจะจัดคอน เสิร์ตรำลึกความหลัง 20 ปี ในเร็ว ๆ นี้กลับมาด่วนจากไป แต่ความตั้งใจจัดคอนเสิร์ตคงไม่ล้มเลิก วันที่ 1 ต.ค. ขอหารือเพื่อนพ้องอีกครั้ง

ส่วน "จุ๋ง" ไพจิตร อักษรณรงค์ กล่าวว่า

ใจหายและช็อกที่สุดในชีวิต เพิ่งไปร้องเพลงด้วยกันที่ จ.กำแพงเพชร ไม่กี่วันนี้เองมีเพลง ขวัญ-เรียม จันทร์เจ้าขา และโอ้รัก ปกติร้องเพลงคู่กันจุ๋งจะร้องก่อนเสมอ แต่คราวนี้พี่กุ้งขอร้องก่อนบอกว่าจะรีบไปดูแลร้านที่เชียงใหม่ สุดท้ายจากไปไม่มีวันกลับส่วนตัวรู้จักและร่วมงานกับพี่กุ้งมานานกว่า 24 ปี เร็ว ๆ นี้มีโครงการจะจัดคอนเสิร์ตร่วมกันโดยมีเพื่อนศิลปินคนอื่น ๆ เช่น ชรัส เฟื่องอารมย์ ภูสมิง หน่อสวรรค์ อีกด้วย


ที่มา: http://www.thairath.com/offline.php?section=hotnews&content=62860 and http://72.14.235.104/search?q=cache:gzOqR9-KnFYJ:www.siamdara.com/hotnews/00005546.html+%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B+%22%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A5+%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%22+%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2+51+%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B9+%E0%B9%81%E0%B8%89+%22%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87%22+%E0%B8%9C%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81+%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95&hl=th&ct=clnk&cd=1&gl=th

ข่าวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม:
http://www.suan84.com/modules.php?name=News&file=article&sid=183
เดลินิวส์: เมีย ‘กุ้ง กิตติคุณ’ แฉลางมรณะ --> http://entertain.teenee.com/thaistar/12953.html and http://news.sanook.com/entertain/entertain_188420.php
ลูก-เมียร่ำไห้อาลัย รับศพกุ้ง-กิตติคุณ --> http://news.thaieasyjob.com/crime/show_news-7302-4.html
บ้านเมืองออนไลน์: เมีย-ลูกรับศพ กุ้ง ลางร้าย หยิบรูปคนตายดู --> http://www.banmuang.co.th/hotnews.asp?id=122482
ลางร้ายเอารูป "จรัล มโนเพชร" ที่ตายวัย 50/51 เช่นกันมาดู แฉ "กุ้ง" ผวาบินตก ซิ่งรถแทนจนจบชีวิต --> http://www.siamdara.com/hotnews/00005546.html
ซึงสุดท้าย จรัล มโนเพ็ชร..หนังสือที่อยากให้หยิบอ่าน --> http://www.daradaily.co.th/news_view.aspx?cat_id=15&n_id=1761
etc.

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
papabear1962
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: May 14, 2007
ตอบ: 619
รุ่นทีู่่: 98

ตอบตอบ: Sun Oct 07, 2007 3:12 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ขอให้พี่ไปสู่สุคติครับ
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว รุ่นที่ (แสดงในกระทู้)
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Oct 08, 2007 12:13 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top



News: พระราชทานเพลิง..กุ้ง กิตติคุณ..สวนฯ๘๘
ติดประกาศ Sunday 07 Oct 07@ 08:19:46 BKKLT โดย suan84.com admin



ด้วยความดีและน้ำใจที่มากมายมหาศาลของ..
"กุ้ง-กิตติคุณ เชียรสงค์" นักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น ๘๘
..จึงทำให้งานพระราชทานเพลิงศพของเขา
เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ ๖ คุลาคม ๒๕๕๐
เนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับพัน..จากทุกวงการ
และเรา..ก็ยังคงปฏิบัติภารกิจ-นำบรรยากาศงานนี้มาให้ชมเช่นเคย
ด้วยความยาว ๑๔.๓๐ นาที......เชิญคลิก --> http://www.suan84.com/modules.php?name=News&file=article&sid=184

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sun Jan 13, 2008 9:44 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เย้ยทั้งฟ้า ท้าทั้งดิน สิ้นยำเกรง

โดย ปราโมทย์ นาครทรรพ 13 มกราคม 2551 16:08 น.



ท่านผู้อ่านที่เคารพ สำหรับท่านที่มิใช่คอเพลง คงไม่ทราบว่าชื่อบทความนี้มาจากเพลงดังสมัยก่อนกึ่งพุทธกาล แต่งเนื้อโดยชาลี อินทรวิจิตร และ สัมพันธ์ อูมากูล ทำนองโดย OSK มงคล อมาตยกุล (ส.ก.7502 เข้าสวนฯปี 2478) เป็นแผ่นเสียงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2499 โดย สมสกุล ยงประยูร จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัฐ ซึ่งมีฉายาว่า “จอมเผด็จการผ้าขาวม้าแดง” โปรดปรานเพลงนี้มาก ภายหลังสุเทพ วงศ์กำแหง นำมาร้อง ทำให้ดังขึ้นไปอีกทั้งคนทั้งเพลง

เพลงนี้จัดว่าเป็นเพลงเพื่อชีวิต เพื่อปลุกปลอบขวัญคนที่ทำความดีมีศีลธรรม มิให้ท้อ เมื่อตกอยู่ใต้สถานการณ์ “สวรรค์ไม่มีตา พสุธาไม่มีความรู้สึก”

ด้วยเหตุใดไม่ทราบแน่ เดาเอาว่าสังคมไทยคงเสื่อมทรามลง เพลงนี้จึงกลับความหมาย กลายเป็นเพลงเชียร์ของคนประเภทตรงกันข้าม ที่แม้นจะละเมิดกฎหมาย ทำลายบ้านเมือง ก็ไม่รู้จักสำนึก หรือรู้สึกเกรงกลัว กลับดันทุรังกระทำผิด ซ้ำยังท้าทายหยามหยันผู้ที่คัดค้านตักเตือน

บทความนี้ไม่มีความประสงค์จะพาดพิงถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพบูชาของคนไทย นอกจากจะขอบันทึกว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้มีปฏิบัติการ “เย้ยทั้งฟ้า-ท้าทั้งดิน” จากบุคคลและกลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งที่เป็นภาครัฐและเอกชนอย่างที่มิเคยปรากฏมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

More Info.: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000004801

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Sep 15, 2008 2:07 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

"จงรัก จันทร์คณา OSK71" ลูกไม้ที่หล่นอยู่ใต้ต้นของครูพรานบูรพ์ (1-5)

โดย คีตา พญาไท 13 สิงหาคม 2551 14:15 น.


บรรดาครูเพลงทั้งหลายทั้งปวงที่เขียนถึง ในเรื่องราว ประวัติ ความเป็นมาและผลงานเพลงอมตะ ที่ได้สร้างสรรค์ไว้นั้น ส่วนมากจะเป็น ครูเพลงรุ่นพ่อ รุ่นพี่ เสียเป็นส่วนมาก

แต่ครูเพลงรุ่นพ่อ รุ่นพี่ อยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นศิษย์เก่าที่เคยเรียนอยู่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตรงเชิงสะพานพุทธ ฝั่งพระนคร ด้วยกันหลายคน เช่น ขุนวิจิตรมาตรา พรานบูรพ์ มงคล อมาตยกุล ฯลฯ

ส่วน ครูเพลงรุ่นเพื่อน (ส.ก.71) นั้น มีเพียงคนเดียว และเป็นทายาท ของครูเพลงรุ่นพ่อ ครูพรานบูรพ์ คือ จงรัก จันทร์คณา ที่เป็น ลูกไม้ที่หล่นอยู่ใต้ต้น นั่นเองไม่ใช่ใครอื่นเป็นต้น
...
ใน หนังสือ อนุสรณ์พรานบูรพ์ บอกเอาไว้ ในประวัติ ว่า





“...ทางด้านชีวิตครอบครัว ได้สมรสกับ นางศรี จันทร์คณา มีบุตรธิดา 4 คน คือ นายจารุ จันทร์คณา, น.ส.จุไร จันทร์คณา, น.ส.จามรี จันทร์คณา, นางจริยา จันทร์คณาและมีบุตรซึ่งเกิดจาก นางเทียมน้อย นวโชติ หนึ่งคน คือ นายจงรัก จันทร์คณา...”

อัมพร หาญนภา เขียนเอาไว้ใน นิตยสาร ภาพยนตร์และโทรทัศน์ สิงหาคม 2508 เรื่อง สมบัติดิน ไว้ตอนหนึ่งว่า “..บุตรคนสุดท้องของ พรานบูรพ์ คือ จงรัก จันทร์คณา เป็นผู้ที่รับมรดกด้านศิลปะมาจากบิดาโดยแท้

ในชีวิตรักของ ครูพรานบูรพ์ ช่วงหนึ่ง ในคอลัมน์ แด่น้าจวง จาก “น้อย” เขียนเอาไว้ ทำให้เห็นภาพต่างๆ ในอดีตได้อย่างชัดเจน

“...ฉันหวนนึกถึง เมื่อฉันยังเล็กๆอายุ 12 ปี ฉันยังเรียนหนังสือ อยู่กับ คุณป๋า (นาย ซ.ซองอ๋วน) ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ คณะละคร ราตรีพัฒนา พี่ศรี เป็นนางเอก ฉันได้รู้จักกับ น้าจวง แต่นั้น

น้าจวง เอ็นดูฉัน ได้ซื้อปิ่นโตเล็กๆให้ ช้อนส้อม ขวดน้ำ ผ้าเช็ดมือก็หามาให้ ก่อนจะไปเรียน ฉันต้องไปในห้องลองหนังของ น้าสิน( ทิดเขียว) ขอสตางค์ แต่ถ้าเจอ น้าจวง ก็ขอ น้าจวง...

เวลาเย็นๆ น้าจวง จะไปรับฉันที่โรงเรียน แล้วพาไปเที่ยวกินไอศกรีม...เวลา น้าจวง พาฉันกลับ น้าจวง ก็จะฝากจดหมายให้ พี่ศรี ทุกครั้ง และเวลาที่ฉันจะไปโรงเรียน พี่ศรี ก็ฝากจดหมายให้มาให้ น้าจวง ทุกครั้งเช่นกัน...

มาวันหนึ่ง พี่ศรี ก็บอกว่าจะไปดูจระเข้ ฉันขอไปด้วย พี่ศรี ก็เอาไปด้วยกันสามคน พีศรี ป้าตาด (แม่พี่ศรี) และฉัน เสร็จแล้ว พี่ศรี ก็ให้ฉัน ป้าตาด รอไปรถ บอกว่าไปซื้อของแล้วก็หายไปเลย ตั้งแต่เที่ยงจน ๕ โมงเย็น พี่ศรี ก็ยังไม่มา

พี่ศรี หายไปเลย ทั้ง น้าจวง ก็หายไปด้วย ฉันรู้ว่า น้าจวง ได้พา พี่ศรี ไป ฉันได้เป็นคนรับจดหมายฉบับสุดท้ายให้ พี่ศรี น้าจวง นัด พี่ศรี แต่ฉันไม่รู้จะวันไหนเท่านั้น...

...คณะจันทโรภาส จึงเป็นของ น้าจวง ๆ พาไปใต้แสดงทุกจังหวัดภาคใต้ คนดูทุกจังหวัด ๑ ปี ที่ภาคใต้ น้าจวงช่วยการกุศล ช่วยราชการทุกจังหวัด เราสนุกมาก จันทร์เจ้าขา แสดงทุกจังหวัดเหมือนกัน

กลับจากใต้เข้ากรุงเทพฯ ก็แสดง จันทร์เจ้าขา อีก คนดูไม่เบื่อ แสดงโรงไหนคนดูมากทุกโรง หลังจากนั้นก็ฉายเป็นหนัง จันทร์เจ้าขา อีก ฉันก็ได้แสดงด้วย เป็นนางรอง สองคนกับ ชะอวบ คุณเจือ จักษุรักษ์ เป็นพระเอก คุณสายสนม นางงามเพชรบุรี เป็นนางเอก

ฉันได้ร่วมแสดงละคร ร่วมแสดงหนัง จนได้ร่วมชีวิตเดียวและได้ลูก...”

การเข้าสู่วงการแต่งเพลงหรือวงการบันเทิงนั้น ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเอาไว้ ใน หนังสือ จงรัก จันทร์คณา เล่า เบื้องหลังเพลงดัง เอาไว้ว่า “...บ่อย นับครั้งไม่ถ้วน ข้าพเจ้ามักถูกถามถึงเบื้องหลัง ความบันดาลใจที่ทำให้แต่งเพลงนั้น เพลงนี้ กระทั่งผู้ที่เพิ่งถูกแนะนำให้ได้รู้จักกันหมาดๆ ก็ไม่วายกระหายรู้

ซึ่งข้าพเจ้าก็จะโม้ให้ฟังเท่าที่พอจำได้ แต่ถ้าขี้เกียจตะหงิด ๆ ขึ้นในอารมณ์ ก็จะปัดๆไปว่า นักแต่งเพลงก็เหมือนนักแต่งนิยาย เพ้อฝัน จินตนาการไปตามเรื่องตามราว ทำเอาฝ่ายตรงข้ามมีอาการฝ่อและหงอยไป...

คนเขียนเพลงหรือเขียนนิยาย เขาว่าอีกนั่นแหละ ว่าต้องรู้มาก เห็นมาก ฟังมาก ถึงจะมีวัตถุดิบมาป้อนงาน ดังนั้นต้องเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเตร็ดเตร่พเนจร ชอบซอกแซกชีวิต ต้องขยันรู้จักผู้คนให้มาก รู้มาก เห็นมาก ฟังมาก ก็มากด้วยข้อมูล เพราะข้อมูลชีวิตคนไม่มีในตำรา ไม่มีครูคนไหนมาคอยสอน ต้องดั้นด้นค้นคว้าหาเอาเอง

โรงหนัง โรงละคร โรงเหล้า ศูนย์การค้า สโมสร แม้กระทั่งบนรถเมล์ และตามบาทวิถี มีเรื่องราวดีๆ ให้เราเก็บเกี่ยวทั้งสิ้น...”

ส่วนใน หนังสือครูเพลง นั้น ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า

“...เขากล่าวกันว่า “นักแต่งเพลง” คือคนที่มี “พรสวรรค์” เป็นคนที่ “สวรรค์” ให้มาเกิดพร้อมให้ “พร” มา เพื่อสร้าง เพลงไม่ให้โลกเหงา ปลอดทุกข์ให้คลายโศก ปลุกโลกให้ตื่นด้วยความรัก

แต่...สำหรับข้าพเจ้า ไม่ค่อยแน่ใจนักว่า สวรรค์ให้พรมาหรือเปล่า ข้าพเจ้าว่า ถูกสิ่งแวดล้อม มันกล่อมเกลาเสียมากกว่า

บิดาข้าพเจ้า(พรานบูรพ์) เป็นนักแต่งเพลง และเป็นคนแรกของประเทศไทย ที่แต่งเพลงไทยสากลเสียด้วย(เขายกย่องกันยังงั้น) มารดาข้าพเจ้าเป็นนางละคร เพราะบิดาเป็นเจ้าของ คณะละครจันทโรภาส...”

........................

ในเว็บไซต์ ของ ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ นั้น ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเล่าประวัติชีวิตเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “...พรานบูรพ์ หรือ จวงจันทน์ จันทร์คณา คือบิดาผู้ให้กำเนิดข้าพเจ้า มาดูโลกใบน่ารักนี้ ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2481...”

จงรัก จันทร์คณา เขียนไว้ใน หนังสือ จงรัก จันทร์คณา เล่า เบื้องหลังเพลงดัง ว่า “...5 ธันวา มหาราช คือ วันพ่อ ซึ่งข้าพเจ้าโชคดี ที่ได้บารมีแห่งพระองค์ปกกระหม่อม เกิดในวันเดียวกันนี้เช่นกัน จึงถือเอาฤกษ์ดีนี้ เป็นฤกษ์กำเนิด หนังสือ เบื้องหลังเพลงดัง ฉบับปฐมฤกษ์...”

“...ข้าพเจ้าจะสาธยาย ความเป็นมาของข้าพเจ้าให้ฟังก่อน อาจจะกระท่อนกระแท่น ขาดหกตกหล่นไปบ้าง เพราะหลงเลือนด้วยกาลเวลา ก็ต้องขอพระอภัยมณีไว้ด้วย

ข้าพเจ้ามานั่งนึกในภายหลัง มีความรู้สึกว่า “พ่ออยากให้ข้าพเจ้าเป็นอย่างพ่อ”

พ่อเป็นคนปักษ์ใต้ รักปักษ์ใต้ จะสังเกตขณะพ่อนำละคร จันทโรภาส ของพ่อเร่ไปแสดงยังปักษ์ใต้ พ่อมักไปนานๆ ภาคอื่นๆพ่อไปแรมเดือน แต่สำหรับปักษ์ใต้พ่อไปเป็นปีๆ เอาตัวละครไปยังหนุ่มยังสาว กลับมาก็อุ้มลูกจูงหลานมาพะรุงพะรัง

ข้าพเจ้าเกิดในกรุงเทพฯดีๆ พ่อก็หอบหิ้วลงปักษ์ใต้ ไปกับคณะละคร กินนอนอยู่หลังโรงละคร เติบโตขึ้นในแวดล้อมของตัวละคร เร่ร่อนไปเสียหลายจังหวัด จนมาถึงจังหวัดสงขลา

ข้าพเจ้าเติบโตขึ้นในวัยเรียน พ่อก็จับตัวให้เรียนอยู่ที่สงขลา โดยฝากฝังไว้กับเพื่อนรักของพ่อ ชื่อ
ครูช้อย เศวตจินดา ข้าพเจ้าจึงกลายเป็นเด็กปักษ์ใต้ไปสมเจตนาของพ่อ เรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนวชิรานุกูล เรียนมัธยมที่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ

พ่อเป็นนักกีฬาตัวยงในวัยเรียน เป็นถึงแชมป์ยูโด ได้รับพระราชทานรางวัลจาก ร.7 เป็นนักฟุตบอลฝีเท้าจัดของโรงเรียนสวนกุหลาบ ข้าพเจ้าก็เอาอย่างพ่อ เป็นนักกรีฑาที่วิ่งเร็วที่สุดของรุ่นในโรงเรียน เป็นนักฟุตบอลที่เตะลูกแรงกว่าใครๆในทีม

...ข้าพเจ้าเรียนต่อที่ สวนกุหลาบฯ อย่างพ่อ เป็นนักกีฬาอย่างพ่อ เป็นนักดนตรีอย่างพ่อ เป็นนักร้องในโรงเรียนอย่างพ่อ...แต่ยังไม่ได้เป็นศิลปินเอกอย่างพ่อ ทั้งที่ริแต่งเพลงงูๆปลาๆ เก็บลงสมุดไว้บ้างแล้วหลายเพลงเหมือนกัน

ออกจากสวนกุหลาบ ตามเพื่อนไปสอบเข้าช่างกล ทำให้พ่อผิดหวังเล็กน้อย ที่ไม่เรียนมหาวิทยาลัยอย่างพ่อ แต่ตอนนั้น เหมือนมีพรายมากระซิบบอกข้าพเจ้าว่า

“เอ็งจะเรียนอะไรก็ช่าง แต่สุดท้ายเอ็งก็จะไม่ได้เอาอะไรที่เอ็งเรียน มาทำประโยชน์อะไรเลย...เชื่อข้าเถอะ”

ข้าพเจ้าเชื่อเจ้าพรายมัน จึงไม่สู้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรนัก ทนฟังพ่อด่า วันสองวันท่านก็เงียบไปเอง

นึกอยู่ในใจขณะนั้น...เถอะน่า สักวันจะไม่ทำให้พ่อผิดหวังในตัวข้าพเจ้า

ออกจากช่างกล ข้าพเจ้าก็เป็นอย่างเจ้าพรายมันทำนายไว้ ไม่ได้เอาวิชาที่เรียนมาทำประโยชน์อะไร

จริงๆ ผาดโผนโจนทะยานลงสู่ยุทธ์จักรมายา เล่นละครวิทยุ เป็นนักหนังสือพิมพ์ แล้วก็เป็นนักแต่งเพลงอย่างลอบเร้น

ที่เรียกว่าลอบเร้น เพราะยังไม่มีโอกาสได้บันทึกเสียงสักเพลง จนฟันเฟืองแห่งชีวิตหมุนมาเข้าร่องเข้ารอยของมัน

พี่มนัส ปิติสาส์น ขาดเพลงที่จะอัดลงโควตา ที่ให้กับห้างแผ่นเสียงอยู่เพลงหนึ่ง จึงมาเอาเพลงที่ข้าพเจ้าแต่งไว้ในสมุดไปอัดเสียงให้ “เหมือนคนละฟากฟ้า” คือเพลงแรก และครั้งแรกในชีวิต ที่ได้บันทึกเสียงสู่ผู้ฟังเพลงทั้งแผ่นดิน แล้วก็ผลักดันข้าพเจ้าให้เหยียบย่างก้าวลงสู่ยุทธ์จักรนี้อย่างเต็มตัว

เพราะเพลงนี้เพลงเดียวทำให้ข้าพเจ้าเกิด ทำให้ได้รับแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ทำให้วงการเพลงยอมรับข้าพเจ้า และทำให้ห้างแผ่นเสียงมีใบสั่งเพลงจากข้าพเจ้ามาอย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้าต้องแต่งเพลงเพิ่มมากขึ้นและให้ดีขึ้นมีคุณภาพขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อชื่อเสียงของ จงรัก จันทร์คณา จะได้ไม่เป็นที่ผิดหวังของพ่ออีกต่อไป

แต่เชื่อไหม... ข้าพเจ้าแต่งเพลงอัดเสียงแล้ว ดังแล้ว รับรางวัลพระราชทานแล้ว แต่พ่อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ข้าพเจ้าแต่งเพลง

จนครั้งหนึ่ง พี่อาจินต์ ปัญจพรรค์ ขณะนั้นทำงานอยู่ทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม และทุกเย็น พ่อมักแวะเวียนมานั่งร่วมก๊งอยู่ในหมู่คณะเป็นประจำ ขณะก๊งเหล้าครึ้มๆในอารมณ์ พี่อาจินต์ ก็ผิวปากบ้างร้องเพลงบ้าง ร้องฮัมบ้าง ด้วยเพลง “เหมือนคนละฟากฟ้า”

พ่อสงสัย...มันเป็นเพลงอะไร ทำไม พี่อาจินต์ ถึงชอบมันนัก เอ่ยปากถามในวันนั้น พี่อาจินต์ ก็เลยเป็นงง เพราะเพลงลูกชายแต่งแท้ๆ ทำไมพ่อไม่รู้จัก

กลับถึงบ้าน พ่อถามข้าพเจ้า...“ไอ้แดง แกแต่งเพลงแล้วหรือ ทำไมไม่บอกพ่อ?”

“อ้าว...ผมนึกว่าพ่อรู้แล้ว วิทยุเค้าประกาศกันเซ็งแซ่” พ่อเงียบ ไม่ต่อความว่ากระไร แต่ก็อมยิ้ม ข้าพเจ้ารู้ว่าพ่อชื่นใจ และคงภูมิใจลูกคนนี้ขึ้นบ้างแล้ว

...ข้าพเจ้าน่าพอใจแล้ว ที่มีผลงานเพลงดังเพลงหนึ่งในชีวิต กับเขา แต่มันกลับไม่พอเพียงนั้น เพราะเพลงขายดี บริษัทไม่ยอมให้หยุดแต่ง มีใบสั่งให้แต่งอยู่เรื่อย ข้าพเจ้าก็ต้องแต่งอยู่เรื่อยๆ จนเป็นพันเพลง

มีคนถามว่า เอาอะไรมาแต่งนักหนา ข้าพเจ้ามีชีวิตโชกโชนปานนั้นเชียวหรือ เปล่าเลย ข้าพเจ้าเป็น “นักขโมยชีวิต” ที่เก่งต่างหาก

นั่งมองคนอื่นๆ แล้วขโมยมาเขียนเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือ แล้วขโมยมาเขียนเพลง...

บทเพลงของข้าพเจ้า รินออกจากสมองอันกระจ้อยร่อย ทยอยได้รับความนิยมอยู่เรื่อยๆ ทำให้บริษัทสั่งเพลงเพิ่มอยู่เรื่อยๆเช่นกัน มากบริษัทเข้าก็ชักแต่งไม่ทัน ต้องไปแต่งเอาหน้าห้องอัด แต่งแข่งกับนักร้อง นักร้องร้องเสร็จ ข้าพเจ้าก็แต่งเสร็จเหมือนกัน จนได้รับสมญาว่า “นักแต่งหน้าห้องอัด” บ้าง “เสือปืนไว” บ้าง

กระนั้นก็รับรองว่า ทุกเพลงมีมีชุ่ย ไม่งั้น ผู้ฟังเพลงคงไม่ให้ความนิยม ข้าพเจ้าถือว่าผู้ฟังคือผู้ตัดสิน และที่เขานิยมชมชอบน่าจะเป็น เพราะข้าพเจ้าไม่ชอบแต่งเพลงไว้ก่อน ต้องรอให้บริษัทสั่งมาว่าต้องการนักร้องคนไหน ข้าพเจ้าจึงลงมือแต่งให้เหมาะกับเสียงนักร้องคนนั้น เพลงจึงออกมามีชีวิตชีวา กลมกลืนกับลีลาของนักร้องคนนั้นๆ ไม่ขัดขืนหู ดูมีชีวิตจิตใจดี...

ข้าพเจ้าผาดโผนโจนทะยานลงมาลุยวงการเพลงแบบ บินเดี่ยว ไม่ต้องมีใครใส่ทำนองให้ ไม่ต้องมีใครแต่งเนื้อร้องให้ ข้าพเจ้าเหมาคนเดียวหมด ...

จะเอาอย่างพ่อ ย่างไปตามรอยของพ่อ ลุยอยู่ในวงการเพลงตั้งแต่เป็นนักแต่งเพลงไร้อันดับ จนได้มายืนอยู่แถวหน้า เป็นขุนพลเพลงคนหนึ่งของเมืองไทย นับตั้งแต่ ปี 2505 จนถึงปัจจุบัน ก็ 40 กว่าปีแล้ว

มีบทเพลงไม่มากไม่น้อย ประมาณ 4,000 กว่าเพลงเห็นจะได้

ทุกบทเพลงข้าพเจ้ามั่นใจว่าดี และสมบูรณ์ทุกเพลง แม้บางเพลงอาจไม่มีใครรู้จัก เพราะยุคหลัง เพลงไทยทะลักออกสู่ตลาดมากจนคนฟังไม่ทัน บทเพลงดีๆ ก็เลยหลงหูหลงตา ไม่ถูกเปิดให้ใครฟัง...

พ่อค้าเพลงยุคใหม่ ยุให้ข้าพเจ้าแต่งเพลงวัยรุ่นทันสมัย คำว่า “ทันสมัย” มันน่าจะเป็น “เสื่อมสมัย” เสียมากกว่า

คนฟังที่เขามี เพลงในหัวใจ ต่างรังเกียจเพลงชนิดตะโกนไปตามจังหวะ กวีไทยที่ไพเราะ ถูกนักแต่งเพลงใหม่เมิน ทำนองเพลงไทยๆที่อ่อนหวาน ซาบซึ้ง ถูกมองว่าเชยแหลก ศิลปะที่บรรพบุรุษชาติไทยทิ้งไว้ให้ลูกหลาน ถูกเด็กไทยขว้างทิ้ง ไปขึ้นสนิมอยู่ริมรั้ว

น่าเสียดาย ที่เขาหลงผิด แต่งเพลงอายุสั้น มันด่วนตายไปทั้งที่คนแต่งยังมีชีวิตอยู่ ผิดกับนักแต่งคุณภาพ ที่เพลงของเขายังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่คนแต่งตายไปแล้วกว่าทศวรรษ

...ยิ่งมายุคนี้ ข้าพเจ้าฟังเพลงพันธุ์ใหม่แล้ว ให้ห่อเหี่ยวหัวใจนัก เพลงไทยกำลังถอยหลังเข้าคลอง บทเพลงดีๆมีคุณค่ากำลังจะสูญพันธุ์ ได้ยินแต่เสียงขู่ตะคอก ผสมดนตรีเอ็ดอึงไปทั้งเมือง

เคยมีพ่อค้าเพลงหน้าใหม่บางคน ตั้งตนเป็นอาจารย์เสี้ยมสอนให้ข้าพเจ้า หัดแต่งเพลงพันธุ์ใหม่นี้ดูบ้าง กลัวข้าพเจ้าอดตาย

สาบานต่อวิญญาณพ่อ ข้าพเจ้าพร้อมอดตาย ดีกว่าดูถูกสมองตนเอง ลดตัวลงมาทำงานต่ำต้อยเช่นนั้น

พ่อตายตั้งแต่ปี 2519 ถึงปีนี้ 2548 เป็นเวลา 29 ปีแล้ว แต่เพลงของพ่อยังศักดิ์สิทธิ์ ยังมีพลัง อย่างมีชีวิตชีวา เต้นระยิบระยับไปด้วยวิญญาณที่ไม่รู้ดับ

เพลงพ่อ... เป็นเพลงอายุยืน

ข้าพเจ้าอยากแต่งเพลงอายุยืนอย่างพ่อ ใครจะแต่งเพลงอายุสั้น ที่มันด่วนตายไปก่อนคนแต่งตายก็เชิญ แต่ข้าพเจ้าไม่ และทั้งหมดนี้... จึงมาเป็น จงรัก จันทร์คณา...”

................

"จงรัก จันทร์คณา" ลูกไม้ที่หล่นอยู่ใต้ต้นของครูพรานบูรพ์ (3)

โดย คีตา พญาไท 28 สิงหาคม 2551 18:58 น.


ผลงานเพลงของ ครูจงรัก จันทร์คณา ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากผู้ฟัง ถ่ายทอดความไพเราะที่เป็นอมตะไว้ โดยศิลปินนักร้องหลายคน เช่น สุเทพ วงศ์กำแหง สวลี ผกาพันธุ์ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ธานินทร์ อินทรเทพ ชรัมภ์ เทพชัย ดาวใจ ไพจิตร รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล อุมาพร บัวพึ่ง ฯลฯ ไว้หลายเพลงด้วยกัน

อาทิเช่น เพลงกฎแห่งกรรม เพลงเก้าล้านหยดน้ำตา เพลงจงรัก เพลงคนพิการรัก เพลงคืนทรมาน เพลงฆ่าฉันเสียซิ เพลงฐานันดรรัก เพลงดาวไม่ลืมดิน เพลงได้โปรดเถิดที่รัก เพลงเตรียมการณ์รัก เพลงเตือนการณ์รัก เพลงทุกข์รัก เพลงเทพเจ้าแห่งความระทม เพลงทำไมถึงทำกับฉันได้ เพลงพายุอารมณ์ เพลงเพื่อความรัก เพลงนานเกินรอ เพลงนานเท่าไหร่ก็จะรอ

เพลงนายระทม เพลงนิยามความรัก เพลงมีฉันไม่มีเธอ เพลงไม่รักไม่ว่า เพลงไม่รักแล้วหลอก เพลงยิ่งกว่าการฆ่า เพลงรักซ้อนรัก เพลงรักอาภัพ เพลงระทมเพราะเธอ เพลงเรียมครอง เพลงเล่ห์ลิ้น เพลงโลกลวง เพลงวันคอย เพลงวิวาห์กับความระทม เพลงศักดินากับยาจก เพลงหัวใจกระดาษ เพลงหัวใจร้อยรัก เพลงหนึ่งหญิงสองชาย เพลงเหมือนคนละฟากฟ้า (ดู มนัส ปิติสาส์น) เพลงอยู่ไหนที่รัก ฯลฯ

เพลงที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน นอกจาก เพลงเหมือนคนละฟากฟ้า แล้ว ก็ได้แก่ เพลงไม่รักไม่ว่า
...
เพลงไม่รัก ไม่ว่า
คำร้อง จงรัก จันทร์คณา/ทำนอง มนตรี ตราโมท
รู้ รู้อยู่ มิควรคู่ กับจอมใจ
วาสนา เราแสนไกล หนักหนา
แต่ความรัก หักฉันใดไม่เลือนลา
แค่เพียง ไม่เห็นวงหน้า เหมือนว่า จะบ้าตาย

สุดคิดบอกเขา ให้เข้าใจ ว่าเรารักเท่าใด
จริงแค่ไหน ทั้งใจและกาย
ให้เลิกคิด รักไป เหมือนให้ตาย
มันโหดร้าย เกินไปแล้ว แก้วตา

จอมใจไม่รัก ก็ไม่ต้องรัก ต้องฝืน
จอมใจมิชื่น ก็ไม่ต้องฝืน เวทนา
เพียงแต่ขอ ให้พี่รัก ภักดีสุดา
ก็สุขอุรา เป็นวาสนา พี่นัก

ใจเธอนั้น จะรักชอบ มอบผู้ใด
จะเป็นของใคร เมื่อไหร่ ไม่ห่วงเลยที่รัก
ชาตินี้ พี่น้อยบุญนัก เจียมตนสู้ข่มรัก
สร้างกุศล รอชาติ ใหม่มา

เพลงนี้ บันทึกเสียง ขับร้องโดย ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ได้รับรางวัล เสาอากาศทองคำพระราชทานครั้งที่ 4 พ.ศ.2521 ประเภทเพลงลูกกรุง รางวัลประพันธ์ทำนองยอดเยี่ยม

ส่วนทำนองนั้น ครูมนตรี ตราโมท นำมาจากเพลงไทยเดิม ชื่อ ม่านมงคล ซึ่ง วงดนตรีสุนทราภรณ์ เคยแต่งเนื้อเอาไว้ ให้ วินัย จุลบุษปะ ขับร้อง ไว้ก่อนหน้านี้ นานหลายปีแล้ว

ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเล่าว่า เพื่อนที่สนิทชิดเชื้อกันคนหนึ่ง ไปซื้อทำนองเพลงมาจาก ครูมนตรี ตราโมท มาให้ช่วยแต่งเนื้อเพื่อบันทึกแผ่นเสียง แต่กลับไม่ยอมร้อง เพราะไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพลงดัง เป็นเหตุให้ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ได้ขับร้องบันทึกเสียงแทน ว่า

“...บำรุง อ.น้อมพันธ์ เป็นนักร้อง ข้าพเจ้าเป็นนักแต่งเพลง ความสัมพันธ์เราจึงสนิทกัน ไม่ว่าโดยสายงานหรือส่วนตัว

วันหนึ่ง บำรุง ขอร้องให้ข้าพเจ้าแต่งเพลงให้ ว่าจะลงทุนอัดเอง ร้องเอง ขายเอง แต่จะซื้อเองหรือเปล่า บำรุงไม่ได้บอก...สองวันถัดมา บำรุงกระหืดกระหอบมาบอกว่า ได้ไปขอซื้อทำนองเพลงของ ครูมนตรี ตราโมท มาเพลงหนึ่ง จะให้ข้าพเจ้าใส่เนื้อร้อง

พอหยิบกระดาษโน้ตเพลงมาดู อ้าว...นี่มัน เพลงม่านมงคล นี่หว่า เพลงนี้ ครูแก้ว เคยใส่เนื้อร้องไว้นานแล้ว ให้ วินัย จุละบุษปะ ร้องไว้ในแผ่นเสียง

เพลงนี้ ครูมนตรี ตราโมท แต่งทำนองก่อน ให้ชื่อว่า ม่านมงคล ครูแก้ว บอก ม่านมงคล ก็ ม่านมงคล ว่าแล้วคิดค้นคำร้องยัดใส่ให้เป็น ม่านมงคล จนได้เหมือนกัน ครูแก้ว ซะอย่าง อะไรๆ ดูง่ายไปหมด

แต่ ข้าพเจ้าซี ตกที่นั่งลำบาก ถ้าแต่งไม่ดีเท่า ครูแก้ว ก็ตกม้าตาย ถ้าแต่งได้เสมอกับ ครูแก้ว ก็รอดตัว

แต่เชื่อเถอะ ต้องมีคนนินทาจนได้ ว่าไม่เจียมบอดี้ ริวัดรอยเท้าครู งานนี้ ตายกับตายลูกเดียว

ครั้นจะไม่ทำก็สงสารเพื่อน มันเสือกไปซื้อทำนองเขามาแล้ว หยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาลองฮัมอยู่หลายวัน จดๆจ้องๆอยู่นั่น ไม่กล้าแต่ง มันให้นึกกลัวไปหมด กลัวสู้ครูแก้วไม่ได้ กลัวขายหน้า สารพัดจะกลัว สุดท้ายเลยไม่ได้แต่ง

จนถึงวันอัดเสียง รีบไปห้องอัดก่อนเวลา เพื่อจะแต่งเพลงนี้ มองซ้ายมองขวาจะหาที่นั่งแต่ง โต๊ะเขียนหนังสือในห้องอัดมันโจ่งแจ้งเกินไป จะหลบมุมให้มิดชิดหน่อย ไอ้บำรุง มาเห็นจะได้ไม่โดนด่า...

จะหาพล๊อตมาแต่งเนื้อ ตายเป็นตายงานนี้ ขอฮึดสู้ ครูแก้ว ดูสักตั้ง

นึกไปนึกมา ก็นึกถึงเพลงๆ หนึ่ง เป็นเพลงที่ พี่น้อย (สุรพล โทณะวณิก) แต่งให้ พี่รี่ (สวลี ผกาพันธุ์) ร้องไว้ในแผ่นเสียงนานแล้ว

ข้าพเจ้าชอบเนื้อร้องประโยคที่ว่า...“แม้เธอจะไม่รักฉัน เรื่องนั้นฉันไม่หวั่นไหว เห็นหน้าเธอฉันชื่นใจ เธอเป็นของใคร ช่างเธอ...”

ชอบมาก เพราะมันคล้ายชีวิตรักของข้าพเจ้าเอง

ข้าพเจ้าจะต้องขโมย ความหมายจากประโยคนี้แหละมาแต่ง แต่จะต้องหาคำร้องให้กระเดียดเป็นชาวรั้วชาววังหน่อยๆ เพราะทำนองเขาเป็นไทยๆ จะได้ดูกลมกลืนกัน...

นั่งแต่งตรงบันไดจนถึงประโยคสุดท้าย

“เจียมตนสู้ข่มรัก สร้างกุศลรอชาติใหม่มี”

บำรุง ปิดประตูผลัวะเข้ามา เห็นข้าพเจ้าก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงบันได ก็ตะโกนถาม “ทำอะไรวะ ไอ้รัก”

“แต่งเพลงให้เอ็งน่ะซี” ข้าพเจ้าตอบ พร้อมกับชูกระดาษเนื้อเพลงที่เพิ่งแต่งจบไปหมาดๆ ให้มันดู

“ก็ชุ่ยซีวะ... มาแต่งหน้าห้องอัด ห่ะ...กูให้ทำนองไปตั้งหลายวัน ไม่เห็นใจเงินกู้กูเลยนะมึง”

บำรุง กระฟัดกระเฟียดออกจากห้องไป ตกลงเพลงนี้ บำรุง ไม่ยอมร้อง...”

ต่อมา เจ้าของห้างกรุงไทย ต้องการให้ ครูจงรัก จันทร์คณา แต่งเพลงให้ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ขับร้อง เพื่อหักหนี้กัน ครูจงรัก จันทร์คณา จึงเสนอให้อัด เพลงไม่รักไม่ว่า นี้ และแต่งเพิ่มให้อีก 4 -5 เพลงจนครบชุด ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเล่าต่อไปอีกว่า

“...พอ ทนงศักดิ์ กลับจากนอก ก็ได้ร้องเพลงนี้ ในความรู้สึกลึกๆ ข้าพเจ้าว่า เหมาะกว่า บำรุง เพราะมีลีลาไทยๆ ทนงศักดิ์ เอื้อนเสียงได้ชำนาญกว่า ถึงวันอัด ทนงศักดิ์ ขอดูเนื้อเพลงก็ชอบ แต่ยังไม่รู้ทำนอง พอข้าพเจ้าร้องเป็นแซมเปิ้ล ก็ยิ้มร่า บอกสบายมาก ทำนองนี้ขึ้นใจอยู่แล้ว

พอร้องอัดเสียงกับดนตรี นายห้างกรุงไทย นั่งฟังแล้วยิ้มไม่ยอมหุบ

แต่ บำรุง นั่งคอตก... เสียดาย

พอแผ่นเสียงวางตลาด แฟนเพลงก็ให้การต้อนรับกันอึงมี่ ทนงศักดิ์ ได้เกิดอีกหน หลังจากซบเซาไปนาน นายห้างกรุงไทย อุทาน

“ไอ้รักนี่ นอกจากเป็น เสือปืนไว แล้ว มันยังเป็น นักแต่งเพลงปลุกผี อีกโว้ย”

.........................

"จงรัก จันทร์คณา" (4) : ทำไมถึงต้องเป็นเรา

โดย คีตา พญาไท 3 กันยายน 2551 15:21 น.


เพลงไม่ว่าก็จะรัก
คำร้อง / ทำนอง จงรัก จันทร์คณา
รู้รู้อยู่ ว่าเราไม่คู่ควรกัน
แต่ความรัก ใครหรือ จะกั้นไหว
ต่อให้ฟ้า ต่อให้ดิน ภูเขาไฟ
ทะเลเวิ้งว้าง กว้างไกล กั้นไม่ได้หรอกหนา

บอกฉัน ให้ได้รู้ ใจสักครา
ว่าความรัก ศรัทธา มีแค่ไหน ทั้งใจและกาย
อย่าท้อเลย หัวใจ รักนานไป
ก็ความหมาย คงจริงดังฝัน

ประคอง ความรัก เธออย่าได้พัก ใจฝัน
จะรอรักมั่น รักจากเธอนั้น ด้วยดวงใจ
ไม่เคยคิด มอบความรัก ภักดีกับใคร
เชื่อเถิดดวงใจ คงไม่มีทางรื่นรมย์

บุญมีน้อย ไม่สำคัญ สำคัญที่ใจ
อย่างไร ก็รักกันได้ รักใช่เพียง ลม ลม
ชาตินี้ พลีรัก สุขสม
ขอเธอนั้นอย่าตรม วันสุขสม ของเราต้องมี

เพลงนี้ ขับร้อง โดย ดาวใจ ไพจิตร ที่มีผลงานเพลงไพเราะที่เป็นอมตะ ของ ครูจงรัก จันทร์คณา อีกหลายเพลง โดยเฉพาะ เพลงหัวใจกระดาษ และ เพลงทำไมถึงทำกับฉันได้ ฯลฯ
...
เพลงทำไมถึงต้องเป็นเรา
คำร้อง / ทำนอง จงรัก จันทร์คณา
ทำไมถึงต้องเป็นเรา
มารองรับความเศร้า ให้เขาคนอื่นรื่นรมย์
เรามิเคย ชิดเชยชื่นชม
น้อยใจเหลือข่ม ขมใจเหลือที่

ทำไมถึงต้องเป็นเรา
หวังใดกันเล่า แม้แต่คู่ชีวี
คนที่เราหวัง หวังร่วมชีวี
เสี้ยวเศษหวัง ยังไม่มี เขาหนีที่เราเป็นเรา

ไม่รู้จะหัวเราะ หรือว่าร้องไห้
ถึงจะสาใจ กับความโชคร้ายของเรา
หรือคงเกิดมา เพื่อใช้เวรกรรมเก่า
ดื่มชิม ลิ้มรสความเศร้า ตราบชั่วชีวี

ทำไมถึงต้องเป็นเรา
ใครเขาซิรับเอา รับเอาแต่ความโชคดี
เหลือเศษเดน ล้วนความกาลี
เขาโยนให้เราทุกที ทำไมถึงต้องเป็นเรา

เพลงนี้บันทึกแผ่นเสียง โดย ธานินทร์ อินทรเทพ ได้รับรางวัล เสาอากาศทองคำ พระราชทาน ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2520 ประเภทนักร้องชายยอดเยี่ยม

ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเล่าเรื่องประวัติ ความเป็นมาของการแต่ง เพลงทำไมถึงต้องเป็นเรา นี้ไว้ใน หนังสือ จงรัก จันทร์คณา เล่า เบื้องหลังเพลงดัง ว่า ครั้งหนึ่งเคยไปใช้ชีวิต กิน นอน อยู่ที่บ้านของ ประวิทย์ รุจิรวงศ์ ลูกชายของ พลตำรวจเอก ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ พร้อมกับเพื่อน ที่ชื่อ เสี่ยยิ้ง หรือ ชาย ศรีบัวเลิศ

“...ที่บ้านนี้ ข้าพเจ้าได้รู้จักเพื่อนพี่ตุ๋ยหลายคน ล้วนอยู่ในระดับเบิ้มๆ ทั้งนั้น ข้าพเจ้ารู้จักเขาในฐานะคนใหญ่โต แต่เขารู้จักข้าพเจ้าในฐานะ คนแต่งเพลงเล็กๆ...

ข้าพเจ้าเคยแอบนั่งดูชีวิตพี่ตุ๋ย ดูแล้วก็พิศวง ฐานะของวงศ์ตระกูลร่ำรวยเหลือล้น คุณพ่อปลูกบ้านให้ลูกๆคนละหลังใหญ่โต แต่พี่ตุ๋ยไม่อยู่ กลับมาอยู่บ้านเช่าสโมสรกับผองเพื่อน พี่ตุ๋ยรักชอบจะทำอะไร ต้องทำให้สำเร็จ แลดูจะล้ำหน้าใครๆ เสมอ...

พี่ตุ๋ยเป็นคนมีเมตตา มีน้ำใจ และชอบช่วยคน ใครมีเรื่องมีราวอะไร ไม่ว่าใหญ่ เล็ก พี่ตุ๋ยช่วยหมด แม้กระทั่ง เมียรัก ไม่รักดี หนีไปรักชู้ พี่ตุ๋ยยังตามไปจับตัวมา แต่งงานให้ พร้อมให้ของขวัญวันแต่งงาน บ้านหนึ่งหลัง รถหนึ่งคัน...

คนแบบนี้ คุณท่านว่า มีกี่คนในโลก...!!!

วันหนึ่ง พี่ตุ๋ย ไม่รู้หนักอกเรื่องอะไร นั่งบ่นดังๆ “ทำไมต้องเป็นกู วะ”

ข้าพเจ้ามองหน้าพี่ตุ๋ย แล้วขมวดคิ้ว ไม่กล้าถามเรื่องอะไร

“เออ จงรัก ไปแต่งให้เพลงได้มั้ย... “ทำไมถึงต้องเป็นกู”

มีหรือข้าพเจ้าจะกล้าไม่รับปาก หมุนตัวเดินเข้าห้องทันที จะตีเหล็กต้องกำลังร้อนๆ นอนแต่งเพลง ทำไมถึงต้องเป็นกู ให้ พี่ตุ๋ยอยู่จนค่ำ เสี่ยยิ้ง โผล่เข้ามาในห้อง

“เฮ้ย ทำไรวะ...ไอ้รัก ไปหาเหล้าแดกนอกบ้านดีกว่า”

ดีเหมือนกัน นั่งมึนกับ ทำไมถึงต้องเป็นกู นานแล้ว ไปเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้าน เผื่อหัวจะแล่นมั่ง ขยำกระดาษ ที่แต่ง ทำไมถึงต้องเป็นกู ที่ยังดูไม่ค่อยเป็นกูเท่าใดนักแผ่นนั้น โยนลงตะกร้าปลายเตียง แล้วออกไปเฉิ่มเหล้ากับ เสียยิ้ง นอกบ้าน...”

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ประวิทย์ รุจิรวงศ์ ก็ทวงถามเรื่อง เพลงทำไมถึงต้องเป็นกู ที่โยนลงตะกร้าไป เมื่อตอนเย็น โชคดีที่ เด็กรับใช้ ยังไม่ได้เอาไปทิ้ง

“พี่ตุ๋ย รับก้อนกระดาษยับยู่ยี่ ไปคลี่อ่าน แล้วเงยหน้ามองข้าพเจ้า พลางยิ้มละมัย

“ใช่...ใช่เลย...นี่แหละชีวิตพี่ละ”

เมื่อให้ ธานินทร์ อินทรเทพ ขับร้องบันทึกเสียง ก็ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงทั้งหลายทันที และเป็นผลให้ ได้รับรางวัล เสาอากาศทองคำ พระราชทาน ครั้งที่ 3 ใน พ.ศ. 2520 นั่นเอง ในที่สุด

......................

"จงรัก จันทร์คณา" (5) : ทำไมถึงทำกับฉันได้

โดย คีตา พญาไท 11 กันยายน 2551 14:48 น.

ผลงานเพลงของ ครูจงรัก จันทร์คณา ที่ได้รับรางวัล เสาอากาศทองคำ พระราชทาน ครั้งที่ 3 ในปีเดียวกัน อีกเพลงหนึ่งคือ เพลงหัวใจกระดาษ
...
เพลงหัวใจกระดาษ
คำร้อง/ทำนอง จงรัก จันทร์คณา
จากหัวใจ ที่บริสุทธิ์
ขาวปานประดุจ กระดาษสีสำลี
เธอเอาไปขีด เธอเอาไปคลี่
เขียนด้วยหมึกอย่างดี เป็นวลีว่ารักจริงใจ

กระดาษเนื้อ ฉันเปื้อนไปหมด
เพราะเมื่อเธอจด พลาดผิดก็กาฆ่าไป
แล้วหาคำอื่น เขียนขึ้นมาใหม่
ล้วนถ้อยคำลวงใจ ให้เคลิ้มไป ทุกวี่ทุกวัน

ถ้าอักษร ทุกคำมีค่า
คงเป็นตำรา หรือเอกสารสำคัญ
ความคงอยู่ คงชั่วนิรันดร์
แต่นี่เป็นคำลวงกัน ค่าของมัน จึงไม่มี

จากหัวใจ ที่เคยสะอาด
ต้องมาฉีกขาด เกรอะกรัง คราบรอยราคี
จะหันไปใหม่ ให้ใครปรานี
เขาคงไม่ไยดี เพราะหัวใจ ไม่มีราคา

เพลงนี้ ขับร้อง บันทึกเสียง โดย ดาวใจ ไพจิตร เมื่อ ปี พ.ศ. 2520 ได้รับรางวัล เสาอากาศทองคำ พระราชทาน ครั้งที่ 3 พ.ศ.2520 ประเภท คำร้องเพลงลูกกรุงยอดเยี่ยม



นอกจาก เพลงหัวใจกระดาษ ที่ส่งให้ ชื่อเสียงของ ดาวใจ ไพจิตร เป็นที่ยอมรับกันในวงการบันเทิงแล้ว ยังมี อีกเพลงที่ ครูจงรัก จันทร์คณา แปลงทำนองจากเพลงจีน มาใส่เนื้อให้ ดาวใจ ไพจิตร ขับร้องได้รับ ความนิยมกันมาก ในหมู่แฟนเพลงและบรรดานักท่องราตรี คือ เพลงทำไมถึงทำกับฉันได้ และ เพลงคืนทรมาน ที่พวกเราออกจะคุ้นเคยกันดี จนกลายเป็นเพลงประจำตัวของ ดาวใจ ไพจิตร เรื่อยมา
...
เพลงทำไมถึงทำกับฉันได้
คำร้อง จงรัก จันทร์คณา/ทำนอง เพลงจีน
เมตตาเธอ เห็นว่าเธอเคยถูกรัก ควักหัวใจแหลกลาญ
จึงได้สงสาร รับพยาบาล หัวใจให้เธอ
เอายากลั่น จากดวงใจ เอากายอุ่น คอยปรนเปรอ
ด้วยรักเสมอ ฉันยอมให้ เพื่อเธอทุกยาม
ทำไม ถึงทำ กับฉันได้

พร่าดวงใจ แม้หญิงที่สุดรัก รักเธอสุดแสน
เป็นการตอบแทน แค้นที่เธอเคย รับมาหรือไร
ฉันมิใช่ ผู้ทำเธอ ฉันคือผู้ ประโลมใจ
ให้เธอสดใส ทั้งหวังดี ภักดีเหนือใคร
ทำไม ถึงทำ กับฉันได้

โกรธเคืองใคร แล้วไยเธอไม่ แก้แค้นนั้นคืนแก่เขา
ไยเธอกลับเอา แค้นมาระบาย ให้ฉันรับกรรม
ฉันทำผิด อะไรไป เธอจึงได้ แกล้งกระทำ
ให้ฉันชอกช้ำ ฉันรักเธอ รักเธอทุกยาม
ทำไม ถึงทำ กับฉันได้

ฆ่าฉันตาย แล้วความเจ็บเธอ จะหายแค้นใจได้หรือ
โลกคงระบือ ร่ำลือว่าเธอ แก้แค้นยิ่งใหญ่
ปล่อยคนผิด ให้ลอยนวล ส่วนฉันซิ เธอทำลาย
สาสมใจไหม ฉันรักเธอ รักเธอเหนือใคร
ทำไม ถึงทำ กับฉันได้

เพลงนี้ บันทึกเสียง โดย ดาวใจ ไพจิตร เมื่อ พ.ศ. 2518 โดยนำเอาทำนอง เพลงจีนมาดัดแปลง
เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงมากเพลงหนึ่งของ ดาวใจ ไพจิตร

เพลงทำไมถึงทำกับฉันได้ เพลงนี้ ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเล่าเอาไว้ ใน หนังสือ เบื้องหลังเพลงดัง ว่า “...คราครั้งที่ข้าพเจ้าจะแต่ง เพลงทำไมถึงทำกับฉันได้ เพลงนี้ถูกทั้งชม ทั้งชัง ที่ชมเพราะเขาชอบ ที่ชังเพราะเขาตั้งข้อรังเกียจว่ามักง่าย ไปคว้าทำนองเพลงต่างชาติมาใส่เนื้อไทย

สารภาพจากใจจริง ข้าพเจ้ามิได้มักง่ายขนาดนั้น ทั้งไม่คิดจะทำ อยากทำ หรือทำได้ แต่เหตุการณ์มันดาลดลให้เป็นไป...”

ครูจงรัก จันทร์คณา เล่าว่า เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะ ประเสริฐ หวังสันติพร นายห้างแผ่นเสียงกรุงไทย มอบหมายให้แต่งเนื้อเพลงจากทำนองเพลงจีน ที่ใช้วงดนตรีขนาดใหญ่ 38 ชิ้น บรรเลงโดยมี พิมพ์ปฏิภาณ พึ่งธรรมจิตต์ เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน

ครูจงรัก จันทร์คณา แต่งไปแล้ว 4 เพลงเหลือเพลงที่ 5 อันเป็นเพลงสุดท้าย แต่งไม่ออกเพราะท่วงทำนองแปลกกว่าเพลงอื่น เป็นเพลงทำนองเดียว แต่ร้องวนๆอยู่รวม 4 เที่ยว ช่วงตอนท้ายแต่ละตอนนั้นแปลก สะดุดหู แต่ก็ยังหาแนวเรื่องที่จะแต่งไม่เจอ

พอดีพรรคพวกที่เป็นนักร้อง ชวนให้ไปเที่ยวงานขึ้นปีใหม่ของนักเรียนพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช จึงเกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจว่า “...เหลือบไปเห็นพยาบาลสาวอนงค์หนึ่ง นั่งอยู่ริมโต๊ะถัดไป ผิวเธอผ่องสวยเรียบๆ ถ้าไม่นั่งซึมเศร้า ข้าพเจ้าว่าเธอสวยกว่านี้ ทำใจกล้าเขยิบเข้าไปนั่งใกล้ ตามประสานักแต่งเพลงที่ชอบแส่หาวัตถุดิบ ซึ่งบางหน วัตถุสุขเคยฟลุ๊คได้มายังเคยมี

แล้วก็จริงอย่างที่คาดการณ์ หลังจากถามสัมภาษณ์อยู่ครู่ เธอก็หลวมตัวเล่านิยายชีวิตจริงของเธอให้ข้าพเจ้าฟัง ที่เรียกนิยาย เพราะเธอว่าอย่างงั้น ว่าอย่าซีเรียสอะไร นึกว่าฟังนิยายก็แล้วกัน

เธอเล่าถึงคนไข้ของเธอคนหนึ่ง เป็นอดีตที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ เขาเป็นชายน่าสงสาร ถูกคนรักขยำอกเสียแหลกลาญ จนคร้านจะมีชีวิตตอไป คว้ายาพิษมากรอกปาก แต่ไม่ยักตายสมอยาก คุณหมอล้างท้องไว้ทัน แต่ก็หายเพียงกายเท่านั้น แต่ใจของเขาซิ เธอนี่แหละเป็นคนรักษา อุตส่าห์ทุ่มทั้งใจทั้งกายเข้าเยียวยา จนหายสนิท แล้วเขาก็โผบินจากเธอไป ปล่อยให้เธอซมด้วยพิษไข้ใจหนัก หนักกว่าเขาไปเสียอีก

คืนนั้นข้าพเจ้าดื่มเข้าไปโข แต่ไม่เมา กลับเมาเรื่องของเธอมากกว่า กลับถึงบ้านว่าจะขโมยเรื่องของเธอนี่แหละ มาเขียนเนื้อเพลงจีนที่ค้างไว้ แต่กลัวจะเพี้ยนเพราะพิษแอลกอฮอล์ เลยซุกหัวนอน

รุ่งเช้า...ความจริงไม่เช้าหรอก เกือบเที่ยงเชียวแหละ นั่งทบทวนเรื่องของเธอ ที่ยังก้องด้วยคำเล่า เครือคล้ายปนเสียงสะอื้น เปิดทำนองเพลงจีน ค่อยๆเจียรนัยคำร้อง ลงทีละประโยค ยิ่งพร่ำพรรณนา ก็ยิ่งเจ็บลึก สุดท้ายตะโกนก้องด้วยถ้อยคำว่า

“ทำไมถึงทำกับฉันด้-า-ย”

ลองเอาประโยคนี้ สวมเข้ากับทำนองท้ายตอนจบของเพลงจีนดู มันเข้ากันได้พอเหมาะพอเจาะ ราวกับลูกกุญแจเข้ากันได้กับแม่ของมัน

แต่งจบ...ข้าพเจ้าแต่งเพลงจีนย้อนต้นใหม่ ฉวยเนื้อเพลงจีนที่เพิ่งแต่งเสร็จ ยังอุ่นๆมาร้องตามอย่างครึ้มอารมณ์ ในความสำเร็จ ก่อนจะเก็บเข้าแฟ้ม นั่นหมายความว่า มันสมบูรณ์อย่างชนิดไม่ต้องแก้ไขอะไรอีกแล้ว

ในวันอัดเสียงเพลงนี้ ข้าพเจ้าแนะ ดาวใจ ไพจิตร ให้ร้องบ่นพึมพำกับตนเองไปก่อนในตอนแรกๆ พอยิ่งพรรณนาถึงความเก่า ก็ยิ่งเจ็บลึก จนต้องตะโกนสุดเสียงว่า ... ทำไมถึงทำกับฉันด้-า-ย...

ดาวใจ พยายามทำตามคำแนะนำของข้าพเจ้า แต่เธอทำได้ไม่ถึง 10% เพราะพลังเสียงแหลมแสบแก้วหูของเธอ ยากที่จะเบรกให้มันเบาบางลงได้ ก็เลยเป็นๆอย่างที่คุณๆ ท่านๆ ได้ฟังอยู่ จนจำเจนั่นแหละ...” (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Sep 24, 2008 4:49 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

"จงรัก จันทร์คณา OSK71" (6) : เก้าล้านหยดน้ำตา "ฝรั่งเนื้อไทย"

โดย คีตา พญาไท 17 กันยายน 2551 19:42 น.



เพลงที่ ครูจงรัก จันทร์คณา นำเอาทำนองเพลงฝรั่งมาใส่คำร้อง แล้วมอบให้ นักร้องขวัญใจวัยรุ่น ในยุคนั้น คือ ดอน สอนระเบียบ ขับร้อง คือ เพลงเก้าล้านหยดน้ำตา ซึ่ง กลายเป็นเพลงที่ฮิตติดลม เป็นที่นิยมร้องกันมาก ในช่วงเวลานั้น
...
เพลงเก้าล้านหยดน้ำตา
คำร้อง จงรัก จันทร์คณา ทำนอง เพลง 9,999,999 Tears ของ Dickey lee
(สร้อย)เก้าล้าน ความระกำ ช้ำชอกใจ
ที่เธอทำ ไว้นั่น ฉันเค้นมัน
กลั่นออกมา เป็นน้ำตา ล้นหลั่ง
ให้ผิดหวัง ที่มันคั่ง ในอก

เป็นคราวแรก ที่ฉันแพ้ ใจเป็นแผล
โดน รังแก ช้ำฟก
ดังมี มือจาก นรก
ควักอก ควักใจของฉัน
ที่รัก ใยเธอถึง ใจร้าย
ทำลาย ได้อย่างนั้น
ฉันภักดี แต่นี่เธอกลับ ทำฉัน
รู้ไหมนั่น ว่าเธอฆ่า คนที่รัก

(สร้อย) เก้าล้าน ความระกำ ช้ำชอกใจ
ที่เธอทำ ไว้นั่น ฉันเค้นมัน
กลั่นออก เป็นน้ำตา ล้นหลั่ง
ให้ผิดหวัง ที่มันคั่งในใจ ที่มันคั่งในอก

คำนึงถึงเรื่อง แห่งความหลัง
ครั้งยัง หนุ่มๆ กลัดมัน
ฉันเคยทำหญิง โศกศัลย์
นับพัน จาบัลย์มามากนัก
มาคราวนี้ โดนเธอทำ ช้ำทรวงปวดใจ
หมองไหม้ เหมือนเวรกรรม แช่งชัก
ฉันจึงยอม ใช้หนี้ เวรกรรม ความรัก
แม้จะหนัก ก็ยอม หมดใจ

(สร้อย) เก้าล้าน ความระกำ ช้ำชอกใจ
ที่เธอทำ ไว้นั่น ฉันเค้นมัน
กลั่นออก เป็นน้ำตา ล้นหลั่ง
ให้ผิดหวัง ที่มันคั่งในใจ ที่มันคั่งในอก

เก้าล้าน ความระกำ ช้ำชอกใจ
ที่เธอทำไว้นั่น ฉันเค้นมัน
กลั่นออกเป็น น้ำตา
เก้าล้าน ความระกำ ช้ำชอกใจ
ที่เธอทำไว้นั่น ฉันเค้นมัน
กลั่นออกเป็น น้ำตา ล้นหลั่ง
ให้ผิดหวัง ที่มันคั่ง เจ็บปวดใจ

เก้าล้าน ความระกำ ช้ำชอกใจ
ที่เธอทำไว้นั่น ฉันเค้นมัน
กลั่นออกเป็นน้ำตา

เก้าล้าน ความระกำ ช้ำชอกใจ
ที่เธอทำไว้นั่น ฉันเค้นมัน
กลั่นออกเป็นน้ำตา
เก้าล้าน ความระกำ ช้ำชอกใจ
ที่เธอทำไว้นั่น ฉันเค้นมัน
กลั่นออกเป็นน้ำตา ล้นหลั่ง
ให้ผิดหวัง ที่มันคั่ง ในใจ

เพลงนี้ ขับร้อง โดย ดอน สอนระเบียบ หัวหน้า วงดนตรี พี.เอ็ม 5 ที่โด่งดังมาก ที่มีผลงานเพลงร้อง ทั้งไทยสากล เพลงสากล ในยุค ค.ศ. 70 ได้ชื่อว่าเป็น แมวเก้าชีวิต เพราะมีชีวิตขึ้นๆ ลงๆ ที่ต่อสู้ยืนหยัดอยู่ในวงการเพลงไทยสากล มาอย่างโชกโชน ล่าสุดล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านในต่างจังหวัด (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

Source: http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000110598

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Oct 13, 2008 6:04 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

"จงรัก จันทร์คณา OSK71" (7-9) : เก้าล้านหยดน้ำตา "ฝรั่งเนื้อไทย"(2) - ต้นฉบับ "เก้าล้านหยดน้ำตา" - กฏแห่งกรรม

โดย คีตา พญาไท (ไพบูลย์ สำราญภูติ OSK71) 25 กันยายน 2551 13:39 น.

ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเล่าเอาไว้ ใน หนังสือ คอนเสิร์ต มหกรรมดนตรี เพลงไทยยุคทอง 12 ครูเพลง ว่า...

“...สมัยเป็นนักเรียนข้าพเจ้าชอบร้องเพลง ฟังเพลง นักร้องขวัญใจของข้าพเจ้าก็มี สุเทพ วงศ์กำแหง ชรินทร์ งามเมือง (นันทนาคร) และ นริศ อารีย์

ว่างจากอ่านหนังสือ ข้าพเจ้าจะเปิดวิทยุฟังเพลงหมุนคลื่นไปเจอนักร้องคนโปรด ก็จะหยุดฟังแล้วร้องตาม

รำคาญที่สุด ก็คือคลื่นที่เปิดแต่เพลงฝรั่ง ทำไมเพลงไทยเพราะๆ เขาไม่เปิด นักจัดรายการเหล่านี้ ไม่มีเลือดนิยมไทยเอาเสียเลย พลางคิดว่า ไอ้เพลงฝรั่งลีลามันๆ แบบนี้ นักแต่เพลงไทยก็น่าจะแต่งได้ จะได้ถูกคอนักฟังเพลงมันๆ หันมากับเพลงไทยในลีลาฝรั่ง เพื่อข้าพเจ้าจะได้หมดความรำคาญเสียที
จนกระทั่งไม่รู้กรรมหรือเวร ชักพาข้าพเจ้ามาเป็นนักแต่งเพลงกับเขาคนหนึ่ง แต่งเนื้อใส่ทำนองจีนก็แล้ว ญี่ปุ่นก็แล้ว คราวนี้จะมาถึงฝรั่งบ้างละ

วันนั้นข้าพเจ้านั่งอยู่ในห้างแผ่นเสียงเมโทร แถวประตูน้ำ ขณะคุยกับนายห้างเมโทรอยู่เพลินๆ ดอน สอนระเบียบ ก็เดินเข้ามา

ดอน สอนระเบียบ เป็นหัวหน้าวงดนตรี พี เอ็ม 5 ร้องแต่เพลงฝรั่งล้วนๆ เสียงของเขามีพลัง กังวานแจ่มชัด เป็นที่ถูกอกถูกใจสาวแก่แม่หม้ายยิ่งนัก

คุยกันสักพัก ดอน ก็เปรยกับข้าพเจ้าว่า

“พี่จงรัก แต่งให้ผมร้องอัดแผ่นเสียงบ้าง ซิครับ”

ข้าพเจ้าหันไปมอง นี่จะยุให้ข้าพเจ้าแต่งเพลงฝรั่งหรือไง

“ผมแต่งเพลงฝรั่งเป็น นะ ดอน”

“เพลงไทยซิครับ ผมอยากร้องเพลงไทย”

ดอน พูดจริงจัง นายห้างวรชัย สนใจทันที เขาจบเศรษฐศาสตร์มา หัวการค้า นายห้างมักเฉียบไวเสมอ

“เอางี้ซี ดอน ไปหาทำนองเพลงฝรั่งดีๆ ฮิทๆ มาให้ จงรัก ใส่เนื้อไทย” นายห้างออกหัวคิด

“แล้ว พี่จงรัก แต่งได้หรือ” ดอน ไม่แน่ใจ หรือสบประมาทฝีมือ ก็ไม่รู้

“ลองดูก็ได้” ข้าพเจ้าพูดเนือยๆ

“เอาเลย...! งานนี้ ผมพร้อมลงทุน” วรชัย พูด พร้อมเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ตามองขึ้นเพดาน บวกลบคูณหาร ตัวเลขกำไร

“จะให้ผมคัดมากี่เพลง ครับ เฮีย” ดอน ถามนายห้าง ความหวังลอยคว้างอยู่ร่ำไร

“หกเพลงก็พอ เสร็จแล้วส่งให้ ปราจีน ทรงเผ่า ทำดนตรีได้เลย” นายห้างบงการ

“แต่แผ่นเสียง มีสิบสองเพลง นะ เฮีย” ดอน แย้ง

“หกเพลงให้ จงรัก ใส่เนื้อเพลงแบบหนึ่ง แล้วอีกหกเพลงเดียวกันนี่แหละ จะให้นักแต่งอีกคนใส่เนื้ออีกแบบหนึ่ง ดอน ร้อง หกเพลง อีกหน้าให้ เศรษฐา สิระฉายา ร้องอีกหกเพลง”

นายห้างสรุป ยังกะคิดไว้แล้วเมื่อวาน

ข้าพเจ้าได้ฟังทำนองเพลงฝรั่ง มานั่งขมวดคิ้วอยู่หลายวัน มันยากกว่าเพลงจีน เพลงญี่ปุ่นเสียอีก เพราะ จีน ญี่ปุ่น มันอยู่ในโซนเอเชียด้วยกัน ก็ละม้ายกัน เพลงฝรั่งกับเพลงไทยสากล
ทำนองเพลงก็เลยคนละเรื่อง

ปิ่มๆ จะยอมแพ้แล้วเชียว ถ้าไม่คิดว่า ปราจีน เค้าทำดนตรีไว้ อีกทั้งจะทำให้ข้าพเจ้าเสียฟอร์ม ตกม้าตายเอาง่ายๆ จึงกัดฟันค่อยๆ แกะทำนอง ป้อนเนื้อเข้าไปทีละประโยค จนสำเร็จไปห้าเพลง

เหลือเพลงเดียวเท่านั้น คือ เก้าล้านหยดน้ำตา

เพลงนี้มี สร้อย นำขึ้นต้น แล้วจึงร้องเข้าทำนองจริงอีกสองท่อน วนมาที่สร้อยอีก แล้วไปทำนองจริงอีก แม้กระทั่งตอนจบ ก็จบที่สร้อย แล้วเฟดเอาท์

แล้วไอ้สร้อยนี่แหละ มันร้องรัวๆ ซ้ำๆ แทบจะหาคำไทยมาใส่ไม่ได้เลย เพราะภาษาไทยมีเสียงสูง กลางต่ำ แต่ฝรั่งมันไม่มี คำของมันจะร้อง สูง กลาง ต่ำ ได้ชัดหมด แต่ของไทยไม่ได้ เสียงสูงถ้าร้องต่ำ ก็ทะแม่ง เสียงต่ำถ้าร้องสูง ก็จั๊กจี้หู

สุดท้ายเลยขยักไอ้สร้อยนี่แหละเก็บไว้ก่อน ใส่เนื้อท่อนในไปจนเสร็จ เอาชื่อเพลงฝรั่ง เก้าล้งเก้าล้านอะไรของมันนั่นแหละ มาสร้างเรื่องราว เนื้อหาของเพลงว่า ไอ้หนุ่ม ดอน ของเราเจ้าชู้นัก หักอกแฟนสาวรุ่น สาวหลง กระทั่ง สาวเละ ก็ไม่เว้น ให้นั่งฟูมฟายป้ายน้ำตา มานับไม่ถ้วน พอมาปิ๊งสาวรักจริงหวังแต่ง เวรกรรมตามทัน ถูกแม่นางควักอกไปหักเล่นสนุกมือ พ่อ ดอน ของเราก็เลยมาคร่ำครวญด้วย เพลงเก้าล้านหยดน้ำตา

ถึงวันอัดเสียงเพลงชุดนี้ โขยกตั้งแต่เช้าจดเย็น ผ่านฉลุยไปแล้ว 5 เพลง พอมาถึงเพลงสำคัญ เก้าล้านหยดน้ำตา ข้าพเจ้าส่งเนื้อร้องให้ ดอน เพื่อไปต่อเปียโนกับ ปราจีนทรงเผ่า นั่งพรมนิ้วอยู่ อึดใจเดียว ก็ย้อนกลับมาหาข้าพเจ้า อีก

“พี่... เนื้อร้องขึ้นต้นตรงสร้อย มันไม่มีนี่พี่...!”

“เออ...จริงซิ ...ลืมแต่งว่ะ”

ข้าพเจ้านึกได้ว่า ขยักเอาไว้เมื่อวันก่อน มัวเตร่กินเหล้ากับเพื่อน เลยลืมสนิท

“มา...เอามา ขอเวลา 5 นาที”

ข้าพเจ้ารับเนื้อร้องนั้น มาจาก ดอน ตายละวา ลืมตลับเทป ที่ฝรั่งร้องต้นแบบไว้ที่บ้าน ทำไงดี...!!!?

ทำนองจำไม่ได้หรอก น่าปวดหัวยังงั้น

“ดอน ร้องเพลงนี้ได้ไม๊” ข้าพเจ้าฝากความหวังไว้ที่ ดอน

“สบายมาก พี่” ตอบอย่างมั่นใจ

“งั้น ร้องไป ผมจะใส่เนื้อ”

ไม่รู้เป็นโรคอะไร พอฉุกละหุกทีไร สมองข้าพเจ้ามักจะแล่นเสมอ แล้วก็แล่นเร็วเสียด้วยซี อึดใจเดียวเท่านั้น ไอ้สร้อยที่ว่ายากก็กลายเป็นง่าย

ดอน หยิบแผ่นกระดาษเนื้อร้องจากข้าพเจ้า ไปลองร้องดู

(สร้อย) เก้าล้านความระกำ ช้ำชอกใจ ที่เธอทำไว้นั่น

ฉันเค้นมันกลั่น ออกมาเป็นน้ำตาล้นหลั่ง

ให้ผิดหวัง ที่มันคั่งในอก...

เพลงเพลงเก้าล้านหยดน้ำตาได้ทำสถิติดังเร็วที่สุดในยุคนั้น นายห้างเมโทร บอกว่า พออัดเสร็จ นำไปเปิดทางวิทยุตอนเช้าพอตอนเย็นลูกค้ามาถามหาซื้อแผ่นเสียง บอกยังไม่วางขาย เพราะปกยังพิมพ์ไม่เสร็จ ลูกค้าบอกไม่เป็นไร ขอซื้อเฉพาะแผ่นเปล่าๆ ก็ได้

หลังจากวันนั้น ลูกเด็กเล็กแดง ยันไปถึงหนุ่มแก่ แม่หม้าย ก็ เก้าล้านหยดน้ำตากันทั้งเมือง
ดอน สอนระเบียบ ก็ดังเป็นพลุแตก

นายห้างเมโทร ก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง เพราะนั่งนับเงิน ไม่เป็นอันกินอันนอน รวยจนไม่รู้เอาเงินไปทำอะไรดี เลยคิดสร้างหนัง เรื่อง เก้าล้านหยดน้ำตา เสียเลย ข้าพเจ้าคิดว่าจะเจ๊ง เพราะคนไม่เคยทำ ไม่เคยถนัด





ที่ไหนได้ กลายเป็นหนังเงินล้าน เข้าไปอีก เลยรวยซ้ำรวยซ้อน

แต่ข้าพเจ้า จนเหมือนเดิม แต่ก็สุขใจ สมใจ เพราะเคยหวังไว้แต่ต้น วันหนึ่งคอเพลงทั้งหลาย จะหันมา นิยมไทย ไม่ฟังเพลงฝรั่ง เพราะลีลาอย่าง ฝรั่ง ในเพลงไทย ก็มีให้ฟัง

มาถึงทุกวันนี้ ข้าพเจ้ากลับผิดหวังอย่างแรง อุตส่าห์ทำเพลง เก้าล้านหยดน้ำตา ลีลาฝรั่งไว้เป็นเยี่ยง จะให้นักแต่งเพลงรุ่นหลังได้เอาอย่าง

หนอย กลับเฉไฉไม่เข้าท่า ภาษาไทยที่ทรงไว้ซึ่งศิลปะงดงาม กวีไทยที่ไพเราะที่สุดในโลก นักแต่งเพลงสตริงพากันเมิน เดินตามตูดฝรั่งต้อยๆ แล้วยกตนว่าทันสมัย ทันยุค ทั้งๆ ที่ฝรั่งเอง มันยังหัดร้องเพลงไทย

นักร้องรุ่นใหม่ ไม่รู้บิดามารดรสอนยังไง พูดไทย ร้องไทย ไม่ชัดเสียแล้ว

คนต่างชาติเสียอีก ร้องเพลงไทยชัดถ้อยชัดคำ น่าฟัง

นึกอายเขาบ้างไหม วันนี้เด็กไทย ทำภาษาไทยวิบัติไปหมดแล้ว แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองนี้ กำลังนั่งกระดิกเท้าสบายใจ มองเด็กไทยร่วมมือกับพ่อค้ามักง่าย ทำลายศิลปวัฒนธรรมทางภาษายับเยิน

ขณะที่ วิญญาณ พ่อขุนรามคำแหง กำลังนั่งสะอื้น...

เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ครบถ้วน จึงขอนำเอาเนื้อเพลง ต้นฉบับ ของ Dickey Lee ที่ขับร้องเอาไว้ คือ เพลง 9,999,999 tears มาลงไว้ให้ร้องกัน
I got nine million, nine hundred ninety nine thousand,
nine hundred ninety nine tears to go
And then I don't know
If I'll be over you

The sun didn't shine this morning. It's been raining the whole day through
Suddenly without warning, you found somebody new

That's when the first tear came falling from my eyes

I'm beginning to feel the pain, seeing nothing
But cloudy skies

I got nine million, nine hundred ninety nine thousand,
nine hundred ninety nine tears to go
And then I don't know
If I'll be over you
will I be over you

You're out tonight with your new love
I'm far, far from your mind, try in' to get over you
Love could take a whole lifetime
I can't believe you could want anybody else
So no one could take my place
At least that's what I keep telling myself
As the tears fall down my face

I got nine million, nine hundred ninety nine thousand,
nine hundred ninety nine tears to go
And then I don't know
If I'll be over you
will I be over you

I got nine million, nine hundred ninety nine thousand,
nine hundred ninety nine tears to go
I got nine million, nine hundred ninety nine thousand,
nine hundred ninety nine tears to go
And then I don't know
If I'll be over you

I got nine million, nine hundred ninety nine thousand,
nine hundred ninety nine tears to go
I got nine million, nine hundred ninety nine thousand,
nine hundred ninety nine tears to go...


เพลงที่ ครูจงรัก จันทร์คณา แต่งในช่วงที่กำลังดังระเบิดอยู่นั้น ส่วนใหญ่จะให้ ดาวใจ ไพจิตร เป็นผู้ขับร้อง โดยเฉพาะ เพลงชุด ทำไมถึงทำกับฉันได้ ที่เป็นทำนองเพลงจีนนั้นได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมาก

แต่มีเพลงอีกเพลงหนึ่งที่ ให้ พิทยา บุญยรัตพันธ์ ที่เคยมีผลงานโด่งดังจาก เพลงจูบ ของ ครูสุรพล โทณะวณิก เมื่อหลายปีก่อน คือ เพลงกฎแห่งกรรม และ เพลงยิ่งกว่าการฆ่า ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยอีกเช่นกัน
...
เพลงกฎแห่งกรรม
คำร้อง / ทำนอง จงรัก จันทร์คณา
น่าเห็นใจ น่าเห็นใจ
น่าเห็นใจที่เธอต้องเจ็บช้ำ
โดนลมคำรัก ลวงจนระกำ
โดนถูกเขาทำ จนช้ำ ใครนะทำได้

หากคิดไปถึงครั้งหนึ่ง
รักครั้งหนึ่ง ซึ่งฉันเคยถูกทำลาย
เธอเป็นคนทำ ให้ฉันช้ำใจ
ฉันก็ช้ำใจ ไม่ผิดที่เธอช้ำอยู่

เหตุการณ์จะผ่านไป
ฉันยังจำได้ ความอัปยศอดสู
ฉันเคยเรียกเธอ ให้เธอมาดู
ให้เธอมาดู รอยช้ำ เธอกลับหนำใจ

บัดนี้เธอ เจอเข้าบ้าง
รู้หรือยัง ว่ามันเจ็บปวด แค่ไหน
ยามเรารักเขา เขากลับทำลาย
เขากลับทำลาย มันเจ็บใช่ไหมคนดี

เพลงนี้ บันทึกแผ่นเสียงโดย พิทยา บุณยรัตพันธ์ ซึ่งหลังจากที่ เพลงจูบ กำลังโด่งดังมาก ในราวปี พ.ศ. 2508 เพลงนี้ ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเล่าเอาไว้อย่างน่าติดตามว่า

“...มีเพื่อนข้าพเจ้าอยู่คน...ไม่อยากเอ่ยชื่อมัน เพราะมันบ้าน่าเกลียดอะไรอย่างนั้น ข้าพเจ้าแขยงมันที่สุด คือมันบ้าพร่าผู้หญิง ไม่เลือกลูกเขาเมียใคร มันไม่เคยเว้น ถ้าเห็นเป็นโอกาส เพื่อสนิทมิตรสหาย ไม่มีใครอยากให้มันเข้าบ้าน ทั้งรู้ๆว่า เป็นลูกเมียของเพื่อน...มันก็ยังมองตาวาวๆ...

ราตรีหนึ่ง...ข้าพเจ้าเข้าไปนั่งถลุงเหล้าในคาเฟ่ย่านอุดมสุข นักร้องสาวคลับคล้ายจะคุ้นหน้าอนงค์หนึ่ง เร่เข้ามาหา แล้วถือวิสาสะนั่งที่โต๊ะข้าพเจ้า

“สวัสดีค่ะ...จำหนูได้มั้ยคะ?”

เธอเอ่ยทักอย่างสนิทสนม ข้าพเจ้ายกมือไหว้ตอบ ยังงงๆ แต่แสร้งทำเป็นจำได้ไปยังงั้นๆ

“มาร้องอยู่ที่นี่หรือ ?”

ไม่รู้จะถามไปทำไม ก็เห็นๆ อยู่ แต่ไม่รู้จะทักอะไรดีไปกว่านั้น

“ค่ะ...ต้องหาเงินเลี้ยงลูก” เธอทำหน้าเศร้า

“มีลูกแล้วหรือ ทำไมไม่ให้พ่อรับผิดชอบ ต้องมาร้องเพลงหาเงินเลี้ยงเอง” ข้าพเจ้าตั้งคำถาม ยังกะเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ

“พ่อมันน่ะเหรอ ไม่เคยเห็นหน้า แต่ถ้าเห็น หนูฆ่าทิ้งไปนานแล้ว”

เธอขบฟันพูดดุดัน ข้าพเจ้าสงสัยมันเป็นใคร ทำไมไข่แล้วทิ้ง ทำเป็นเต่าตนุไปได้ ไข่แล้ววิ่งหนีลงทะเล

“พี่ก็เคยรู้จัก เพื่อนพี่ที่เคยมากินเหล้าด้วยกันเมื่อก่อน ตอนที่มาเที่ยวด้วยกันนั่นแหละ”

เธอสะกิดความจำ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากไอ้เพื่อนนิสัยทรามของข้าพเจ้าคนนั้น

“พี่ยังเที่ยวกับมันอยู่หรือเปล่า คะ” เธอตั้งกระทูถาม

“ไม่เคยเจอะหน้ามันนานแล้ว นิสัยไม่ตรงกัน ไปกันไม่ได้หรอก” ข้าพเจ้าตอบเหมือนออกตัว แต่เรื่องจริง เพราะแขยงนิสัยมันนานแล้ว

“หนูอยากให้เขาไปเจอใครสักคนที่เขารักจริงฝังใจ แล้วอยากให้เธอคนนั้น ทำเขาให้เจ็บ เจ็บเหมือนที่เขาทำกับหนู เขาจะได้รู้สึกว่า การที่ถูกคนรักฆ่า น่ะ รสชาติมันเป็นยังไง”

เธอระบายอารมณ์แค้นให้ข้าพเจ้าฟัง แล้วมันก็ แว้บ เข้ามาในอารมณ์จริงๆ เหมือนกัน

ในความสลัวของแสงไฟ ข้าพเจ้าเอื้อมหยิบกระดาษเช็ดปากสีชมพูที่เสียบอยู่ในกระบอก มาเป็นกระดาษเขียนเพลง แล้วเริ่มต้นบรรเลงอารมณ์ที่นักร้องสาวระบายให้ฟังนั้น ทันที

เธอคงคิดว่า ข้าพเจ้ากำลังเขียนจดหมายรักถึงใคร จึงขอตัวไปร้องเพลง แล้วคงแวะนั่งโต๊ะแขกคนอื่น ปล่อยให้ข้าพเจ้าโม่เพลงชีวิตเธอไปตามสะดวก

เขียนเสร็จ พับกระดาษเช็ดปากเท่าฝ่ามือนั้น ซุกลงกระเป๋าเสื้อ แล้วเช็คบิลกลับบ้าน จะต้องไปเขียนโน้ตทำนองเพลงนี้ให้เสร็จ ไม่ยังงั้นจะลืม

เสร็จแล้วไม่รู้จะให้ใครร้องดี จึงจะตีบทแตก เผอิญขณะนั้น เพลงอย่าซุบซิบบอกใคร กับ เพลงจูบ กำลังดัง ข้าพเจ้าฟังอย่างเพ่งๆ ก็ตัดสินใจทันที นักร้องผู้นี้แหละ คือผู้ที่จะมาตีบท กฎแห่งกรรม ให้แตกกระเจิงได้

แล้วก็เป็นจริงดังคาด เสียงของ พิทยา บุณยรัตพันธ์ ร้องเฉือนอารมณ์ได้สะใจนัก หญิงสาวไม่สาว ที่ถูกความรักเฉือนหัวใจยับเยิน พากันนิยมร้องประชด คนรัก คนชัง ได้สะใจดี จึงได้รับความนิยมข้ามทศวรรษ” (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ที่มา:
http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=3146
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000119696
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000116916
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000113763

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Oct 16, 2008 11:22 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

"จงรัก จันทร์คณา" (10) : หนึ่งหญิงสองชาย

โดย คีตา พญาไท 15 ตุลาคม 2551 15:37 น.



ส่วน อุมาพร บัวพึ่ง นักร้องหญิงที่ได้รับรางวัล เสาอากาศทองคำ พระราชทานครั้งที่ 3 พ.ศ. 2520 จาก เพลงเหตุการณ์รัก ผลงานของ ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ นั้น ก็กลับมาโด่งดังอีกครั้ง ด้วย เพลงหนึ่งหญิงสองชาย ของ ครูจงรัก จันทร์คณา ที่ตั้งใจแต่งให้
...
เพลงหนึ่งหญิง สองชาย
คำร้อง/ทำนอง จงรัก จันทร์คณา
หนึ่งหญิง สองชาย
ไม่หมาย ไม่คิดจะเป็นไปได้
คงเคราะห์และกรรม นำรักเป็นไป
เจอผู้ชายคนใหม่ ทั้งที่เก่าก็ยังรัก

จะทำฉันใด ยากไซร้
ปัญหาหัวใจ แสนหนัก
คนนั้นก็ดี คนนี้ก็รัก
ยากเหลือที่จะผลัก คนไหนจากใจของเรา

หากแม้นตัดใจเลือกใครคนหนึ่ง
ทิ้งคนหนึ่ง ก็คงต้องเศร้า
เคราะห์กรรม ทำบาปกับเขา
อกหักเพราะมือเรา ขยี้แหลกลาญ

หนึ่งหญิง สองชาย
อาจคล้ายวันทอง สองใจสามานย์
สวรรค์ท่านรู้ ใครหรือบันดาล
ใจแท้ไม่ต้องการ สองชายสิหมาย หญิงเอง

เพลงนี้ บันทึกเสียงครั้งแรก โดย อุมาพร บัวพึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2520 โดยครูจงรัก จันทร์คณา ได้เขียนเล่าถึง ความเป็นมาของเพลงนี้เอาไว้ ว่า

“... “ต้อย” หรือ อุมาพร บัวพึ่ง เป็นนักร้องที่มีพลังเสียงล้นเหลือ ตรงข้ามกับรูปร่างที่บอบบางของเธอ ด้วยพลังเสียงที่คับฟ้าดับดินนี่เอง ทำให้เธอได้รับรางวัล เสาอากาศทองคำ พระราชทาน ในฐานะ นักร้องดีเด่น

แต่หลังจาก พ.ศ. นั้นผ่านไปจนข้ามปี ก็ยังไม่มีบริษัทใดค่อยอัดเสียงของเธอ ออกจำหน่ายบ่อยนัก

ดูช่างไม่สมกับตำแหน่ง นักร้องดีเด่น เอาเสียเลย

นายห้างแผ่นเสียงพากันให้เหตุผลว่า เสียงอุมาพร ขายไม่ค่อยดี ทำไมเป็นงั้น...ข้าพเจ้าแอบสงสัย

แต่พับเจ้าความสงสัยนั้นซุกไว้ในสมอง ไม่อยากคิดให้เปลืองเวลากินเหล้า...”

ต่อมา ครูจงรัก จันทร์คณา ไปหา พิมพ์ปฏิภาณ พึ่งธรรมจิตต์ ที่ เมรีไนท์คลับ ก็ได้พบกับ อุมาพร บัวพึ่ง อีกครั้ง เธอจึงขอร้องให้ ครูจงรัก จันทร์คณา เขียนเพลงให้เธอร้อง

ครูจงรัก จันทร์คณา เล่าเอาไว้ถึงเหตุการณ์ตอนนั้น ไว้ว่า

“... “คืนนี้ ต้อย ขอเลี้ยงเบียร์ให้พี่จงรักเอง นะคะ” ข้าพเจ้าไม่ปฏิเสธ ก็กินฟรี ปฏิเสธให้โง่ เรอะ...
แต่อดสงสัยตะหงิดๆ ทำไม ต้อย เอาใจนัก

“ถามจริง... ต้อย เลี้ยงเบียร์ มีแผนอะไรหรือเปล่า” ต้อย ยิ้มอายเหนียมๆ แล้วนิ่งไปครู่

“คือว่า...ต้อย อยากให้พี่จงรัก แต่งเพลงให้ ต้อย ร้องบ้าง...ต้อย อยากดัง”

“ก็ ต้อย ดังอยู่แล้ว...ได้เสาอากาศทองคำ”

“มีแต่เสาน่ะซี พี่...ไฟยังไม่มี มันยังมืดตื๋อ อยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ”

ต้อย ฉลาดตอบ ข้าพเจ้านิ่งไปพักใหญ่ ทำเอา ต้อย ชักหน้าเศร้า จึงให้กำลังใจ โดยการรับปาก ทำไงได้ หลวมตัวกินฟรีเขาแล้วนี่

จากคืนนั้น...

ข้าพเจ้าต้องงัดเจ้าความสงสัย ที่เคยยัดไว้มุมสมอง ออกมานั่งคิดอีกครั้ง ทำไมเสียง ต้อย ออกดี จึงขายไม่ได้...

นึกเปรียบเทียงของ ต้อย อุมาพร บัวพึ่ง ที่ชาวบ้านไม่นิยมซื้อ อาจเป็นเพราะเสียงของเธอ มีพลังล้น สูงก็สูงล้ำ ต่ำก็ต่ำลึก ยากที่ใครจะเลียนเสียงได้ใกล้เคียง เป็นเหตุให้ถูกรังเกียจ ไม่อยากฟัง ไม่อยากซื้อ เมื่อไม่อยาก มันจึงขายไม่ค่อยได้ นี่คือคำตอบของปัญหาที่คาสมอง

เมื่อได้คำตอบ ต้องแก้จุดดับนี้ให้ได้ พลังเสียงของ ต้อย ฟังแล้วแข็งทื่อ เหมือนต้นไผ่สูงชะลูด จำต้องเอามาเหลาให้บางเป็นเส้นตอก แล้วจักสานอะไรก็ได้ตามใจชอบ

สรุปคือ เอาเส้นตรงมาม้วนงอ ให้เป็นลายกนกงดงาม

ต้อย จะต้องเปลี่ยนลีลาการร้องเสียใหม่ จากแนวสากลที่แข็งทื่อ มาเป็นลีลาไทยที่อ่อนช้อย

มองทะลุปรุโปร่งเช่นนั้น ข้าพเจ้าจึงสร้างทำนองขึ้นเพลงหนึ่ง ไม่ถึงกับเป็นเพลงไทยเดิม แต่ผสมสากลนิดๆ พอเป็นกษัยยา

ทำนองเสร็จ แล้วเนื้อร้องล่ะ จะเอาอะไรมาใส่ มันต้องเป็นเนื้อหาแบบชาวบ้าน แบบละครน้ำเน่า ที่ถูกอกถูกใจชาวบ้านนั่นแหละ ...ใช่เลย

นึกไปนึกมาก็หวนไปถึงเรื่องหนึ่ง เก็บใส่เซฟสมองไว้นานแล้ว เป็นเรื่องของแม่ค้าขนมปากหม้อ อนงค์หนึ่ง เธอสวยเฉียดๆ นางงม หน้าหวาน อวบขาวเหมือนสาวหมวย เป็นที่ต้องตาต้องใจ ประดาชายหนุ่มหล่อพ่อหม้ายทั้งหลาย มารุมอุดหนุนขนมปากหม้อ แทบแคะขายไม่ทัน

ในจำนวนนี้ มีเพียงหนุ่มเดียว ที่สามารถเจาะทะลุทะลวงเข้าไปนั่งกระดิกเท้าในหัวใจเธอได้ จวนเจียนจะตกลงปลงใจ มอบกายถวายชีวิตกันแล้วเชียว

ถ้าไม่บังเอิญ มีอีกหนุ่มหนึ่ง ขับเก๋งคันงามปาดหน้ามามอบของฝาก ของขวัญให้ แล้วก็หมั่นไปมาหาสู่ หาของขวัญของฝาก ถูกใจมามอบให้ไม่เว้นแต่ละวัน

ทำเอาแม่ค้าหน้าหวาน ชักโอนเอนเหมือนต้นอ้อโดนลม

คนนั้นก็ดี คนนี้ก็รัก หนักอกแท้ แม่คุณเอ๋ย

ข้าพเจ้าหยิบนิยายรักของแม่ค้าขนมปากหม้อนี่แหละ มาสร้างเนื้อเพลง

เพลงนี้ อุมาพร เปลี่ยนสไตล์การร้องเป็นไทยๆ ตามที่ข้าพเจ้าแนะ เสียงเธอมีพลังเยี่ยม จึงเอื้อนเสียง โหนเสียง ได้เนี้ยบมาก ความโด่งดังจึงเป็นรางวัลของเธอ สมปรารถนาที่เธอต้องการ”

ส่วน สองหนุ่ม สองชาย กับ แม่ค้าหน้าหวาน ขนมปากหม้อนั้น เป็นไปอย่างไร อยากรู้ ก็ต้องควักกระเป๋า หาซื้อ หนังสือ เบื้องหลังเพลงดัง ของ ครูจงรัก จันทร์คณา มาอ่านกันเอาเอง ซีครับ (อ่านต่อฉบับหน้า)

ที่มา: http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122670

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณสามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.482 วินาที