------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - นักเรียนทุน King's และทุนญี่ปุ่นจากสวนกุหลาบฯ
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » รุ่น 126 และเครือข่าย
ผู้ส่ง ข้อความ
chang
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2004
ตอบ: 435

ตอบตอบ: Sun Jun 05, 2005 10:45 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เรียนภาษาอังกฤษอย่างไร...ถ้าจะไปสอบ O-NET, A-NET ตามระบบแอดมิสชั่นส์ (How to study English if to pass National Educational Test-Admissions)

โดย ชัยวิชิต เจษฎาภัทรกุล สถาบัน NISIT

เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่นักเรียนมัธยมปลายหลายคนที่จะสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ Admissions และรับตรง ไม่ได้ให้ความสนใจกับวิชาภาษาอังกฤษเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่สำคัญชี้เป็นชี้ตายวิชาหนึ่งในการสอบ สำหรับนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ที่สอบเอ็นทรานซ์ ถ้าทำวิชาสำคัญๆ เช่น ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ หรือเคมี ได้คะแนนระดับปานกลางแล้ว วิชาภาษาอังกฤษจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งคะแนนให้นักเรียนสอบติดในคณะที่คะแนนสูงๆ เช่น แพทยศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ เพราะค่าเฉลี่ยของคะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 34 คะแนนเท่านั้น ถ้านักเรียนสามารถทำคะแนนภาษาอังกฤษได้ 65 คะแนน ก็จะสามารถทิ้งคู่แข่งได้อย่างขาดลอย ประมาณว่าจะสามารถขจัดคู่แข่งออกไปไม่น้อยกว่า 180,000 คนเลยทีเดียว สำหรับนักเรียนสายศิลป์ วิชาภาษาอังกฤษมีความสำคัญยิ่ง สำคัญถึงขนาดอาจารย์บางท่านกล่าวว่า "สำหรับเด็กสายศิลป์แล้ว ถ้าทำภาษาอังกฤษได้(คะแนนดี) ถ้าเลือกคณะไม่สูงนักจะต้องสอบเอ็นทรานซ์ติดอย่างแน่นอน" คำกล่าวนี้มีสถิติตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)สนับสนุน ผู้ที่สอบเอ็นทรานซ์ติดคณะวิชาของสายศิลป์ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สอบภาษาอังกฤษผ่าน 50 คะแนนเกือบทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้นักเรียนทั้งสายวิทยาศาสตร์และสายศิลป์หลายคนที่คิดจะทิ้งภาษาอังกฤษ คงจะทบทวนความคิดของตัวเองใหม่ ยังไม่สายถ้าจะเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เวลาที่เหลือ แม้จะไม่มากนักแต่น่าจะเพียงพอสำหรับการฝึกปรือจนชำนาญ และพร้อมสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบ Admissions และรับตรงที่กำลังจะมาถึงในปีนี้

ทำอย่างไรจึงจะได้คะแนนภาษาอังกฤษ 70 คะแนนขึ้นไป

1.ต้องรู้ศัพท์มาก เพราะข้อสอบภาษาอังกฤษเกือบทุกฉบับออกเกินหลักสูตรมัธยมปลายของกระทรวงศึกษาธิการเล็กน้อย(เพื่อให้สามารถแยกแยะนักเรียนได้) จึงมักมีคำศัพท์ยากๆ อยู่เป็นจำนวนมาก หากนักเรียนมีปัญหาด้านคำศัพท์จะบั่นทอนคะแนนของนักเรียนเป็นอย่างมาก เพราะนักเรียนจะอ่านข้อสอบไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร โจทย์ถามอะไร ไม่รู้จะเอาตรงไหนมาตอบ ก็เลยมั่วฝนคำตอบ เสร็จแล้วก็นอนหลับในห้องสอบ(ข้อสอบภาษาอังกฤษบางฉบับมี 40 หน้า เกือบ 5,000 คำ นักเรียนบางคนทำเสร็จภายใน 15 นาที) วิธีการเรียนคำศัพท์ที่ถูกต้องไม่ใช่การท่องศัพท์ที่เรียงตามตัวอักษร A-Z เพราะการท่องวิธีนี้สมอง(ซิริบรัม)จะเก็บไว้เป็นความจำระยะสั้น(Short-Term Memory) ซึ่งนักจิตวิทยาได้ทำการทดสอบแล้วจะค่อยๆ ลบเลือนภายใน 21-30 วัน การท่องศัพท์วิธีนี้จึงเป็นความพยายามที่สูญเปล่า ไร้ประโยชน์ วิธีที่น่าสนใจกว่าคือ การเรียนคำศัพท์จากรากศัพท์(Roots) อุปสรรค(Prefixes) และปัจจัย(suffixes) แล้วจึงค่อยท่องศัพท์เป็นชุดๆ ไป จึงจะจำได้ง่าย และที่สำคัญเป็นความจำระยะยาว(Long-Term Memory) ติดตัวเป็นทักษะของนักเรียนไปตลอด อีกวิธีหนึ่งคือการเดาศัพท์จากบริบท(Contextual Clues) คือการเดาความหมายศัพท์จากข้อความที่แวดล้อมคำศัพท์ที่เราไม่ทราบความหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเดาคำศัพท์จากข้อความที่แวดล้อมได้ต้องผ่านการฝึกฝนมามากพอสมควร และต้องมีคำศัพท์เก็บสะสมไว้(Vocabulary Stock)จำนวนมาก ต้องอ่านหนังสือมามาก และต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควร จึงเป็นวิธีที่นักเรียนมัธยมปลายบางคนใช้ไม่ค่อยได้ผลนัก ส่วนวิธีที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันก็คือ การอาศัยการท่องศัพท์จากทำนองเพลง ซึ่งก็เป็นวิธีน่าสนใจ แต่บางครั้งไม่สามารถแยกความหมายของ synonyms แต่ละคำได้

2.ต้องมีความสามารถพื้นฐานทางด้านไวยากรณ์ นักเรียนไม่จำเป็นต้องรู้พลิกแพลงหลักไวยากรณ์ยากๆ ที่ละเอียดมากๆ แต่ควรรู้แนวคิดพื้นฐาน(Basic Concepts) ของไวยากรณ์แต่ละเรื่อง เพราะความรู้ด้านไวยากรณ์จะช่วยให้นักเรียนอ่านเรื่องได้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้ว่าข้อสอบคัดเลือกมักไม่ทดสอบความรู้ด้านไวยากรณ์โดยตรงก็ตาม หัวข้อทางไวยากรณ์ที่นักเรียนควรทบทวนได้แก่ Tenses, Non-finite Verbs (Gerund, Infinitive, Participle), Reported Speech, Question Tag, Phrasal Verbs, Conditional Sentence และ Sentence Structure แบบต่างๆ เป็นต้น เป็นที่คาดการณ์ว่า ข้อสอบ O-NET น่าจะมีข้อสอบวัดความรู้ด้านไวยากรณ์ไม่น้อยกว่า 20%

3.ต้องรู้เทคนิคการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เพราะข้อสอบแทบทุกแบบทั้ง 80-100 ข้อ เป็นข้อสอบให้นักเรียนอ่านทั้งสิ้น เมื่อนักเรียนอ่านแล้ว กระบวนการต่อมาก็คือ การแปลเป็นภาษาไทยนั่นเอง เป็นกระบวนการที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปลในใจขณะที่นักเรียนอ่าน แน่นอนว่านักเรียนไม่จำเป็นต้องแปลได้ทุกคำพูด แต่ต้องพอแปลแล้วจับใจความเป็นภาษาไทยได้ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนที่ถูกวิธี การอ่านข้อความที่แปลเป็นภาษาของเรา(ภาษาไทย)แล้ว ย่อมเข้าใจได้ง่ายกว่าการอ่านภาษาต่างประเทศ นักเรียนลองเปรียบเทียบระหว่างนักเรียนอ่านหนังสือพิมพ์คมชัดลึกกับหนังสือพิมพ์ The Nation ว่านักเรียนอ่านข่าวเดียวกัน อ่านฉบับใดแล้วเข้าใจมากกว่ากัน คำตอบจะเป็นเครื่องยืนยันว่าการแปลเป็นภาษาไทยสำคัญมากน้อยเพียงใด

4.ต้องรู้จักเทคนิคการอ่าน เช่น เทคนิคการหาความคิดหลัก(Main Idea), หัวเรื่อง(Topic), ชื่อเรื่อง(Title), การแทนสรรพนาม(Pronoun Reference), การสรุป(Inference), ความมุ่งหมาย(Purpose) ต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในข้อสอบคัดเลือกทุกฉบับเป็นประจำทุกปี

5.ต้องรู้จักสำนวนหรือสุภาษิตง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น

Keep your fingers crossed. หวังว่าคุณคงโชคดี

It"s a piece of cake. มันเป็นเรื่องง่ายๆ ของหมูๆ

You must be pulling my leg. คุณต้องล้อผมแน่ๆ

The show must go on. งานแสดงจะต้องดำเนินต่อไป

Mr.Oak is a man of means. คุณโอ๊คเป็นมหาเศรษฐี

เพราะสำนวนเหล่านี้มักเป็นสิ่งที่ข้อสอบยุคใหม่ต้องการทดสอบความรู้ผู้เข้าสอบอยู่เสมอๆ ถ้านักเรียนไม่ทราบความหมายมาก่อน ไปแปลหรือตีความตรงๆ ตามรูปศัพท์ ก็จะสับสนได้

6.ต้องฝึกหัดทำข้อสอบ Entrance CU-TEP TU-GET TOEFL (PBT และ CBT) IELTS และ SAT อย่างน้อย 10-20 ฉบับ เพื่อให้ชินกับข้อสอบสมัยใหม่ที่มีความยาวขนาด 2,000-3,000 คำ จำนวน 20-30 หน้า โดยใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง เป็นการสร้างความคุ้นเคยกับลักษณะข้อสอบแนว Communicative English ที่มักประกอบด้วย

*Dialogues ขนาดสั้นและยาว 10-15 ข้อ

*Letters 1-2 เรื่อง

*Data Presentation & Statistical Description ในรูปทั้งการอ่านและการเขียน

*Advertisement, News, Cartoon, Job Application, Manual, Label etc 1-2 เรื่อง

*Vocabulary Test ในรูปของ Synonym Matching Sentence Completion และ Analogy 10 ข้อ

*Error Detection Test 5-10 ข้อ

*Close Tests 2-3 เรื่อง

*Speed Reading 5-10 ข้อ

*Passages 3-5 เรื่อง ขึ้นอยู่กับความยาวของแต่ละเรื่อง 40-50 ข้อ

*Paragraph Writing เขียนบทความความยาวขนาด 2-3 ย่อหน้า ตามหัวข้อต่างๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข เป็นต้น เป็นข้อสอบอัตนัยโดยอาศัยการตรวจคะแนนจากการใช้คำศัพท์ โครงสร้างไวยากรณ์ สำนวนการเขียน และความคิดเห็นของนักเรียน

7.ต้องรู้กลเม็ด(Tricks)ในการเดาคำตอบ เพราะถ้านักเรียนอ่านข้อสอบแล้วมืดแปดด้าน แปลไม่ออกอ่านไม่รู้เรื่องเลย นักเรียนจะต้องรู้ว่าควรจะเดาคำตอบจากตัวเลือก(Choices)ได้อย่างไร โดยใช้กลเม็ดจากการวิเคราะห์คำตอบด้วยทฤษฎีความน่าจะเป็น(Probability Theory) ซึ่งผู้อ่อนภาษาอังกฤษก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อใช้ในการเดาในคำตอบได้อย่างถูกต้องแม่นยำพอสมควรตามทักษะที่ได้รับการฝึกฝนตามทฤษฎีความน่าจะเป็น
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
chang
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2004
ตอบ: 435

ตอบตอบ: Sun Jun 05, 2005 10:52 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ปัญหาทุนเล่าเรียนหลวง(จบ)

คอลัมน์ ข้าราษฎร

*สายสะพาย*

ฉบับนี้ รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปรียบเทียบระบบการสอบ TOEFL กับวิชา Writing ของสำนักงาน ก.พ.ให้เห็นกันจะจะ

0มาตรฐาน และวิธีการตรวจให้คะแนน TOEFL

ปัจจุบัน ผู้เข้าสอบ TOEFL ทุกคนต้องสอบเขียนเรียงความ ตอบคำถามแสดงความคิดเห็น ความยาว 250 คำ ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง การตรวจให้คะแนนมีหลักเกณฑ์ คล้ายการตรวจข้อสอบ วิชา Writing ในการสอบทุนเล่าเรียนหลวง

มีความละเอียดรอบคอบในการให้คะแนนสูงมาก กำหนดให้มีผู้ตรวจอย่างน้อย 2 คน และถ้าคะแนนที่ให้ไม่เป็นเอกฉันท์ ต่างกันเกินร้อยละ 10 จะมีผู้ตรวจให้คะแนนคนที่สามแล้วจึงนำผลการให้คะแนนมาพิจารณาว่าควรเป็นเท่าไร

ด้วยมาตรฐานการให้คะแนนที่เข้มงวด ถูกต้องเป็นธรรมเช่นนี้ มหาวิทยาลัยชั้นนำทุกแห่งในสหรัฐอเมริกา จึงให้ความไว้วางใจผลการสอบ TOEFL และใช้เป็นเกณฑ์วัดระดับความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักเรียนจากทุกประเทศทั่วโลกมาเป็นเวลานานนับสิบปี

แต่คณะกรรมการกลับชี้แจงว่า ผลการสอบ TOEFL นำมาเปรียบเทียบกับการเขียนเรียงความในการสอบทุนเล่าเรียนหลวงไม่ได้เพราะเป็นการสอบแบบปรนัย ไม่ใช่การเขียนแสดงความคิดเห็นทั้งๆ ที่ ส่วนที่บุตรสาวได้คะแนนเต็มในการสอบ TOEFL คือ การเขียนเรียงความแสดงความคิดเห็น เช่นเดียวกับการเขียนเรียงความในการสอบทุนเล่าเรียนหลวง

การสอบทุนเล่าเรียนหลวงสายศิลปะ(ภาษา) เริ่มมีผู้สงสัยตั้งแต่ปีที่แล้วที่มีนักเรียนสอบผ่านข้อเขียนเพียงคนเดียว และปีนี้ไม่มีใครสอบผ่านเลย ทั้งๆ ที่นักเรียนที่เข้าสอบได้เรียนภาษาอังกฤษตามหลักสูตรการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ เหมือนนักเรียนรุ่นก่อนๆ

มาตรฐานความรู้ทางภาษาอังกฤษของนักเรียนที่เก่งภาษาอังกฤษ ไม่น่าเพิ่งตกต่ำในปีนี้ และตกต่ำถึงขนาดที่ไม่มีใครสอบผ่านข้อเขียนแม้แต่คนเดียว

0ข้อเรียกร้อง

สิ่งที่เป็นความสงสัยต้องทำให้กระจ่าง ด้วยกระบวนการที่ถูกต้องโปร่งใสได้มาตรฐานสากล จำเป็นต้องตรวจข้อสอบวิชาเฉพาะของการสอบทุนสายศิลปะ(ภาษา)ใหม่ ด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ และเลือกนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดให้ได้รับทุนนี้

0ข้อเสนอแนะในการแก้ไข

1.กรรมการย่อมทรงสิทธิ์ที่จะแก้ข้อผิดพลาด เพราะทุนนี้ไม่มีใครได้ และที่ไม่ได้เพราะมีปัญหาในการตรวจให้คะแนน ไม่ใช่เพราะไม่มีคนเหมาะสมที่จะรับทุน

2.การตรวจข้อสอบใหม่จะต้องตรวจอย่างละเอียด มีการเทียบเคียงผู้ที่ได้ คะแนนศูนย์ กับผู้ที่ได้คะแนนมากกว่า เขียนแตกต่างกันอย่างไร ควรมีการให้คะแนนใหม่อย่างไร

3.ทั้ง ก.พ.และกระทรวงศึกษาฯมีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมาก การจัดให้มีการตรวจข้อสอบใหม่ทำได้ไม่ยาก แม้มีผู้เข้าสอบถึง 180 คน ถ้าตรวจใหม่ใช้เวลาเดือนเดียวก็น่าจะรู้ผลแล้ว

สำนักงาน ก.พ.จะทำตามข้อเสนอดังกล่าวหรือไม่มาคอยดูกัน หรือจะรอการชี้ขาดที่ศาลปกครอง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Jun 06, 2005 12:23 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

มีเด็กสายวิทย์หลายคนที่เก่งภาษาอังกฤษ แต่อาจจะไม่เก่งที่สุดในด้านคำนวณ ... เขาเหล่านั้นก็สามารถไปสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงสายศิลป์ได้ครับ แถมสามารถไปเรียนอะไรก็ได้รวมทั้งวิศวะเนื่องจากทุนนี้ไม่จำกัดสาขาที่จะเรียน จะจำกัดเพียงที่ให้เรียนฟรี(ไม่มีข้อผูกมัด)แค่จบปริญญาตรีครับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะสามารถหาทุนอื่นเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไปได้ ในกรณีที่เจ้าตัวมีความประสงค์

ส่วนปัญหาในเรื่องความโปร่งใสในขั้นตอนการสัมภาษณ์ ... เป็นประเด็นมาตลอดครับ

อดีต นร ทุนเล่าเรียนหลวง (King's Scholarship) จากสวนฯ ก็มี อาทิ

ปี ๒๔๓๙ นายพุ่ม ... นร ทุนคิงส์ คนแรกของไทย
... ไปเรียนที่รัสเซียพร้อมกับพระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์ ต่อมาใช้ชื่อว่า "พุ่มสกี้" แต่งงานและทำงานเป็นเสนาธิการทหารรัสเซีย
จนถึงปี ๒๔๗๙ สวนฯมี นร ทุนคิงส์ ๖๐ คน หนึ่งในท่านที่มีชื่อเสียงมากคือ ท่าน สอ เสถบุตร (เศรษฐบุตร) เจ้าของตำนาน dictionary จากตะรุเตา
ปี ๒๕๒๐ ศิริชัย ศิลปอาชา OSK91
ปี ๒๕๒๑ ดร.ธวัช อังสุวรังสี OSK92 ที่หนึ่งประเทศไทย สละสิทธิ์แพทย์จุฬาฯไป ตปท ปัจจุบันเป็นผู้บริหารของ ธ.กรุงเทพฯ BBL
ปี ๒๕๒๒ กิตินันท์ อนรรฆมณี OSK97-4=93
ปี ๒๕๒๓ ไพบูลย์ มไหศวริยะ OSK98-4=94 และ น.พ. พงศ์อมร บุนนาค แห่ง ร.พ. รามา
ปี ๒๕๒๔ พรชัย กิ่งวัฒนกุล OSK99-4=95 และ น.พ.ชาญ เกียรติบุญศรี ร.พ. รามา (ท่านจบวิศวะแล้วเรียนแพทย์ต่อ!)
... ๒๕๒๕-๒๕๒๘ ผมไม่มีข้อมูล ...
ปี ๒๕๒๙ ดร.น.พ.สมชาย เหล่าวัฒนา OSK104 (AKA "Sunshine" on osknetwork) ที่หนึ่งทุนคิงส์ แต่สละสิทธิ์ไปเรียนแพทย์จุฬาฯด้วยคะแนนเป็นที่หนึ่งประเทศไทยเช่นกัน
ปี ๒๕๓๐ ตริณญ์ อินทรโอภาส OSK105 จบตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (summa cum laude) จาก Brown University หนึ่งใน แปด Ivy League โททั้งที่ Columbia University (อีกหนึ่งใน 8 Ivy League) และ MIT
ปี ๒๕๓๑ พลพัฒน์ สุรบท OSK106 จบตรีที่ Cornell University (อีกหนึ่งใน 8 Ivy League)
ปี ๒๕๓๓ น.พ.วรพงษ์ เธียรอุกฤษฎ์ OSK108 แต่สละสิทธิ์ไปเรียนแพทย์จุฬาฯ
ปี ๒๕๓๖ โรเบิร์ต ภาวสุทธิไพศิฐ OSK111 และ โสภณ อัศวานุชิต OSK111 (แต่ทั้งคู่สอบได้ในนามเตรียมอุดมฯ)
ปี ๒๕๓๘ ดอย จรรย์ศุภรินทร์ OSK113 Stanford
.....หลังจากนี้ผมไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด นอกจาก....
ปี ๒๕๔๑ ดอน จรรย์ศุภรินทร์ OSK116
etc.

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย songwut110 เมื่อ Mon Jun 06, 2005 11:35 pm, แก้ไขทั้งหมด 5 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Tao113
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Dec 21, 2004
ตอบ: 127

ตอบตอบ: Mon Jun 06, 2005 6:19 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เรื่องการที่มีผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนในบางสาย ไม่ครบตามโควต้า (โดยเฉพาะ สายศิลป์) เป็นเรื่องปกติของทุนคิงส์หรือทุนรัฐบาลอื่นๆ ครับ เพราะเขาอิงเกณฑ์ด้วย ไม่ได้อิงกลุ่มอย่างเดียว ปีผมก็ได้ไม่ครบ ขาดสายศิลป์คำนวนไปหนึ่งคน คือมีคนผ่านข้อเขียนตามเกณฑ์แค่คนเดียว จากโควต้า 2 คน ข้อสอบทุนยากนะครับ เป็นอัตนัยเกีอบทั้งหมด ไม่เหมือน TOEFL ในปีผมก็มีเด็กสายวิทย์ไปได้ทุนคิงส์ในโควต้าของสายศิลป์ สองคน ขึ้นอยู่กับความสามารถของนักเรียนครับ ทุนนี้เขาให้อิสระไม่จำกัดว่า เด็กสายศิลป์เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์สอบในโควต้าสายศิลป์ หรือสอบได้ในโควต้าสายศิลป์แล้ว เวลาเรียนจริงๆ จะไปเรียนด้านวิทย์ก็ได้ไม่ว่า (แน่นอนคนที่สอบได้มาจากส่วนของสายวิทย์ จะเปลี่ยนใจไปเรียนทางด้านสายสังคมศาสตร์ก็ได้)

ตอนปีผม ผมสอบติดข้อเขียนของสายวิทย์ แต่ไปตกรอบสัมภาษณ์ นักเรียนที่ผ่านข้อเขียนทุนคิงส์แล้วตกสัมภาษณ์ก็มักจะถูกเสนอให้รับทุนอื่นที่ยังไม่มีคนรับ อย่างปีผมก็ได้เสนอให้รับทุนกระทรวงวิทย์ ทุนกระทรวงการคลัง ทุนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต มี สองคนที่ตัดสินใจรับทุนกระทรวงวิทย์ ผมกับเพื่อนอีกคนตัดสินใจไม่รับทุนของรัฐบาลไทยแต่ไปรับทุนของรัฐบาลญี่ปุ่นแทน ส่วนอีกคนที่เหลือพอพลาดทุนคิงส์ก็ไม่รับทุนใดๆทั้งสิ้น ตัดสินใจเอนทร้านซ์ และก็ได้ที่หนึ่งประเทศไทยในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ของปีนั้น

มาถึงจุดนี้แล้วไม่นึกเสียดายอะไรที่ไม่ได้ทุนคิงส์ จริงอยู่ถึงแม้การสอบสัมภาษณ์อาจมีความลำเอียงอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ มีใครบ้างที่ไม่ลำเอียง 100% หากมีความสามารถจริง ในที่สุดความสามารถที่มีอยู่ในตัวเองก็จะถูกแสดงออกมา และทำให้เราประสบความสำเร็จไม่ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นนักเรียนทุนคิงส์หรือไม่ นักเรียนทุนคิงส์ก็ไม่ได้รุ่งทุกคน ที่ประสบปัญหา (มักเป็นเรื่องของจิตใจ) จนเรียนไม่จบก็มี ในขณะที่นักเรียนทุนอื่นบางคนรุ่งมากๆ ถึงขนาดบริษัทฝรั่งยอมจ่ายเงินชดใช้รัฐบาลไทยเพื่อเอาตัวไปทำงานด้วยผมก็เคยเห็น หรือบางคนไม่ได้ทุนอะไรทั้งนั้น เรียนตรีที่เมืองไทยได้เกรดดี พอสมัครมหาลัยที่เมืองนอก ทางมหาลัยให้ทุนเรียนฟรีเลยก็มาก อย่าไปยึดติดกับชื่อเสียงเกียรติยศว่าเป็นนักเรียนทุนคิงส์เลย ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ในที่สุดแล้ว ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Sunshine
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 27, 2004
ตอบ: 103

ตอบตอบ: Mon Jun 06, 2005 7:49 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

There are a few things I think people misunderstand about the King's Scholarship Award. Many people believe that once one gets the first rank in the Entrance Examination, he gets the King's Scholarship Award automatically. This is not true. To receive the King's Scholarship Award requires a separate examination including an interview after you pass the examination. When I visited Suankularb after I got the first rank in the Entrance Examination and the first rank in the King's Scholarship Examination, one of my SK teachers said to me "I thought you automatically got the King's Scholarship Award after you got the first rank in the Entrance Examination".

Second, they also rank those who pass both the written exam and the interview to number 1, 2 and 3. It is not only "passed" or "failed".

When I took the exam, I had the most difficult time in the "Essay" portion. I was asked to write about King Bhumibol and Thailand but I could barely write more than 2 paragraphs since it is not my nature to "keep talking until monkeys sleep". After the exam, I went back to SK and had a chance to talk to Ajarn Naowarat Paladej about this problem. She gave me a very good advice. She said that I should give "examples" of what the King has done to Thailand and I will be able to keep on writing the essay. This is true and those preparing for the exam should use this technique.

The interview is not too difficult, I think. At the time of the interview, the committee already knew that I got the first rank in the Entrance Exam so they might be somewhat more gentle on me. I remembered that Arjan Dr. Wijit Srisa-aan was one of them and there was a westerner who interviewed me in English. The westerner asked me about the impact of an accident at the nuclear plant in Russia that just happened a month before. I was unable to come up with a good answer so I said "We all breathe in the same air throughout the world so it is possible that Thai people may breathe in the air polluted by the nuclear power!". Very stupid answer isn't it (laughing)? She then told me the right answer -some food may be imported from Russia and it can be contaminated.

Dr. Wijit already knew me from reading the newspaper and on my newspaper interview, I said that I liked Budsaya Rungsee's and Suntaraporn's songs. Dr. Wijit asked me what specific songs I liked and I said "Rak Wan Term Wan", "La Poo Ping" etc. He then asked me to sing "La Poo Ping" for him and I did!

When I got home, I thought I failed the exam since I could not write the essay very well and I gave the stupid answer about the nuclear plant's accident. Luckily, I again brought another reputation to SK but getting the first rank in the King's Scholarship Exam, 2 months after I got the first rank in the Entrance Exam, perhaps Dr. Wijit liked me sing "La Poo Ping". "Thairath" wrote a news article about this on their education page. The headline was "Kon Geng SK Dai Tee Noung Toon King --คนเก่ง ส.ก. ได้ที่ 1 ทุนคิงส์".

I hope this info is helpful for those preparing for the King's Scholarship Examination.
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Sunshine
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 27, 2004
ตอบ: 103

ตอบตอบ: Mon Jun 06, 2005 9:42 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

Oh, I forgot to say, based on Songwut's info "no info between 2525-2528". I believe we did not get any between those years. Those who know better can clarify this.
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Sunshine
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 27, 2004
ตอบ: 103

ตอบตอบ: Tue Jun 07, 2005 7:55 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

The first message on this kratue seems to suggest that English play a major role in determining the outcome of the King's Scholarship Award Examination. This may be true since I have noted that in the year 2529 when I got it, the second and the third ranks were from Trium Udom and the second rank was Eth Yampratoom. I knew Eth before because both he and I competed in the Shell Company's English quiz. That year (2528), his team won the quiz. (Our SK team did well till the semifinal round when we lost to Debsirin for 24:1! After our defeat, there was a widespread rumor in SK that it was my intention to lose since I wanted more time to prepare for the Entrance Examination. Even a very nice person like Ajarn Prapai Weerothai said to me "It is good that we lost in the Shell's TV quiz because you will now have more time to prepare for the Entrance Examination". It is not true that I intentionally made us lose the quiz! That day we seemed to be slower than Debsirin).
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Jun 08, 2005 6:22 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ทักษะภาษาอังกฤษไม่เพียงแต่เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญในการสอบคัดเลือกครับ แต่มันยังเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีมากว่าเด็กจะสามารถเข้ามหา'ลัยดีๆในสหรัฐได้หรือไม่ด้วยครับ เพราะเราต้องสอบ TOEFL ให้ได้ที่ ๖๐๐ หรือใกล้เคียง(จาก highest possible score ประมาณ ๖๗๗ ซึ่งเป็น percentile ที่ ๙๙) อย่างที่ MIT และ Harvard นี่ถ้า TOEFL ไม่ถึง 600 ใบสมัครก็อาจไม่ได้รับการพิจารณาเลย ถ้าได้ทุนคิงส์มาก็มีโอกาสเข้าได้สูง ถ้าทุนคิงส์ชิงกันเองก็อาจต้องวัดที่ essays หรือคะแนน SAT หรือ เหรียญโอลิมปิก

มีเกร็ดว่า...ในการสมัครเข้าเรียนมหา'ลัยที่อเมริกาซึ่งมีเด็กนักเรียนจากทั่วโลกสมัครมาเรียนที่ USA... ที่นี่จะ require ให้ทุกคนสอบ SAT ครับ

ปรากฏว่ามีเด็กสวนฯที่สามารถสอบ SAT ได้เต็ม (ในสมัยนั้นจะมีข้อสอบ ๒ parts, verbal เต็ม 800 และ math เต็ม 800) เป็นเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ชาติไทย ท่านเป็นเด็กทุนส่วนตัวจากสวนฯ พี่ท่านนี้คือ ดร.พงศกร สายเพ็ชร์ OSK105 (บุตรของเจ้าของ สายเพ็ชร์ polyclinic ย่านฝั่งธนฯ)... ต่อมาท่านเข้าเรียนตรี-โท-เอก ด้าน Physics ที่ California Institute of Technology (Cal. Tech.) และ? UCLA..... ในปีที่ท่านสอบได้เต็ม(perfect score)ก็ได้รับเกียรติให้เข้ารับใบประกาศฯกับ President Reagan (US President ในขณะนั้น) ในแต่ละปีจะมีเด็กทั้งโลกสอบได้เต็ม SAT อยู่ไม่กี่คนครับ เด็กสวนฯส่วนใหญ่จะสามารถทำ math ได้เต็มหรือเกือบเต็ม แต่ verbal นี่ได้ ๕๐๐ จาก ๘๐๐ ก็เก่งเกินธรรมดาคนไทยแล้วล่ะครับ ปัจจุบัน ดร.พงศกร เป็นผู้บริหารของโรงพยาบาลบางโพในกรุงเทพ และเจ้าของ http://saijai.net ครับ [see http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=print&sid=1122 ]

นอกจากนั้นมีโอกาสสูงที่เด็กทุน(ทุกทุน ทั้ง คิงส์และไม่คิงส์ ทั้ง ก.พ. ทั้ง พ.ก.--พ่อกูหรือส่วนตัว)ต้องแย่งที่กันเข้าเพราะจะทราบกันว่าบางมหา'ลัยจะจำกัดจำนวน นร ไทยที่จะรับ เช่นที่ Harvard จะรับคนไทยเข้า ป.ตรี ปีละแค่ประมาณ ๓ คน ที่ ป.ตรี MIT ก็ไม่เกิน ๓-๔ ต่อปี

ส่วนคุณเอธ แย้มประทุม (Ed Yampratoom) คู่แข่งของพี่สมชาย graduated from MIT in 1991 and later a Ph.D. from U of Rochester's Computer Sci Dept. ปัจจุบันน่าจะยังอยู่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย, 0-2283-6265, Edy@bot.or.th.... ที่ MIT นี่ scale เกรดจะไม่หมดที่ 4.00 นะครับ เขามีเกรดเฉลี่ย 5 ด้วย เด็กไทยส่วนใหญ่ที่ MIT ก็ได้เกรดเกิน 4 ครับ เก่งมากๆครับ.... ส่วนที่เยอรมัน เกรด ๔ เทียบเท่าเกรด ๑ บ้านเราครับ ดังนั้นถ้าไปเรียนเยอรมันควรเรียนให้ได้เกรด ๑ ครับเพราะแสดงผลการเรียนดีที่สุด

ป.ล. ทราบจากน้อง white osk120 ว่าหลังจากดอน/ดอย พี่น้องทุนคิงส์จากสวนฯ (มีเด็กฝาแฝดที่ได้ทุนคิงส์ทั้งคู่แล้วด้วยครับ แต่ไม่ใช่พี่น้องสวนฯคู่นี้ที่ห่างกัน ๓ ปี) ยังมีเด็สวนฯได้ทุนคิงส์อีก ๕-๖ คนครับ เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง น้อง white สาราณียกรรุ่น 120 บอกว่าจะสอบถามนำมา update ให้เราอีกครั้งครับ แต่ถ้าท่านทราบก็แซงน้อง white ได้เลยนะครับ Very Happy

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย songwut110 เมื่อ Mon Sep 25, 2006 1:42 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Pornsiri
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 25, 2004
ตอบ: 163

ตอบตอบ: Wed Jun 08, 2005 8:24 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ปีการศึกษา 2538 วิเชษฐ์ โพธิวิสุทธิ์วาที ทุนคิงส์ ศึกษาสาขา เศรษฐศาสตร์ ณ ประเทศอังกฤษ
ปีการศึกษา 2539 อเนกวิทย์ บุญเกษม ทุนคิงส์ ศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ณ อเมริกา
ปีการศึกาษ 2540 ดอน จรรย์ศุภรินทร์ ทุนคิงส์ ศึกษาสาขาเศรษฐศาสตร์ ณ อเมริกา
ปีการศึกษา 2541 เอกรัตน์ ฐิติมั่น ทุนคิงส์ ศึกษาสาขาชีวเคมี ณ อเมริกา
ปีการศึกษา 2542 ภควา เจียสกุล ทุนคิงส์ ศึกษาสาขาเศรษฐศาสตร์ ณ อเมริกา
และ ธรรมนิต์ พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์ ศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ณ อเมริกา
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
phongsawatp
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jun 29, 2003
ตอบ: 335

ตอบตอบ: Wed Jun 08, 2005 3:16 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

น่าเสียดายที่รุ่น111 ของเรา ไม่มีทุนเล่าเรียนหลวงที่ไปในนามสวนกุหลาบวิทยาลัย
(แต่ก็ยินดีกับเพื่อนๆที่ได้ไปจากเตรียมฯครับ)

ตอนม.6 มีเพื่อนคนนึง คือ นพ.สมชาย มีศิริ (แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล)
ได้เข้ารอบ10คนสุดท้าย (เหมือนนางงามเลยอ่ะ) แต่พลาดไปในที่สุด
น่าเสียดายแทนเพื่อน แต่เป็นหมอก็ช่วยประเทศได้เช่นกันครับSmile
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Sunshine
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 27, 2004
ตอบ: 103

ตอบตอบ: Wed Jun 08, 2005 9:19 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

I like what phongsawatp said about the last 10 persons which is similar to Miss Universe. It is very funny.

I vaguely remember that Dr. Ed Yampratoom got also a spot at Chula Engineering school before he decided to abandon it and took the King's Scholarship's Award?
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Sunshine
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 27, 2004
ตอบ: 103

ตอบตอบ: Thu Jun 09, 2005 9:12 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ปี ๒๕๒๔ พรชัย กิ่งวัฒนกุล OSK99-4=95 และ น.พ.ชาญ เกียรติบุญศรี ร.พ. รามา (ท่านจบวิศวะแล้วเรียนแพทย์ต่อ!) - Ajarn Sumalee Sreewalai had told me that P' Chan was able to remember every vocabulary in the dictionary. He "Tongs Dict". She asked if I wanted to do the same but I said thank you, I could not do it.
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9963
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Jun 09, 2005 9:32 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ครับ ผมก็เคยได้ยินอาจารย์สุมาลี ศรีวาลัย เล่าเรื่องราวของพี่ น.พ.ชาญ เกียรติบุญศรี ให้ฟังครับ รวมไปถึงเรื่องราวของ ดร.ธวัช อังสุวรังสี OSK92 ที่ impressive มาก

เรื่องเกี่ยวกับจำศัพท์เก่ง เท่าที่ผมจำได้ ท่านที่เล่าให้ผมฟังคือ อ.ประไพ วีโรทัย ครับ

_________________
“When troubles come, they are not as single spies but in battalions.” -- William Shakespeare
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Sunshine
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 27, 2004
ตอบ: 103

ตอบตอบ: Thu Jun 09, 2005 9:41 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

Oh, there is another one who is very good in English and I believe she also got the King's Scholarship Award -Suppasree Jamornman (a very big last name). She was in the same team as Dr. Ed from Trium Udom in Shell' TV English quiz. I believe she got the Sholarship in the field of Arts.
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
someday
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Fri Jun 10, 2005 4:27 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ช่วงหลังๆเด็กสวนไม่ค่อยได้ทุนเล่าเรียนหลวงเพราะมักตกม้าตายตอนรอบ สัมภาษณ์นะครับ เท่าๆที่ผมรู้ๆมา
ร่น 117 มี สมบูรณ์ เชี่ยวชาญพิพัฒน์ ได้ทุนแบ็งค์ชาติ ส่วนคนที่ได้คือ เอกรัตน์ ฐิติมั่น ที่ 1 แพทย์ จุฬา
รุ่น 120 ก็ คุณัชย์ กิจศิริเจริญชัย ตอนนี้เรียน หมอจุฬา เพื่อนร่วมรุ่นคือ เจษฎา ชื่นชูจิตต์ ได้ทุนคิงส์สายศิลป์
รุ่น 121เอกพล ช่วงสุวนิช ได้ทุนไทยพัฒน์แทน อีกคน ภาวิต สมนึก ตอนนี้เรียนหมอศิริราช
รุ่น 122 ธนสิน นำไพศาล ได้ทุนโอลิมปิกแทน แต่ได้เข้าเรียนที่ MIT อีกคนก็ บดินทร์ ศิวิลัย คนนี้ได้ทุนแบ๊งค์ชาติ

ส่วนเด็กสวนในนามเด็กเตรียมที่ไปแล้วรุ่งได้ทุนคิงส์ (เป็นเรื่องของการชื่นชมความสามารถ อย่าทะเลาะเรื่องสถาบัน) ประมาณรุ่น 110 กว่าๆ ที่ชื่อ อัครวิทย์ ลิ่มปิยมิตร
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.185 วินาที