------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - ค้นหา.....อดีตนักฟุตบอลสายเลือดสวนกุหลาบฯ
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » แวดวงกีฬาสวนกุหลาบฯ
ผู้ส่ง ข้อความ
osk110
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Sun Mar 02, 2008 11:20 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ไม่รู้มีใครจำผมได้บ้างหรือเปล่า แต่ผมก็มีความภาคภูมิใจในความเป็นนักฟุตบอลสวนกุหลาบอยู่เต็มหัวใจ เราชื่อ วัชระ พันธ์พิริยะ รุ่น 110 ไส่เสื้อเบอร์สิบ เล่นหน้าต่ำ คู่กับ ปานเทพ รุ่นเดียวกับชาตินันท์ที่เป็นเซนเตอร์ฮาร์ฟ มีศักดา มะลิละเป็น stoper ปีนั้นเราได้ 3 แชมป์ แชมป์เยาวชนโค๊กคัพ ชิงกับเทพ เราชนะ 3-0 ปานเทพยิงหนึ่ง เรายิงสองลูก ปีเดียวกันเรายังได้แชมป์ กรมพละ และ ทอ.ด้วย พอดีได้อ่านเรื่องคนอื่นแล้วทำให้นึกถึงวันเก่าๆที่เคยได้รับเกียรติเป็นนักฟุตบอลของสวนกุหลาบคนนึง
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sun Mar 02, 2008 9:31 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

สุดยอดครับวัชระ

รบกวนขอ email ของวัชระด้วยครับ เราจะได้ add เข้าไปใน mailing list ของรุ่นครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
อดีตปีกซ้ายหมายเลข11
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Tue Mar 04, 2008 4:11 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

สุดยอดเช่นกันครับ
พี่แขก(ซิกซ์) ธวัชชัย เริงใจ OSK100
พี่แพะ ธวัช พึ่งโพธิ์ทอง OSK101 (สุดยอดศูนย์หน้า)
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Fri Mar 07, 2008 7:20 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

สวัดดีครับผมชื่อ ด.ช.ชัชวัตร์ พงษ์ทอง ผมจะถามคุณว่าคุณชื่ออะไร
ครับช่วยตอบได้ไหมครับ.............
อดีตปีกซ้ายหมายเลข11
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Sat Mar 08, 2008 12:58 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ตอบน้อง ชัชวัตร์ หงษ์ทอง น้องถามถึงใครครับผม Very Happy
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Mar 13, 2008 4:39 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

" ใครคือนักฟุตบอลสวนฯในความทรงจำของคุณ ?????? "

ที่มา: --> http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=42854

ปริญญา สระน้ำ 101
ปลากัด สุรพรชัย 102?
อ้วน สาธิต จึงสำราญ 104
วัชรธรรมรงค์ สืบปรุ 105
วรเทพ ฟักเขียว 107 =)
02 พ.ย. 50 / 08:01 posted by OSK106

.............

สำหรับผม มีกองกลางพันธุ์ดุที่มีนามว่า ศักดา เจิมดี (OSK119) ที่ลงเล่นจตุรมิตรครั้งแรกในปี 2540 ในขณะนั้นพี่อ๋ออยู่เพียงแค่ม.3 แต่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงจากรุ่นพี่ในตอนนั้นได้ ถึงแม้ว่าพี่อ๋อจะไม่ได้สัมผัสแชมป์จตุรมิตรเลย แต่เค้าก็พาทีมสวนฯกวาดแชมป์ได้หลายรายการ โดยเฉพาะแชมป์ฟุตบอลโอวัลตินคัพ ที่สะใจกองเชียร์สวนฯทั้งสนาม

อีกคน คือ ปรัชญ์ สมัครราษญ์ (OSK122) ยอดกองหลังแห่งยุคของสวนฯ เจ้าปัดเป็นกองหลังที่มีทักษะดี เบสิคแน่น ทางบอลสุดยอดและแถมด้วยสไตล์ที่เป็นศิลปินลูกหนังเล็ก เคยได้ไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรฟุตบอลฟูแล่มที่ประเทศอังกฤษ สำหรับความทรงจำของผมที่มีต่อนักบอลสวนฯคนนี้คือ เค้าพาสวนฯเป็นแชมป์ร่วมจตุรมิตรตอนปี 44 ซึ่งขณะนั้นปัดอยู่เพียงชั้นม.4 แต่ยืนเป็นสวีปเปอร์ตัวสุดท้ายให้กับสวนฯ ด้วยไหวพริบและทางบอลที่ดี นักเตะคริสเตียนสมัยนั้นที่ระดมไปด้วยทีมชาติเกือบทั้งทีม ไม่สามารถผ่นกองหลังรายนี้ได้ และในปีต่อๆมา สวนฯไดเป็นรองแชมป์บอล ลีก กรมพละ ถ้วย ก. โดยที่ทั้งฤดูกาลแพ้เพียงสองนัดและเสียไปไม่ถึงสิบประตู(ถ้าหน้าคมกว่านี้เราคงแชมป์ไปแล้ว) ผลที่ออกมาเสมอเป็นส่วนใหญ่ ด้วยฟอร์มที่โดดเด่นจนทำให้เค้าก้าวไปติดทีมชาติจนถึงทุกวันนี้
02 พ.ย. 50 / 01:41 OSK

.......................

สำหรับผมก็คงเป็นพี่อ๋อ ศักดา เจิมดี เช่นกัน เพราะ ในความทรงจำเขาต้องแก่กว่าเราสิ ไม่ใช่รุ่นเดียวกัน เหอๆ
ส่วนฮีโร่ในรุ่นผมที่กล่าวกันมาขอเพิ่มเติมละกัน
รุ่น 122 มีติดทีใมชาติทั้งหมด 5 คน (ในสมัยที่ยังเรียนที่สวนฯอยู่) คือ 3 คนคือ ยงศักดิ์ ,ธีรวุฒิ อีกคนจำชื่อไม่ได้ (ใครช่วยมาเพิ่มด้วย) ติดทีมนักเรียนไทย 18 ปี ส่วน ปรัชญ์ กะ ชาคริต ติดทีมเยาวชน 20 ปี เพิ่มเติมคุณสมบัติของปรัญช์เท่าที่จำได้คือได้เป็นกองหลังยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ 18 ปี ก. ตอน อยู่ ม.5 และ ม.6
02 พ.ย. 50 / 02:27 ตรีเพชร :

......................

รุ่น122ก็พี่ปรัชญ์นี่แหละครับสุดยอดกองหลังสวนแล้ว
123ก็โอปออ่ะครับ อัฐพล ภูนาแร่ สุดยอดเพลเมกเกอร์
124ผมชอบไอคิว พลวัฒ์ ปิ่นกอง ที่ตะบันฟรีคิก30หลา ที่ยิงเทพ ตีนหนัก+จรวดเคลื่อนที่
126นี่ผมให้น้องเดียร์เลยครับ ภูริภัทร์ ปัญญาจันทร์ ผมว่าน้องเดียร์นี่แหละที่จะพาสวนฯคว้าแชมป์จตุปีนี้!! ทักษะ*เทคนิค*แทคติกอะไรต่างๆไม่ต้องพูดถึงครับ สุดยอดจริงๆๆ ผมว่าเค้าเป็นจอมทัพสวนในยุคนี้ที่แท้จริงเลยอ่ะครับ
ที่จะพาสวนกุหลาบไปสู่กับความสำเร็จ...
02 พ.ย. 50 / 13:41 V@M... : n/a : n/a : n/a

......................

ซูโม่หิว คมกฤช ชูเกียรติมั่น พี่หิวเล่นบอลประเพณี จฬ-มธ ด้วย
02 พ.ย. 50 / 16:59 105

....................

101ก็น่าจะธวัช พึ่งโพธ์ทองนะไม่เก่งเท่าไรรูปหล่อขี้เก้ก..จบไปเล่นให้จุฬาต่ออีกหลายปีเหมือนกัน
102ต้องนี่เลยสุรพรชัย พงษ์ไพบูลย์ตัวเล็กคอมแพคคล่องเทคนิคดีมากๆ ฟรีคิกมีลุ้นตลอด ยังจำได้พี่แกอยู่ม.4แต่พาทีมชาติรุ่นอายุ13ปีคว้าแชมป์เอเซียเฉยเลย555
103รุ่นผมต้องสาธิต จึงสำราญน่ะล่ะติดทีมชาติอยู่นานเหมือนกันนะ
104นี่ต้องผู้พันอดุลย์ มลิพันธุ์เลยเล่นเด่นขยัน นิสัยดีมีสัมมาคารวะ
หลังๆมาไม่ค่อยรู้จักเเล้วน่าจะมีวรวุฒิ ศรีมฆะกับอาทิตย์ ธนูศรนะที่พอจำได้
02 พ.ย. 50 / 17:33 osk103

...................

เข้ามาแล้ว..ไม่รู้ว่าจะหลงยุคหรือเปล่า..
หากผมจะเขียนชื่อพี่ๆ นักบอลสวนฯ
ที่อยู่ในดวงใจ..มากกว่าอยู่ในความทรงจำ..ให้อ่านกัน

เริ่มจาก..อัศวิน ธงอินเนตร-ผู้รักษาประตูระดับเอเซีย
ธวัชชัย สัจจะกุล..พี่หอย..คนนี้สุดยอด
ชนิดพาทีมดังขึ้นเครื่องบินจากฟิลิปปินส์มาเตะที่สนามสวนกุหลาบฯ เลยละ
ณรงค์ สังข์สุวรรณ ..พี่เอ๊ด..เซ็นเตอร์ระดับเอเซียเช่นกัน
ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง..ประมาณได้ว่าเป็น เจอร์ราร์ด ของไทยในยุคโน้น
พี่เต้ย-ทวีพงษ์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ..เป็นทั้งนักเตะและโค้ช เทียบได้กับ "รอย คีน"
เป๊บซี่-อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค / ตา-เกรียงศักดิ์ นุกูลสมปรารถนา / อ้อง ตันตินิพันธกุล ฯลฯ

มาถึงยุคของผม..ที่สามารถฟื้นตำนาน-นำคำว่า "แชมป์" มาไว้ที่สวนฯ ได้อีกคราหนึ่ง ก็ได้แก่
วิรัช ชาญพานิชย์-ก๊อง / สุดชาย ทุมมานนท์-หมู / ชาลี (ณัฐพงศ์) เอมะศิริ-ปื๊ด / ชายน้อย สงเคราะห์ (ถึงแก่กรรม)
ทั้งสี่เป็นกำลังหลักของสวนฯ ในจตุรมิตรครั้งที่ ๓-๔-๕
และติดตัวทีมนักเรียนไทย-เยาวชน-และทีมชาติต่างวาระกัน

ถัดมาก็ได้แก่..
ชัยฤทธิ์ (ธยาณฤทธิ์) เอกเผ่าพันธุ์ / จำรูญ รื่นรมย์ / มานิตย์ (วีรวิทย์) จันทร์จำเริญ
สมเกียรติ มณีอินทร์ / ปกาศิต สุวรรณานนท์ / ฤทธิ์ ชมน้อย
..พอหลังจากนี้-ผมก็ห่างไปไกลแล้วละ
จึงขอถือโอกาสมาแจมระลึกความหลังด้วย
02 พ.ย. 50 / 22:04 นพ๘๔ :

........................

ถ้านับแต่ละรุ่นในความทรงจำเท่าที่ทันเห็น


114-บำรุง บุญพรม

115-สุรชัย คูงามมาก

116-ชารีฟ สายนุ้ย , รุ่งโรจน์ ทองถิ่นภู

117-

118-

119-ศักดา เจิมดี , ศิวเมต ธนูศร , ณรงค์ พรมอ่อน , เอกพันธ์ เพชรวิเศษ

120-นาวิน จันทร์งาม , จีรศักดิ์ โพธินันท์

121-วีรยุทธ จิตรขุนทด , ธาดา คีละลาย

122-ปรัชญ์ สมัครราษฏร์ , รุสดี อาแวซือแม , รักวิทย์ สมนวล

123-อัฐพล ภูนาแร่

124-

125-ปกิต เนียมคง

126-ภูริภัทร์ ปัญญาจันทร์
03 พ.ย. 50 / 18:13 เจ้าของกระทู้

etc.

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Sat Mar 22, 2008 8:40 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

senirat บันทึก:
ทั้งบำรุง และ ซาเล็ม...มิใช่มนุษย์ไม้ครับ ต้องนักบอลรุ่นนั้นเขาจะรู้จักครับ บำรุงครั้งสุดท้าย
ได้ข่าวว่าบาดเจ็บ(น่าจะเป็นเข่านะ) ตอนนี้เลยเล่นได้ไม่เท่าเก่า ไม่รู้ว่าเป็นอยู่อย่างไร อยากให้
นักบอลทุกคนจบแล้วมีอาชีพ หน้าที่การงานที่พอเลี้ยงครอบครัวได้
ผมนั่งดู vdo แนะนำรร.สวนฯ เห็นภาพบอลจตุรมิตร สวนฯยิงเทพได้จากลูกโทษตั้งยิงไกล
ลูกเบียดเข้าสามเหลี่ยมมุมบนเข้าไป ผมนึกถึงบอลจตุรมิตรปีหนึ่งที่ สนามทัพบก เทพเสียท่าเรา
จากลูกconner ยิงลอยสูงมาหล่นเข้าโกลพอดี
ตอนนี้สตรีวิทยา 2.ไม่ใช่หมูแบบนั้นแล้วครับ ทีมโทรศัพท์(อจ. ซัน..สันติ บินฮาซัน)ไปช่วยดูอยู่ ศักยภาพเขาน่าดู ผอ.สนับสนุนเต็มที่ โรงเรียนพื้นที่กว้างมาก เจอ กับสวนฯ18ปี ผมยัง
ไม่แน่ใจว่าสวนฯจะเอาอยู่ ของเราต้องเพิ่มประชาสัมพันธ์ครับ ถ้าขยันแจกข่าว ให้ทราบว่า
มีการเคลื่อนไหวอะไร ความช่วยเหลือจะมามากขึ้น แล้วจะเอาความคิดของอจ.สมหมายมา
ขยายให้ฟังครับ
osk87
V@M`124
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Tue Mar 25, 2008 12:51 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เข้าฟุตบอลสวนอีกอันไม่ได้อ่าครับ ทำไมหว่า???

บอลแมนยู อายุไม่เกิน15ปี สวนเข้ารอบ3แล้วนะครับ นัดแรกชนะไรหว่าจำไม่ได้1-0

นัด2ชนะสมุทรปราการ ในเวลาเสมอ1-1 จุดโทษชนะ4-3

นัดด่อไปพรุ่งนี้นะครับที่สนามหนองจอกพบกับ เชียงใหม่ครับ สวนสู้ๆ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Mar 25, 2008 9:03 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

รบกวนสอบถามว่าน้องมีแผนที่ที่ตั้งของสนามศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ (หนองจอก) ซึ่งเป็นสถานที่แข่งขันในครั้งนี้หรือเปล่าครับ

ขอบใจน้องมากอีกครั้งครับ

................


คลอดโผจับติ้วบอลแมนฯยูไนเต็ดพรีเมียร์คัพ 2008

ไนกี้ได้คลอดโผผลการจับฉลากแบ่งสายศึกฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ คัพ 2008”เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดฟาดแข้งกันในระหว่างวันที่ 17-27 มีนาคม ที่สนามศูนย์พัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอกและสนามฟุตบอลเทศบาลตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย

เมื่อวันพุธที่ 5 มีนาคม 2551 ณ ห้องประชุมบริษัท ไนกี้(ประเทศไทย) จำกัด ชั้นที่ 12 อาคารรัจนาการ ไนกี้ แบรนด์ผลิตภัณฑ์กีฬาชั้นนำระดับโลก ได้จัดพิธีจับฉลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน อายุไม่เกิน 15 ปี “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ คัพ 2008” ขึ้น โดยมีคุณองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ เป็นประธาน ร่วมด้วย คุณภัทรินทร์ อรรคภัทร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด และตัวแทนจากทีมที่สมัครเข้าแข่งขัน

โดยปีนี้เป็นวาระฉลองครบรอบปีที่ 10 ของการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ คัพ” ในประเทศไทย โดยมีทีมสนใจสมัครเข้าร่วมจำนวน 52 ทีมจากทั่วประเทศ กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 17-27 มีนาคม 2551 ใช้สนามแข่งขันรอบคัดเลือก 2 สนามคือ ที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งคุณภัทรินทร์ อรรคภัทร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงการจัดการแข่งขันรายการนี้ว่า “การแข่งขันฟุตบอล “ไนกี้ พรีเมียร์ คัพ” ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนรายการใหญ่ประจำปีที่ไนกี้จัดติดต่อกันมาปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยตั้งแต่ระดับรากหญ้าที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลได้พัฒนาฝีเท้า ทั้งในเรื่องทักษะการเล่นและจิตใจที่มุ่งมั่นเพื่อคว้าชัยชนะจากการแข่งขันกับทีมที่มีสไตล์การเล่นอันหลากหลาย ที่ผ่านมาการแข่งขันรายการนี้ถือเป็นสังเวียนที่นักฟุตบอลทีมชาติไทยในปัจจุบันหลายคนได้เคยโชว์ฝีเท้ามาแล้ว อาทิเช่น ธีรเทพ วิโนทัย เกียรติประวุฒิ สายแวว และธีรศิลป์ แดงดา ซึ่งธีรศิลป์เป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์ประเทศไทย และแชมป์ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2003 ที่สามารถคว้าอันดับ 5 ในการแข่งขันชิงแชมป์ระดับโลกที่สหรัฐอเมริกาด้วย ส่วนในต่างประเทศ ก็มีสุดยอดนักเตะระดับโลกหลายคนที่เคยร่วมแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ เช่น เฟอร์นานโต ตอร์เรส, คาร์ลอส เตเบซ, โรบินโญ่,เชส ฟาเบรกาส เป็นต้น”

“และเพื่อเป็นการขยายโอกาสให้นักเตะเยาวชนในต่างจังหวัดสามารถเข้าร่วมประลองฝีเท้าให้มากขึ้น ในปีนี้ ไนกี้ได้เพิ่มสนามแข่งขันรอบคัดเลือกเป็น 2 แห่ง คือ ที่กรุงเทพมหานคร แข่งขันที่สนามศูนย์พัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอก อีกแห่งคือจังหวัดนครราชสีมา ที่สนามฟุตบอลเทศบาลตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย ระหว่างวันที่ 17-27 มีนาคม 2551 ส่วนการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่สนามเทพหัสดิน กรุงเทพฯ ในวันที่ 29 มีนาคม 2551” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับทีมชนะเลิศของประเทศไทยจะได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับทีมตัวแทนจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อินเดีย และฮ่องกง ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อเฟ้นหาทีมตัวแทนไปสู้ศึกชิงแชมป์โลกต่อไป

ผลการจับสลากแบ่งสายการแข่งขัน รอบคัดเลือก ประเทศไทย มีดังนี้
ที่สนามศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ (หนองจอก)
กลุ่ม เอ
สายที่ 1
1.) เทพมิตรศึกษา
2.) กีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช
3.) สตรีวิทยา 3
สายที่ 2
4.) เทพศิรินทร์ ร่มเกล้า
5.) สุรศักดิ์มนตรี
6.) ชลบุรี
สายที่ 3
7.) สมุทรสาคร
8.) อัสสัมชัญ ศรีราชา
9.) ชุมชนบ้านอ่างเวียน
สายที่ 4
10.) นครสวรรค์
11.) ดรุณาราชบุรี
12.) วัดสุทธิวราราม
กลุ่ม บี
สายที่ 5
13.) เทพศิรินทร์
14.) กีฬากรุงเทพมหานคร
15.) ดาราวิทยาลัย
สายที่ 6
16.) เพ็ญสมิทธ์
17.) กีฬาจังหวัดหนองคาย
18.) บางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์)
สายที่ 7
19.) สาธิต ม. รามคำแหง
20.) สวนกุหลาบ ปทุมธานี
21.) กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
สายที่ 8
22.) เกาะแต้วพิทยาสรรค์
23.) กีฬาเทศบาลนคร นครปฐม
24.) สวนกุหลาบ สมุทรปราการ
กลุ่ม ซี
สายที่ 9
25.) สมุทรปราการ
26.) หนองจอกพิทยานุสรณ์
27.) ปทุมคงคา
สายที่ 10
28.) สวนกุหลาบวิทยาลัย
29.) พัทธยาอรุโณทัย
30.) อยุธยาวิทยาลัย
สายที่ 11
31.) กีฬาจังหวัดอ่างทอง
32.) บ้านค่าย
33.) นนทรีวิทยา
สายที่ 12
34.) เชียงใหม่
35.) จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย
36.) คุรุประชาสรรค์

ที่สนามเทศบาลเมืองปัก
กลุ่ม ดี
สายที่ 13
37.) นครราชสีมา
38.) ร้อยเอ็ด
39.) กีฬาจังหวัดชลบุรี
40.) เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กบินทร์บุรี
สายที่ 14
41.) กีฬาจังหวัดนครสวรรค์
42.) กีฬาจังหวัดลำปาง
43.) สุรินทร์
44.) กาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์
สายที่ 15
45.) กีฬาท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด
46.) อุบลราชธานี
47.) สมุทรสงคราม
48.) อุดรธานี
สายที่ 16
49.) กีฬาจังหวัดขอนแก่น
50.) สตรีวิทยา 2
51.) องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
52.) ขอนแก่น

1.) การแข่งขัน แบ่งเป็น 2 ครึ่ง ๆ ละ 20 นาที พักไม่เกิน 10 นาที 2.) รอบแรก ชนะ ได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน แพ้ ไม่ได้คะแนน คะแนนรวมเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก เพื่อหาลำดับของทีม
ทีมที่มีคะแนนรวมเป็นที่ 1 และ ที่ 2 ของแต่ละสายจะได้เข้ารอบที่ 2
3.รอบที่ 2 ถึง รอบชิงชนะเลิศ หากเสมอกันในเวลาปกติ ให้เตะจุดโทษ เพื่อหาผู้ชนะ

Sources:
http://b4thematch.com/show-news.php?news_id=24457&PHPSESSID=356d43debcf6402c5d5a7b6cdf3c0860
http://news.thaieasyjob.com/sport/show_news-23698-10.html
http://www.chiangmainews.co.th/viewnews.php?id=23539&lyo=1
http://www.thailandsportsonline.com/socceronline/thai/3169/thai51032503a.html

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Mar 26, 2008 12:20 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


3ม้ามืดฉลุยบอลผีแดง,4ทีมอีสานยังต้องลุ้น

บอลผีแดง ได้ 3 ตัวแทน พระกาฬสนามเมืองกรุงแล้ว ชุมชนอ่างเวียน, เพ็ญสมิทธ์ และ คุรุประชาสรรค์ ทีมม้ามืดจากชัยนาท คว้าตั๋วบู๊ต่อรอบ 4 ทีมสุดท้าย ที่สนามศุภชลาศัย ด้าน "ฉลามชล" ชลบุรี ทำเรื่องประท้วง ชุมชนบ้านอ่างเวียน เหตุส่งผู้เล่นไม่ตรงคุณสมบัติ ด้านฝ่ายจัดตรวจเอกสารส่อมีพิรุธเดดไลน์ให้นำตัวจริงมายื่น 26 มี.ค. นี้ หากเป็นจริงชลบุรี จะได้สิทธิ์แทน ขณะที่สนามเทศบาลเมืองปัก โคราช ได้ 4 ทีมบู๊รอบรองฯ นครราชสีมา, อุบลฯ, ร้อยเอ็ด และ กีฬาร้อยเอ็ด วัดดวง 26 มี.ค. นี้ แย่งโควตาที่เดียวมาหวดแข้งที่สนามศุภฯ

การแข่งขันฟุตบอล "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ คัพ 2008" เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 51 ที่ผ่านมา มีการคัดเลือกด้วยกัน 2 สนาม ที่สนามศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ย่านหนองจอก มีนบุรี เป็นการแข่งขันรอบ 4 ส่วนที่สนามเทศบาลเมืองปัก จ.นครราชสีมา เป็นการแข่งขันรอบ 2 มีการแข่งขัน 4 คู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าว ซึ่งมีผลดังนี้

ชุมชนบ้านอ่างเวียน 1 - ชลบุรี 0

รอบสี่ คู่แรก ชุมชนบ้านอ่างเวียน ทีมเต็ง พบกับ บิ๊กทีม "ฉลามชลจูเนียร์" ชลบุรี เกมนี้ใครชนะจะผ่านเข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศ วันที่ 29 มี.ค. ทันที และจะเป็น 1 ใน 3 ตัวแทนของสนามนี้ที่จะไปเล่นสนามศุภชลาศัยต่อไป เกมนี้ทั้งสองทีมเดินเกมรุกใส่กันแหลก ก่อนที่จะหมดเวลา ชุมชนบ้านอ่างเวียน เฉือนเอาชนะ ชลบุรี ไปอย่างสนุกจากฝีเท้าของ แมซี่ นัมบา น.21

ทว่าทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เล่นของ ชุมชนบ้านอ่างเวียน มีนักเตะ 1 ราย ที่ส่งหลักฐานมาไม่ตรงกับคุณสมบัติและระเบียบที่วางไว้ เนื่องจาก ด.ช.ศาสนพงษ์ วัฒยุ ที่เกิด พ.ศ. 2535 แต่มีการส่งเอกสารมาเป็นปี 2536 ทำให้ต้องมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานกันใหม่เกี่ยวกับนักเตะรายนี้ ซึ่งทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้ยื่นระเบียบการแข่งขันให้เอาเอกสารตัวจริงมาแสดง แต่ว่าทางทีมบอกว่าเอกสารตัวจริงยังอยู่ที่บ้านนักเตะที่ จ.ขอนแก่น จึงต้องให้เวลาในการเดินทาง

โดยทางฝ่ายจัดให้เอาเอกสารทั้งหมดมายื่นในเช้าวันที่ 26 มี.ค. 51 เวลา 09.00 น. หากว่าเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่ตรงกับตัวจริงทางฝ่ายจัดการแข่งขันจะตัดสิทธิ์ทีมอ่างเวียน และมีการพิจารณาโทษกันในเรื่องของการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในปีต่อไป

สวนกุหลาบฯ ปทุมธานี 1 - เพ็ญสมิทธ์ 3

คู่ 2 สวนกุหลาบฯ ปทุมธานี พบกับ เพ็ญสมิทธ์ เกมนี้เป็นเด็กจากย่านรามคำแหง อย่าง เพ็ญสมิทธ์ ดาหน้าเปิดเกมรุกเข้าใส่ก่อนที่จะหมดเวลาถล่มเอาชนะ สวนกุหลาบฯ ปทุมธานี ไปได้แบบสบาย 3-1 ได้ประตูจาก เทวกุล อุ่นทอง น.23, สรวิศ พวงไทยสงค์ น.28, สุบรรณ งานประเสริฐ น.36 ส่วน สวนกุหลาบฯ ปทุมธานี ได้จาก ชัชวาลย์ ฉาบพลอย น.20 ผ่านเข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศ

คุรุประชาสรรค์ 2 - สวนกุหลาบวิทยาลัย 1

คู่ 3 คุรุประชาสรรค์ จากชัยนาท ทีมม้ามืดรายการนี้ ลงสนามพบกับ "ลูกชมพูฟ้า" สวนกุหลาบวิทยาลัย เกมนี้ คุรุประชาสรรค์ จากชัยนาท เฉือนเอาชนะ สวนกุหลาบวิทยาลัย ไปแบบสนุก 2-1 ได้ประตูจาก ศราวุฒิ ดวงแก้ว น.9, ธวัชชัย สินสังข์ น.34 ส่วน สวนกุหลาบฯ ได้จาก ศิวกานต์ เภามี น.39 สำหรับ 3 ตัวแทนของสนามนี้ที่ได้สิทธิ์ไปเล่นรอบรองชนะเลิศ ที่สนามศุภชลาศัย ประกอบด้วย ชุมชนบ้านอ่างเวียน, เพ็ญสมิทธ์ และ คุรุประชาสรรค์

นครราชสีมา 3 - ร.ร.กีฬา จ.นครสวรรค์ 2

ที่สนามเทศบาลเมืองปัก จ.นครราชสีมา คู่แรก รอบสอง นครราชสีมา ชนะ ร.ร.กีฬาจังหวัดนครสวรรค์ 3-2 นครราชสีมา ได้ประตูจาก ชญาวัต ศรีนาวงษ์ น.3,37 และ ศิริวัฒน์ ลื่นกลาง น.18 ส่วน โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ ได้ประตูจาก นิธิกุล แก้วกุลพัฒน์ น.5,16

ร้อยเอ็ด 1 - สุรินทร์ 0

คู่ 2 ร้อยเอ็ด ลงสนามพบกับ สุรินทร์ เกมนี้เป็นทางฝั่งร้อยเอ็ดที่เดินเกมรุกบุกใส่สุรินทร์อย่างหนัก ก่อนที่จะหมดเวลาเฉือนเอาชนะ 1-0 ได้ประตูจาก ปริญญา พันธมา น.22 นักเตะร้อยเอ็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศอย่างหวุดหวิด

อุบลราชธานี 4 - ขอนแก่น 2 (จุดโทษหลังเสมอในเวลา 0-0)

คู่ที่ 3 นักเตะ "เมืองดอกบัว" อุบลราชธานี ลงสนามพบกับ "นักเตะเมืองหมอแคน" ขอนแก่น ตลอดทั้งเกมทั้งสองทีมใส่กันอย่างสนุก ก่อนที่จะหมดเวลาเสมอกันไป 0-0 ต้องหาผู้ชนะด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ ผลปรากฏว่า อุบลราชธานี แม่นโทษกว่าเอาชนะ ขอนแก่น ได้ 4-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปอีกทีม

ร.ร.กีฬาท้องถิ่น จ.ร้อยเอ็ด 1 - สตรีวิทยา (2) 0

คู่ที่ 4 โรงเรียนกีฬาท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด พบกับ "สิงห์ร้ายลาดพร้าว 71" สตรีวิทยา 2 ก่อนลงสนาม สตรีวิทยา 2 เป็นต่อกว่านิดๆ แต่พอเอาเข้าจริงกลับเป็นทีมจากร้อยเอ็ดกลับโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีกว่า หมดเวลาเอาชนะไป 1-0 ได้ประตูจาก สิริศักดิ์ พลพันธ์งาม น.22 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ ร้อยเอ็ด

สำหรับโปรแกรมแข่งขันในวันที่ 26 มี.ค. นี้ ที่สนามเทศบาลเมืองปัก จ.นครราชสีมา เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศ เพื่อคัดเอา 1 ทีมมาเล่นรอบชิงแชมป์ ปทท. ที่สนามศุภชลาศัย นครราชสีมา พบ อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด พบ ร.ร.กีฬาท้องถิ่น จ.ร้อยเอ็ด เวลา 10.00 น. ส่วนเวลา 16.00 น. จะเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

ที่มา; http://www.siamsport.co.th/25510325-078.html

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
ขอแจม
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Wed Mar 26, 2008 8:49 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เอ มีชื่อ พี่เอกภพ โพธิสัย หรือยังครับ

ทำไม พี่ชาตินัน หลัง ๆ มาเล่นเป็นปีกได้หละครับ จำได้ว่า ฟุตบอล ปตท.คัพ (มั้ง) ที่เราชนะ ทีม พ.จำนง (หรือเปล่า) ในรอบแรก ๆ ที่เราดึงตัวกลับมาเล่นอีกครั้ง พี่แกยังผมยาวเฟื้อยอยู่เลย พอมาอีกนัด ตัดทรงนักเรียนเฉย
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sat Apr 05, 2008 8:11 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ฟุตบอลนัดพิเศษรวมOSKฉลองตำแหน่งสว.อาจารย์สุโข 19 เมษายน 2551
osk98fc บันทึกเมื่อ: Fri Apr 04, 2008 7:43 am

พี่จุ่น96-4=92 แจ้งยืนยันมาแล้วเมื่อเย็นวาน

19 เมษายน 2551 ตั้งแต่ตอนบ่ายๆจนถึงเย็น

ฟุตบอลนัดพิเศษรวมOSKฉลองตำแหน่งสว.อาจารย์สุโข วุฒิโชติ

สนามน้ำแก้จน กรมชลประทาน ปากเกร็ด

เตะเสร็จ...ตอนหัวค่ำมีเลี้ยโต๊ะจีนนิดหน่อย

กำหนดการและรูปแบบการประกบคู่แข่งขันจะแจ้งให้ทราบต่อไป

แต่ทีรู้ๆทีม98ได้รับเชิญเป็นทีมแรกๆ.....

..OSK98FC..



ใครจะไปลงชื่อด้วย เพราะพี่ๆเค้าต้องเตรียมสั่งอาหารให้พอสำหรับพวกเรา


อย่าลืมลงชื่อ...เพื่อเช็คจำนวนคน

OSK98FC...





ที่มา: http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=37817#37817

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Apr 09, 2008 9:19 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

พี่เปเล่101 บันทึก:
ขออนุญาตแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติม และฝากช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยครับ

ชมรมฟุตบอลศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย(Suankularb Football Club)
โดยสมปอง(จุ่น) จังคศิริosk96(92)-เลขาฯชมรมจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษขึ้นอีกครั้ง..
เพื่อให้ชาวสวนฯได้ร่วมมุทิตาจิต อวยพร รดน้ำดำหัว และร่วมแสดงความยินดีแด่..
ท่านอาจารย์ สุโข วุฑฒิโชติ ส.ว.สมุทรปราการ ในวันเสาร์ที่ 19 เม.ย.2551
ณ สนามน้ำแก้จน กรมชลประทาน (ปากเกร็ด)

โดยมีกำหนดการ และรายละเอียดดังนี้

คู่ที่1 - 14.00น. OSK107 vs. OSK104 (ทีมน้องใหม่)
คู่ที่2 - 14.40น. OSK109 vs. OSK98 (อันดับ8/7)
คู่ที่3 - 15.20น. OSK101 vs. OSK99 (อันดับ5/6)
คู่ที่4 - 16.00น. OSK108 vs. OSK106 (อันดับ3/4)
คู่ที่5 - 16.40น. OSK103 vs. OSK96 (อันดับ2/1)
- 17.30น. พิธีการรดน้ำดำหัว ขอพร ตามประเพณี
- 18.30น. งานเลี้ยง ร่วมรับประทานอาหาร(โต๊ะจีน)

หมายเหตุ - การจับคู่แข่งขันในครั้งนี้ใช้การจัดตามอันดับ(Ranki ng)จาก OSK League#1
การแต่งกาย-ทีมน้องใช้ชุดขาว /ทีมพี่ใช้ชุดชมพู-ฟ้า
เวลาแข่งขัน-คู่ละ 40 นาที ไม่มีพักครึ่ง และเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ตลอดเกม

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Apr 21, 2008 6:55 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

นัดหมาย: ขอเชิญชาวสวนฯรุ่น ๘๓/๘๔ ทุกท่าน
ร่วมงานฟุตบอล สวนฯ ๘๓ ปะทะ ๘๔ ประเพณี ครั้งที่ ๗
เสาร์ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๑
พบกัน ๑๕.๐๐ น. ณสังเวียนแข้งแหล่งเดิม
โรงแรมรามาการ์เด้น ถนนวิภาวดีฯ


ฟุตบอลประเพณี OSK83-84 เมื่อปีที่แล้ว (2550)


จบการแข่งขันแล้ว รุ่น ๘๓ ในฐานะเจ้าภาพ
จะเลี้ยงสังสรรค์ พร้อมรายการบันเทิงมากมายเช่นเคย

อะแฮ่ม..สวนฯ ๘๔ จะหนีบทีเด็ดไปฝากพี่ๆ อีกเช่นกัน
หมายเหตุ- ขอแรงเพื่อนๆ ที่ยังออกกำลังกาย ไปช่วยๆ กันหน่อย
เพราะที่ผ่านมาทุกครั้ง เราไม่เคยชนะเลย..แม้จะโกงแล้วโกงอีกก็ตาม
อ้อ..เตรียมชุดกางเกง กับ รองเท้าไปเท่านั้น
ส่วนเสื้อทีมให้ไปเอาที่สนามได้เลย

และหากพี่น้องรุ่นอื่นๆ สนใจจะไปแจม
ก็แวะไปได้จ้ะ..ยินดีต้อนรับเสมอ

หากจะย้อนความหลังเมื่อปีที่แล้ว..ก็ตามไปดูได้ที่ --> http://www.suan84.com/forums/viewtopic.php?p=2062#2062

--------------------------------------------------------------------------------
บรรเลงเพลงเตะ 83/84....(คลิก --> http://www.suan84.com/forums/viewtopic.php?t=209 )
ติดตามมุขเด็ด จากงาน ถลกกางเกงเตะ....(คลิก --> http://www.suan84.com/forums/viewtopic.php?t=252 )
แล้วก้อมาถลกกางเกงเต้นกับสาวรำวง ให้สนั่นเวที....(คลิก --> http://www.suan84.com/forums/viewtopic.php?t=253 )


ที่มา; http://www.suan84.com/forums/viewtopic.php?p=2062#2062

พี่นพ84 บันทึก:
ผมนั่งอ่านมาหลายวันแล้ว..
เห็นด้วยกับ หมอเสนีรัตน์ ครับ
ที่น่าจะแบ่งเป็นรุ่นๆ..จะได้ไล่เรียงถูก
เฉพาะที่อยู่บนบอร์ดใน Hall of Fame ของโรงเรียน..ก้อนับไม่ถ้วนแล้วครับ

เริ่มต้น..ขอเสริม-ที่หมอเขียนไว้เล็กน้อยว่า..ชื่อ "มานพ" นั้น
คงจะเป็นผู้รักษาประตูสำรองรุ่น 84 นี่แหละครับ
เพราะตัวจริงชื่อ "ธนิต อ่อนสมา"..คนนี้เหินหาวเก่งมาก
เล่นเป็นตัวจริงชองโรงเรียนตั้งแต่อยู่ ม.ศ.3 ได้แชมป์กรมพละ และจตุรมิตรหลายครั้ง
ส่วนสำรองชื่อ "มานพ พงษ์ไพศาล" ตอนนี้ติดยศ พันเอกพิเศษ เป็น เสธ. อยู่ที่ บก.ทหารพัฒนา..ครับ
และสำหรับรุ่นนี้..ที่ติดทีมนักเรียนไทย จนไต่ไปติดทีมเยาวชน ก็ได้แก่
วิรัช ชาญพานิชย์ (ก๊อง) อดึตผู้จัดการทีมชาติไทย คู่กับ "พี่หอย-ธวัชชัย" น่ะแหละครับ
ชายน้อย สงเคราะห์ -ศูนย์หน้าตีนจรวด เพิ่งถึงแก่กรรม
กับอีกสองคนคือ "สุดชาย ทุมมานนท์" (รับเหมาะงานก่อสร้าง)
และ ชาลี เอมะศิริ (เปลี่ยนชื่อเป็น "ณัฐพงศ์" เป็น In-flight manager การบินไทย)

หากนับย้อนไปก่อนหน้า..ต่อเนื่องจากยุค "พี่อัศวิน ธงอินเนตร"
เรามีนักเตะดีกรีทีมชาติมากมายครับ
อย่าง-พี่น้องตระกูล "ดวงมณี" นี่จมหูเลยครับ อาทิ สมไชย, ธรรมนูญ เป็นต้น
หรืออย่าง ..พี่เต้ย-ทวีพงษ์ เสนีย์วงศ์ฯ, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ..คุณภาพคับแก้วทั้งนั้น
ไล่มาถึง อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค (เป็บซี่), เกรียงศักดิ์ นุกูลสมปรารถนา (ตา ตูดหมึก),
อ้อง ตันตินิพันธุ์กุล
..นี่ก็ใช่ย่อย ดีกรีเยาวชนและทีมชาติทั้งนั้น

ครั้นไล่ตามมาติดๆ ข้างหลังรุ่นผมก้อมีหลายคน อย่างที่มีน้องๆ ไล่เรียงไว้แล้ว
แต่ที่จะขอเพิ่มเติมก็มี วีรศักดิ์-สมเกียรติ มณีอินทร์, ปกาศิต สุวรรณนานนท์ ฯลฯ

ที่เอ่ยๆ มานี่..หลายคนยังแข็งแรง
ไปร่วมเตะบอล "สวนฯ 83 vs 84" ครั้งหลังสุด-เมื่อ 25 มีค.นี่เอง
ลองไปติดตามดูภาพจาก วิดีโอคลิป ของเว็บ suan84.com ก็ได้ครับ

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Jul 24, 2009 10:23 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ขออนุญาตปั่นกระทู้นี้ขึ้นมาให้พี่สาธร OSK104 เก็บข้อมูล นักเตะระดับตำนานของสวนฯ ครับ =)

songwut110 บันทึก:
จากความเดิมบางส่วนที่ http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=523&postdays=0&postorder=asc&start=15 [ยังไงๆ ก็ไม่พ้น OSK]

คุณ aororawan บันทึก:
ขอบคุณนะค่ะที่เข้ามาให้กำลังใจ ตระกูล "ธงอินเนตร" พี่เกิดมาพี่ก็ได้รับรู้ และมีผู้กล่าวขวัญถึงคุณลุง"(OSK) อัศวิน ธงอินเนตร"อยู่เสมอ แม้กาลเวลาจะผ่านเกือบ 40 ปีแล้ว มีเวลาว่างๆ พี่จะคัดลอกบทความจากหนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณลุง มาให้น้องๆ ได้อ่านนะค่ะ

สำหรับคุณพ่อ(OSK)เอกรินทร์ ธงอินเนตร ท่านได้มาตั้งรกรากที่จังหวัดขอนแก่น กับน้องชายท่านอีกหนึ่งคน คุณอิทธิพร ท่านทั้งสองรับราชการครู และตอนนี้ทั้งสองท่านได้เกษียณอายุราชการแล้ว พี่เกิดมาพี่ก็เห็นคุณพ่อเล่นกีฬาฟุตบอลมาตลอดและตำแหน่งที่ท่านเล่นก็เช่นเดียวกับคุณลุงอัศวิน ถ้าน้องเคยเห็นรูปคุณลุงอัศวินตอนใส่ชุดผู้รักษาประตูเต็มตัว คุณพ่อเอกรินทร์ก็เช่นกันนั้นแหละค่ะ ท่านทั้งสองจะหน้าตาละม้ายคล้ายกันมาก จนพี่เองยังคิดว่าคุณพ่อท่านมีฝาแฝด ส่วนพี่น้องท่านอื่นๆ ยังอยู่ที่กรุงเทพฯ เราจะไปเจอกันอยู่เสมอ ในวันเกิดของคุณลุงโดยเราจะได้เคารพอนุสาวรีย์ของท่านที่สนามฟุตบอลสโมสรธนาคารกรุงเทพฯ ทุกปีค่ะ



อัศวิน ธงอินเนตร SK2491 -- เจ้าของตำนานที่มาแห่งถ้วย "อัศวิน" ในวงการฟุตบอลไทย

...... แฟนฟุตบอลชาวไทยหลายท่าน คงต้องเคยอยู่บนอัฒจันทร์ เพื่อชมเกมฟาดแข้งของเหล่าขุนพลนักเตะลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และเมื่อเวลา 90 นาทีจบลง บางครั้งเราคงนั่งเมอมองไปยังสนามหญ้าเขียวขจีที่ปราศจากการแข่งขัน ในขณะที่แสงสว่างจากสปอร์ตไลท์จะค่อย ๆ หรี่ดับลง ทีละดวง...ทีละดวง เพียงต้องการซึบซับความรู้สึกที่พึ่งผ่านพ้น ไม่ว่า "ทีมธงไตรรงค์" จะพ่ายแพ้หาก "ภาคภูมิใจ" หรือชัยชนะแต่ "หดหู่" เพราะภาพเหตุการณ์เหล่านั้น กำลังจะกลายเป็น "เสี้ยวหนึ่งแห่งตำนาน"

...... มีนักฟุตบอลทีมชาติไทยเพียงไม่กี่คน ที่ชื่อพวกเขายังคงกึกก้องอยู่ในความทรงจำของคอลูกหนังสยาม และอีกหลายร้อยคนเช่นกัน ที่อาจถูกลืมเลือนไปบ้างตามกาลเวลา ดังนั้น จึงจะขอย้อนเรื่องราวน่าสนใจของนักเตะที่ได้รับคะแนนเสียงเอกฉันท์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อประกาศยกย่องให้เป็น "นักฟุตบอลผู้ทรงคุณค่าในรอบศตวรรษ" เจ้าของตำแหน่งผู้รักษาประตูดาราเอเชีย "ALL STAR" คนแรกของ AFC. ถ้ากล่าวกันว่า "มิตร ชัยบัญชา" คือตำนานอมตะแห่งวงการภาพยนตร์ นามของ "อัศวิน ธงอินเนตร" จึงเปรียบเสมือนตำนานอมตะของวงการฟุตบอล

...... อัศวิน ธงอินเนตร หรือเพื่อน ๆ ร่วมทีมชาติมักจะเรียกกันติดปากว่า "วิน" เป็นชาวจังหวัดปทุมธานี เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2480 บุตรคนที่สอง ในจำนวนพี่น้อง 8 คนของครอบครัวนายพิสิษฐ์ และนางบังอร ธงอินเนตร วัยเด็กอัศวินชอบเล่นกีฬาแทบทุกประเภท อาธร ธงอินเนตร ผู้เป็นน้องชายและอดีตนักฟุตบอลสโมสรธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า "อัศวินชอบทุ่มเทให้กับการแข่งขัน แม้แต่การฝึกซ้อมก็จะเล่นอย่างจริงจัง มีอยู่ครั้งหนึ่งก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย เคยต้องบาดเจ็บอย่างหนักเพราะการเล่นกีฬา" ด้วยความเป็นห่วงของมารดา จึงขอให้เขาสัญญาว่าจะหยุดเล่นกีฬาชั่วคราว จนกว่าจะเรียนจบ ม. 8 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบฯ

...... อัศวิน ก้าวเข้าสู่รั้วลูกแม่โดม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2499 และเริ่มเดินบนเส้นทางกีฬาอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะกรีฑาประเภทลู่และลาน ด้วยรูปร่างสูงใหญ่พร้อมทั้งการสปิงข้อเท้าอันยอดเยี่ยม เขาก็สามารถคว้าเหรียญรางวัลกีฬากระโดดสูงแห่งประเทศไทยมาคล้องคอสำเร็จ วิวัฒน์ มิลินทจินดา อดีตทีมชาติชุดโอลิมปิกและผู้ฝึกสอนทีมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2502 - 2508) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว เคยกล่าวว่า "ถ้าหากสมัยนั้น อัศวินไม่หันมาเล่นฟุตบอล ก็คงเป็นนักกรีฑาทีมชาติไปแล้ว"

...... เพราะกลิ่นสาปลูกหนังใน พ.ศ. 2504 ระหว่างการเตรียมทีมฟุตบอลประเพณีของธรรมศาสตร์ อัศวิน ได้นั่งเฝ้าติดตามการฝึกซ้อมของเหล่าบรรดาขุนพลนักเตะท่าพระจันทร์ ประสันต์ สุวรรณสิทธิ์ อดีตทีมชาติชุดเมลเบิร์นและประธานชมรมลูกหนังธรรมศาสตร์ รำลึกความหลังให้ฟังว่า "อัศวินเดินมาบอกกับผมว่าอยากเล่นฟุตบอล และขอเล่นเป็นกองหน้า แต่ผมเห็นว่าเขาตัวใหญ่และสูงกว่า 180 จึงแนะนำให้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูจะดีกว่า" และส่วนหนึ่งที่ทำให้ อัศวิน ธงอินเนตร สามารถผ่านการคัดเลือกจนติดทีมเหลืองแดงในตำแหน่งนายทวาร ซึ่งผลการแข่งขัน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2504 ทีมธรรมศาสตร์เสมอจุฬาฯ 1 - 1

...... หลังจากนั้น อัศวิน จึงตัดสินใจเลือกที่จะเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง เมื่อเข้าร่วมสังกัดทีมธนาคารกรุงเทพที่พึ่งเริ่มก่อตั้งสโมสร โดยมี สำรวย (สำเริง) ไชยยงค์ อดีตสตาฟฟ์โค้ชเยาวชนของสมาพันธ์ฟุตบอลเยอรมันเป็นผู้ฝึกสอน และในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2505 อัศวิน ธงอินเนตร ขณะมีอายุ 25 ปี จึงสามารถคว้า "ธงไตรรงค์" มาติดหน้าอกเสื้อได้สำเร็จ เพื่อเดินทางไปแข่งขันลูกหนังฉลองเอกราชเวียดนามใต้ เป็นเกียรติประวัติรายการแรกของตนเอง

...... และวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 มูลนิธิอานันทมหิดลจัดแข่งขันฟุตบอลการกุศล นัดที่ถือว่ายิ่งใหญ่ของวงการลูกหนังเมืองไทยสมัยนั้น เพราะเป็นการพบกันระหว่างสโมสรทหารอากาศแชมป์ถ้วยใหญ่ 7 ปีซ้อน (พ.ศ. 2500 - 2506) ที่มีนักเตะดังอย่าง เล็ก อมฤตานนท์, ปราณีต ปราณีตบุตร, ล้วน พันธ์งาม, ประกอบ รัศมีมาลา, นักรบ โพธิ์แสง, ทองหล่อ เจริญเดช, ยรรยง นิลภิรมย์ ฯลฯ และทีมธนาคารกรุงเทพ ซึ่งประกอบด้วยเหล่าผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล อาทิ อัศวิน ธงอินเนตร SK2491, อัษฎางค์ ปาณิกบุตร, วิชิต แย้มบุญเรือง SK2493, สมศักดิ์ อ่อนสมา, ยรรยง ณ หนองคาย, ประเดิม ม่วงเกษม เป็นต้น นอกจากนี้ ที่สำคัญเป็นการแข่งขันหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระรามาธิบดีแห่งมาเลเซีย อีกด้วย ก่อนสโมสรบัวหลวงจะพลิกชนะลูกทัพฟ้า 5 - 1 โดยตลอดการแข่งขัน อัศวินได้รับเสียงปรบมือจากแฟนฟุตบอลรอบสนาม เมื่อสามารถพุ่งลอยตัวอยู่ในอากาศเพื่อป้องกันลูกอันตรายไว้ได้หลายครั้งด้วยกัน และภายหลังเกมยังได้รับคำชมจากบรรดานักข่าวหนังสือพิมพ์เกือบทุกสำนัก

...... ต่อมา เมื่อสโมสรธนาคารกรุงเทพส่งทีมเข้าแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานเป็นสมัยแรก และชนะเลิศถ้วยน้อยประจำปี 2506 (สมัยนั้นมีแค่ถ้วยใหญ่และถ้วยน้อย) ก่อนจะขึ้นมาคว้าถ้วยใหญ่ในปี พ.ศ. 2507 ซึ่งนับเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของอัศวิน ธงอินเนตร กับทีมจากย่านบางนา

...... ในขณะที่ผลงานระดับชาติ ทีมชาติไทยเกือบจะกลายเป็นตัวแทนทวีปเอเชียไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (ค.ศ. 1964) เมื่อปรี-โอลิมปิก รอบแรก ขุนพลนักเตะสยามสามารถสยบทีม "เสือเหลือง" มาเลเซียแชมป์เมอร์เดก้าหลายสมัยมาได้อย่างหวุดหวิด (1 - 1, 3 - 2) โดยส่วนหนึ่งจากฝีมือการป้องกันประตูของอัศวิน ธงอินเนตร ทำให้ทีมไทยต้องพบกับเกาหลีเหนือ เพื่อคัดอีกเพียงทีมเดียว แต่เนื่องจากทั้งสองประเทศไม่มีสัมพันธ์ด้านการทูตระหว่างกัน FIFA จึงกำหนดให้แข่งขันสนามชาติเป็นกลาง ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2507 ณ สนามอองซาน ประเทศพม่า แม้ว่านักเตะลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะปราชัยผู้เล่นโสมแดงทั้งสองนัด (0 - 2, 0 - 5) หากคือการจุดประกายความหวังของวงการลูกหนังสยาม เพราะอีก 2 ปีต่อมา ทีมเกาหลีเหนือชุดดังกล่าว คือทีมแรกของทวีปเอเชียที่สร้างประวัติศาสตร์ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก ค.ศ. 1966 ณ ประเทศอังกฤษ นั้นเอง

...... แม้ว่าปีถัดมา ทีมธนาคารกรุงเทพจะประกาศขอถอนทีมจากรอบชิงชนะเลิศ เพื่อต้องการแสดง "น้ำใจนักกีฬา" เนื่องจากกรณีการแข่งขันแบบพบกันหมดนัดสุดท้าย ที่มีผลให้สโมสรทหารอากาศตกรอบแรก และทำให้ทีมตำรวจครองถ้วยใหญ่สมัยแรกใน พ.ศ. 2508 แต่รางวัลนักเตะเสื้อสามารถของสมาคมฟุตบอลฯ ตกเป็นของอัศวิน ธงอินเนตร

...... เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2508 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ ยมนาค นายกสมาคมฯ จึงได้ส่งผู้เล่นทีมชาติไปเก็บตัวฝึกซ้อม เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ ณ ทวีปยุโรป โดยทีมไทยลงสนามทั้งหมด 12 นัด และแมตช์หนึ่งที่ถูกกล่าวขานถึง คือวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2508 ทีมไทยลงสนามพบสโมสรไรน์เดอร์ ซาเซ่นคลับ 05 (N.S.C. 05) ทีมอันดับ 5 ทางตอนเหนือของเยอรมัน ในขณะที่เกมกำลังเข้มข้นและดุเดือด ทีมเยือนต้องเสียลูกจุดโทษ นักเตะเยอรมันยิงเต็มแรงแต่ปรากฎว่า อัศวิน ธงอินเนตร สามารถสปิงตัวพุ่งปัดบอลออกไปได้ ท่ามกลางสายตาชื่นชมของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม พร้อมกับเสียงปรบมือลั่นสนามเมืองกอต์ททิงเก้น (GOTTINGEN) ก่อนทีมไทยจะชนะสโมสรซาเซ่นคลับ 3 - 1

...... นายพิสิษฐ์ งามพานิช อดีตนายกสมาคมฟุตบอลฯ ขณะนั้นเดินทางไปในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีม กล่าวว่า "อัศวิน สามารถโชว์ฟอร์มได้เด่นมาก จนสโมสรหลายแห่งสนใจในตัวเขา ทั้งที่เขาได้ตอบปฏิเสธไปแล้ว แต่เมื่อกลับมาจากเยอรมัน ก็ยังมีจดหมายสัญญาการเล่นอาชีพและระบุเงินเดือน ๆ ละ 8,000 บาท ส่งมาที่สมาคมฟุตบอลฯ เพื่อให้ช่วยติดต่อกับอัศวิน

...... " ฟุตบอลเมอร์เดก้า ครั้งที่ 9 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2508 ด่านทดสอบรายการแรกของทีมไทยหลังกลับจากยุโรป ถึงแม้ว่าจะไม่ผ่านถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย แต่สร้างผลงานดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา คือทีมไทยชนะเกาหลีใต้ 3 - 2 แพ้ ทีมไต้หวัน 2 - 3 (แชมป์ของทัวร์นาเม้นต์ร่วมกับเกาหลีใต้ 1 - 1) เสมอ ทีมพม่า 1 - 1 (ทีมอันดับ 1 ของเอเชียระหว่าง พ.ศ. 2500 - 2515) และ เสมอ ญี่ปุ่น 0 - 0 หนังสือพิมพ์ของมาเลเซีย ได้ลงตีพิมพ์ข่าว อัศวิน ธงอินเนตร นายทวารไทยสามารถช่วยเซฟประตูอย่างยอดเยี่ยมให้ทีมรอดพ้นจากความปราชัยมาเกือบทุกนัด ในขณะที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC.) ยังได้ทำการคัดเลือกและประกาศนักเตะยอดเยี่ยมแต่ละตำแหน่ง จำนวน 16 คน (สำรอง 5 คน) โดยตำแหน่งผู้รักษาประตู "ALL STAR" คนแรกของทวีปเอเชีย คืออัศวิน ธงอินเนตร นักฟุตบอลทีมชาติไทย

...... อัศวิน ธงอินเนตร เป็นนายทวารที่มีความกล้าตัดสินใจ ไม่เคยกลัวต่อการต้องเข้าปะทะกับฝ่ายตรงข้ามเพื่อปกป้องลูกไม่ให้กระทบตาข่าย นอกจากนี้ยังสามารถอ่านเกมการเล่นได้เป็นอย่างดี และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือมีจิตวิทยาในการกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ให้กลับมาพลิกเกมจนชนะได้หลายครั้ง ที่ทีมไทยต้องเผชิญแข้งกับทีมระดับแนวหน้าของเอเชียยุคนั้น เช่นพม่า, อินโดเซีย, เวียดนามใต้ และมาเลเซีย ซึ่งสมาคมฟุตบอลของแต่ละชาติดังกล่าว จะใช้โค้ชชาวยุโรปควบคุมทีม

...... ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2508 อัศวิน ธงอินเนตร ได้เข้ารายงานตัวกับสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อเตรียมทีมสู้ศึกลูกหนังแหลมทอง ครั้งที่ 3 โดยความตั้งใจของอัศวิน คือการคว้า "เหรียญทอง" กับทีมชาติไทย ก่อนจะอำลาสนาม เพราะ "เซียพเกมส์" เป็นทัวร์นาเม้นต์เดียว ที่อัศวินยังไม่เคยลงสัมผัสบรรยากาศแห่งศักดิ์ศรี เกมของชาติเอเชียตะออกเฉียงใต้มาก่อนเลย เนื่องจากตามวาระแล้วกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 3 จะต้องจัดให้มีขึ้นใน พ.ศ. 2506 แต่ประเทศเขมรอ้างความไม่พร้อมด้านต่าง ๆ ทำให้ต้องงดการแข่งขัน และเว้นช่วงนานถึง 4 ปีเต็ม

...... ภายหลังการอุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการ ณ สนามศุภชลาศัยฯ ทีมชาติไทยชนะทีมชาติเวียดนามใต้ชุดแชมป์ฉลองเอกราชครั้งล่าสุด ด้วยสกอร์ 2 - 1 ผ่านไปได้เพียง 3 วัน ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ทีมชาติไทยลงสนามซ้อมกับสโมสรธนาคารกรุงเทพ ณ สนามบางนา และใน น. 15 ของการแข่งขัน อัศวิน ธงอินเนตร พุ่งตัวออกไปเพื่อทำหน้าที่ป้องกันประตูจากกองหน้าฝ่ายตรงข้าม แต่ทว่าเกิดปะทะกันอย่างแรงโดยไม่ได้ตั้งใจ อัศวินนอนนิ่งอยู่บนกรอบสี่เหลี่ยมหน้าเขตประตู ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนนักฟุตบอลสองทีม ต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน และช่วยกันนำร่างของเขาส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฎว่าไม่ทันการณ์เสียแล้ว ในเช้าวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างลงข่าวการเสียชีวิตของ "ดาราเอเชีย" อัศวิน ธงอินเนตร หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 พาดหัวข่าวหน้ากีฬาว่า "วงการฟุตบอลสูญเสียครั้งใหญ่ ไม่มีไทยในทีมดาราเอเชียแล้ว"

...... รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลแหลมทอง ครั้งที่ 3 วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2508 ทีมชาติไทยเสมอกับทีมชาติพม่า 2 - 2 ทำให้ครองเหรียญทองร่วมกันเป็นสมัยแรก พลเอก ประเทียบ เทศวิศาล อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติชุดดังกล่าว เปิดเผยว่า "ก่อนลงสนามวันชิงกับทีมพม่า พวกเราทุกคนต่างระลึกถึง อัศวิน ธงอินเนตร ทำให้นักฟุตบอลต่างก็มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น จึงพยายามเล่นกันอย่างสุดความสามารถ เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทยและความตั้งใจของอัศวิน ก่อนที่เขาจะจากพวกเราไป คือเหรียญทอง จนพวกเราสามารถชนะเลิศเป็นผลสำเร็จ"

...... ในหนังสือที่ระลึกวันพระราชทานเพลิงศพ อัศวิน ธงอินเนตร มารดาของเขาเขียนไว้ว่า "ลูกรัก สัญญาระหว่างเราแม่ลูกในปี 2508 ลูกของแม่ทำตามสัญญาจนครบ แต่แม่ก็ไม่มีลูกอยู่ในโลกนี้เสียแล้ว ลูกเคยพูดกับแม่ว่าจะเลิกเล่นในปี 2508 นี้ และลูกย้อนถามแม่ว่าลูกจะเลิกเล่นฟุตบอลแม่ดีใจไหม แม่ก็ไม่คิดว่าลูกจะเลิกแบบที่ประสบอยู่นี้ ลูกรักอีกไม่นานเราคงได้พบกัน ถึงวันนั้นแม่คงเป็นสุข การอยู่ของแม่ทุกวันนี้ทรมานจิตใจเหลือเกิน แม่แทบทนไม่ได้อยู่แล้ว" อีก 3 ปีต่อมา เดือนตุลาคม พ.ศ. 2511 นางบังอร ธงอินเนตร ก็เสียชีวิตลงในขณะที่กำลังติดตามเรื่องขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่บุตรชายคนโตของตระกูล "ธงอินเนตร"

...... แม้ว่าช่วงชีวิตของ อัศวิน จะมีวันและเวลาแสนสั้น หากแต่ชื่อเสียงและเรื่องราวของเขา ยังคงคอยย้ำเตือนนักฟุตบอลรุ่นหลัง ให้ก้าวลงสู่สนามด้วยความภาคภูมิใจและเดินออกจากสนามอย่างสมศักดิ์ศรี ตราบที่มีตราสัญญลักษณ์ "ธงไตรรงค์" ติดอยู่บนหน้าอกเสื้อ และร่วมกันสร้าง "เกียรติภูมิของทีมชาติไทย" ให้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แล้วพวกท่านจะไม่มีวันตายไปจากความทรงจำของวงกาลลูกหนังสวนกุหลาบฯ และเมืองไทยตลอดกาล ดังเช่นตำนานอมตะของอัศวิน ธงอินเนตร.

สงวนลิขสิทธิ์โดย © Siamfootball All Right Reserved. http://www.siamfootball.com/php/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=63


songwut110 บันทึก:

OSK ณรงค์ สังขสุวรรณ์

นักฟุตบอลผู้ประสบความสำเร็จ บนถนนสายลูกหนังทั้งระดับสโมสรและทำเนียบทีมชาติ เริ่มด้วยการคว้าแชมป์เยาวชนแห่งเอเชีย เหรียญทองกีฬาแหลมทอง และการลงสนามรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโอลิมปิก แม้ว่าตำแหน่งประจำ คือ "เซนเตอร์ฮาล์ฟ" หรือกองหลัง แต่เพราะการเข้าสกัดอันหนักหน่วงและตัดสินใจที่เด็ดขาด สามารถสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วทวีปจนกลายเป็น "ดาราเอเชีย" คนที่ 2 ของวงการลูกหนังไทย

ณรงค์ สังขสุวรรณ์ เป็นชาวกรุงเทพฯ เกิดวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2485 ได้สัมผัสกลิ่นสาปลูกหนังตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ลงเล่นฟุตบอลนักเรียนของกรมพลศึกษา แต่มามีชื่อเสียงฐานะแชมป์อาชีวศึกษาครั้งแรก พ.ศ. 2501 ร่วมกับทีมโรงเรียนพณิชยการเชตุพน โดยรอบชิงชนะทีมโรงเรียนช่างกลปทุมวัน 1 - 0 ขณะนั้นมี อ.สุชาติ มุทุกัณฑ์ อดีตนักเตะทีมชาติไทยชุดโอลิมปิกเมลเบิร์นเป็นผู้ฝึกสอน ส่วนหัวหน้าทีมเชตุพนที่ก้าวขึ้นมาติดธงพร้อมกัน คือพยนต์ ชื่นบาน ก่อนจะศึกษาจนจบปริญญาโทที่สถาบันเทคโนพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และได้เข้ารับราชการตำรวจ มียศครั้งสุดท้ายเป็นพันตำรวจโท จึงขอลาออกมารับตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม

สำหรับเส้นทางลูกหนังของ ณรงค์ สังขสุวรรณ์ ลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน สังกัดสโมสรตำรวจตั้งแต่ พ.ศ. 2504 และขึ้นสู่ทำเนียบทีมชาติไทยเดินทางไปแข่งขันรายการฉลองเอกราชที่เวียดนามใต้ในปีเดียวกัน

เมื่อประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพลูกหนังเยาวชนแห่งเอเชียชิงถ้วยทอง ตวนกู อับดุลรามาน ครั้งที่ 5 ในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2505 รอบชิงชนะเลิศ ณ สนามศุภชลาศัยฯ ทีมไทยพิชิตทีมเกาหลีใต้ 2 - 1 หนึ่งในความ สำเร็จของ ณรงค์ สังขสุวรรณ์ และวงการฟุตบอลเมืองไทย เพราะยุคนั้นรายการนี้ถือกันว่ามีศักดิ์ศรีเทียบเท่าแชมป์เอเชี่ยนคัพเลยทีเดียว ต่อมานักเตะชุดถ้วยทองหลายคนได้ก้าวมาเป็นตัวหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่ อาทิ ประ เดิม ม่วงเกษม, ยงยุทธ สังขโกวิท, ทวีพงษ์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, สมศักดิ์ อ่อนสมา, ยรรยง ณ หนองคาย ฯลฯ

ในปี พ.ศ. 2508 ณรงค์ สังขสุวรรณ์ สามารถช่วยให้สโมสรตำรวจครอบครองถ้วยพระราชทาน ก เป็นครั้งแรกของตำนานสโมสรตราโล่ห์ เมื่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ รวม 20 คน เดินทางไปฝึกอบรมเทคนิคการเล่นและฝึกซ้อมที่ทวีปยุโรป เขาก็มีโอกาสร่วมติดทีมไปด้วย และวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2508 ก่อนบินกลับประเทศไทยจึงได้แวะลงเล่นแมตช์กระชับมิตร ณ กรุงเทลอาวีฟ ทีมชาติไทยแพ้ทีมชาติอิสราเอล 1 - 2 (1 - 1) โดยณรงค์ สังขสุวรรณ์ ยิงประตูแรกและประตูเดียวในนามทีมชาติได้สำเร็จ

ก่อนที่ทีมชาติชุดดังกล่าว จะกลับมาสร้างประวัติศาสตร์ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2508) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ด้วยการเป็นแชมป์ร่วมกับทีมชาติพม่า 2 - 2 (2 - 0) แต่นั้น คือการครองแชมป์รายการแรกสุดของทีมชาติไทยชุดใหญ่ แม้ว่า ณรงค์ สังขสุวรรณ์ จะลงเล่นในวันเปิดสนามแค่นัดเดียว เนื่องจากบาดเจ็บจากจังหวะเข้าเตะสกัดจนปะทะกับแข้งนักเตะญวนใต้ จนทำให้ต้องเข้าเฝือกตลอดทัวร์นาเม้นต์ ถึงอย่างไรก็ตามเขาคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

อีก 3 ปีต่อมาสโมสรตำรวจที่มี ณรงค์ เป็นหัวหน้าทีมสามารถคว้าถ้วยพระราชทาน ก มาครองได้เป็นสมัยที่สอง ในขณะที่ฟุตบอลปรี-โอลิมปิก รอบคัดเลือก ณ กรุงเทพฯ นั้น ได้ลงสนามยืนเซนเตอร์คู่กับหัวหน้าทีมชาติ คือสุพจน์ พานิช ช่วยกันสกัดกั้นเหล่าศูนย์หน้าดาวยิงทีมชาติอิรักและอินโดนีเซีย จนส่งผลให้ทีมไทยพิชิตชัยสามนัดหลังอย่างน่าประทับใจ ทั้งที่เกมแรกปราชัยต่อทีมอิรักมา 0 - 4 และแทบจะหมดลุ้นกันไปแล้ว แต่ทว่านักเตะสยามกลับพลิกสถานการณ์คว้าสิทธิ์ตัวแทนชาวเอเชียเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก ครั้งที่ 19 (ค.ศ. 1968) ที่เม็กซิโกซิตี้ ท่ามกลางความยินดีถ้วนหน้าของแฟนลูกหนังชาวไทยทั้งประเทศ

เหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ ณรงค์ สังขสุวรรณ์ เคยประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2514 ในฟุตบอลฉลองเอกราชอินโดนีเซีย นักเตะไทยได้เปิดศึกตะลุมบอนกับผู้เล่นทีมชาติเขมร ก่อนถูกแฟนลูกหนังอิเหนาเข้ารุมสกัม จนทำให้ต้องมีการแสดงประชามติในกลุ่มผู้เล่นไทยว่าจะอยู่แข่งขันนัดต่อไปหรือไม่ และในฐานะกัปตันทีมที่แพ้การโหวต (10 ต่อ 7) จึงจำต้องขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ พร้อมเพื่อนร่วมทีม เมื่อมาถึงสนามบินดอนเมืองของคืนวันเดียวกัน เขาก็ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าจะขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ด้วยการเลิกเล่นในนามทีมชาติไทย

สมาคมฟุตบอลฯ ได้ทำการประชุมก่อนที่ "ศาลฟุตบอล" จะพิจารณาบทลงโทษ ด้วยการสั่งห้ามนักฟุตบอลทีมชาติ จำนวน 17 คนลงสนามระดับชาติเป็นเวลา 6 เดือน ต่อมาสมาคมฯ จะต้องส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันปรี-โอลิมปิก รอบคัดเลือก (มีนาคม พ.ศ. 2515) ที่ประเทศพม่า จึงต้องเรียกตัว ณรงค์ สังขสุวรรณ์ คืนสู่ทำเนียบทีมชาติอีกครั้ง เนื่องจากระหว่างนั้นผู้เล่นของไทยที่มีประสบการณ์มากเช่นเขา โดยเฉพาะกับตำแหน่ง "กองหลัง" มีไม่มากนัก และทีมธงไตรรงค์ก็เกือบจะทำสำเร็จได้ไปโอลิมปิกที่มิวนิคอีกเป็นสมัยที่สาม ถ้าหากคู่ชิงตั๋วเดินทางใบนั้น จะไม่ใช่ทีมเจ้าภาพพม่า (0 - 1)

จากการลงเตะลูกหนังมากว่า 12 ปีและรับใช้ประเทศชาติมาไม่น้อยกว่า 150 นัด ณรงค์ สังขสุวรรณ์ จึงถูกคัดเลือกให้เป็น "ดาราเอเชีย" ของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (A.F.C.) เมื่อ พ.ศ. 2515 นับเป็นนักฟุตบอลคนที่ 2 ของไทยตั้งแต่ อัศวิน ธงอินเนตร เป็นต้นมา (พ.ศ. 2508) และนั้น คือเกียรติประวัติครั้งสุดท้าย ในฐานะผู้เล่นและกัปตันทีมชาติ ก่อนจะรับหน้าที่เป็นโค้ชทีมชาติไทยชุดเมอร์เดก้า (พ.ศ. 2517) พร้อมทั้งคุมทีมและลงเล่นให้กับสโมสรราชประชานุเคราะห์ แต่สุภาพบุรุษคนหนึ่งของวงการลูกหนังเมืองสยาม ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งก่อนเวลาอันสมควรเมื่อหลายปีก่อน

ครั้งหนึ่ง ณรงค์ สังขสุวรรณ์ เคยกล่าวถึงการที่ทำให้กลายเป็น ดาราเอเชีย เมื่อกว่า 15 ปีที่แล้วว่า "เวลาเราเล่นอยู่ในสนาม จะไม่มีทางรู้เลยว่าข้อบกพร่องของตัวเราเองอยู่ตรงไหน นอกจากโค้ชเพียงคนเดียวที่จะเห็นถึงจุดบกพร่องนั้น และนำมาชี้แนะเพื่อให้เราได้แก้ไข"

ส่วนความเห็นเกี่ยวกับทีมชาติยุคนี้ อดีตกัปตันทีมชาติไทยบอกว่า "ปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าหลายอย่าง มีหลายหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนกีฬาฟุตบอลมากขึ้น ทำให้นักฟุตบอลมีความคิดว่าเมื่อเล่นฟุตบอลต้องมีผลตอบแทน ก็ไปว่าพวกเขาไม่ได้ เพราะปัจจุบันค่าครองชีพสูงถ้าไม่ได้ค่าตอบแทนสูงเขาก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน และบางทัวร์นาเม้นต์ เงินรายได้จะมากกว่าการเล่นให้ทีมชาติเสียอีก ความสำคัญของทีมชาติจึงน้อยลง นักฟุตบอลสมัยนี้ความสามารถเฉพาะตัวดีมาก แต่ใจไม่ค่อยสู้ พอถึงเวลาสู้ก็สู้แบบใช้อารมณ์ คือตอบโต้คู่แข่งขันอย่างรุนแรง บางครั้งถึงขั้นได้รับอุบัติเหตุ"

และ "การเล่นทีมชาติสมัยก่อน ทุกคนจะเล่นด้วยใจรักและตั้งใจฝึกซ้อม เพราะมีความรู้สึกว่ากลัวตัวเองจะหลุดเป็นตัวสำรอง นอกจากนั้นในการเล่นแต่ละครั้งค่าตอบแทนน้อยกว่าในปัจจุบันมาก แต่ทุกคนมีความภูมิใจ ที่มีธงไตรรงค์ติดอยู่ที่หน้าอกเสื้อถึงแม้ว่าจะมีผลพลอยได้น้อยก็ตาม".

ที่มา: http://www.siamfootball.com/php/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=81


songwut110 บันทึก:

ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง

......ในทำเนียบทีมชาติไทยเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว นักฟุตบอลที่เล่นได้เกือบทุกตำแหน่ง ตั้งแต่กองหลัง กองกลาง จนถึงกองหน้า ก่อนขึ้นชั้นเป็นโค้ชคนแรก ที่สามารถนำทีมเจ้าถิ่นคว้าถ้วยพระราชทานคิงส์คัพได้สำเร็จ

......วิชิต แย้มบุญเรือง เป็นชาวกรุงเทพ ฯ เกิดวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ เรียนหนังสือจบ ม. ๖ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนมาต่อโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบระดับปริญญาตรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ M.A. COLUMBIA UNIVERSITY และ M.S. UNIV. OF PITTSBURGH U.S.A.

......เมื่ออายุ ๑๓ ปี เริ่มสวมรองเท้าผ้าใบ วิ่งไล่เตะลูกเทนนิสกับเพื่อน ๆ ที่สวนกุหลาบ จนได้เป็นนักฟุตบอลของสถาบัน ตั้งแต่รุ่นเล็ก รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ แม้ว่าจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จร่วมกับทีม "ชมพู-ฟ้า" ในขณะนั้น แต่ วิชิต แย้มบุญเรือง ก็ยังคงหลงกลิ่นสาปลูกหนังเรื่อยมาและก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย คือหนึ่งในนักฟุตบอลประเพณี ของทีมจุฬาลงกรณ์ ฯ ซึ่งได้ร่วมทีมเดินทางไปแข่งขัน ณ ประเทศมาเลเซีย

......ต่อมา วิชิต แย้มบุญเรือง ลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานถ้วยน้อย ให้กับสโมสรรวมมิตรและจามจุรี ตามลำดับ ก่อนจะขึ้นชั้นเล่นถ้วยใหญ่ในนามสโมสรธนาคารกรุงเทพ ชุดชนะเลิศถ้วยพระราชทาน ก รวม ๓ สมัย (พ.ศ. ๒๕๐๖, ๒๕๐๗, ๒๕๐๙) และแชมป์ควีนส์คัพ (พ.ศ. ๒๕๑๓)

......สำหรับสนามระดับชาติ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ วิชิต แย้มบุญเรือง ขณะอายุเพียง ๑๖ ปี จึงได้ติดธงครั้งแรกในชุดเยาวชนชิงแชมป์แห่งเอเชีย ครั้งที่ ๑ ณ ประเทศมาเลเซีย เพื่อนร่วมทีม อาทิ อนุสิทธ์ สุวรรณเนตร, อัษฎางค์ ปาณิกบุตร, ทวีพงษ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา, อนุรัฐ ณ นคร, ดำรง บุญยสิทธิ์, ประสิทธิ์ ฉายทวีป, นนทรี ชาติกานนท์, แสวง แฉ่งชื่น ฯลฯ

......อีก ๒ ปีต่อมา ฟุตบอลกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๒) ณ กรุงเทพ ฯ วิชิต แย้มบุญเรือง จึงก้าวขึ้นสู่ทำเนียบทีมชาติชุดใหญ่ แต่รอบชิงชนะเลิศ ทีมไทย แพ้ ทีมเวียดนามใต้ ๑ - ๓ ได้เพียงเหรียญเงิน หลังจากนั้นอีก ๖ ปี จึงสามารถคว้าเหรียญทองร่วมกับทีมไทยเป็นสมัยแรกสำเร็จ วิชิต แย้มบุญเรือง กล่าวกับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ว่า

......"ผมจำได้ว่า ตอนทีมไทยได้แชมป์เซียพเกมส์ พ.ศ. 2508 ที่มาเลเซีย ร่วมกับพม่า ในปีนั้น อัศวิน ธงอินเนตร เสียชีวิตระหว่างการฝึกซ้อมก่อนเดินทางไปแข่งขัน ทำให้พวกเราตั้งใจเล่นกันอย่างมากเพื่อจะคว้าเหรียญทองมาให้อัศวิน และเราก็ทำได้สำเร็จ"

......ในทศวรรษนั้น วิชิต แย้มบุญเรือง สวมเสื้อตราธงไตรรงค์ลงสนามทัวร์นาเม้นต์สำคัญทั่วทวีปเอเชีย เช่น เมอร์เดก้า ๗ สมัย (พ.ศ. ๒๕๐๒, ๒๕๐๓, ๒๕๐๔, ๒๕๐๕, ๒๕๐๖, ๒๕๐๗, ๒๕๐๘), แหลมทอง ๓ สมัย (พ.ศ. ๒๕๐๒, ๒๕๐๔, ๒๕๐๘), เอเชี่ยนเกมส์ ๓ สมัย (พ.ศ. ๒๕๐๕, ๒๕๐๙, ๒๕๑๓) และคิงส์คัพ ๑ สมัย (พ.ศ. ๒๕๑๓) โดยช่วงเวลาหนึ่ง (พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๑๒) ต้องหยุดรับใช้ชาติเพื่อไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

......เมื่อกลับมาเมืองไทย วิชิต แย้มบุญเรือง ก็คงยังได้รับความไว้วางใจ ให้มีชื่อติดทีมชาติอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากความสามารถในขณะนั้นซึ่งเล่นได้ตั้งแต่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ฮาล์ฟซ้าย ฮาล์ฟขวา ในซ้ายและปีกซ้าย ก่อนจะแขวนสตั๊ดราวปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ด้วยสถิติการติดทีมชาติไม่น้อยกว่า ๑๐๐ นัด และยิงประตูระดับชาติ รวม ๕ ประตู

......ภายหลังจบปริญญาเอก ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง จึงได้รับการแต่งตั้งจากสมาคมฟุตบอล ฯ ให้ทำหน้าที่โค้ชทีมชาติไทยชุดคิงส์คัพ ครั้งที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๑๙) และนำทีมนักเตะเจ้าถิ่น ไชยวัฒน์ พรหมมัญ, อำนาจ เฉลิมชวลิต, สิทธิพร ผ่องศรี, สุรศักดิ์ ตัณฑดิลก, ดาวยศ ดารา, นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ฯลฯ คว้าแชมป์ร่วมกับ "เสือเหลือง" มาเลเซีย (๑ - ๑) คือความสำเร็จของวงการลูกหนังไทย ที่ได้สัมผัสถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ เป็นสมัยแรก

......และทั้งหมดนี้ คือบางส่วนของเรื่องราวตำนานอีกบทหนึ่ง วิชิต แย้มบุญเรือง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ผู้ประสบความสำเร็จทั้งในเส้นทางบนสนามลูกหนังและนอกสนามแข่งขัน.


songwut110 บันทึก:
จากทะเบียนผมพบว่าพี่อุดมศิลป์น่าจะติดสวนฯ นะครับ ต่างจากประวัติที่ลงไว้ที่ http://www.siamfootball.com/php/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=80 ดังมาลงซ้ำไว้ที่นี่

อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ส.ก.14837 เข้าสวนฯปี2506 OSK79?
ปิยะพันธ์ จัมปาสุต ส.ก.14838 เข้าสวนฯปี2506 OSK79




อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค OSK79?

ในจำนวนนับพันกว่าประตู ที่บรรดานักเตะทีมชาติไทย สามารถพาลูกเข้าไปซุกก้นตาข่ายฝ่ายตรงข้ามได้นั้น มีอยู่เพียง 1 ลูก ซึ่งอาจจะ ถือว่าเป็นประตูประวัติศาสตร์ของทีมลูกหนังจากแดนสยาม ที่ถูกบันทึกไว้ กับวงการฟุตบอลระดับโลก เพราะเกิดขึ้น ณ สนามกีฬาโอลิมปิก เมื่อ 31 ปี ก่อน ด้วยฝีเท้าของ "รถด่วนเมืองละโว้"

อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค เป็นชาวจังหวัดลพบุรี เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ภายหลังจบมัธยมศึกษาตอนต้นจากบ้านเกิด จึงเดินทางเข้า มาเรียนต่อที่เมืองหลวง แต่การสอบไม่ติด?? ม. 4 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ทำให้ต้องเลือกเรียนสายอาชีพแทนสายสามัญ จนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง (ปวส.) ที่โรงเรียนกิตติพาณิชย์

บนเส้นทางถนนลูกหนัง อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค เริ่มเล่นมาตั้งแต่อยู่เมืองละโว้ จนได้ติดทีมตัว แทนของจังหวัดลงแข่งขันกับจังหวัดใกล้เคียงอยู่เสมอ โดยนัดแรกของการสงสนามทีมลพบุรีชนะทีมอยุธยา 2 - 1 เมื่อเข้ามากรุงเทพฯ จึงได้สวมเสื้อทีมโรงเรียนกิตติพาณิชย์ชุดคว้าถ้วยนักเรียนประเภทอาชีวศึกษาของกรมพลศึกษา ประมาณ พ.ศ. 2504 ในสมัยนั้น ถือเป็นรายการสำคัญที่จะคว้านหาช้างเผือก เพื่อนำมาฝึกฝนขึ้นสู่ฟุตบอลระดับถ้วย พระราชทาน ต่อไป

ในปี พ.ศ. 2505 นายบุญชู โรจนเสถียร นายกสโมสรธนาคารกรุงเทพ และอ.สำเริง ไชยยงค์ ผู้ฝึก สอนของทีม มีนโยบายหลักที่จะสร้างทีมจากนักเตะระดับเยาวชน อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค จึงเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูก คัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการนี้พร้อมเพื่อนเยาวชน เช่น เกรียงศักดิ์ นุกูลสมปรารถนา, ชัชชัย พหลแพทย์, จีระวัฒน์ พิมพะวาทิน, สราวุธ ประทีปากรชัย ฯลฯ และทั้งหมดกลายเป็นกำลังหลักสำคัญของทีมชาติไทยในเวลาต่อมา

ทีมเด็กสร้างของบัวหลวงประสบความสำเร็จอย่างมากมาย จนกลายเป็นมหาอำนาจลูกหนัง เยาวชน ด้วยการครองแชมป์ฟุตบอลเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 2 สมัย (พ.ศ. 2506, 2507) และรองชนะเลิศ 3 สมัย (พ.ศ. 2508, 2509, 2510) เมื่อ อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ก้าวขึ้นชุดใหญ่ของสโมสรธนาคารกรุงเทพยังสามารถ ช่วยให้ทีมชนะเลิศถ้วย ก อีก 2 ปีซ้อน (พ.ศ. 2509, 2510)

อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ได้รับการคัดเลือกให้ติดทีมชาติไทยครั้งแรก ในรายการเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2509) แต่ส่วนใหญ่แล้วคงต้องนั่งเป็นเพียงตัวสำรองของกองหน้ารุ่นพี่อย่าง ยรรยง ณ หนองคาย, ประเดิม ม่วงเกษม และอัษฎางค์ ปาณิกบุตร

กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ฟุตบอลรอบแรก ทีมไทยชนะทีม มาเลเซีย 4 - 0 อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค จึงสามารถทำประตูแรกและเป็นการยิงแบบแฮตทริก 3 ประตู ในนามทีม ชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ

พลเอก ประเทียบ เทศวิศาล อดีตโค้ชทีมชาติไทยปัจจุบันมีอายุ 74 ปี กล่าวถึงรถด่วนเมืองละโว้ว่า "อุดมศิลป์ เป็นศูนย์หน้าที่ตัวสูงใหญ่สามารถเล่นลูกโหม่งได้ดี มีความรับผิดชอบในการฝึกซ้อม และเข้ากับเพื่อน ร่วมทีมได้อย่างไม่มีปัญหา"

ในช่วงการติดธงไตรรงค์ที่หน้าอกเสื้อ อุดมศิลป์ สอนบุตรนาคได้ตระเวณลงเล่นทัวร์นาเม้นต์ สำคัญของยุคนั้นเกือบทุกรายการ เช่น ฟุตบอลแหลมทอง, ฉลองเอกราชเวียดนามใต้ และเมอร์เดก้าที่มาเลเซีย แม้ว่า จะไม่เคยประสบความสำเร็จ ด้วยการคว้าแชมป์ระดับชาติร่วมกับทีมชาติไทยเลย แต่การเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติ ไทยชุดโอลิมปิก ณ ประเทศเม็กซิโก คือเกียรติประวัติสูงสุด เพราะนอกจากฟุตบอลโลกแล้ว ฟุตบอลโอลิมปิกนับ เป็นอีกทัวร์นาเม้นต์เกียรติยศ และความใฝ่ฝันของบรรดานักเตะทั่วโลก

โดยก่อนจะผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2511 ในฟุตบอลปรี-โอลิมปิก รอบคัดเลือก ทีมไทยชนะทีมอินโดนีเซีย 1 - 0 อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค คือคนยิงประตูชัยช่วยให้นักเตะจากแดนสยามเก็บแต้มสำคัญเฉือนอิเหนาเจ้าเล่ห์มุ่งทัพสู่ถิ่นจังโก้ทันที

กีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 19 (ค.ศ. 1968) ทีมไทยจับสลากได้อยู่ในสาย D ประกอบด้วยทีมชาติเชโกส โลวะเกีย, บัลแกเรีย และกัวเตมาลา ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เม็กซิกันลงบท สัมภาษณ์นักเตะกำลังสำคัญของทีมไทยรวมถึง อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ขณะที่นักฟุตบอลไทยลงซ้อมกันที่สนาม โซชิมิลโก ดีพอร์ติโว ร่วมกับทีมชาติฝรั่งเศส, บราซิล และเม็กซิโก

แมตช์แรก วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ณ สนามเมืองกัวดาฮาร่า ทีมชาติไทยแพ้ทีมชาติบัลแกเรีย 0 - 7 (0 - 1) มีผลให้นัดหน้า ทีมไทยจะพลาดอีกไม่ได้เลย ในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ณ สนามเมืองกัวดาฮาร่า ทีมชาติไทยลงสนามพบทีมชาติกัวเตมาลา ผลงานนัดแรกของ "ม้ามืด" กัวเตมาลาพลิกชนะทีมเชสโลวะเกีย 1 - 0 ดังนั้น เกมนี้ จึงเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นและเร้าใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับแลกกันอย่างน่าดู มีการเข้าปะทะกันหนัก ๆ หลายครั้งหลายหน ท่ามกลางอากาศร้อนระอุของทวีปอเมริกากลาง เมลการ์ ก็ยิงให้กัวเต มาลา ขึ้นนำก่อน 1 - 0

แต่ขุนพลนักเตะลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงทำเกมบุกหมายจะทวงประตูคืน จนกระทั่งใกล้หมดเวลาการ แข่งขัน น. 44 บุญเลิศ นิลภิรมย์ หรือฉายา "ปีกปีศาจ" ได้จังหวะกระชากลูกหลุดหนีตัวประกบและส่งให้ อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ลากบอลเข้าไปยิงกระแทกตาข่ายอย่างงดงาม ทีมไทยตีเสมอสำเร็จ 1 - 1 โดยช่วง 45 นาทีของครึ่ง หลัง ผู้เล่นกัวเตมาลาได้เปรียบสภาพภูมิอากาศ จึงโหมบุกกระหน่ำแบบต่อเนื่อง นักเตะไทยเริ่มอ่อนล้า เนื่องจากครึ่งแรกเปิดเกมรุกมากเกินไป ทำให้ต้องพ่ายแพ้ในท้ายที่สุด 1 - 4 เป็นผลให้ตกรอบแรก ส่วนนัดสุดท้ายวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ทีมชาติไทยแพ้ทีมชาติเชสโลวะเกีย 0 - 8 อีกเช่นกัน

ถึงแม้ทีมไทยจะทำได้เพียงเท่านั้น แต่ 1 ลูกที่ยิงได้คงอยู่ในประตูแห่งความทรงจำและบันทึกหน้า หนึ่งของฟุตบอลโอลิมปิก ที่จะต้องปรากฏชื่อของยอดศูนย์หน้าผู้ยิงประตูประวัติศาสตร์ของทีมชาติไทย อันนำมา ซึ่งความภาคภูมิใจของแฟนลูกหนังชาวไทยสมัยนั้น นอกจากนี้ยังเป็นการยิงประตูสุดท้ายลูกที่ 11 (พ.ศ. 2509 - 2511) ของอุดมศิลป์ สอนบุตรนาค เพราะเขาตัดสินใจไม่กลับมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม แต่บินตรงไปศึกษาต่อ ณ แผ่นดินแห่งโอกาสและอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ตราบจนถึงปัจจุบัน

คงเหลือทิ้งไว้เพียงแค่คำนิยามที่กล่าวว่า สถิติถูกสร้างขึ้นเพื่อการถูกทดแทนด้วยสถิติที่ดีกว่าเดิม คือสัจธรรมแห่งความเป็นจริง แฟนฟุตบอลบ้านเราคงจะได้เห็นการทำประตูที่จะต้องยิ่งใหญ่กว่าของทีมชาติไทยใน "ฟุตบอลโลก".

ที่มา: http://www.siamfootball.com/php/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=80


songwut110 บันทึก:
ย้อนอดีต ภาพสแกนโดย ออธิศรี รัตนวิเศษ... ขอขอบพระคุณท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ _/|\_



ในภาพมี พล.อ.บรรจบ บุนนาค อดีต รมต กห รวมอยู่ด้วยครับ Very Happy


การก่อตั้งชมรมสายสกุลบุนนาค ได้มีการเรียนเชิญ OSK พลเอก บรรจบ บุนนาค ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ลูกหลานในสกุลบุนนาคให้ความเคารพนับถือ เป็นประธานของชมรมฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติและเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมายุครบ ๗๒ พรรษา ชมรมสายสกุลบุนนาค จึงร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และกิจกรรมที่สำคัญอันหนึ่งคือ การจัดทำหนังสือสกุลบุนนาคและร่วมบริจาคทรัพย์ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อให้สมาชิกในสกุล ได้ทราบถึงวัตถุประสงค์การดำเนินการของชมรมฯ โดยทั่วกัน ทั้งยังเป็นการพบปะสรรค์ และทำกิจกรรมร่วมกัน จึงจัดงาน สืบสานสายสกุลบุนนาคขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๑ เวลา ๑๐.๓๐ น. ที่โรงแรมตะวันนารามาดา ถนนสุรวงศ์ [ตั้งชื่อตาม เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ พิพัฒนาศักดิ์? (วร บุนนาค) สมุหพระกลาโหม คนที่ ๑๐ พ.ศ.๒๔๑๒ - พ.ศ.๒๔๓๑]

ที่มา:
http://www.bunnag.in.th/activities_detail.php?id=13
http://www.mod.go.th/sana.html

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.427 วินาที