------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - คนสวนฯและสังคมสวนฯในวงการภาพยนตร์
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » ห้องเครือข่ายสวนกุหลาบ
ผู้ส่ง ข้อความ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Oct 24, 2007 5:39 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

หอภาพยนตร์แห่งชาติตั้งเป้าชวนคนไทยดูหนังเพื่อความรู้

คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงการผลักดันหอภาพยนตร์แห่งชาติเป็นองค์การมหาชนว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้นายโดม สุขวงศ์ นักอนุรักษ์ฟิล์มหนัง หอภาพยนตร์แห่งชาติ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ดำเนินการจัดทำแผนการพัฒนาหอภาพยนตร์แห่งชาติให้เป็นองค์การมหาชนแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาหอภาพยนตร์แห่งชาติขาดการพัฒนาและประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย อาทิ ปัญหาการทำงานที่ไม่คล่องตัวเนื่องจากเป็นระบบราชการ ขาดงบประมาณในการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์ บุคลากรไม่เพียงพอต่อการทำงาน สถานที่เก็บรวบรวมฟิล์มมีจำกัด เป็นต้น แต่ก็สามารถทำการอนุรักษ์ฟิล์มหนังต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นตนจึงเห็นว่า ควรปรับบทบาทหอภาพยนตร์ให้เป็นองค์การมหาชน ซึ่งจะทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น สามารถเพิ่มบุคลากร และของบฯได้อย่างเหมาะสม

นายโดม สุขวงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันหอภาพยนตร์แห่งชาติ ได้รวบรวมภาพยนตร์ไว้มากมาย อาทิ ภาพยนตร์เก่าย้อนหลังไป 30 ปี 1,000 เรื่อง ภาพยนตร์สารคดี 6,000 เรื่อง ภาพยนตร์ข่าว 60,000 เรื่อง ภาพยนตร์จากวีซีดีและซีดี 100,000 เรื่อง ซึ่งหากปรับเปลี่ยนเป็นองค์การมหาชนแล้วจะทำให้สามารถทำงานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะทำการปรับปรุง ห้องเก็บฟิล์มภาพยนตร์ซึ่งเป็นห้องเย็นให้สามารถรองรับการเก็บฟิล์มภาพ ยนตร์ทั้งเก่าและใหม่ได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งจะมีการจัดทำระบบทะเบียนให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น

“สิ่งที่สำคัญที่หอภาพยนตร์แห่งชาติจะทำต่อไปในอนาคต คือจะต้องนำภาพยนตร์เก่าที่รวบรวมได้มาเผยแพร่สู่ประชาชนให้มากที่สุด โดยจะส่งเสริมให้หันมาดูหนังเพื่อความรู้มากกว่าความบันเทิง เพราะหนังบางเรื่องจะสะท้อน สิ่งต่าง ๆ ไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม เป็นต้น” นายโดม กล่าว.

.....................

สพท.จี้รัฐอุ้มธุรกิจถ่ายหนัง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2550 15:26 น.


สพท.เดินแผนเร่งโรดโชว์ต่างประเทศเพิ่มเป็น 5 งานต่อปี หวังโปรโมตประเทศไทยด้านอุตสาหกรรมถ่ายทำภาพยนตร์ ครวญได้งบต่อปีน้อยเพียง 3.5 ล้านบาท เล็งชงรัฐบาลใหม่ขอเพิ่มวงเงิน พร้อมผลักดันยกเลิกVAT ตีกันน้องใหม่กัมพูชา หวั่นแซงโค้งใน 3-5 ปี

นางธนิฎฐา มณีโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว(สพท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลให้ความสนใจในเรื่องของกิจการภาพยนตร์ให้มากขึ้น เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะหารายได้เข้าประเทศได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยไม่ต้องเสียส่วนต่างด้านการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เหมือนอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะขณะนี้ที่ประเทศคู่แข่งขัน อย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย แม้กระทั่งน้องใหม่ อย่าง กัมพูชา และ เวียดนาม ต่างก็ให้ความสำคัญที่จะหารายได้จากการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ของต่างประเทศ หากไทยไม่เร่งพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขัน คาดว่าใน 3-5 ปี นี้จะต้องสูญเสียตลาดไปให้แก่ประเทศคู่แข่งขันในละแวกเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นของประเทศไทย เพราะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับรัฐมนตรีบ่อย ทำให้การสานต่อของนโยบายขาดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการจัดสรรงบประมาณ อย่างเช่นรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถึง 3 คน ทำให้การผลักดันให้มีการยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ให้แก่กองถ่ายทำภาพยนตร์ไม่มีผลคืบหน้า จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถสรุปได้

“การผลักดันเรื่องการให้อินเซนทีฟ ยกเลิกVAT ให้แก่กองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย คงจะเสนอต่อในรัฐบาลชุดใหม่ เพราะ รัฐบาลชุดนี้คงไม่ทันแล้ว เนื่องจากเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน ซึ่งเรื่องนี้ สพท. มีการผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน แต่ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ ทำให้ทุกวันนี้ เราได้แต่กองถ่ายทำภาพยนตร์ ที่ต้องการเข้ามาใช้โลเกชั่นของประเทศไทยจริงๆ ซึ่งหากกัมพูชาซึ่งมีภูมิประเทศใกล้เคียงกับไทย ทำตลาดอย่างจริงจัง และให้อินเซนทีฟมากกว่า อาจทำให้ไทยสูญเสียโอกาสได้”

ล่าสุดทางรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจประเทศกัมพูชา ได้เข้ามาดูงานเรื่องกิจการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องของกระบวนการปฏิบัติงาน โดยมีรายงานระบุว่า มีบริษัทต่างชาติที่รับบริการประสานงานให้แก่กองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ เข้าไปลงทุนเปิดบริษัทในประเทศกัมพูชาจำนวนมาก ขณะเดียวกันรัฐบาลเขาก็ให้ความสนใจที่จะเพิ่มรายได้เข้าประเทศจากธุรกิจนี้ เพราะสามารถกระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลยุทธ์การตลาดของ สพท. ปีนี้ จะเน้นออกร่วมงานโรดโชว์ในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างน้อยปีละ 5 งาน จากปกติไปร่วมงานโรดโชว์ด้านฟิล์มเฟสติวัล และ ฟิล์มโลเกชั่นประมาณ ปีละ 3 ครั้ง ได้แก่งาน AFCI Location Trade Show เมืองซานตา โมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา, งาน Cannes Film Festival เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ,งานฮ่องกงฟิล์ม เฟสติวัล ซึ่งที่จะเพิ่มขึ้นอีก 2 งาน คือ งานBusan International Film Commission & Industry Showcase ประเทศเกาหลี และ งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ที่ประเทศอังกฤษ

นางธนิฎฐา กล่าวว่า ปัจจุบัน สพท. ได้งบสำหรับออกงานโรดโชว์ต่างประเทศเพียงปีละ 3.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณ มาเช่นนี้ต่อเนื่องกว่า 6 ปีแล้ว ไม่มีการปรับเพิ่ม ดังนั้นในการจัดทำงบประมาณปี 2552 อาจต้องขอปรับขึ้นสำหรับงบประมาณที่จะออกโรดโชว์

“เรื่องโรดโชว์เป็นสิ่งสำคัญ และเห็นผลเร็ว หากเราต้องการทำการตลาดให้แก่ประเทศไทย ในอุตสาหกรรมถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งไทยจะได้โชว์ศักยภาพด้านโลเกชั่นที่หลากหลาย ตลอดจนความพร้อมด้านบริการ ทั้งเรื่องการประสานงาน ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส ครอบคลุมไปถึงบริการ พี-โพสต์โปรดักชั่น ซึ่งบุคลากรของไทยมีประสบการณ์กว่า 30 ปี ดังนั้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งระแวกเพื่อนบ้าน ไทยน่าจะมีความโดดเด่นมากที่สุด” นางธนิฎฐา กล่าว

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Oct 29, 2007 5:12 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

"แฝด"เจ๋งดังไม่เลิก เดินสายคว้า 3 + อีก 4 รางวัล --> http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=read_article&sid=2456&mode=&order=0&thold=0

หลังจากที่เคยไปคว้ารางวัลจากเทศกาลอื่นมาแล้ว ภาพ ยนตร์ “แฝด” ของค่าย จีทีเอช ก็ยังคงเดินสายอยู่ในหลายเทศกาลหนังทั่วโลกแบบไม่ว่างเว้น ล่าสุดก็คว้ามาอีก 4 รางวัล คือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม และ ลำดับภาพยอดเยี่ยม ในงานเทศกาล “LA Screamfest” ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำเอา 2 ผู้กำกับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล และ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ OSK114 ภูมิใจไม่น้อย

....................

เตรียมรับรางวัล “เฟลลินี”

เมื่อ วันที่ 19 ต.ค. 2550 คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ทางวธ.ได้รับแจ้งจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) สำนักงานใหญ่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสว่า ได้มีมติเอกฉันท์ที่จะมอบรางวัลเฟลลินี (The Fellini Silver Medal Award)

เหรียญเงินเชิดชูเกียรติผู้กำกับและองค์กรสร้างสรรค์ผลงานอนุรักษ์ศิลปะภาพยนตร์ให้แก่หอภาพยนตร์แห่งชาติ ในสังกัดกรมศิลปากร ในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และรักษามรดกศิลปะภาพยนตร์ของไทย โดยเฉพาะภาพยนตร์ "พระเจ้าช้างเผือก" หรือ The King of the White Elephant ซึ่งสร้างขึ้นโดย OSK นายปรีดี พนมยงค์ รมว.คลังในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และปัจจุบันหาดูได้ยาก

โดยเป็นเพียงเรื่องเดียวที่ยังคงมีฟิล์มภาพยนตร์เต็มเรื่องอย่างสมบูรณ์มีอายุประมาณ 67 ปี ทั้งนี้นายอับดุล วาฮีด คาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการสื่อสารและสารสนเทศจากยูเนสโกสำนักงานใหญ่ จะเป็นตัวแทนมอบรางวัลให้แก่ วธ.ในงานเทศภาพยนตร์ภูเก็ต (Phuket film festival) ในวันที่ 21 ต.ค. นี้ ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต.

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=143599&NewsType=1&Template=1

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
RM
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Sun Dec 09, 2007 9:50 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

หนุ่มที่น่าจะโล่งใจที่สุดในโลก/หัวปิงปอง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 ธันวาคม 2550 12:51 น.

...
ได้คู่นักแสดงอย่าง "ตุ้ย เกียรติกมล" มาคู่กับ "กระแต ศุภักษร" มาร่วมงาน "กอด" ผู้กำกับ "คงเดช จาตุรันต์รัศมี OSK108" ถึงกับออกปากเหมาะสมกับคาแรกเตอร์ที่ตัวละครในหนังต้องมีเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นดวงตาเศร้าของฝ่ายชายกับความทรงโตของฝ่ายหญิง แต่ทั้งสองอย่างจะซึ่งปมประเด็นอะไรไว้ วันที่ 17 ม.ค. 2551 ได้รู้กันอย่างแน่นอน
...
ออกปากยอมรับว่าแยกเตียงกับภรรยา "โบ ชญาดา" มานานกว่า 2 ปีกระทั่งเป็นข่าวขึ้นมา ณ ตอนนี้เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้สึกไปต่างๆ นานา กับหนุ่ม "ฟลุค เกริกพล" อยู่

บางคนอาจจะมองประเด็นเรื่องที่เขาเจ้าชู้ ขณะที่บางคนอาจจะมองเรื่องที่เขาโกหก - สร้างภาพตลอดช่วงระยะเวลากว่า 700 วันที่ผ่านมา ฯ

แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ "หัวปิงปอง" ว่า คนที่สบายใจที่สุดในตอนนี้ก็น่าจะเป็นเจ้าตัวเองนั่นแหละ

ส่วนดาราคนอื่นๆ ก็ดูไว้เป็นตัวอย่างก็แล้วกันว่าไม่เคยมีใครสามารถหนีความเป็นจริงพ้นได้หรอก

ยอมรับและหาวิธีอยู่กับมันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ที่มา: http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9500000145132
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Jan 14, 2008 11:44 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

แนวโน้มหนังไทย 51 ใครเจ๋ง ใครเจ๊ง!

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2551 14:03 น.


....ฝั่ง "จีทีเอช" ยังคงทำงานแบบเน้นทั้งเงินและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เริ่มกันตั้งแต่ “กอด” ของผู้กำกับที่ย้ายเข้ามาใหม่ "คงเดช จาตุรันต์รัศมี OSK108" ซึ่งมีชื่อการันตีมาระดับหนึ่งจาก "เฉิ่ม" ขณะที่ทาง "ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค" ก็เตรียมส่งหนังรักสุดซึ้งอย่าง “รัก/สาม/เศร้า” ออกมาให้ได้ชมกัน

ด้านหนึ่งผู้กำกับที่สร้างเงินและชื่อให้กับค่ายจากกลุ่ม "แฟนฉัน" อย่าง "ย้งทรงยศ สุขมากอนันต์" ก็เตรียมดึงตัวเอกจากหนังทั้ง แฟนฉัน, Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย, ไฟนอล สกอร์ 365 วันตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ มาพบกันใน หนัง “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” และอีกหนึ่งโปรเจ็คต์ที่น่าสนใจก็คือ “Four” กับการรวมตัวของ 4 ผู้กำกับ (แต่ทำคนละตอน) ทั้ง ทอง สิน-ยงยุทธ ทองกองทุน, โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ OSK114 และ ปวีณ ภูริจิตปัญญา

โดยรวม หนังของจีทีเอชในปี พ.ศ.2551 นี้คงไม่น่าจะเจ็บตัวแต่อย่างใด โดยที่อาจจะต้องลุ้นสักหน่อยก็คือ สองเรื่องแรก "กอด" และ "รัก/สาม/เศร้า"

ทำหนังได้กล่องกับคำชมมากกว่าเงินซะเป็นส่วนใหญ่ มาปีนี้ “ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น” ก็น่าจะยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ ทั้ง "อินทรีแดง" โดยพระเอกขายดี - ผู้กำกับมีสไตล์ อย่าง "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม - วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง" รวมถึงการกลับมาอีกครั้งของ “บุญชู 9” จากผู้กำกับคนเดิม บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ซึ่งเชื่อว่าทางค่ายเองคงจะทำออกมาได้ดีกว่าหนังในอารมณ์เดียวกันอย่าง "วัยอลวน 4" ซึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่

อีกเรื่องของค่ายห้าดาวนี้ก็คือ "ลองของ 2" โดยนางเอกคนเดิม มะหมี่ นภคประภา กับพระเอกคนใหม่ นะโม ทองกำเหนิด หนังแหวะที่ทางค่ายคงต้องโหมโปรโมตกันเหนื่อยหน่อย

ส่วนที่ทำหนังดูเหมือนจะขายแลกเงินอย่างเดียวเลยก็คือ อาร์เอสฯ โดยค่าย "อาวอง" ไล่ไปตั้งแต่หนังเก่าเก็บมานานกว่า 4 ปี “รักสยามเท่าฟ้า” มีพระเอก หนุ่ม ศรราม เป็นตัวชู ซึ่งไม่น่าจะได้เงินสักเท่าไหร่ นอกนั้นที่เหลือเป็นหนักตลกทั้งหมด ทั้ง ดรีมทีม, โหดหน้าเหี่ยว และ หล่อแหบ แสบคูณสอง

โดยที่น่าจะได้เงินมากกว่าใครเพื่อน(หากคนดูไม่เอียนกันเสียก่อน) ก็คือ โหดหน้าเหี่ยว ของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร ซึ่งถนัดมากๆ กับหนังแนวนี้ ส่วนเนื้อหาที่น่าสนใจก็คือหนังเด็ก "ดรีมทีม" จากฝีมือของ เรียว กิตติกร ขณะที่ “หล่อแหบ แสบคูณสอง” นั้นก็ไม่น่าจะเจ๊งเนื่องจากวางดาราชูโรงไว้ที่ หนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ กับนักร้องหญิง มด ชุตินนท์



พระเอกขายดี อนันดา กับบท "อินทรีย์แดง" หนึ่งในหนังไทยที่น่าดูของปีนี้จากฝีมือการกำกับของ "วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง"


ขณะที่ค่ายเล็กๆ เชื่อว่าปีนี้คงต้องคิดกันหนักหน่อยหากจะซื้อใจคนให้มาดูหนังในโรงฯ จริงๆ เพราะดูเหมือนว่าการทำหนังประเภทตีหัวเข้าบ้านหวังจะขายแผ่นนั้นดูจะเป็นมุกที่หลายคนเขาเรารู้เท่าทันแล้ว

เริ่มกันที่ เอจี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ นอกจากโปรเจ็กต์ใหญ่ “สะใภ้บรื๋อ...อ์อ์” แล้วก็มีเรื่อง “อรหันต์ซัมเมอร์” ที่ดึงเอาหนุ่มหล่อจากบ้านเอเอฟ ตูน ธัชพล ชุมดวง หนุ่มหล่อ นำแสดง ซึ่งดูจากฟอร์มแล้วไม่น่าจะทำเงินสักเท่าไหร่ โดยที่จะดูดีหน่อยของค่ายนี้ก็คือ “Memories” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอดูกันว่าชื่อของพระเอกขายดี อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับ ใหม่ เจริญปุระ ซึ่งมีข่าวกุ๊กกิ๊กกันนอกจอมาก่อนหน้านี้จะช่วยได้หรือไม่

นักแสดงรุ่นใหญ่ "พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง" ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับ ปีนี้ขอเดินตามรอยความสำเร็จเดิมจาก "Me mySelf ขอให้รักจงเจริญ" ด้วยหนังชื่อที่ตั้งชื่อไว้อย่างคร่าวๆ ว่า “Happy Birth day” ในสังกัด “โมโนฟิล์ม” โดยค่ายนี้มีหนังเรื่อง “เพื่อนกันเฉพาะวันพระ” และ “Miss You Two” รอฉายก่อน

น้องใหม่ค่าย “เอ็นจีอาร์” ที่ประสบความสำเร็จทั้งเงินและกล่องจาก "มะหมาฯ" มาจากปีที่แล้ว ปีนี้มีหนังตลกเรื่อง “Valentine คริตกะ จ๋า บ้าสุดสุด” เรื่องนี้แม้จะได้ดารามือดีอย่าง ชาคริต แย้มนาม กับ จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช มาจับคู่กันแต่ถ้าพิจารณาอารมณ์ของหนังโดยมองไปถึงเรื่องของการทำเงินแล้วดูเหมือนจะไม่เท่าไหร่

หนังที่น่าสนใจของค่ายนี้ในปีนี้ก็คือ “Coffin โลงต่อวิญญาณ” เนื่องจากได้ทั้งผู้กำกับมือคุณภาพ "เอกชัย เอื้อครองธรรม" มาร่วมงานกับนักแสดงขายดี "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" แถมยังมีนักแสดงชื่อดังของฮ่องกง "คาเรน ม็อก" มาร่วมประชันฝีมือกับ "มะหมี่ นภคปภา นาคประสิทธิ์" อีกต่างหาก

ครึ่งแรกของรอบปีที่ผ่านมาชื่อค่อนข้างจะขายดีก่อนจะมาแผ่วๆ ในช่วงครึ่งปีหลังสำหรับหนุ่ม "ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล" ซึ่งถ้าหากค่ายหนังค่ายเล็กอีกค่ายอย่าง “อลังการ สตูดิโอ” จะลุ้นเอาเงินจากหนังเรื่อง “Soul’s Code ถอดรหัสวิญญาณ” โดยอาศัยกระแสของเจ้าตัวคงจะเป็นอะไรที่หนักถึงหนักมากๆ อย่างแน่นอน

ปิดท้ายที่ “พระนครฟิล์ม” ยังคงคอนเซ็ปต์ทำหนังเอาใจตลาดต่างจังหวัดกับการทำหนังขายดาราที่มาร่วมแสดงเป็นหลักไม่ว่าจะเป็น “สวย สิงห์ กระทิง แซ่บ” จาก "กบ สุวนันท์ คงยิ่ง" กับ "วีรภาพ สุภาพไพบูลย์" ต่อด้วย “หนุมานคลุกฝุ่น” โดย "หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์" จับคู่กับ "หยาดทิพย์ ราชปาล", “คู่ป่วนก๊วนเมษา” จาก "สเตฟาน สันติ วีระบุญชัย" รวมถึง “Deep in The Jungle” โดยหนุ่ม"ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี"

รวมถึงหนังตลกที่ขายฮาอย่างเดียวอย่าง “ผีตาหวานกับอาจารย์ตาโบ๋” ซึ่งเมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วทั้งหมดไม่น่าจะขาดทุน แต่ก็ไม่น่าจะทำเงินสักเท่าไหร่

ที่มา: http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000004137

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Fri Apr 18, 2008 12:46 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

songwut110 บันทึก:
โครงการ ๑๐๐ หนังไทยที่คนไทยควรดู
ในมิติ..ภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญา


หอภาพยนตร์แห่งชาติ นับถือว่า ภาพยนตร์เป็นประดุจรัสมีแฉกหนึ่งของพระไตรรัตน์ ภาพยนตร์ไม่ว่าดีหรือเลว แต่หากเรารู้จักดู หรือดูดีๆ ก็เกิดปัญญา ดุจดังบาลีภาษิต ปญญายตถํ วิปสสติ การเห็นเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา ดูดีๆมีปัญญา ดูด้วยปัญญาพาให้เห็นแจ้ง
หอภาพยนตร์แห่งชาติ จึงเปรียบดังอารามหรือวัดแห่งศาสนาภาพยนตร์ ซึ่งมีโรงหนังเป็นโบสถ์ โรงเก็บฟิล์มเป็นหอไตร พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์เป็นวิหาร การจัดกิจกรรมฉายภาพยนตร์ของหอภาพยนตร์แห่งชาติ เป็นไปเพื่อ ยังให้เกิดปัญญา
เพื่อสนับสนุนการดูภาพยนตร์เพื่อยังให้เกิดปัญญา หอภาพยนตร์แห่งชาติ จึงจัดกิจกรรมฉายภาพยนตร์ทุกค่ำวันศุกร์ ที่ห้องประชุม สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ท่าวาสุกรี และบ่าย ๓ โมงวันเสาร์ที่ โรงหนังอลังการ หอภาพยนตร์แห่งชาติ ศาลายา ถนนพุทธมณฑลสาย ๕ เรียกชื่อว่า "ภาพยนตร์ปุจฉา-วิสัชนา" ซึ่งเป็นรายการฉายหนังให้ดูแล้วฟังคิดถามตอบ โดยมีพิธีกรและวิทยากรผู้สันทัดกรณีมาร่วมถามร่วมตอบอย่างที่เรียกว่า ปุจฉา - วิสัชนา
โดยในปีนี้ จะจัดฉายภาพยนตร์ต่าง ๆ ในหัวเรื่อง "๑๐๐ ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู" เริ่มจากวันศุกร์แรกของ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นไป

หนังไทยที่คนไทยควรดู
กรอบคิดคือ ในบรรดาพยนตร์ที่เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติหรือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่งของชาติ ซึ่งยังมีภาพยนตร์นั้นเหลืออยู่ให้เราได้ชื่นชมในปัจจุบัน หากคัดเลือกเป็นตัวอย่างสัก ๑๐๐ เรื่อง เป็นบัญชีภาพยนตร์ที่คนไทยควรดู เพื่อให้เข้าใจตัวเอง เข้าใจสังคมไทย เข้าใจหนังไทย และชื่นชมหนังไทย ในรอบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

๑. เป็นผลงานสร้างโดยคนไทย
๒. เป็นตัวอย่างหรือตัวแทนให้คนไทยได้เรียนรู้จักตัวเอง รู้จักสังคมไทย ทั้งในอดีต ปัจจุบัน ทั้งดี และเลว ทั้ง
จริง และเท็จ
๓. เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
๔. เพื่อให้คนไทยได้ชื่นชมภาพยนตร์ไทย ทั้งที่เป็นมหรสพสินค้าขายความบันเทิง เป็นเครื่องมือสื่อสาร เป็น
งานศิลป เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาติ
บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู
เรียงตามลำดับปีที่ออกฉายครั้งแรก

หมวดภาพยนตร์ข่าว ข่าวสาร และบันทึกเหตุการณ์

๑. พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๔๖๘ ภาพยนตร์ของ กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง ทำขึ้นเพื่อจำหน่ายแก่ผู้สนใจ เก็บไว้เป็นที่ระลึก บันทึกเหตุการณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกภาพยนตร์พระราชพิธีสำคัญตามโบราณราชประเพณีของไทย แสดงพิธีกรรมสำคัญตามลำดับแต่ต้นจนตลอดพระราชพิธี

๒. การเล่นซนของเด็กสมัย ร.๗ พ.ศ. ๒๔๗๓ ภาพยนตร์ประเภทหนังบ้านนิรนาม บันทึกการเล่นซนอวดหน้ากล้องถ่ายหนังของเด็ก ๆ ชายหญิง สมัยรัชกาลที่ ๗ สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของหนังฝรั่งในสังคมสยามและโลกในสมัยนั้น

๓. ชมสยาม พ.ศ. ๒๔๗๓ สร้างโดย กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง โดยฝีมือของ หลวงกลการเจนจิต(เภา วสุวัต) ช่างถ่ายหนังสำคัญของสยามในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นภาพยนตร์แนะนำประเทศสยามต่อชาวต่างชาติ ทำนองส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นตัวอย่างให้เห็นการมองตนเองและอวดตนเองต่อชาวต่างชาติ

๔. กิจการของกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม พ.ศ.๒๔๗๓ ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของ OSK พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ขณะทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมในรัชกาลที่ ๗

คุณกรรณิกา ชีวภักดี บันทึก:
จาก พหจ.

ตำนานบนแผ่นฟิล์มห้องส่งกระจายเสียงแห่งแรกของไทย ณ สถานีวิทยุกรุงเทพฯที่พญาไท

--------------------------------------------------------------------------------


พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุกรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ได้นำตำนาน "ห้องส่งวิทยุกระจายเสียงแห่งแรกของไทย ณ สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท" ซึ่งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งแรกของไทยบนแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ 16 มม. มาจัดแสดงนิทรรศการให้ประชาชนชม ระหว่างวันที่ 24 - 26 กุมภาพันธ์ 2548 ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ในโอกาส 75 ปี วิทยุกระจายเสียงไทย


ฟิล์มภาพยนตร์นี้เป็นส่วนหนึ่งในคอลเลคชั่นของพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน "พระบิดาแห่ง กิจการกระจายเสียงไทย" ถ่ายทำใน พ.ศ.2473


ปัจจุบันฟิล์มฯ ดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่หอภาพยนตร์แห่งชาติ กรมศิลปากร มีสภาพชำรุด พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุกรมประชาสัมพันธ์จึงร่วมมือกับหอภาพยนตร์แห่งชาติติดต่อให้ Mr. Thomas Bakels นักอนุรักษ์ภาพยนตร์เก่าจากต้นฉบับระดับมืออาชีพที่เป็นที่รู้จัก ในหมู่นักอนุรักษ์ภาพยนตร์ทั้งในยุโรปและอเมริกา จาก Alpha-Omega (อัลฟา-โอเมก้า) บริษัทอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองมิวนิก ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐ เยอรมนี ช่วยซ่อมฟิล์มฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และบริษัทฯ ได้มอบให้คุณบุญเสริม ประเสริฐวัย ผู้ร่วมทีมชาวไทยเป็นผู้ซ่อมฟิล์มม้วนนี้ให้กับคน ไทย


ฟิล์มนี้ซ่อมเสร็จประมาณ ร้อยละ 90 ที่เหลือคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2548 และจะนำไปแสดงในการประชุมใหญ่และสัมมนาทางวิชาการของสมาคมอนุรักษ์สื่อโสตทัศน์แห่ง เอเชีย-แปซิฟิก หรือ ซีพาวา (SEAPAVAA) ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ระหว่างวันที่ 2 - 6 พฤษภาคม 2548 หลังจากนั้นจะส่งคืนให้หอภาพยนตร์แห่งชาติ กรมศิลปากร เก็บรักษาไว้ ส่วนสำเนาจะนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์การกระจายเสียง กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 พฤษภาคม 2548 ใน โอกาสครบรอบ 72 ปี แห่งการสถาปนากรมประชาสัมพันธ์


สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนห้อง เครื่องส่งและส่วนห้องส่ง ห้องเครื่องส่งตั้งอยู่หน้าพระราชวังพญาไท โดยมีเครื่องส่งขนาด 2.5 กิโลวัตต์ ส่งได้ทั้งคลื่นสั้นและคลื่นยาว ห้องส่งกระจายเสียงตั้งอยู่ที่พระราชวัง พญาไท (โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า)


ภาพยนตร์ 16 มม. แสดงห้องส่งกระจายเสียงที่พระราชวังพญาไท มีทั้งหมด 5 ห้อง ได้แก่ ห้องผู้ประกาศ ห้องควบคุมเสียง ห้องส่งเสียงใหญ่ (สตูดิโอ 1) ห้อง ส่งเสียงเล็ก (สตูดิโอ 2) และห้องรับแขก ตกแต่งห้องโดยจ้างห้าง เกียสัน กรุงเทพฯ โดยเสียค่าตกแต่งห้องส่งและค่าเดินสายไฟ เป็นเงิน 5,000 บาท ร้อยเอก เขียน ธีมากร ผู้ ประกาศรุ่นแรก เป็นผู้นำชมห้องส่งกระจายเสียง


สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท (Radio Bangkok at Phayathai) เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งแรกของไทย มีสัญญาณ เรียกขานตามข้อบังคับวิทยุว่า "HSPJ" ตั้งอยู่ที่พระราชวังพญาไท เริ่มส่งกระจายเสียงเมื่อ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2473 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7


สำหรับตำนานบนแผ่นฟิล์มฯ นี้นับเป็นครั้งแรกที่ชาวไทยมีโอกาสชมลักษณะห้องส่งกระจายเสียงแห่งแรกของ ไทยอย่างชัดเจนด้วยตาตนเองแทนการบอกเล่าที่แทบจะไม่มีการบันทึกไว้ หลายท่านได้ชมแล้ว ส่วนท่านที่ พลาดการชมนิทรรศการดังกล่าวหากสนใจสามารถมาชมได้ที่พิพิธภัณฑ์การกระจายเสียง กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์


สำหรับท่านที่อยู่ในภูมิภาคทางสำนักประชาสัมพันธ์เขตบางเขตได้ติดต่อขอนำนิทรรศการแสดงภาพ "ห้องส่ง กระจายเสียงแห่งแรกของไทย" ชุดนี้ไปให้ประชาชนในห้องที่ได้มีโอกาสชม เช่น สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 สุราษฎร์ธานี ผู้อำนวยการสำนักนาย ไพฑูรย์ ศรีรอด


ในโอกาสนี้พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุกรมประชาสัมพันธ์ต้องขอขอบคุณบริษัท Alpha-Omega คุณ Thomas Bakels และคุณบุญเสริม ประเสริฐวัย ทีมงานชาวไทยที่มีส่วนร่วมในการซ่อมฟิล์มครั้งนี้ ตลอดจนคุณ โดม สุขวงศ์ แห่งหอภาพยนตร์แห่งชาติที่อนุรักษ์ฟิล์นี้ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้มี โอกาสศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับการกระจายเสียงของไทยต่อไป


๕. พระราชพิธีเฉลิมพระราชวงศ์จักรีและกรุงเทพพระมหานคร อันสถาปนามาครบ ๑๕๐ ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ถ่ายทำโดยคณะพี่น้องสกุลวสุวัต ผู้บุกเบิกกิจการสร้างภาพยนตร์ไทย โดยได้รับพระราชทานเงินจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ให้ถ่ายทำขึ้นเพื่อบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์สำคัญครั้งหนึ่งของชาติ นับเป็นภาพยนตร์เสียงในฟิล์มเรื่องแรก ๆ เรื่องหนึ่งของไทย

๖. งานแห่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๔๗๖ ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน บันทึกภาพงานแห่ฉลองรัฐธรรมนูญ หลังจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ พระราชทานแก่ปวงชนสยาม ได้เห็นขบวนแห่รถยนตร์ประดับตกแต่งพานเทิดรัฐธรรมนูญ ในถนน ขบวนแห่ในแม่น้ำ และปะรำพิธีในท้องสนามหลวง

๗. ใจไทย พ.ศ. ๒๔๘๓ ภาพยนตร์ข่าวของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรมรถไฟหลวง บันทึกเหตุการณ์สงคราม ไทย- อินโดจีนของฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ออกฉายตามโรงภาพยนตร์เพื่อปลุกใจคนไทยในสมัยชาตินิยม.

๘. วันคล้ายวันเกิด พลตรี หลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๔๘๔ ภาพยนตร์บันทึกงานวันคล้ายวันเกิดของ หลวงพิบูลสงคราม ในรุ่งอรุณของยุคมาลานำไทย สันนิษฐานว่าเป็นภาพยนตร์ของกรมโฆษณาการ

๙. น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพ พ.ศ. ๒๔๘๕ ภาพยนตร์บันทึกชีวิตของชาวกรุงเทพในวันหนึ่งแห่งช่วงเวลาที่กรุงเทพถูกน้ำท่วมใหญ่ ท่ามกลางสมัยที่บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะภัยแห่งสงครามโลกครั้งที่ ๒ ถ่ายโดย แท้ ประกาศวุฒิสาร

๑๐. รัฐประหาร พ.ศ. ๒๔๙๐ ภาพยนตร์ข่าวเหตุการณ์รัฐประหาร ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ ล้มรัฐบาลที่สืบทอดมาจากการปฏิวัติประชาธิปไตย ๒๔๗๕ มาสู่การเริ่มรัฐบาลเผด็จการทหารที่แย่งชิงอำนาจปกครองประเทศอย่างต่อเนื่องไปจนปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ถ่ายโดย แท้ ประกาศวุฒิสาร

๑๑. เสด็จเยี่ยมราษฎรภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๐๒ ในยุคที่โทรทัศน์เพิ่งเริ่มขึ้นในประเทศ และยังไม่แพร่หลาย ภาพยนตร์
พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะภาพยนตร์ส่วนพระองค์ที่จัดทำเป็นชุดใหญ่ และพระราชทานออกฉายให้ประชาชนชมตามโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศประมาณปีละครั้ง เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างสูง นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของภาพยนตร์พระราชกรณียกิจ แต่เป็นฉบับที่สนับสนุนการถ่ายทำโดยสำนักข่าวสารอเมริกัน

๑๒. การผลิตเฮโรอิน (ประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๐) ภาพยนตร์นิรนาม บันทึกให้เห็นขั้นตอนการผลิตเฮโรอิน ณ แหล่งผลิตแห่งหนึ่ง

๑๓. บันทึกเหตุการณ์เสียชีวิต มิตร ชัยบัญชา พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นภาพยนตร์เชิงข่าวฉวยโอกาส ที่คนในวงการธุรกิจหนังไทยถ่ายทำขึ้น เพื่อออกฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ประสบความสำเร็จอย่างสูงเพราะประชาชนแฟนหนังไทยต่างอยากดู ภาพที่สะเทือนใจที่สุดในภาพยนตร์นี้มิใช่ภาพตอนมิตรตกจากโหนบันไดเฮลิคอปเตอร์ แต่เป็นภาพที่ศพมิตรต้องถูกยกขึ้นประจุตามช่องหน้าต่างรอบศาลาตั้งศพ เพื่อให้แฟน ๆ ประจักษ์ตาว่ามิตรตายจริง ๆ ก่อนที่จะบรรจุศพลงโลง

๑๔. บันทึกเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นการบันทึกเหตุการณ์สังหารโหดกลางเมืองในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ โดยช่างภาพนิรนาม และโดยไม่ต้องมีคำบรรยายใด ๆ เพราะเหตุการณ์ได้เปิดเผยตัวของมันเองต่อตา เป็นผลงานวีดิโอเทปที่เผยแพร่เงียบ ๆ ไปทั่วโลก

๑๕. บันทึกเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ พ.ศ. ๒๕๓๕ เหตุการณ์สำคัญอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่ในครั้งนี้เป็นปีซึ่งโทรนศัพท์มือถือ และกล้องถ่ายวีดิโอขนาดเล็ก เป็นของใช้ประจำตัวผู้คนได้ทั่วไป จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่มีการบันทึกภาพยนตร์ในรูปวีดิโอเอาไว้มากเป็นประวัติการณ์ด้วย และผลิตออกวางจำหน่ายข้างถนนราชดำเนินกลาง ทันทีทันควัน คือขณะที่ควันปืนและแก๊สน้ำตายังไม่ทันจาง ในรูปตลับวีดิโอวีเอชเอสมากมายหลายสิบฉบับ นี้เป็นฉบับหนึ่ง







หมวด ภาพยนตร์สารคดี

๑๖. กรุงเทพเมืองหลวงของเรา พ.ศ. ๒๔๙? ภาพยนตร์สารคดีเชิงโฆษณาชวนเชื่อ ในยุคสงครามเย็น สนับสนุนการผลิตโดยสหรัฐอเมริกา ให้เห็นกรุงเทพเป็นเมืองสวรรค์แห่งค่ายโลกเสรีในภูมิภาคอาเซียตะวันออก

๑๗. ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ล้มป่วย และอสัญกรรม พ.ศ. ๒๕๐๕ ภาพยนตร์ข่าวยกย่องจอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ สร้างออกเผยแพร่โดยหน่วยงานกองทัพบกหลังจาก ฯพณฯ ถึงแก่อสัญกรรม

๑๘. เพลงเหย่อย พ.ศ. ๒๕๐๗ ภาพยนตร์สารคดีจากรายการโทรทัศน์ ชุด มรดกของไทย ผลิตโดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) เป็นตัวอย่างรายการภาพยนตร์สารคดีเชิงนำเที่ยวและให้ข่าวสารความรู้ในยุค หลังกึ่งพุทธกาล

๑๙. ไม้สัก พ.ศ. ๒๕๐๕ (ประมาณ) ภาพยนตร์สารคดีจากรายการโทรทัศน์ชุด สองข้างทางรถไฟ ผลิตโดย การรถไฟแห่งประเทศไทย แสดงเรื่องของการทำป่าไม้และการลำเลียงขนส่งไม้สักจากป่าภาคเหนือไปกรุงเทพ เพื่อส่งออก เป็นกิจการที่น่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาติ

๒๐.อนุทินวีรชน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นประวัติศาตร์สำคัญของชาติไทย ซึ่งเขียนด้วยกล้องถ่ายภาพยนตร์ โดย อาจารย์ชิน คล้ายปาน อดีตนักเรียนช่างภาพเทคนิคกรุงเทพ รุ่น ๑ ขณะนั้นเป็นอาจารย์คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และเพื่อนช่างภาพสื่อมวลชนอีกบางคน ภาพยนตร์นี้จะเป็นประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวาที่สุดชิ้นหนึ่งของชาติ

๒๑. การต่อสู้ของกรรมกรหญิงโรงงานฮาร่า พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างโดย จอน อึ๊งภากรณ์ ภาพยนตร์สารคดีที่เด่นที่สุดเรื่องหนึ่งของชาติ สร้างโดยผู้ที่ไม่เคยถ่ายทำภาพยนตร์มาก่อน ด้วยกล้องถ่ายภาพยนตร์เสียง ๘ มิลลิเมตร

๒๒. ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นภาพยนตร์ที่หน่วยงานของราชการผลิตขึ้นเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ด้วยการเผยให้เห็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่ลึกลับสลับซับซ้อน

๒๓. ภัยเขียว (GREEN MENACE : THE UNTOLD STORY OF GOLF) พ.ศ. ๒๕๓๖ โดย อิ๋ง กาญจนวณิชย์ สารคดีโปงปัญหาการเอาเปรียบแผ่นดินและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศน์ของสนามกอล์ฟ ซึ่งผุดระบาดเป็นดอกเห็ดในประเทศไทยยุคเศรษฐกิจฟองสบู่


หมวดภาพยนตร์สั้น และ ภาพยนตร์ทดลอง

๒๔ แหวนวิเศษ พ.ศ. ๒๔๗๒ สร้างโดย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงมีพระราชนิยมในภาพยนตร์อย่างยิ่ง ทรงถ่ายภาพยนตร์อย่างที่เรียกว่าภาพยนตร์สมัครเล่นไว้กว่า ๕๐๐ ม้วน ซึ่งหากนำมาฉายดูต่อเนื่องกันจะกินเวลาฉายถึงสี่วันสี่คืน แหวนวิเศษ เป็นภาพยนตร์ชนิดเดินเรื่อง ที่ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องและกำกับการแสดง เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์เงียบที่สมบูรณ์ที่สุดของชาติที่เหลืออยู่

๒๕. กระเทยเป็นเหตุ พ.ศ. ๒๔๙๘ ภาพยนตร์สมัครเล่นของคณะพนักงานธนาคารมณฑล ทำล้อหนังเงียบ สะท้อนสังคมชายหนุ่มเมืองกรุงปนอารมณ์ขันสุกๆดิบๆ

๒๖. นิ้วเพชร พ.ศ. ๒๕๐๑ ภาพยนตร์ถ่ายทอดการแสดงนาฏศิลป์โขน สร้างโดย กรมศิลปากร ถ่ายทำโดย รัตน์ เปสตันยี เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความงดงามของนาฏศิลป์ได้อย่างแนบเนียนทั้งในฐานะศิลปภาพยนตร์และศิลปโขน มีการบรรยายเพื่ออธิบายเรื่องเป็นภาษาอังกฤษโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

๒๗. ! (อัศเจรีย์) พ.ศ. ๒๕๒๐ ภาพยนตร์สั้น ที่นำเสนอเชิงทดลอง เล่าเรื่องอย่างกวีนิพนธ์ เรียกร้องหาความเท่าเทียมกันแทนเด็ก ๆ ที่ยากไร้ ผลงานของ สุรพงษ์ พินิจค้า ส่งประกวดงานประกวดภาพยนตร์สารคดีของธนาคารกรุงเทพ ล้ำหน้าจนกรรมการไม่กล้าให้รางวัลชนะเลิศ แต่ก็ไม่กล้าไม่ให้รางวัลอะไร จึงได้รางวัลพิเศษ เป็นหนังสารคดีที่สร้างสรรค์เรื่องหนึ่งของชาติ

๒๘. แอก พ.ศ. ๒๕๑.. ผลงานภาพยนตร์ของนักศึกษาวิชาภาพยนตร์ คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับเด็กชายลูกชาวนา กับควายของพ่อ ซึ่งต้องขายไปเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินมาให้ลูกเรียน โดยหวังว่าลูกจะได้เป็นเจ้าคนนายคน ไม่โง่เป็นควายอย่างพ่อ ซึ่งยอมแบกแอกไถนาแทนควาย

๒๙. ภาณายักษา พ.ศ. ๒๕๓๕ ภาพยนตร์ทดลองจากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดย เกษมสันต์ พรหมสุภา ชวลิต สัทธรรมสกุล หยงฮ้ง แซ่เตียว ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ ๑๖ มม. สี ๙.๓๐ นาที เมื่อระฆังตี สัญญาณภาพและเสียง "สวดภาณยักษ์" (สมัยสุโขทัย) แผ่ไปทั่วผืนแผ่นดิน บางคนก็มีทางพ้นทุกข์ของตนเอง...

๓๐. ศีล ๔ พ.ศ. ๒๕๔๐ ภาพยนตร์สั้น ซึ่งเกิดขึ้นในยุคที่ใคร ๆ ก็ทำหนังได้ ด้วยกล้องถ่ายวิดีโอราคาถูกตัวเดียว
เป็นหนังสั้น ๆ ที่สะท้านมาตรฐานและความยืดหยุ่นของมาตรฐานศีลธรรมของคนไทย และสะท้อนสังคมที่ไม่ชอบพูดความจริง

๓๑. คงกระพันชาติไทย พ.ศ. ๒๕๔๑ ผลงานภาพยนตร์สั้นของนักศึกษาภาพยนตร์ สุรชัย พัฒนากิจไพบูลย์ เล่าล้อประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยอย่างน่าขันและน่าฟัง ๑๕ นาที

๓๒. น้ำใต้ท้องเรือ พ.ศ. ๒๕๔๒ ผลงานของ ภาณุ อารี สะท้อนสัญชาติญาณเพศหรือราคะจริตปนเปื้อนความเชื่อและความหวั่นไหวงมงายในไสยศาสตร์

๓๓. BUNZAI CHAIYO, EPISODE II : THE ADVENTURE OF IRON PUSSY พ.ศ. ๒๕๔๒ หนังสั้นในชุดการผจญภัยของ มงคล ผู้มีฉายา IRON PUSSY ผู้พิทักษ์อโกโกบอย เป็นหนังสั้นที่ฉูดฉาดครื้นเครงและกัดลึกลงไปทั้งในจิตใจของคน มนุษย์และสังคม ผลงานของ ไมเคิล เชาวนาสัย ๒๒ นาที

๓๔. บ้านสีชมพู พ.ศ. ๒๕๔๓ ผลงานของ สุวรรณ ห่วงศิริสกุล เด็กในสลัมคนหนึ่งพยายามเก็บฝาจีบน้ำอัดลมไปขายเพื่อให้ได้เงินสามร้อยบาท ไปซื้อเวลาให้แม่อยู่กับลูกหนึ่งวัน ๑๗ นาที

๓๕. กาล พ.ศ. ๒๕๔๓ ผลงานของ อุรุพงษ์ รักษาสัตย์ ภาพยนตร์ทดลองของนักศึกษาภาพยนตร์ เฝ้าติดตาม สังเกต ชีวิตชายแก่กับวันเวลาที่หมดไปในบ้านและท้องทุ่งในภาคเหนือ ความสัมพันธ์สนิทระหว่างคนกับที่ดินทำกิน เป็นหนังที่พรรณาเรื่องด้วยภาพที่คลายตัวไปเรื่อยๆกับเพลงบรรเลง เป็นท่วงทำนองและจังหวะอย่างลำนำนิพนธ์

๓๖. แหวน พ.ศ. ๒๕๔๔ ผลงานของ ชุมพล ทองทาบ หนังชีวิตข้างถนนยามค่ำคืนของโคราช ตัวอย่างของการทำหนังอิสระและเอกเทศ ด้วยกล้องวิดีโอตัวเดียว

๓๗. THE TREE พ.ศ. ๒๕๔๕ผลงานของ วสัน เรียวกลาง หนังที่ผู้ทำแสดงการเขียนภาพเคลื่อนไหวด้วยกล้องแทนภู่กัน และพูดด้วยนาฏกรรมทางร่างกายและฉากธรรมชาติ

๓๘. A SHORT JOURNEY พ.ศ. ๒๕๔๖ ผลงานของ ธนนท์ สัตตะรุจาวงษ์ บันทึกภาพความจริงแห่งเสี้ยวปวดเจ็บในชีวิตของเด็กข้างถนนที่เชียงใหม่




หมวดภาพยนตร์ดำเนินเรื่อง
๓๙. พระเจ้าช้างเผือก พ.ศ. ๒๔๘๔ สร้างโดย ปรีดี พนมยงค์ ขณะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นภาพยนตร์เพื่อประกาศสันติภาพ เป็นผลงานที่แสดงให้เห็นสติปัญญาในการทำภาพยนตร์ของคนไทยที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง

๔๐. ชั่วฟ้าดินสลาย พ.ศ. ๒๔๙๘ ภาพยนตร์ซึ่งทำจากนิยายเรื่องเดียวกันของ ครูมาลัย ชูพินิจ เป็นโศกนาฏกรรมรักของหนุ่มสาวที่เชื่อว่ารักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย แต่เมื่อทั้งคู่ถูกจับล่ามโซ่ให้อยู่ด้วยกัน แต่ละคนจะคิดและรู้สึกอย่างไร เพราะหญิงรักด้วยใจ ชายรักด้วยสมอง ผลงานของหนุมานภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดย มารุต เป็นหนังรักชั้นเลิศเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังไทย

๔๑. โรงแรมนรก พ.ศ. ๒๕๐๐ ภาพยนตร์ไทยซึ่งเมื่อออกฉายในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ รถแห่โฆษณาประกาศว่า หนังไม่ดี สีไม่ทา ดูแล้วไม่ชื่นใจ ผลงานของโรงถ่ายหนุมานภาพยนตร์ โดย รัตน์ เปสตันยี แต่ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของชาติ

๔๒ . แม่นาคพระโขนง พ.ศ. ๒๕๐๒ ภาพยนตร์ผีไทยที่อยู่ในจิตใจคนไทยมากที่สุด ฉบับของ เสน่ห์ โกมารชุน สวมวิญญาณแม่นาคโดย ปรียา รุ่งเรือง

๔๓. เรือนแพ พ.ศ. ๒๕๐๕ เรื่องของมิตรภาพของสามหนุ่มที่เช่าแพอยู่ร่วมกัน แต่ละคนมีความฝันในชีวิตกันคนละ
ทาง นักศึกษากฎหมาย นักมวย และนักร้อง และมีหญิงสาวลูกเจ้าของแพเป็นดอกฟ้าที่เข้ามาพัวพัน สุดท้ายทางชีวิตของแต่ละคนผกผันมาบรรจบกันเป็นโศกนาฏกรรม ผลงานภาพยนตร์ของ โรงถ่ายอัศวิน โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล

๔๔. เงิน เงิน เงิน พ.ศ. ๒๕๐๘ สร้างโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์ที่สามารถแทนภาพยนตร์ไทยในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ชัดเจน นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา และ เพชรา เชาวราษฎร์ คู่พระนางยอดนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย และผู้แสดงประกอบเกือบทั้งวงการภาพยนตร์ในขณะนั้น

๔๕. ไฟเย็น พ.ศ. ๒๕๐๘ ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อ เพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ และขบวนการผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ สนับสนุนการสร้างโดยสำนักข่าวสารอเมริกัน เผยแพร่โดยขบวนการหนังกลางแปลงและจัดฉายตามโรงเรียน

๔๖. เพชรตัดเพชร พ.ศ. ๒๕๐๙ หนังปฏิบัติการสายลับ แบบฟอร์มใหญ่ ในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำโลกประชันดาราใหญ่ของวงการหนังไทย สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของภาพยนตร์สายลับต่าง ๆ ที่ทำกันทั่วโลก การอวดอาวุธลับ การอวดศักยภาพในการพิชิตหญิงงาม การไล่ล่ากันบนถนนด้วยยานยนต์วิเศษ

๔๗. มนต์รักลูกทุ่ง พ.ศ. ๒๕๑๓ ภาพยนตร์เพลงแบบไทย ๆ ในยุคที่วงการเพลงลูกทุ่งไทยโด่งดังสุดขีดและหนังไทยยุค มิตร-เพชรา ก็ถึงขีดสุด ผสมผสานกันระหว่าลูกทุ่งฮิตกับหนังไทยฮิต กลายเป็นหนังไทยที่ออกฉายโรงเดียวต่อเนื่องกันยาวนานกว่าหกเดือน สร้างและกำกับโดย รังสี ทัศนพยัคฆ์ เจ้าของฉายา เสือปืนไว ของวงการภาพยนตร์ไทยขณะนั้น

๔๘. โทน พ.ศ. ๒๕๑๓ ภาพยนตร์ที่สร้างโดยช่างเขียนโปสเตอร์หนัง ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นผู้กำกับหนัง เพราะเพื่อนขอร้อง เป็นภาพยนตร์ไทยที่ผู้สร้างตั้งใจจะหนีจากคำประณามที่ว่าหนังไทยน้ำเน่า เปี๊ยก โปสเตอร์ กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ลูกแรกของหนังไทยสมัยใหม่และกลายเป็นผู้สร้างหนังไทยที่มีบทบาทสำคัญที่สุดคนหนึ่งใน ๒ ทศวรรษต่อมา

๔๙. อินทรีทอง พ.ศ. ๒๕๑๓ หนังที่สร้างจากอาชนิยายชุด อินทรีแดง ของ เศก ดุสิต ซึ่งมิตร ชัยบัญชา รับบทมาตลอด เป็นตอนที่มีอินทรีแดงตัวปลอมมาอาละวาด ทำให้อินทรีแดงตัวจริงต้องแต่งเป็นอินทรีทองชั่วคราวเพื่อปราบตัวปลอม เป็นหนังที่กลายเป็นข่าวครึกโครมและเป็นโศกนาฏกรรมของวงการหนังไทย เมื่อ มิตร ชัยบัญชา ประสบเหตุตกจากการโหนบันใดที่ห้อยจากเฮลิคอปเตอร์ เสียชีวิต มีคำเล่าว่า ครั้งหนึ่งเมื่อหนังนี้ออกฉายกลางแปลง พอถึงฉากที่มิตรกำลังจะกระโดดโหนบันใด มีเสียงคนดูคนหนึ่งตะโกนว่า "มิตรอย่าขึ้น ๆ ....
๕๐. เขาชื่อกานต์ พ.ศ. ๒๕๑๖ หนังของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล สร้างจากนิยายของ สุวรรณี สุคนธา ซึ่งได้รางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมจากองค์การ สปอ. เป็นเรื่องที่สะท้อนยุคสมัยของหนุ่มสาวที่กำลังแสวงหาอุดมคติ เป็นครั้งแรกที่หนังไทยกล้าพูดถึงเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง เรื่องของอิทธิพลและอำนาจมืด หนังเรื่องนี้ทำให้คนหนุ่มสาวและปัญญาชนในสังคมไทยเวลานั้น ซึ่งเคยรังเกียจและดูหมิ่นหนังไทย เริ่มมีความหวังกับหนังไทยยุคใหม่

๕๑. ชู้ พ.ศ. ๒๕๑๖ ผลงานของเปี๊ยก โปสเตอร์ ซึ่งกลายเป็นหัวขบวนของผู้สร้างคลื่นลูกใหม่ของวงการหนังไทย เป็นผลงานภาพยนตร์ซึ่งเปี๊ยก ตั้งใจทำให้เป็นงานศิลปภาพยนตร์

๕๒. ตลาดพรมจารี พ.ศ. ๒๕๑๖ หนังไทยในกระแสคลื่นลูกใหม่ ผลงานของ สักกะ (ชาติ จารุจินดา) นำเสนอชีวิตครอบครัวของชาวประมงเล็ก ๆ ที่หาเช้ากินค่ำ ต้องเผชิญกับปัญหาอุตสาหกรรมประมง ซึ่งเรือใหญ่แย่งจับปลา จนไม่อาจหากินตามชายฝั่งได้ ต้องดิ้นรนหาทางซื้อเครื่องยนต์ติดท้ายเรือเพื่อออกไปจับปลาในทะเลลึกบ้าง หนังแสดงให้เห็นระบบปลาใหญ่กินปลาเล็กและตัวใครตัวมันในสังคม ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายและโศกนาฏกรรมของครอบครัว

๕๓. แหวนทองเหลือง พ.ศ. ๒๕๑๗ ภาพยนตร์มหากาพย์ชีวิต หรือนาฏกรรมชีวิต แสดงเรื่องของชีวิตคนสองรุ่น จากหญิงชาวบ้านภาคเหนือที่พบรักหนุ่มชาวกรุง ตั้งท้องแล้วถูกทอดทิ้ง ดั้นด้นเดินทางไปตามหาคนรักที่กรุงเทพ ไม่พบ แต่สู้ชีวิตฟันฝ่าผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง จนโชคดีเป็นเศรษฐินีหลังสงคราม กลายเป็นสตรีเหล็กนักธุรกิจใหญ่ ของเมืองไทย ชะตาชีวิตแอบเล่นตลกเมื่อลิขิตให้ลูกที่หอบหิ้วท้องมาแต่เมืองเหนือ ไปพบรักกับหนุ่มใหญ่ ซึ่งกว่าจะรู้ว่าที่แท้คือพ่อ เพราะปริศนาแหวนทองเหลือง ก็เล่นเอาใจหาย เป็นหนังที่คนดจะได้ประสบการณ์การดูหนังอย่างละเอียดละเมียดเวลานานถึงกว่า ๔ ชั่วโมงต่อเนื่องกัน

๕๔. หนุมานพบ ๗ ยอดมนุษย์ พ.ศ. ๒๕๑๗ เด็กไทย โดยเฉพาะเด็กชาย ในยุค ๒๕๑๐ - ๒๕๒๐ ตกอยู่ในมนต์สนุกของ ภาพยนตร์ชุดทางทีวีจากญี่ปุ่น คือ ชุดยอดมนุษย์ อุลตร้าแมน ฮีโร่ของเด็กทั้งเด็กญี่ปุ่นและเด็กไทยที่คอยพิทักษ์โลก โดยการปราบเหล่าร้ายสัตว์ประหลาดพิลึกกึกกือสารพัด อุลตร้าแมนจากญี่ปุ่นมามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กไทยซึ่งกลายเป็นฮีโร่ยอดมนุษย์ของไทย คือ หนุมาน สร้างโดย สมโภช แสงเดือนฉาย ซึ่งเคยไปศึกษาวิชาทำหนังในโรงถ่ายโตโฮ และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้สร้างหนังทีวีชุดยอดมนุษย์ จนกระทั่งกลายเป็นการฟ้องร้องแย่งลิขสิทธิ์ข้ามชาติกับทายาทของผู้สร้างยอดมนุษย์ และยอดมนุษย์ไทยชนะ

๕๕. เทพธิดาโรงแรม พ.ศ. ๒๕๑๗ สร้างโดย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์ไทยสมัยใหม่ หรือยุคหลัง ๑๔ ตุลา ภาพยนตร์สะท้อนปัญหาสังคม ทำจากนิยายชื่อเรื่องเดียวกันของ ณรงค์ จันทร์เรือง แสดงเส้นทางและกระบวนการของหญิงสาวชาวเหนือที่กลายมาเป็นโสเภณีในกรุงเทพ

๕๖. ชุมแพ พ.ศ.๒๕๑๙ ภาพยนตร์บู๊ ที่ประทับใจแฟนหนังไทยบู๊ซึ่งมักเป็นบุรุษเพศ เต็มพร้อมด้วยขนบหนังบู๊ไทย แสดงเรื่องของอิทธิพลในท้องถิ่น การขัดผลประโยชน์และการฆ่าล้างกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์จริงในสังคมไทย

๕๗. วัยอลวน พ.ศ. ๒๕๑๙ ภาพยนตร์ที่สร้างจากตำนานรักวัยรุ่น ตั้มกับโอ๋ ที่มีพ่อตาเป็นอุปสรรคใหญ่ คล้าย ๆ กับมนต์รักลูกทุ่ง ซึ่งเป็นภาคชาวบ้านนา หนุ่มลูกทุ่งกับสาวชาวนา แต่วัยอลวนเป็นภาคชาวบ้านสวน หนุ่มนักศึกษากับสาวนักเรียน เปลี่ยนจากเพลงลูกทุ่งไทย เป็นลูกทุ่งไทยฝรั่งหรือโฟล์คซอง ผลงานของ เปี๊ยก โปสเตอร์ เป็นครั้งแรก ๆ ที่หนังไทยเสนอภาพชีวิตของคนหนุ่มสาวแบบสมจริง

๕๘. ทองปาน พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นหนังนอกกระแสหรือนอกตลาด ซึ่งสร้างโดยนักกิจกรรมสังคม นักข่าวต่างชาติ นักวิชาการ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ในนาม กลุ่มอีสานฟิล์ม นำโดย ไพจง ไหลสกุล ได้แรงดลใจจากการประชุมสัมมนาเรื่องเขื่อนผามอง ปัญหาการตั้งรกรากใหม่และการเคลื่อนย้ายประชากร หนังมีสองมิติ หนึ่งแสดงให้เห็นการประชุมซึ่งเป็นเวทีทางความคิดของนักวิชาการ นักปกครอง ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชนจากพื้นที่ อีกมิติหนึ่ง ให้เห็นเวทีชีวิตจริงของประชาชนตัวเล็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเขื่อนและระบบการพัฒนา ภาพยนตร์ยังไม่ทันเสร็จได้เกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เมื่อหนังเสร็จจึงกลายเป็นหนังต้องห้าม ไม่อาจฉายเปิดเผยได้ในประเทศไทย ภายหลังเหตุการณ์คลี่คลายจึงมีการจัดฉายกันอยู่ตามสถาบันการศึกษาและสถาบันวัฒนธรรม ทองปานเป็นหนังสารคดีไทยที่มีพลังสร้างสรรค์แห่งความจริงและความงดงามอย่างภาพยนตร์กวี

๕๙. สิงห์สำออย พ.ศ. ๒๕๒๐ ผลงานภาพยนตร์ของ ดอกดิน กัญญามาลย์ ผู้เรียกขานตนเองว่า ศิลปินตัวดำ ๆ ของประชาชน เสนอเรื่องราวเข้มข้นของความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมืองในสังคมไทยร่วมสมัยนั้น เป็นตัวอย่างของหนังไทยที่สร้างในยุคสังคมมีความขัดแย้งสูงสุด จนแม้ภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงก็ไม่อาจอยู่เหนือปรากฏการณ์นี้ได้

๖๐. ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น พ.ศ. ๒๕๒๐ เรื่องของ หนุ่มชาวนาอิสาน ซึ่งเมียหนีไปเป็นเมียเช่า ทิ้งลูกน้อยไว้หนึ่งคน นาแล้งนักจึงขายที่นามาเผชิญโชคในกรุง เงินทั้งตัวพอซื้อรถแท็กซี่เก่า ๆ ได้คันหนึ่ง ขับวันแรกก็โดนโจรจี้เอารถไป จึงเรียนรู้ว่ากฎหมายไม่ได้มีไว้ช่วยคนจน เป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของไทยและของ มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล แต่ไม่ดีพอสำหรับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของปีนั้น วิยะดา อุมารินทร์ ในบทโสเภณีอาชีพในเรื่องนี้ ได้รับรางวัลผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่มจากงานเทศกาลภาพยนตร์แห่งเอเซียและปาซิฟิก ซึ่งจัดที่กรุงเทพในปีนั้น

๖๑. แผลเก่า พ.ศ. ๒๕๒๐ สร้างโดย เชิด ทรงศรี ภาพยนตร์วรรณกรรมไทย ทำนองโศกนาฏกรรมอมตะรัก โรมิโอและจูเลียต สำหรับการสัมผัสรสชาติภาษาวรรณกรรมไทยสมัยใหม่ที่ถ่ายทอดเป็นภาษาภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์ได้รับการต้อนรับจากคนดูหรือสังคมไทยอย่างเป็นประวัติการณ์ จึงอาจใช้อธิบายอารมณ์ความรู้สึกของคนไทยในสถานการณ์หลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ได้

๖๒. วัยตกกระ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นตัวอย่างที่หายากของหนังไทย ที่แสดงเรื่องราวและปัญหาของผู้สูงอายุอย่างจริงจัง ผลงานของ ชนะ คราประยูร

๖๓. ครูบ้านนอก พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นภาพยนตร์เรื่องของคนอีสาน สร้างโดยคนอีสาน ทำจากหนังสือแต่งของครูคำหมาน คนไค อาศัยฉากโรงเรียนในหมู่บ้านชนบทห่างไกลของอีสาน แสดงให้เห็นบรรดาความทุกข์ยากลำบากและแร้นแค้นไม่ได้รับการพัฒนาทั้งปวงของอิสาน เป็นครั้งแรกที่ผู้สร้างหนังไทยสามารถแสดงความจริงของชีวิตอย่างตรงไปตรงมา และบอกเล่าการทุจริตคิดคดของข้าราชการและพ่อค้าอิทธิพลในท้องถิ่น กำกับภาพยนตร์โดย สุรสีห์ ผาธรรม ซึ่งสร้างวงการภาพยนตร์ไทยอีสานขึ้นในโลกภาพยนตร์ไทย

๖๔. เมียหลวง พ.ศ.๒๕๒๑ หนังไทยที่ทำจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ของ กฤษณา อโศกสิน กำกับโดย คุณาวุฒิ เจ้าของฉายา เศรษฐีตุ๊กตาทอง เป็นหนังที่สะท้อนหัวอกของสตรีไทยกับสถาบันครอบครัว สามารถครองหัวใจผู้ชมภาพยนตร์ที่เป็นสตรีได้กว้างขวางทั่วประเทศ

๖๕. คนภูเขา พ.ศ. ๒๕๒๒ ผลงานของเศรษฐีตุ๊กตาทอง คุณาวุฒิ ซึ่งมีประสบการณ์และความถนัดในการทำหนังชีวิตรักแบบนิยายน้ำเน่ามามาก พลิกแนวทางมาทำหนังแนวสารคดีชีวิตของชนกลุ่มน้อยบนดอยสูง เป็นหนังไทยเรื่องแรก ๆ ที่พยายามเคารพความสมจริง

๖๖. สุดสาคร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นภาพยนตร์แอนนิเมชั่นหรือการ์ตูนวาดด้วยมือชนิดภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของไทย ผลงานของ ปยุต เงากระจ่าง จิตรกรผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนไทยสำเร็จเป็นคนแรก สุดสาครเป็นภาพยนตร์เกียรติยศของชาติ เพราะทำให้ชาติไทยปรากฏอยู่ในโลกของหนังการ์ตูนเรื่องยาว แต่เบื้องหลังการสร้างคือความทุกข์ทรมาน ป่วยเจ็บ และขมขื่น

๖๗. หลวงตา พ.ศ. ๒๕๒๓ ผลงานภาพยนตร์โดย เพิ่มพล เชยอรุณ ทำจากหนังสือธรรมะ โดย แพร เยื่อไม้ เล่าเรื่องของหลวงตา พระภิกษุใจดีที่เทศน์สั่งสอนธรรมะระดับชาวบ้าน นำแสดงโดย ล้อต๊อก ตลกขวัญใจชาวบ้าน ซึ่งมีชื่อเสียงในทางตลกสัปดนปนทะลึ่งหน้าตาย รับบทหลวงตา เป็นตัวอย่างของหนังไทยที่นำพระภิกษุมามีบทบาทเป็นตัวนำเรื่อง

๖๘. อุกาฟ้าเหลือง พ.ศ. ๒๕๒๓ ผลงานของ มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หนังแสดงปัญหาการทำประมงโดยไม่สำนึกเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ คือการทำประมงโดยการใช้ระเบิดในท้องทะเลไทย ส. อาสนจินดา ในบทเฒ่าประมง ผู้เจนจัดชีวิต มีส่วนให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงแห่งเอเซียที่อินโดนีเซีย

๖๙. บ้านทรายทอง พ.ศ. ๒๕๒๓ ตัวอย่างของภาพยนตร์ลิเก ที่ผลิตซ้ำจากนิยายรักขายฝันยอดฮิตของประพันธกรสตรี ก. สุรางคนางค์ สำหรับผู้อ่านสตรีและแฟนหนังสตรี และภาพยนตร์ที่เป็นมุมมองของสตรีไทย

๗๐. เลือดสุพรรณ พ.ศ. ๒๕๒๔ ภาพยนตร์ผลงานของ เชิด ทรงศรี ทำจากบทละครปลุกใจรักชาติอย่างแรงกล้า ของหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งแต่งขึ้นในยุคที่หลวงพิบูลสงครามเป็นนายกสมัยแรก (ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒) เพื่อสนับสนุนลัทธิชาตินิยมและทหารนิยม แม้เป็นภาพยนตร์ในยุคหนังไทยทันสมัย แต่ เชิด ทรงศรี ยังคงรักษาภาษาเดิมของบทละครและเจตนาเดิมของบทละครนั้นด้วย

๗๑. ประชาชนนอก พ.ศ. ๒๕๒๔ ภาพยนตร์นอกกระแสหรือนอกตลาดหนังไทยอีกเรื่องหนึ่งนับจาก ทองปาน สร้างโดยสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา เพื่อใช้เป็นสื่อในการอบรมและพัฒนาประชาชนในกระบวนการทำงานพัฒนาสังคมขององค์กรศาสนาดังกล่าว ภาพยนตร์สามารถแสดงสภาพของสังคมไทยในยุคหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ได้อย่างดี เล่าเรื่องคู่ขนานกันไประหว่างชีวิตชาวนาในชนบทกับชีวิตกรรมกรในเมือง ซึ่งต่างก็มาจากพื้นเพเดียวกันและประสบชะตากรรมเดียวกัน เพราะถูกกดขี่เอาเปรียบจากนายทุนนายจ้างและชนชั้นปกครอง ผลงานของ มานพ อุดมเดช

๗๒. ลูกอีสาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ภาพยนตร์ที่ คุณาวุฒิ ถ่ายทอดตัวอักษรจากหนังสือเรื่องเดียวกันของ คำพูน บุญทวี นักเขียนลูกอีสานแท้ ให้เป็นภาพโลดเต้นดุจมีชีวิตบนจอภาพยนตร์ และงดงามอย่างนาฎศิลป์บวกกวีนิพนธ์ เป็นภาพยนตร์ไทยที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง

๗๓. คนกลางแดด พ.ศ. ๒๕๒๕ ภาพยนตร์ผลงานของ คิด สุวรรณศร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นบันทึกทางสังคมของกรุงเทพมหานครในปีที่มีอายุ ๒๐๐ ปี เล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันของคนจนเมือง คนที่หาเช้ากินค่ำอยู่บนท้องถนนและแหล่งเสื่อมโทรมหรือสลัมในกรุงเทพ

๗๔. ผู้แทนนอกสภา พ.ศ. ๒๕๒๖ ภาพยนตร์ผลงานของ สุรสีห์ ผาธรรม ได้รับการอุดหนุนการสร้างจากพรรคการเมืองหนึ่ง ที่ชูคำขวัญพร้อมกำปั้น "เราทำได้" เป็นภาพยนตร์ที่ประมวลเอากลเม็ดเด็ดพรายในการหาเสียงของผู้สมัครเป็นผู้แทนราษฎรของประเทศไทย ซึ่งบางเรื่องเป็นตำนานที่เคยเล่าขานกันมาในอดีต

๗๕. มือปืน พ.ศ. ๒๕๒๖ ผลงานของ มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล สะท้อนปัญหาสังคมไทย ซึ่งมีปรากฏการณ์ฆ่ากันตายโดยมือปืนรับจ้างจนเป็นเรื่องปกติ หนังพยายามเปลือยชีวิตมือปืนอาชีพนอกกฎหมายคนหนึ่ง กับปมของมือปืนอาชีพที่ถูกกฎหมาย(ตำรวจ)อีกคนหนึ่ง ปมนั้นคือมือปืนทั้งสองมีความหลังที่บาดลึกกันอยู่จากสนามรบในสงคราม และเบื้องหลังปืนมีความรักและมนุษย์ธรรมกับศีลธรรมท้าทายอยู่

๗๖. น้ำพุ พ.ศ. ๒๕๒๗ ภาพยนตร์ผลงานของยุทธนา มุกดาสนิท ทำจากหนังสือเรื่องของน้ำพุ บุตรชายวัยรุ่นของ สุวรรณี สุคนธา ซึ่งจบชีวิตจาการใช้ยาเสพติดในวัยเยาว์ เป็นหนังที่เรียกร้องผู้ชมได้มาก เป็นหนังยอดนิยมของปี ประกอบกับก่อนหนังจะออกฉาย สุวรรณี ถูกฆาตกรรมสยองโดยวัยรุ่นที่หวังแค่ชิงทรัพย์เล็กน้อย ก่อความสะเทือนใจแก่สังคมไทยไม่น้อย อำพล ลำพูน ในบทน้ำพุ ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากงานเทศกาลภาพยนตร์แห่งเอเซียและปาซิฟิก



๗๗. ข้างหลังภาพ พ.ศ. ๒๕๒๘ ผลงานภาพยนตร์ของ เปี๊ยก โปสเตอร์ สร้างจากความดื่มด่ำประทับใจในวรรณกรรมชิ้นเอกของ ศรีบูรพา จึงถ่ายทอดวรรณลักษณ์อักษรเป็นภาพยนตร์โดยคงไว้ซึ่งความงดงามของวรรณกรรมซึ่งอยู่ที่ภาษาเขียน ภาพยนตร์ออกมามีท่วงทำนองงามอย่างวรรณกรรม


๗๘. ผีเสื้อและดอกไม้ พ.ศ. ๒๕๒๘ ผลงานภาพยนตร์ของ ยุทธนา มุกดาสนิท สร้างจากหนังสือนิยายเรื่องเดียวกันของ "นิพพาน" แสดงความจริงและความฝันของเด็กไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นภาพยนตร์ที่ชนะเลิศในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งฮาวาย

๗๙. ฉันผู้ชายนะยะ พ.ศ. ๒๕๒๙ ภาพยนตร์ซึ่งทำจากละครเวทีของ อาจารย์เสรี วงศ์มณฑา สะท้อนถึงกาลเวลาที่สังคมไทยยอมรับการเปิดเผยเรื่องลักเพศอย่างตรงไปตรงมา ในขณะที่การเปิดเผยนั้นก็ปรากฏอยู่ในชีวิตจริงแล้ว

๘๐. ด้วยเกล้า พ.ศ. ๒๕๓๐ ผลงานภาพยนตร์ของ บัณฑิต ฤทธิถกล สะท้อนชีวิตชาวนาไทยในภาคเหนือ และความศรัทธาในในหลวงหรือพ่อหลวงของชาวไทย

๘๑. บุญชูผู้น่ารัก พ.ศ. ๒๕๓๑ ญี่ปุ่นมีหนังชุดโทร่าซัง ตัวละครชายที่ดูเปิ่นเชย บ๊องๆ แต่จิตใจแสนดีงาม เป็นตัวละครที่ผู้คนรัก สามารถสร้างเป็นภาพยนตร์อมตะหลายสิบตอน จนกระทั่งผู้แสดงตายไปเสียก่อน สำหรับหนังไทย บัณฑิต ฤทธิถกล สร้างตัวละครบุญชูผู้น่ารัก หนุ่มน้อยจากสุพรรณบุรี ผู้เปิ่นเชย แสนซื่อและแสนดี เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพ ในยุคที่ไทยกำลังบ้าคลั่งจะเป็นนิคส์หรือเสือตัวที่ห้าแห่งประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในเอเซีย หนังสามารถสร้างกระแสหลงรักบุญชูในหมู่แฟนหนังไทย เป็นปรากฏการณ์บุญชูตั้งแต่ออกฉายเป็นเรื่องแรก คือ บุญชูผู้น่ารัก และทำให้บัณฑิตสร้างบุญชูต่อไปได้อีกเกือบสิบภาค

๘๒ ปลื้ม พ.ศ. ๒๕๓๑ หนังไทยที่ร่วมทำโดยสองกุมารสยามแห่งภาพยนตร์ไทย คือ ปื้ดและอังเคิล เป็นหนังไทยที่เข้าถึงอารมณ์ของแฟนหนังไทยรุ่นใหม่ และสังคมไทยยุคใหม่ ซึ่งเป็นโลกของคนหนุ่มสาว เจนเนอเรชั่น X กำลังจะมา

๘๓. คนทรงเจ้า พ.ศ. ๒๕๓๒ ผลงานภาพยนตร์ของ แจ๊สสยาม (ประกฤษณ์ บุญประพฤกษ์ ?) ช่างเขียนคัทเอาท์โฆษณาที่หันมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ทำจากนิยายของ วิมล ไทรนิ่มนวล เสนอเรื่องของความเชื่อในอวิชชาที่ดำรงอยู่คู่สังคมไทยมาตลอด แม้ในสมัยที่กำลังจะเป็นนิคส์ ปมเรื่องอยู่ที่คนทรงเจ้าซึ่งเป็นเจ้าพ่อปาหี่ค้นพบการใช้วิชาเจ้าพ่อเป็นทางทำมาหากินและหาเมียมาบำเรอ และวันหนึ่งก็เชื่อว่าตนเองเป็นเจ้าพ่อจริง ๆ

๘๔. กลกามแห่งความรัก พ.ศ. ๒๕๓๒ ภาพยนตร์ที่อื้อฉาวของปี ผลงานของ ทรนง ศรีเชื้อ ผู้กำกับหนังไทยที่เคยมีสมญาว่าบ้าระห่ำ เป็นหนังที่ตีแผ่ชีวิตหญิงไทยซึ่งไปหากินในธุรกิจค้ากามที่ประเทศญี่ปุ่น ผสมผสานเข้มข้นระหว่างกามและชีวิต

๘๕. บ้านผีปอบ พ.ศ. ๒๕๓๒ นอกเหนือจากผีแม่นาค ซึ่งเป็นผีที่ถูกกุขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ และคนไทยรู้จักกันดีที่สุด ผีปอบเป็นผีในตำนานพื้นบ้านไทยมาแต่โบราณ พอๆ กับผีกระสือ ผีกระหัง ผีพราย ผีเปรต ผีโขมด ผีสิง ผีดิบ ภาพยนตร์ผีปอบ นี้เป็นต้นฉบับผีปอบร่วมสมัยของ ทศวรรษ ๒๕๓๐ ที่สามารถหลอกคนดูหนังไทยได้อย่างน่าพิศวง

๘๖. ปุกปุย พ.ศ. ๒๕๓๓ วงการหนังไทยสร้างหนังสำหรับเด็กน้อยมาก เพราะผู้ลงทุนเชื่อว่าหนังสำหรับเด็กไม่ได้ตัง ปุกปุย เป็นหนังเกี่ยวกับชีวิตเด็กที่เด่นเรื่องหนึ่งในหนังไทยร่วมสมัย สามารถเรียกร้องความเข้าใจและเห็นใจถึงจิตใจความรู้สึกของเด็กๆได้จริง ๆ เป็นหนังไทยที่เด็กแสดงเป็นเด็กหรือเหมือนเด็กจริง ไม่ใช่เด็กแก่แดดหรือตุ๊กตาไขลานที่ผู้ใหญ่ชักยันต์อยู่เบื้องหลัง ผลงานภาพยนตร์ของ อุดม อุดมโรจน์ ผู้กำกับซึ่งเคยเป็นเด็กจริง ๆ มาก่อน

๘๗. คือฉัน พ.ศ. ๒๕๓๓ ผลงานภาพยนตร์ของ แจ๊สสยาม ทำจากหนังสือของ ศิเรมอร อุณหธูป เป็นภาพยนตร์ที่ต้องการประกาศอิสรภาพของผูหญิง เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ละเอียด มีพลังลึก ๆ และเงียบๆ

๘๘. กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ พ.ศ. ๒๕๓๔ ภาพยนตร์ที่เสนอความคิดและความรู้สึกของวัยรุ่นปลายวัย ที่กำลังจะเปลี่ยนวัยไปเป็นผู้ใหญ่ ผลงานของ "คิง" สมจริง ศรีสุภาพ เป็นหนังวัยรุ่นที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของหนังไทย

๘๙. ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด พ.ศ. ๒๕๓๖ ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ตั้งเรื่องอยู่บนการฮึดทำอะไรที่ไม่เคยกล้าทำ ของชายหนุ่มพนักงานบริษัทที่พบว่าตนกำลังจะตาย เป็นหนังไทยที่สามารถจรรโลงใจและเชิดชูจิตใจหรือให้สติผู้ชมได้ ในยุคที่ผู้คนต้องแข่งขันแก่งแย่งกัน จนลืมความเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ที่ต้องเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งสิ้น

๙๐. ๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง พ.ศ. ๒๕๔๐ ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ นนทรี นิมิบุตร นำเรื่องของอาชญากรวัยรุ่น เจ้าของฉายา แดง ไบเลย์ ในยุคกึ่งพุทธกาล มาเล่าขานใหม่ ด้วยสายตาของคนรุ่นเจนเนอเรชั่นเอกซ์ จึงเป็นภาพของฮีโร่ที่โดนใจวัยรุ่นร่วมสมัยของปี ๒๕๔๐ แต่น่ากังขาสำหรับผู้ชมรุ่นผู้ใหญ่ที่เคยเป็นเด็กและวัยรุ่นเมื่อกึ่งพุทธกาล หนังกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม ว่าอะไรจริงอะไรปลอม และสามารถเรียกคนดูหนังรุ่นผู้ใหญ่ที่ห่างเหินโรงหนังไปนานไห้กลับมาดูหนังเรื่องนี้ เพราะทศวรรษที่ผ่านมาเป็นยุคของหนังไทยวัยรุ่นคิกขุหน่อมแน้มครองตลาด

๙๑. เรื่องตลก 69 พ.ศ. ๒๕๔๑ ผลงานภาพยนตร์ไทยของ เป็นเอก รัตนเรือง สำหรับทำความเข้าใจอารมณ์และจิตใจของสังคมไทยสมัยฟองสบู่แตกเมื่อปี ๒๕๔๐

๙๒. นางนาก พ.ศ. ๒๕๔๑ จากอีนาคพระโขนง เรื่องกุที่สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นสมัย ร. ๔ โด่งดังสยองขวัญจนเป็นบทละครร้องสมัย ร. ๕ แล้วเป็นนิทานตีพิมพ์ จนมาเป็นหนังไทยตั้งแต่สมัย ร. ๗ ทำซ้ำกันอีกหลายสิบครั้ง จึงเป็นผีที่คนไทยรู้จักดีที่สุด แต่ที่ผ่านมาทั้งหมด ผีอีนาคเป็นผีในทฤษฎีการแสดงตามขนบประเพณีไทย หรืออาจเรียกว่าทฤษฎีติ๊งต่าง แต่หนัง นางนาก ของ นนทรี นิมิบุตร ของปี ๒๕๔๑ เป็นอีนาคในมุมมองใหม่ของทฤษฎีสมจริง ผสมกับวิญญาณของลัทธิโฆษณา ซึ่งถนัดในการโน้มให้มหาชนเชื่อ ผีนางนาก จึงสามารถหลอกสังคมไทยในยุคโลกาภิวัฒน์ซึ่งกำลังขวัญกระเจิงจากฟองสบู่แตกได้อย่างถล่มทลาย กลายเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ทำรายได้ถึงร้อยล้านบาท

๙๓. ฟ้าทะลายโจร พ.ศ. ๒๕๔๕ ภาพยนตร์โดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เป็นหนังไทยที่ผู้สร้างบรรจงใจใส่สีสันและทำให้ดูเป็นหนังคาวบอยในยุคกึ่งพุทธกาล หรือดูไปดูมาก็คลับคล้ายคลับคลาจะเก่าไปจนถึงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วยซ้ำ เป็นโศกนาฏกรรมรัก ระหว่างโจรแห่งชุมเสือกับดอกฟ้าในกรงทอง ดูเป็นภาพที่เคลื่อนไหวออกมาจากนิยายและหนังไทยรัดเครื่องหนังคาวบอยในจินตนาการและความประทับใจของคนทำหนัง เหมือนห้องรับแขกของบ้านสมัยใหม่ที่นำเครื่องแต่เรือนสมัยก่อนมาประดับ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของหนังไทยที่สะท้อนกระแสโหยหาอดีตของคนรุ่นปัจจุบันที่เกิดไม่ทัน

๙๔. สุริโยไท พ.ศ. ๒๕๔๕ ภาพยนตร์ที่สร้างวาระแห่งชาติ เพื่อตีความประวัติศาสตร์ด้วยทฤษฎีความสมจริงหรือความน่าจะเป็น ด้วยการเขียนประวัติศาสตร์สุริโยไทฉบับให้ตาเห็น ผลงานของ ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล

๙๕. สุดเสน่หา พ.ศ. ๒๕๔๕ สร้างโดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ตัวอย่างของภาพยนตร์ไทยที่สามารถข้ามพ้นขนบการทำหนังธรรมดา ไปสู่การทำหนังด้วยสมาธิและปัญญา เป็นพ่อมดวิเศษนำผู้ชมหายตัวไปดู(โดยไม่ต้องแอบ) คนที่เป็นใครไม่รู้จัก แต่คุ้นเคย ดำเนินชีวิตตามปกติของเขาเหล่านั้น ให้เราเห็นต่อหน้าต่อตา และภาพที่ปรากฏต่อตานั้นเป็นละครแห่งชีวิตทางกามารมณ์ของมนุษย์ ของธรรมชาติ และเป็นจดหมายเหตุแห่งสังคมไทย ณ ปีร่วมสมัย ๒๕๔๕ นั้น

๙๖. มนต์รักทรานซิสเตอร์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ผลงานภาพยนตร์โดย เป็นเอก รัตนเรือง ทำจากหนังสือของ วัฒน์ วัลยางกูร เล่าขานเรื่องที่ดูเหมือนเป็นตำนาน หนุ่มและสาวลูกทุ่งที่ทำงานในท้องนา และพกพาวิทยุทรานซิสเตอร์ไปบนหลังทุย เฝ้าฟังเพลงลูกทุ่งยอดฮิต แล้วใฝ่ฝันจะทิ้งนาดิน ไปเป็นดารานักร้องฟู่ฟ่าในวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งเดินสายไปตามงานวัดท้องถิ่นชนบท แต่สำหรับตำนานนี้เมื่อมาปรากฏอยู่ในฉากภาพยนตร์ปี ๒๕๔๕ อาจจะดูหลุดหรือหลงยุค แต่ความเป็นเป็นเอก ทำให้หนังของเขาเล่าเรื่องของผู้คนปัจจุบัน ที่เป็นคนชั้นล่างของสังคมได้อย่างแนบเนียน และไม่ดัดจริต และอาจกลายเป็นภาพฝันแทนอารมณ์หวนหาอดีต สำหรับคนใน พ.ศ. นั้นซึ่งยังมึนกับพิษฟองสบู่แตก

๙๗. แฟนฉัน พ.ศ. ๒๕๔๖ หนังที่รุมกำกับโดยผู้กำกับหนุ่มที่จบวิชาทำหนัง ๖ คน เล่าเรื่อง วัยเด็กที่อยู่ในประสบการณ์ของคนทั่วไป ความน่ารักอันไม่น่าให้อภัยของเด็ก ๆ ในหนัง ชนะใจผู้ใหญ่ โดยเฉพาะที่อยู่ในวัยเเด็กเวลาเดียวกับในหนัง คือเด็กยุคทศวรรษ ๒๕๒๐ เป็นตัวอย่างหนังไทยอีกเรื่องหนึ่งที่อาจอธิบายอารณ์ความรู้สึกของผู้คนร่วมสมัยนี้ได้

๙๘ . คืนไร้เงา พ.ศ. ๒๕๔๖ ผลงานภาพยนตร์ของ พิมพ์พกา โตวิระ เป็นตัวอย่างที่หายากของหนังไทยที่ทำโดยผู้หญิง และว่าด้วยเรื่องผู้หญิงในทัศนะ ความเชื่อ และโลกของสังคมไทย

๙๙. พระอภัยมณี พ.ศ. ๒๕๔๗ ภาพยนตร์ซึ่งสร้างเสร็จแล้วไม่สามารถหาโรงฉายได้ ผู้สร้างจึงผลิตออกจำหน่ายในรูปวีซีดี ปรากฏว่าขายได้จำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ ๗ แสนแผ่น ทำให้วงการผลิตภาพยนตร์เป็นวีซีดีจำหน่ายโดยตรงเบ่งบานขึ้นทันที เป็นหนังที่เจตนาขายบทโป๊ ความนิยมของหนังนี้เป็นเครื่องชี้วัดอุณหภูมิการเปิดรับเรื่องกามารมณ์และมาตรฐานศีลธรรมของสังคมไทยได้ไม่มากก็น้อย

๑๐๐. ทวิภพ พ.ศ. ๒๕๔๗ ภาพยนตร์ โดย สุรพงษ์ พินิจค้า ทำจากนิยายดังของ ทมยันตี ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก และเคยเป็นภาพยนตร์มาแล้ว โดย เชิด ทรงศรี แต่สำหรับ ทวิภพ ฉบับสุรพงษ์ ได้ตัดต่อพันธุกรรมทวิภพขึ้นใหม่ในแบบของเขาเอง ดังชื่อในภาษาอังกฤษว่า THE SIAM RENAISSANCE หรือ เป็นคำไทยปนแขกว่า สยามปุณภพ สุรพงษ์ทำให้หนังมีสติปัญญาและลุ่มลึกขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกโฉลกกับสังคมไทย คือการวิพากษ์ตนเอง การพูดความจริง หนังเรื่องนี้จึงมีทั้งคนที่เกลียดที่สุดและคนที่ชอบสุด ๆ
Arrow Arrow Arrow Arrow Arrow Arrow
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Sun Aug 03, 2008 6:00 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

songwut110 บันทึก:


กำหนดการเข้าฉาย 18 พฤษภาคม 2549

รูปแบบ ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น 3 มิติ

แนวภาพยนตร์ ดราม่า – คอเมดี้

จัดจำหน่ายโดย บริษัทสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด

บริษัทดำเนินงานสร้าง บริษัท กันตนาแอนนิเมชั่น จำกัด

กำกับภาพยนตร์ คมภิญญ์ เข็มกำเนิด OSK102 -- ฝีมือของและประสบการณ์ของ พี่คมภิญญ์ นั้นไม่ต้องห่วงเพราะเคยทำงานกับวอล์ทดีสนีย์ และ บลูสกาย สตูดิโอ มาแล้ว อาทิ ทาร์ซาน (Tarzan), ไอซ์เอจ (Ice Age) หรือ แอตแลนติส (Atlantis)

บทภาพยนตร์ คมภิญญ์ เข็มกำเนิด OSK102 และ จรูญพร ปรปักษ์ประลัย

ดนตรีประกอบ ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์

ควบคุมงานสร้างแอนิเมชั่น ศิริพร เมฆอโนทัย และ ชญานิน เลี่ยวไพโรจน์

กำกับศิลป์ ทวีลาภ ศรีวุฒิวงศ์

More Info:
http://www.deknang.com/index.php?option=content&task=view&id=360&Itemid=2
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/khankluay/kk.html
http://www.thaicinema.org/kit05kankluai.asp
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Feb 10, 2009 10:15 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

[osk_111] มีใครรับทำ Media DVD บ้างครับ ??

Sekson TOSRIPLUB ถึง osk_111
แสดงรายละเอียด 10:10 ก่อนเที่ยง (4 นาทีที่แล้ว)


เป็นงาน ปั๊ม DVD และ screen หน้าแผ่น มีจำนวนอยู่ 800 แผ่น มีใครรับทำบ้างครับ ??

ไม่ต้องห่วง DVD มี copy right แน่นอนครับ

--


Best regards,

Sekson TOSRIPLUB OSK111

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Feb 20, 2009 9:53 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เกตุ พิทยากรศิลป์ OSK110 ::

จัดหาสถานที่ถ่ายทำเรื่อง :: มนต์รักทรานซิสเตอร์
ฉาย :: 28 ธันวาคม 2544

เป็นผู้ช่วยผู้กำกับเรื่อง :: ข้างหลังภาพ : Behind the Painting
ฉาย :: 30 มีนาคม 2544

ปัจจุบัน เปิดบริษัท ทรอปิค ออฟฟ แคนเซอร์ จำกัด 80/23 ซ.ลาดพร้าว 23 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. 10900

Sources:
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/behindthepaint/painting.html
http://entertainment.hunsa.com/movie_detail.php?id=119

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sat Mar 28, 2009 2:58 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Jul 07, 2010 12:05 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top



'มาริโอ้-ใบเฟิร์น' ประกบคู่หนังกุ๊กกิ๊ก 'สิ่งเล็กๆที่เรียกว่า...รัก'

อยู่ในวงการบันเทิงมานาน ในที่สุด เสนาเพชร หรือ พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร OSK99 ได้ฤกษ์เปิดตัวภาพยนตร์ สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า...รัก (CRAZY, LITTLE THING CALLED LOVE) ผลงานกำกับเรื่องแรกในชีวิตไปแล้วเมื่อวันก่อนที่ SF Cinema งานนี้มีเพื่อนซี้ วศิน ปกป้อง OSK99 กอดคอร่วมกันกำกับด้วย โดยได้หนุ่มฮอต มาริโอ้ เมาเร่อ รับบทพระเอก ประกบคู่สาวน้อย ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ประกบคู่กันครั้งแรก พร้อมด้วยทีมนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่อีกคับคั่ง และ เตรียมเดินหน้าเข้าฉายวันแม่ปีนี้ (12/8/2553)

For more info:
http://www.zonezeed.com/ForumId-5163-ViewForum.aspx
http://movie.sanook.com/movie/movie_16984.php
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%86_%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2...%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81
http://movie.kapook.com/view5739.html
http://www.zabzaa.com/movie/watch-movie-online.php?id=42&%CA%D4%E8%A7%E0%C5%E7%A1%E6%20%B7%D5%E8%E0%C3%D5%C2%A1%C7%E8%D2...%C3%D1%A1
http://www.majorcineplex.com/movie_detail.php?mid=559
http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=139872
http://movie.mthai.com/movie-profile/movie-fixture/53542.html
http://movie.postjung.com/show.php?id=140

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณสามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.349 วินาที