------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - ขอเชิญร่วมสมทบทุนพัฒนาการกีฬาของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » ตึกยาว
ผู้ส่ง ข้อความ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Feb 23, 2006 12:57 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

พี่นพ84 บันทึก:
จากการประชุมภายในรุ่น 84 เรียบร้อยแล้ว จึงมีมติ..ว่า
อัตราเสื้อที่เห็นในตัวอย่างนี้..
ห้าร้อยบาท..ครับ


คลิ้กที่นี่ เพื่อดูภาพใหญ่

เรียกว่า..มีต้นทุนประมาณ สองร้อยบาท
ส่วนกำไรที่ได้..มองเห็นกันจะๆ นั้น
เราจะนำไปสมทบกองทุนพัฒนากีฬาของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

เพราะกรรมการชุดดังกล่าว..
มีสมาชิกรุ่น 84 เข้าไปร่วมด้วยหลายคน
อาทิ พล.ต.ต.บริหาร (ประธานรุ่น..ปิงปอง), บิ๊กก๊อง (ฟุตบอล), อ.มานพ (เชียร์) เป็นต้น

กติกาในการสั่งซื้อ-สั่งจอง-สั่งให้ไปส่ง
จะรีบแจ้งภายในสองสามวันนี้ครับ

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
Vichan102
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jun 09, 2005
ตอบ: 105

ตอบตอบ: Thu Feb 23, 2006 8:39 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

จอง 2 ตัวครับ(ผมและลูกผม) เบอร์ผม 06 3368762
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Mar 01, 2006 11:13 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

อาจารย์สมหมาย วัฒนะคีรี บันทึก:
เรื่อง ขอความอนุเคราะห์

เรียน ศิษย์เก่าทุกรุ่น


ด้วยโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้จัดโครงการพัฒนาการกีฬาของโรงเรียน และได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการกีฬาโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (มีฟุตบอล, บาสเก็ตบอล, ตะกร้อ,ว่ายน้ำ

และ แบดมินตัน ฯลฯ) ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการกีฬาของโรงเรียนให้มีคุณภาพเป็นโรงเรียนชั้นแนวหน้าของประเทศเหมือนอดีตที่ผ่านมา

เรามีความจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาการกีฬาของโรงเรียนทั้งระบบ อาทิ เช่น เรื่องสวัสดิการ, การฝึกซ้อม, การแข่งขัน และวิทยากร เป็นต้น

โรงเรียนจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่าน

โดยท่านสามารถบริจาคเงินโดยโอนเข้าบัญชี “กองทุนพัฒนาการกีฬาสวนกุหลาบวิทยาลัย” บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 086-2-04698-4 ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาปากคลองตลาด หรือ บริจาคเป็นสิ่งของ อุปกรณ์การกีฬา ได้ที่ฝ่ายวิชาการของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย


คณะกรรมการหวังในความอนุเคราะห์จากท่าน และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้



ขอแสดงความนับถือ





(นางสมหมาย วัฒนะคีรี)

นายกสมาคมผู้ปกครองและครูสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ประธานคณะกรรมการพัฒนาการกีฬาโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

กองเลขาคณะกรรมการฯ

โทร. 02-2255602

โทร. 02-2255605-8 ต่อ 606, 611

ที่มา: http://www.sk.ac.th/application/news_detial.php?id=80

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Mar 07, 2006 12:33 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

แว่วข่าวมาว่าเสื้ออาจเสร็จไม่ทันงานวันเกิดโรงเรียนในวันพุธนี้

แต่ขอยืนยันว่าตามรายชื่อสถานศึกษาที่สามารถหักลดหย่อนเงินบริจาคให้ 1 ได้ 2 ของกรมสรรพากร... ลำดับที่ 560. คือ "สวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร" confirmed ครับ

ที่มา: http://www.rd.go.th/publish/28654.0.html

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
ศรเทพ
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Tue Mar 07, 2006 11:25 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ผมก็เป็น oskคนหนึ่งครับ อยากเห็นกิฬาของสวนฯคึกคักอีกครั้งเหมือนกับ osk คนอื่นๆแหละครับ ที่ว่าจะพัฒนา อยากให้ช่วยกรุณาบอกแนวคิดในการทำทีมหน่อยครับ โดยเฉพาะฟุตบอล
ว่ามีอะไรที่จะเป็น นวตกรรมใหม่ๆบ้าง โค้ชใหญ่ และผู้ช่วย คือ ใคร แล้วจะซ้อมอย่างไร
มีการเคลื่อนไหวอะไรบ้าง ในช่วงปิดเทอมนี้ มีสวัสดิการอะไรให้เด็กบ้าง ช่วงนี้ไม่มีการ
เคลื่อนไหวอะไรเลย ผมว่าถ้าจะขึ้นชั้นถ้วยก.ปีหน้า ตอนนี้ทีมต้องมีแล้ว และต้องอยู่ในช่วง
ลงแข่งหาประสบการณ์แล้ว บอล ปตท.คัพที่ชลบุรี ต้องส่งแข่งแล้ว และน่าจะต้องทำผลงานที่ดีพอควรแล้ว เตรียมตั้งแต่ตอนนี้แล้วครับ ถีงจะมั่นใจว่าปีหน้า มีสิทธิ์ลุ้น ผมว่าเราขยับตัวช้านะ
ผมไม่ได้ชักใบให้เรือเสียนะ แต่จะสกิดพี่ไว้สักนิด การรวมใจเป็นสิ่งที่ดีมาก และถูกต้องแล้ว
ขอสนับสนุนครับ แต่การบอกโครงการทำงานออกมาจะทำให้พวกเราใจชื้นขึ้น ว่าเรามีโอกาสเฮ
ในปีหน้านี้แน่...........ศรเทพ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Mar 28, 2006 12:09 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

คุณ may บันทึก:
การรับนักเรียนที่มีความสามารถด้านกีฬา ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนได้กำหนดรายละเอียดการรับนักเรียนที่มีความสามารถด้านกีฬา ดังต่อไปนี้

1. ประเภทกีฬาที่รับสมัคร
1.1 กีฬาฟุตบอล รุ่นอายุ 14 ปี จำนวน 12 คน
รุ่นอายุ 16 ปี จำนวน 10 คน
รุ่นอายุ 18 ปี จำนวน 5 คน
1.2 กีฬาแบดมินตัน รุ่นอายุ 14 ปี จำนวน 3 คน
รุ่นอายุ 16 ปี จำนวน 1 คน
รุ่นอายุ 18 ปี จำนวน 2 คน
1.3 กีฬาว่ายน้ำ รุ่นอายุ 14 ปี จำนวน 4 คน
รุ่นอายุ 16 ปี จำนวน 4 คน
รุ่นอายุ 18 ปี จำนวน 2 คน
2. คุณสมบัติของนักกีฬา
2.1 มีความสามารถด้านกีฬาในระดับดีมาก
2.2 มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์
2.3 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีถึงดีเยี่ยม
2.4 มีผลการเรียนอยู่ในระดับดีถึงปานกลาง
2.5 ผู้ปกครองรับรองความประพฤติและกวดขันดูแล
2.6 ผู้ปกครองยินยอมให้นักเรียนเล่นกีฬาตามความต้องการของโรงเรียน
2.7 ต้องผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการที่โรงเรียนกำหนด
3. หลักฐานในการสมัครคัดเลือก
3.1 รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
3.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
3.3 สำเนาบัตรประชาชน
3.4 สำเนาหลักฐานแสดงการศึกษา
3.5 หลักฐานผลงานการแข่งขันกีฬาที่สมัครคัดเลือก
4. วันรับสมัครและทดสอบความสามารถทางด้านกีฬา รับสมัคร วันที่ 20-29 มีนาคม 2549 เวลา 08.00 – 09.00 น. ทดสอบ วันที่ 20-29 มีนาคม 2549 เวลา 09.00 – 16.00 น.
5. สถานที่คัดเลือก
5.1 กีฬาฟุตบอล สนามฟุตบอลของโรงเรียน
5.2 กีฬาว่ายน้ำ สระว่ายน้ำของโรงเรียน
5.3 กีฬาแบดมินตัน โรงยิม ชั้น 4 อาคารปิยมหาราชานุสรณ์


หมายเหตุ รายละเอียดวิธีการคัดเลือกกีฬาแต่ละประเภทให้ขอทราบได้ที่ประชาสัมพันธ์โรงเรียนและ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Jan 26, 2007 12:31 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

songwut110 บันทึก:
มีคำถามต่อเนื่องมาเรียนถามกันเล่นๆครับ =)

มีกาพย์ฉบัง ๑๖ กล่าวถึงช้างเอราวัณของพระอินทร์ไว้ตอนหนึ่งดังนี้

"ช้างนิมิตฤทธิ์แรงแข็งขัน เผือกผ่องผิวพรรณ สีสังข์สะอาดโอฬาร
สามสิบสามเศียรโสภา เศียรหนึ่งเจ็ดงา ดั่งเพชรรัตน์รูจี
งาหนึ่งเจ็ดโบกขรณี สระหนึ่งย่อมมี เจ็ดกออุบลบันดาล
กอหนึ่งเจ็ดดอกดวงมาลย์ ดอกหนึ่งเบ่งบาน มีกลีบได้เจ็ดกลีบผา
กลีบหนึ่งมีเทพธิดา เจ็ดองค์โสภา แน่งน้อยลำเภานงพาล
นางหนึ่งย่อมมีบริวาร อีกเจ็ดเยาวมาลย์ ล้วนรูปนิรมิตมายา"


มาถึงคำถามครับ.... อยากทราบว่าจำนวนบริวารของเทพธิดาทั้งหมดที่สถิตประจำอยู่บนเศียรของช้างเอราวัณมีรวมกันเป็นกี่นาง?? Very Happy

songwut110 บันทึก:
เยี่ยมมากเลยครับ การกีฬาของเราจักได้เจริญงอกงอมยิ่งๆขึ้นไป สมดังวลีในเพลงประจำโรงเรียนสวนกุหลาบฯที่ว่า....การกีฬาก็ดำรู....สถาพร...

"ดำรู" เป็นภาษาไทยโบราณ แปลว่า "งาม" ความหมายอื่นๆได้แก่ น่ารัก และ ต้นไม้ ... มิใช่ใช้ในนัยยะว่าตกต่ำแบบปูดำรูแต่อย่างใด

เนื่องด้วยพี่ช้าง สุรินทรเสรี osk๙๒ แห่งสุรินทร์ เป็นผู้เผยแพร่สาส์นฉบับนี้ ผมก็เลยขออนุญาตแนะนำคำที่สะกดใกล้เคียงและมีความหมายน่าสนใจก็คือ "ดำรี" และ "ดำไร" ซึ่งแปลว่า ช้าง ทั้งคู่...ช้างอื่นๆก็เช่น ไอยรา/ กุญชร/ สาร/ คช/ กรินฺ ที่แปลว่า ช้าง ตามศัพท์ ก็คือ ผู้มีงวง จาก กร (งวง) + อินฺ (มี) บาลีใช้ว่า กรี ครับ

หรือ หสฺตินฺ แปลว่า ช้าง เหมือนกัน มาจาก หสฺต (งวง) + อินฺ (มี) บาลีเป็น หตฺถี ไทยใช้ว่า หัสดี หรือ "หัสดิน" นั่นเอง

.... ส่วนคำว่า "สุรินทร์" แปลว่าพระอินทร์ (อมรินทร์)ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มี "ช้างเอราวัณ" เป็นช้างทรง แต่ในเบื้องลึกแล้ว ช้างเอราวัณจะรับใช้ พระอินทร์ กับเทพบุตรอีก ๓๒ องค์ ช้างเอราวัณจึงมี ๓๓ เศียร พระอินทร์กับ ๓๒ เทพบุตร เดิมเป็นกลุ่มมาณพ ๓๓ คน ที่บำเพ็ญความดีอย่างสม่ำเสมอบนโลกมนุษย์ โดยมี มาฆมาณพ เป็นผู้นำการปฏิบัติ ที่เรียกว่า วัตบท ๗ ประการ นำมาซึ่งตัวเลข ๗ แห่งงาของแต่ละเศียร แห่งสระโบกขรณี แห่งกอบัว แห่งดอกบัว แห่งกลีบบัว แห่งเทพธิดาประจำกลีบบัว และ แห่งหญิงบริวารของเทพธิดา เหล่านั้น

ความดีของ กลุ่มมาณพ ๓๓ คน ทำให้พวกเขาได้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดย มาฆมาณพ ได้เป็นผู้ปกครองสวรรค์ชั้นนี้ มีนามว่า พระอินทร์ และ ช้าง ที่รับใช้เหล่า ๓๓ มาณพบนพื้นโลก ได้เกิดเป็นเทพบุตร ชื่อ เอราวัณ ตามมารับใช้บนสวรรค์ด้วย เทพบุตรเอราวัณ มีฤทธิ์ที่จะแปลงกายเป็น ช้างเอราวัณ ซึ่งมีลักษณะพิเศษ ดังกล่าว

การพระราชทานราชทินนามและชื่อสกุลในอดีตก็มีความเกี่ยวเนื่องกับชื่อของบรรพบุรุษครับเช่น พระยาราชภักดี (ม.ร.ว.ช้าง) บรรพบุรุษของท่าน OSK เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี มีบุตรธิดามากตามความนิยมของสมัยนั้น บุตรชายคนใหญ่ เกิดแต่เอกภรรยาชื่อ หม่อมหลวงเจียม ธิดาอีกคนชื่อ หม่อมหลวงถนอม เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕
หม่อมหลวงเจียม เป็นเจ้ากรมในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง แต่ยังทรงกรมเป็นกรมขุนพินิตประชานาถ เมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว โปรดฯให้เป็นพระยาไชยสุรินทร์ (ม.ล.เจียม) เจ้ากรมพระคลังข้างที่... ต่อมา OSK เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (พระยาไพศาลศิลปศาสตร์ ในขณะนั้น) ก็ได้ทำเรื่องกราบบังคมทูล ร.๖ บอกกล่าวเล่าถี่ถ้วนดี เหมือนผู้ขอรายอื่นๆ ว่าท่านสืบสายมาจากพระยาราชภักดี(ช้าง) บุตรหม่อมเจ้าฉิมในพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงเทพหริรักษ์ พระเจ้าอยู่หัว ถึงโปรดพระราชทานนามสกุลให้ ว่า "เทพหัสดิน ณ อยุธยา" เทพ--->เทพหริรักษ์ หัสดิน---> ช้าง

หมายเหตุ: ข้อมูลบางส่วนนำมาจาก
1) หนังสือชื่อ พรรณนาสวรรค์ ของ "พระเทพวิสุทธิกวี" วัดโสมนัสวิหาร พิมพ์ที่โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๔๒
2) นักการศึกษาและการกีฬาไทยในอดีตจากรั้วสวนกุหลาบฯ: OSK เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=815&mode=&order=0&thold=0


ทราบว่าพี่ช้าง๙๒ เป็นคนสุรินทร์ เมืองช้าง แถมนามสกุลยัง สรินทรเสรี อีกครับ =)

..................

ศิลปวัฒนธรรม วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 28 ฉบับที่ 02

สโมสร โดย ภาษิต จิตรภาษา และ ชัยวัฒน์ เสาทอง chaiwat1969@hotmail.com

ภาษาไทยถิ่นสุรินทร์ เส้นไหมและเส้นทางชีวิตชาวสุรินทร์

จังหวัดสุรินทร์มีคำขวัญที่ว่า "สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม" คนสุรินทร์มีทั้งส่วย ลาว และเขมร มีวัฒนธรรมผสมผสานกัน

พอเอ่ยคำว่า "สุรินทร์" ทุกคนก็จะพุ่งไปว่า "เมืองเขมร".

จริงอยู่ จังหวัดสุรินทร์เป็นถิ่นของคนเขมร แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่คนเขมรเท่านั้นก็หาไม่. คนส่วยก็มี คนลาวก็มี อีกทั้งคนจีนก็ยังมีอีก.

แต่ที่น่าประหลาดก็คือ คนจีน แทนที่จะพูดภาษาเขมรตามคนส่วนใหญ่ กลับพูดภาษาลาว ทั้งสื่อกับคนทั่วไปและสื่อกับคนในครอบครัว.

ที่แปลกยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ภาษาลาวที่เขาพูดกันนั้น มีหลายคำที่ไม่เหมือนกับลาวทั่วไปในท้องที่อื่นๆ เช่น อุบลฯ และกาฬสินธุ์ ฯลฯ.

นินทา ลาวที่อื่นเขาว่า "เว้าขวัญ" แต่ที่สุรินทร์ว่า "พูดเดิม".

สร้อยข้อมือ ว่า "สร้อยแขน".

เห็นหนุ่ม-สาวเขาจู๋จี๋กัน เขาจะพูดว่า "เหลือใจเด๊". จะแปลว่า "น่าอิจฉา" ไม่รู้จะถูกหรือเปล่า.

กริยาช่วยเขาก็มีหลายคำ เช่น เว้า เขาจะว่า "หาเว้า".

(ในจารึกของพ่อขุนรามคำแหงก็มีว่า "หาใคร่ใจ, หาเป็นเท้าเป็นพระยาแก่ไททั้งหลาย, หาเป็นครูอาจารย์สั่งสอนไททั้งหลายให้รู้บุญรู้ธรรม...")

อาย เขาจะว่า "อยากอาย".

หัว (เราะ) เขาจะว่า "อยากหัว".

น่าหัวเราะ เขาจะว่า "เป็นตาอยากหัว".

ภาพคุ้นตาของเด็กบ้านนอกที่เติบโตในจังหวัดสุรินทร์ คือภาพแม่และญาติผู้หญิงสาวไหม ทอผ้า ย้อมผ้า มัดย้อมเส้นพุ่ง เราก็วิ่งเล่นป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ยังเคยวิ่งสะดุดหม้อย้อมสีของยายหก เล่นเอาโดนด่ากระเจิง ของกินเล่นระหว่างที่วนเวียนอยู่แถวบ้านอาจเป็นดักแด้จากหม้อสาวไหม ซึ่งอุดมด้วยโปรตีน เวลาจะกินต้องคอยบรรจงดึงเอาเศษรังไหมที่หุ้มบางๆ ออก ในรังไหมบางๆ นั้นจะมองเห็นขี้ดักแด้ก้อนเล็กๆ สีดำด้วย หยิบกินแต่ตัวดักแด้ หากวิ่งเล่นข้างบ้านไม่มีอะไรกินก็อาจมุดเข้าดงหม่อนไปเด็ดลูกหม่อนมากินเล่น รสชาติเปรี้ยวๆ แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรกินเลย เด็กเขมรบางที่ก็เล่าว่าใบส้มลม ที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งนำมาเป็นสารช่วยติดสีในการย้อมผ้าก็มักจะมีเด็กๆ เด็ดมาจิ้มเกลือกินเล่นได้ ก็

สมัยตะก่อนมันไม่ค่อยมีอะไรกินเมื่อถึงเวลาอาหารมื้อหลัก ดักแด้ที่ได้จากการสาวไหมทั้งวันก็มีมากพอกับความต้องการโปรตีนโดยเฉลี่ยต่อวันของมนุษย์ ดักแด้เหล่านี้สุกแล้วตั้งแต่ในหม้อสาว และจะเอามาทำลาบ คั่ว ยำ กินได้ รสชาตินั้นจำได้สมัยเด็กว่าอร่อยมาก แต่โตมากลับไม่ชอบและเห็นว่ากลิ่นมันตึๆ พิกล

ภาพเหล่านี้คุ้นตา เมื่อไปยุ่งเกะกะญาติผู้ใหญ่กำลังทำงานทอผ้า ผู้ใหญ่จะบอกว่าอย่ามาใกล้กี่ทอผ้า เดี๋ยวจะไม่มีผัวไม่มีเมีย สมัยเด็กๆ นั้นยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เด็กๆ ยังไม่อยากมีผัวมีเมียหรอกแต่ก็กระเถิบห่างออกมา จริงๆ แล้วแกไม่อยากให้ไปนั่งเกะกะการทอผ้านั่นเอง

เด็กผู้ชายบ้านนอกไม่มีเสื้อใส่ มักจะเอาผ้าขะม้าผูกเป็นปมเป็นช่องสองช่องให้สอดมือทั้งสองข้างเข้าไปได้ ดูเหมือนเสื้อกั๊กเปิดหน้า สมัยตะก่อนหาเสื้อผ้าใส่ยาก โตมายายให้เอาผ้าขะม้าไปใช้ก็ไม่ใช้ กลับบอกว่าเช็ดตัวไม่ซับน้ำดีเท่าผ้าขนหนู ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ายายงอน

การเลี้ยงไหมก็เห็นกันแทบทุกบ้าน เลี้ยงกันตั้งแต่ตัวเล็กๆ ต้องหั่นใบหม่อนให้กินจนกระทั่งตัวใหญ่และไม่ต้องหั่นใบหม่อนแล้วทีนี้ และมีระยะพักช่วงของเค้า เจริญเติบโตจน "สุก" ระหว่างนั้นจะต้องประคบผงมเป็นอย่างดี ต้องทำความสะอาด ให้อาหาร หากตัวไหนมีอาการเป็นโรคจะรีบโยนให้ไก่กินเสีย เพื่อตัดการแพร่ระบาดไปสู่ตัวอื่นๆ

ตอนเด็กจำได้ว่าน้าชายบวช นุ่งผ้าโสร่งไหมอย่างหล่อ พันผ้าขะม้า เป็นนาคได้ขี่คอช้างด้วย ไปเช่าช้างมาจากหมู่บ้านส่วย เขียนหน้าเขียนตาช้างแบบในหนังเลย

เด็กสาวเมื่อเติบโตขึ้นมาเธอจะถูกฝึกให้ทอผ้า ทำงานเกี่ยวกับกระบวนการทอผ้าเป็น ระหว่างทำงานนี้อาจมีชายหนุ่มมาเกี้ยวพาราสี ทำให้ระหว่างการทำงานไม่น่าเบื่อจนเกินไปนัก สาวบ้านไหนทอผ้าไม่เป็นถือเป็นเรื่องน่าอับอาย และหากใครไม่มีผ้าทอเองตุนเอาไว้ ถ้าไม่จนข้นแค้นจริงๆ ก็ถือว่าเป็นคนขี้เกียจ ใช้ไม่ได้ อย่างขี้หมูขี้หมาก็ต้องช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ได้ งานที่ต้องใช้ความสามารถจริงๆ เช่น มัดย้อมหรือมัดแต้มอาจต้องใช้ประสบการณ์หน่อย กระบวนการทอผ้าไหมบางขั้นตอนที่ยากๆ จึงไม่มีสาวๆ กล้าทำ คือถ้าหนังมือยังไม่เหี่ยวก็ยังไม่ได้จับ ยายช่างทอคนหนึ่งเล่าว่า ตอนเด็กๆ ต้องแอบขโมยทอตอนแม่ไม่อยู่บ้าน เพราะแม่แกห้ามเอาไว้กลัวว่าจะทอแล้วเสียของ

วันไหนแม่สั่งให้ถูพื้น ก็ใช้ผ้าไหมเก่าๆ ทิ้งแล้วถูพื้น ไม่อยากบอกเลยว่าผ้าไหมเก่าๆ ถูพื้นได้สะอาดเรี่ยมเร้กว่าผ้าโรงงานเป็นไหนๆ

มีผู้ใหญ่มาจังหวัดสุรินทร์แล้วบอกว่า คนสุรินทร์ไม่เห็นจนเลย นุ่งผ้าไหมทำนา เอาผ้าไหมถูพื้น กินข้าวหอมมะลิ แล้วจะจนได้อย่างไร มุขตลกนักการเมืองจำเป็นที่จะต้องเสแสร้งหัวเราะตาม เพราะตามความเป็นจริง มันตลกไม่ออก

ยายคนหนึ่งเล่าว่าสมัยสาวๆ เคยหาบผ้าไหมไปขายฝั่งกัมพูชา ได้เงินมาส่งลูกเรียนหนังสือจนจบ แต่ทุกวันนี้ เมื่อพาลูกมาเข้าโรงเรียน แม่บางคนจะเอาผ้าไหมที่ทอเก็บไว้ติดตัวมาด้วยหลายผืน เมื่อต้องใช้เงินจ่ายให้ค่าเล่าเรียนจะแวะร้านรับซื้อผ้าไหม ขายเท่าที่จำเป็นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของลูก

บางคนหวงผ้า ชิ้นสวยๆ ไม่อยากขาย แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นก็เลยจำนำในราคาถูก แต่ร้อยทั้งเก้าสิบเก้ามักหลุดจำนำ ดังนั้นคนรับจำนำผ้าไหมที่สุรินทร์จึงมีกำไรดีตรงนี้ ผ้าไหมที่

สุรินทร์เป็นสมบัติมีค่า สามารถจำนำได้ ทั้งในร้านรับจำนำและร้านขายผ้าไหม เป็นระบบเศรษฐกิจที่แปลกดี

ผ้าไหมเก่าๆ โดนรับซื้อไปตั้งนานแล้ว ด้วยการแลกไข่เป็ด แลกผ้าถุงใหม่จากโรงงาน บางคนก็เวลามีคนรู้จักมาขอซื้อก็ไม่ยอมขาย เพราะอาย แต่ดันไปแลกของอย่างอื่นกับพ่อค้าเร่แปลกหน้า เพราะอายคนรู้จักกัน ของที่แลกมาได้พอได้ทราบทีหลังว่าคืออะไรก็แทบกระโดดป้อนแข้งเข้าหน้าคู่สนทนา คือบางทีก็เป็นปลอกหมอนใหม่ มุ้ง อะไรอย่างงี้

ผ้าไหมเก่าๆ นั้นระวังข้อมูลเกินจริงจากพ่อค้าแม่ค้าผ้าไหม ซึ่งมักจะเสริมอายุมากๆ เข้าไว้ให้ได้ราคาสูงๆ ผ้าไหมเก่าบางผืนพ่อค้าบอกอายุหกเจ็ดสิบปี แถมพรรณนาวิธีการกว่าจะได้มาลำบากลำบนราวกับนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา แต่หากเจอหมกอยู่ก้นครัวชาวบ้าน ชาวบ้านบอกมาตามประสาซื่อว่า ๑๕ ปีเอง แต่ใส่ทุกวันมันเลยลุ่ย แล้วจึงโละมาเป็นผ้าถูพื้น ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าผ้าไหมเมื่อไปหาซื้อผ้าไหมตามบ้านนอกก็จะสังเกตสังกาให้หมดว่ามีผ้ากองโดนปลวกแทะอยู่ตรงไหนสามารถเอามาทำราคาได้บ้าง

ชาวบ้านจะใส่ผ้าถุงเก่าซึ่งนุ่มเป็นผ้าซับใน จริงๆ แล้วนุ่มกว่าผ้าตลาดที่ซื้อมาทำซับในสมัยนี้เสียอีก และทับด้วยผ้าถุงใหม่ซึ่งสวยงามเวลาออกงานหรือไปวัด จะได้ไม่เปื้อนเหงื่อไคล และนานๆ จะซักที เวลานั่งบางคนกลับยกผ้าถุงใหม่ขึ้นมาไม่ให้สัมผัสหรือครูดกับพื้น ไม่ให้ตะปูขูดหรือเสี้ยนไม้ตำ ของรักของหวงต้องถนอมหน่อย เวลาปวดฉี่นะก็กางมุ้ง ผ้าถุงคลุมได้รอบทิศทาง แอบมุมนิดๆ ก็ยิงกระต่ายได้สบายใจ

งานวัด งานบุญ งานแต่งถึงเวลาได้แต่งตัวโชว์ผ้าไหม สาวไหนทอผ้าให้แม่ใส่อวดชาวบ้านได้นับว่าเยี่ยม ควรชม เวลาคนแก่ๆ ซักผ้าไหมนะ เค้าจะตบๆ ทุบๆ กับพื้น ไม่ได้ขยี้ราวกับโกรธกันมาแรมปีเหมือนเด็กสมัยนี้ซักเสื้อผ้า เพราะใยผ้าทอมือกับใยผ้าทอจากโรงงานคนละเรื่องกัน เหลือเพียงบางบ้านเท่านั้นที่ยังปลูกครามย้อมคราม การย้อมเป็นศาสตร์ปริศนา เป็นงานเคมีพื้นบ้าน ซึ่งบางทีก็ติดบางทีก็ไม่ติด มีข้อห้ามเยอะแยะ หม้อครามบางหม้อเป็น "หม้อมรดก" สืบทอดมาจากแม่ รับประกันได้ว่าย้อมแล้วติดแน่ และต้องบางคนเท่านั้นถึงย้อมติด เพราะมือแต่ละคนมีเนื้อและเหงื่อแตกต่างกัน และมีผลต่อหม้อครามทั้งหม้อ บางหมู่บ้านจึงมีหมอครามคนสองคนเท่านั้น ใช่ว่าทุกคนที่ทอผ้าจะทำเป็นหมด แล้วมือของหมอครามจะเขียวอยู่อย่างนั้นทั้งกะปีทั้งกะชาติ

วันหนึ่งหมอครามคนหนึ่งไม่สบาย แกไปนอนบนเตียงคนไข้ที่โรงพยาบาล หมอเดินผ่านมาเห็นมือแกเขียวคล้ำ จึงดุนางพยาบาลว่า คนไข้ตายจนเขียวอื๋อแล้วทำไมไม่เอาไปไว้ในห้องดับจิต ดีไม่คว้าฟอร์มาลินมาฉีด

แก เป็นได้ตายจริงๆ ไปเลย

หญิงสาวมักทอผ้าเก็บไว้ในพิธีแต่งงานของตัว นอกจากนี้ยังมีบางหมู่บ้านบอกว่าต้องทอผ้าโพกศีรษะให้เจ้าบ่าวของตัวคลุมในงานแต่ง บางบ้านก็ไม่มี แต่ต้องทอผ้าตุนเอาไว้ไหว้ญาติผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าวหลังงานแต่งงาน ผ้าเหล่านี้มอบให้ญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย เนื่องจากฝ่ายหญิงได้รับสินสอดทองหมั้นจากฝ่ายชายไปมากแล้ว หากไม่มีผ้าในกรุก็ต้องไปซื้อหาจากญาติพี่น้องคนอื่นๆ มาแทนเพื่อรักษาหน้าตาและประเพณี เดี๋ยวนี้ทันสมัยซื้อผ้าจากตลาดไปเลยก็มี แต่จะดูไม่สมศักดิ์ศรีและลดระดับสะใภ้ในอุดมคติลงไปมาก

ระหว่างรักกัน บางทีผู้ชายบางบ้านก็ต้องกระชับความสัมพันธ์แห่งรักด้วยการทำเครื่องมือทอผ้าให้ฝ่ายหญิง แกะสลักให้สวยงาม บางคนมีกะตังค์ก็ซื้อที่สวยๆ จากฝั่งกัมพูชา สมัยแต่ก่อนมีพ่อค้าจากฝั่งกัมพูชาหาบเครื่องมือทอผ้าสวยๆ มาขายด้วย ผู้หญิงจึงต้องสนองตอบความรักด้วยการทอผ้าไว้ให้ฝ่ายชายในงานแต่ง

สังคมที่นี่ใช้การผลิตผ้าทอมือเป็นเครื่องวัดคุณค่าของเพศหญิง ผ้าเป็นทางออกในการแสดงออกทางศิลปะของชาวบ้านได้ด้วย คนบ้านนอกคอกนาจู่ๆ จะลุกขึ้นมาจัดแสดงงานศิลปะสื่อผสมสมัยใหม่กลางลานวัดก็คงไม่เข้ากับวัฒนธรรมเดิมของเค้า พวกเธอใช้กี่ทอผ้าแทนกรอบผ้าใบแคนวาส ลวดลายในนั้นแสดงให้เห็นแนวคิดทางศิลปะ อิทธิพลและแรงบันดาลใจ ซึ่งบางครั้งพวกเธอก็แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว

งานวัดงานบุญงานแต่งทั้งหลายนี่เองจึงทำหน้าที่ส่วนหนึ่งเป็นนิทรรศการผ้าทอพื้นบ้าน เป็นนิทรรศการที่มีชีวิตชีวา มีพิธีกรรมรองรับ คนนุ่งผ้าสวยๆ เดินสวนกันให้ขวักไขว่ ได้ดูผ้าถุงคนนั้นคนนี้ ถ้าถูกกันก็ถลาเข้าไปจับต้องขอชม ไต่ถามตามอัธยาศัย หากไม่ถูกกันก็เหลือบหางตามองแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ช่างทอช่างมัดลายเก่งๆ มักมีครู ต้องไหว้ครูก่อน บางคนมีผ้ามาสเตอร์พีซ บางคนมีต้นแบบมัดย้อมที่ตกทอดต่อๆ กันมา ของเหล่านี้มีครูทั้งสิ้น ต้องไหว้หมากพลูก่อนทุกครั้งไป บางทีสามารถให้คนอื่นเช่าไปลอกลายได้ราคาค่าเช่าก็แพงมาก... ๓๐ บาทเอง

กิจกรรมเกี่ยวกับผ้ามักเป็นเรื่องของผู้หญิง ผู้ชายห้ามไม่ให้เก็บใบหม่อนเสียด้วยซ้ำไป แต่งานบางอย่างผู้หญิงอาจวานให้สามีช่วยได้ เช่น หาฟืนสำหรับสาวไหม ไปเก็บใบไม้เนื้อไม้บางชนิดจากป่ามาให้เมียย้อมสี เช่น มะพูด ชงโคป่า ส้มลม ชะมวง ฝาง แกแล สามีใครมีฝีมือหน่อยจะสลักเสลาเครื่องมือที่ใช้ในการทอผ้าให้เมีย เช่น อัก เชิงอัก กี่ทอผ้า แต่เดี๋ยวนี้หาสวยๆ ไม่ค่อยจะมีแล้ว ของสวยๆ โดยมากจะเป็นมรดกตกทอด ลูกสาวคนเล็กมักได้ของเหล่านี้มากกว่าคนอื่น

แต่เมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยนไป รัฐสนับสนุนหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ งานทอผ้านำรายได้เข้าครอบครัวได้มาก ผู้ชายจึงเข้ามาช่วยเมียทำงานเหล่านี้ แต่ก็มักจะเป็นตำแหน่งลูกมือให้เมียเสียมาก ดังนั้นงานทอผ้าทำให้ผู้หญิงมีบทบาทในครอบครัวสูงขึ้น มีอำนาจต่อรองในครอบครัวสูงขึ้น ผู้หญิงบางคนขึ้นเวทีรับโล่รางวัลช่างทอดีเด่นประจำจังหวัด ขณะที่สามีเป็นเพียงชาวนาธรรมดาๆ โนเนม

เดิมผ้าทอที่สวยที่สุด มักถวายให้วัด สำหรับทำบุญ เป็นผ้าห่อพระคัมภีร์ เป็นวิธีการเข้าถึงศาสนาของเพศหญิงอีกวิธีหนึ่ง เพราะเธอบวชไม่ได้ ผ้าเก่าๆ สวยๆ จึงอยู่ในวัดเพียบ พ่อค้าของเก่าและนักเลงผ้าเวลาไปวัดตามบ้านนอกจึงต้องใช้สายตาอันแหลมคมพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ว่าเข้านั่น จริงๆ แล้วคือหาวิธีเอามาเชยชมเป็นของส่วนตัว

แต่เดี๋ยวนี้ผ้าทอที่สวยที่สุดคงไปอยู่ในมือคนมีกะตังค์ ก็ไม่น่าห่วงอะไรตราบใดที่พวกเค้ายอมจ่ายเงินซื้อผ้าของชาวบ้าน

เมื่อไปศึกษาเรื่องการวางและจัดลวดลายกับชาวบ้าน อีกทั้งเทคนิคการทอ เรากลับพบว่าตัวเองต้องทบทวนความสามารถทางคณิตศาสตร์และจินตภาพของตัวเองใหม่ เพราะจะคิดตามช่างทอไม่ค่อยจะทัน จินตนาการตามไม่ออก ต้องอธิบายกันหลายรอบกว่าจะเข้าใจ การทอผ้าก็เป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่งเหมือนกัน ประสบ

การณ์ทำให้เข้าใจได้เร็ว

เส้นไหมที่ขายในตลาดมีทั้งไหมกำนันจุล คือไหมโรงงาน และไหมลักลอบนำเข้าจากเวียดนาม ที่ว่าลักลอบ เพราะว่าไหมเป็นสิ่งที่ต้องควบคุมการนำเข้า และมีข้อตกลงกับเวียดนามว่าหากขายให้เราสิบจะต้องซื้อของเราห้า แต่ของลักลอบนำเข้าก็มีขายทั่วไป จะเอาเบอร์ไหนมีหมด

ไหมพวกนี้เหมาะสำหรับทำเส้นยืน เพราะเส้นยาวกว่า เส้นเรียบกว่า ไม่มีขี้ไหมตะปุ่มตะป่ำ แล้วบางคนก็จะใช้เส้นพุ่งเป็นไหมบ้านที่สาวเอง หาผ้าทอที่เป็นไหมบ้านทั้งเส้นพุ่งเส้นยืนยากเสียแล้ว บางคนพอสั่งให้ทอด้วยไหมบ้านทั้งเส้นพุ่งเส้นยืน น้ำตาคนทอแทบเล็ด เพราะทั้งยากทั้งนาน แล้วถ้าว่าบอกให้ย้อมสีธรรมชาติล้วนอีกต่างหาก กลายเป็นงานใหญ่ละทีนี้ ชาวบ้านมักโอดครวญ ทั้งๆ ที่คนสั่งยอมรับซื้อแพงๆ ขอให้เป็นไหมบ้านจริงๆ เถอะ

พ่อค้าในตลาดหัวใส เมื่อทราบว่าช่างทอและลูกค้านิยมไหมบ้าน แต่ไม่ขยันสาวเอง จึงเอาไหมโรงงานมาย้อมแล้วเหยาะสีเหลืองอ่อนๆ เพราะชาวบ้านเชื่อกันว่าหากสีออกเหลืองนิดหนึ่งจะเป็นไหมบ้าน จริงๆ คือไหมโรงงานเอามาเหยาะสีผสมให้ดูคล้ายไหมบ้าน หลอกชาวบ้านว่าเป็นไหมบ้าน ขนาดชาวบ้านจับไหมมาตลอดชีวิตยังเชื่อและดูไม่ออกแล้วลูกค้าทั่วๆ ไปจะไปรู้ได้อย่างไร

ผ้าทอประเภทหนึ่งเรียกว่า "โฮล" เป็นประเพณีไปเลยว่าผ้าทอชนิดนี้ต้องย้อมสีธรรมชาติเท่านั้นจึงจะสวย ด้วยเทคนิคการทอและการย้อมสีธรรมชาติที่ยุ่งยาก จึงยกให้เป็น "ราชินีแห่งผ้าไหมสุรินทร์"

ผ้า "โฮล" นี้แปลว่ามัดหมี่ มีทั้งแบบของผู้หญิงและของผู้ชาย ของผู้ชายจะมีลายเต็มตัว และของผู้หญิงจะเป็นริ้วแนวตั้งเมื่อนุ่ง เข้าใจว่าเป็นของเขมรมาก่อน ต่อมาส่วยก็รับการทอผ้าโฮลมาจากเขมร และก็เรียกโฮลตามเขมร

ชาวเขมรบางคนก็จะดูถูกชาวส่วย เนื่องจากวัฒนธรรมเขมรสูงกว่า บางคนมีคำพูดว่า "แต่งตัวเหมือนส่วย" เวลาค่อนว่าคนที่แต่งตัวไม่เป็น ดูกะเร่อกะร่า

ไหมบ้านทำให้ผ้าสวยงาม นิ่มทิ้งตัว ไม่เสียทรง บางผืนที่ทอด้วยไหมน้อยหากเก่าแล้วขยุ้มทั้งผืนได้อยู่ในกำมือเดียว ดึงผ้าถุงทั้งผืนลอดแหวนได้ อีกทั้งไหมบ้านมาจากตัวไหมพันธุ์พื้นเมือง ทนทานโรค ตัวเล็กจึงให้เส้นไหมเล็กละเอียด เวลาทอจึงได้ผ้าเนื้อน้อย เบาสบาย ผ้าทอสมัยใหม่ทอได้หนาแข็งกว่าเดิม ไม่บางนุ่มนิ่มในกำมือ แต่ผ้าเนื้อแข็งๆ จะเหมาะกับเสื้อผ้าบางแบบ เช่น ชุดพระราชทาน ทำให้มีทรง ดูเท่

ดังนั้นชาวบ้านบางคนจึงโกหกลูกค้าว่าไหมบ้าน เพราะขายได้ง่าย ราคาดี บางทีก็บอกว่าย้อมสีธรรมชาติ จริงๆ ใช้สีธรรมชาติสีเดียวนอกนั้นย้อมสีเคมีหมด คนซื้อพึงต้องหัด

สังเกตด้วยตนเองเอาไว้

ช่างทอฝีมือดีสามารถเล่นตัวได้ มีคนมาขอจองคิวจองตัวทอให้ ทั้งที่เป็นคนฐานะดีในหมู่บ้านเองและที่นั่งรถมาจากในเมือง ยอมจ่ายค่าไหมค่าสีย้อมเสร็จสรรพไปก่อนหน้า ทั้งที่ยังทอไม่ได้สักคืบเลย

หลังๆ มาหยิบหนังสือเกี่ยวกับผ้าไหมที่จังหวัดและสถาบันการศึกษาในจังหวัดจัดพิมพ์มาอ่าน แทบตกเก้าอี้เมื่อพบว่ามีการสาธิตการนุ่งห่มที่แปลกประหลาด พิสดารพันลึก มัดหมี่นั้นตามหน้าที่ของมันแต่เดิมคือเป็นลายของผ้านุ่ง กลับกลายมาพบการใช้มัดหมี่มาทอเป็นผ้าแถบ และผ้าสไบพาดบ่า บ้างไอเดียกระฉูดเอามาโพกหัว

ไม่ว่าเขมร ส่วย หรือสยามล้วนกำหนดกะเกณฑ์เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าผ้าแบบไหน ทอแบบไหน จะเอาไปทำอะไร ไม่ใช่ว่าผืนนี้สวยดีกูจะเอามาพันตัวกูเสียอย่าง ใครจะทำไม ผ้าแถบของเขมรสุรินทร์มักเป็นผ้าสีเดียวเรียบๆ แต่ทอยกให้เกิดเป็นลวดลายนูนขึ้นมา บางภาพเอาผ้ามัดหมี่ที่ทอในขนาดเดียวกับผ้าแถบมาทำผ้าคาดเอวแทนขะม้า

ก็มี ส่วนผ้าคาดเอวในสารบบผ้านุ่งอีสานใช้ผ้าขะม้าเท่านั้น

ตะก่อนเสื้อท่อนบนของร่างกายไม่ใคร่สำมะคัญ ผู้หญิงเขมรและส่วยบางคนคาดผ้าแถบ ออกงานก็เป็นเสื้อผ้าตัดจากผ้าทอสีล้วน หรือทันสมัยหน่อยเป็นผ้าลูกไม้สีอ่อนๆ ความโดดเด่นออกแบบให้มาอยู่ที่ผ้านุ่ง พาดผ้าสไบดูให้ช่วงบนมีอะไรนิดหนึ่ง สไบก็เป็นสีเรียบแต่ทอยกให้เกิดลวดลายนูนขึ้นมา แค่นี้ก็พอแล้ว เพิ่งมาสมัยนี้แหละเอามัดหมี่มาตัดเสื้อด้วย จึงลายล่างลายบน แต่ก็กลายเป็นสมัยนิยมไปเสียแล้ว

เมื่อไม่แน่ใจลองถามยายดู ยายก็บอกอย่างที่เราเข้าใจ แต่ก่อนไม่มีใครเอาผ้ามัดหมี่มาห่มเป็นผ้าแถบ ปรากฏอยู่ที่ส่วนบนของร่างกาย หรือผู้ชายคนไหนเอามัดหมี่มาพันเอวเป็นผ้าขาวม้า คนโบราณกำหนดตั้งแต่ก่อนทอแล้วว่านุ่งออกมาแล้วจะได้รูปแบบอย่างไร จะต้องทออะไรด้วยวิธีไหน อะไรเป็นนางเอกอะไรเป็นนางรอง

เมื่อเขียนลงหนังสือตีพิมพ์เผยแพร่ออกไป ต่อไปจะเป็นความเข้าใจผิด รังแต่ลูกหลานจะเข้าใจว่าเดิมเราแต่งกันแบบนี้ แต่ยังเอามาลงปนในเอกสารทางวิชาการกันได้ ทางที่ดีควรเขียนอธิบายภาพว่าเป็นการนุ่งห่มแบบประยุกต์ ตามโอกาสพิเศษต่างๆ

แต่ก่อนนั้นมีการต่อหัวซิ่นท้ายซิ่น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว เพราะอย่างที่บอกเอาไว้แล้วว่าไหมบ้านนุ่มนิ่มเบาสบาย แต่ส่วนล่างของผ้าอาจเบาจนไม่เป็นทรง แถบตีนซิ่นนี้จะทำหน้าที่รักษาน้ำหนักและการทิ้งตัวของผ้าถุงเมื่อนุ่ง และทำให้ผ้านุ่งยาวขึ้นด้วย เนื้อผ้าของตีนซิ่นมักจะหนากว่าตัวผ้าซิ่น ส่วนช่วงหัวซิ่นใช้ผ้าสีล้วนมีขีดเส้นสีอื่นเป็นช่วงๆ เพราะนุ่งไปช่วงนี้ก็ไม่เห็นลวดลายอยู่ดี เนื้อผ้าหัวซิ่นจะนุ่มลื่นเหมือนตัวซิ่นนักไม่ได้ เพราะจะหลุดง่าย ผ้าเนื้อที่ด้านหน่อยจะขมวดอยู่กว่า

แล้วไม่ใช่แค่ต่อตีนซิ่นแล้วจบนะ ยังมี "ซะเลอะ" หรือ "ปัจ" คือแถบแคบๆ มีลาย กุ๊นด้วยมือใช้ริ้วผ้าสีแดงควบเหลือง หรือควบขาว เย็บต่อลงมาจากตีนซิ่นอีก

การเสริมตีนซิ่นนั้น สำหรับหญิงชาวส่วยนั้นจุดประสงค์เพื่อใส่เป็นชุดเข้าพิธีแต่งงานเท่านั้น ขณะที่เขมรเดิมใช้ใส่ได้ในงานทั่วไป

การนุ่งห่มของเขมรและส่วยสุรินทร์มีความใกล้เคียงกับอีสานมากกว่าเขมรกัมพูชา แม้แต่การนุ่งผ้าขะม้าก็ยังต่างกัน คนสุรินทร์นุ่งผ้าขะม้าแบบสยาม แต่คนกัมพูชากลับนุ่งคล้ายๆ ซิ่น คือปาดซ้ายขวาแล้วทิ้งปลายสองข้างตกลงไป แล้วม้วนหัวผ้ารอบเอวเพื่อเหน็บผ้าให้อยู่ โทนสีผ้าขะม้าเขมรเป็นลายตารางเล็กๆ เพียงสองสี ขณะที่ผ้าขะม้าสุรินทร์มีทั้งลายตารางใหญ่ๆ และแถบสีโทนน้ำตาลแดงขาวหลายสีไล่กัน ของดีหน่อยจะมีเสริมด้วยเส้นพุ่งพิเศษ โทนสีโสร่งของสุรินทร์ก็ตาใหญ่ใกล้เคียงกับอีสานมากกว่า

ชาวบ้านเรียกลายแต่ละลายไปตามความคิดมุมมองของตนเอง บางคนเรียกลายนั้นลายนี้ตามธรรมชาติที่อยู่รอบตัว หลายบ้านเรียกไม่เหมือนกันก็มี และชื่อบางลายก็เป็นมุมมองที่ไร้มายา เช่น ลายดอกมะเขือ ลายลูกอีกา ลายลูกปลาซิว ลายหางตะกวด ลายตะขอ บางทีก็เป็นลายที่นักวิชาการหรือพ่อค้าคนกลางที่เข้าไปซื้อไปศึกษาแล้วตั้งชื่อมอบให้ ชาวบ้านก็เรียกตาม บางลายไม่มีชื่อหรอก พอถามก็ตอบว่า ลาย "กี รัว" คือลายนี้ เค้ากำลังหาชื่อเรียกอยู่เหมือนกัน

บางชื่อนั้นบางทีฟังเผินๆ เหมือนชื่อลาย นั่งมองตั้งนานว่ามันเหมือนกันตรงไหน เช่น ดอกผักขะแยง ถามไปถามมาจึงเป็นการเรียกสีๆ หนึ่งในผ้าผืนนั้นว่ามีสีเหมือนดอกผักขะแยง หาใช่เป็นลายดอกผักขะแยงมีลายล่าสุดที่ไปเจอมา คือลายเอเปค เป็นลายที่ชาวบ้านทอเลียนแบบกลุ่ม "จันทร์โสมา" ที่ทำผ้าทอเอเปค และเรียกตามอารมณ์ขันมากกว่าจะ

เลียนแบบเพื่อทำยอดขาย

ผ้าทอเอเปคสร้างชื่อให้จังหวัดสุรินทร์ ผ้าทอ ๑,๒๐๐ กว่าตะกอ เส้นไหมทองสั่งจากอินตะระเดีย เส้นบางเบาไม่แข็งเหมือนลวดดัดฟันเด็กแนว ผู้คนจากทั่วสารทิศไปชมที่โรงทอทุกวัน ชาวบ้านเลยได้อานิสงส์ตั้งร้านขายผ้าไหมรอบๆ โรงทอ เมื่อคนมาดูโรงทอแล้วทึ่งแต่ไม่มีปัญญาซื้อ ก็คลายเครียดด้วยการซื้อของชาวบ้านที่ราคา

ย่อมเยากว่า

การทอผ้าไหมช่วยให้เงินผันสู่ชนบท รัฐสนับสนุน ข้าราชการต้องใส่ทุกอาทิตย์ บางคนก็ใส่สวยบางคนก็เหมือนตุ๊กแกตามป่าอเมซอน ผ้าทอมือโดยเฉพาะผ้านุ่งผ้าถุงนั้นส่วนใหญ่เป็นผ้าที่มีโจทย์อยู่ในตัว เพราะลวดลายออกแบบมาเพื่อให้นุ่งแล้วเห็นลายเป็นอย่างนั้น การเอามาตัดเย็บจึงต้องขบโจทย์ให้แตก ไม่งั้นเสียผ้า ช่างเก่งๆ จะช่วยได้มาก แต่เดี๋ยวนี้คนทอประยุกต์ผ้าทอบางชนิดเผื่อช่วงสีล้วนสำหรับการนำไปวางแผนตัดเย็บมากแล้ว

จะว่าไปผ้าทอของส่วยกับเขมรมีลักษณะที่แตกต่างกันอยู่ บ้างก็เหมือนกัน บ้างก็เพิ่งมาทำให้เหมือนกันเพื่อการค้า แต่รูปแบบเดิมของผ้าเขมรมีลักษณะใกล้เคียงกับผ้าสยามมากกว่าผ้าส่วย ด้วยว่าเดิมผ้านุ่งเป็นหนึ่งในรายการของส่งส่วยที่หัวเมืองเขมรทอส่งให้ราชสำนักสยาม แต่กระนั้น อย่าว่าไป ผ้าส่วยบางผืนมีฝีมือมัดหมี่และ

ทอโดดเด่นทีเดียว

ผ้าไหมเวลาเปื่อยนั้นจุดเริ่มต้นมักเป็นตรงรอยพับหากพับเก็บเอาไว้ หรือตรงก้นที่มีการขัดสีบ่อยจากการนั่ง

จริงๆ แล้วที่บอกว่าผ้าเก่าจะกินตัวเป็นความเข้าใจผิด จริงๆ แล้ว คือแมลงบางชนิดไปวางไข่ทำรังในผ้า เพราะไหมมีส่วนผสมเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง แมลงบางชนิดเห็นเป็นภักษาหาร สมควรเป็นที่วางไข่ให้ลูกตูได้กินในภายภาคหน้า

เดี๋ยวนี้กระแสอนุรักษนิยมแพร่กระจาย ชาวบ้านเห็นความสำคัญของการทอผ้า ช่างทอฝีมือดีขึ้นทำเนียบในจังหวัดและเดี๋ยวนี้กลายเป็นครูภูมิปัญญาไทย กระแสภูมิปัญญาพื้นบ้านเดี๋ยวนี้แรงปะทะกับกระแสทุนนิยมจากตะวันตก สมัยเราเด็กๆ ยังไม่นุ่งผ้าไหมกันเกลื่อนสถานที่ราชการดังเช่นทุกวันนี้

คนแก่บางคนยังทอผ้าอยู่นั่นไม่ยอมเลิก ไม่ยอมวางมือ บางคนเตรียมผ้าไว้สำรับหนึ่งก่อนตายเสียเลย เอาไว้ใส่ในโลง กลัวตายไปไม่มีใส่ในโลกหน้า บางคนมีผ้าคลุมโลงอีกต่างหาก ผ้าไหมจึงช่วยทำหน้าที่มรณานุสติอีกอย่างหนึ่งด้วย ผ้าไหมเป็นเครื่องมือหนึ่งของเพศหญิงที่ได้แสดงผลอย่างเป็นรูปธรรมว่า ชาตินี้เกิดมาได้ทำดีที่สุดตามที่สังคม

คาดหวังแล้ว ได้ใช้ความรู้ความสามารถรับใช้ตนเอง ครอบครัว และสังคมแล้ว หากมีความสามารถเฉพาะตัว ผ้าไหมที่เธอทอจะทำให้เธอเป็นที่ยอมรับในสังคม ซึ่งมันก็กินไม่ได้แต่เท่

เส้นไหมนั้นยาว แต่เส้นทางชีวิตนั้นยาวกว่า สิ่งที่เหมือนกันนั้นคือ ต้องประคับประคองประคบผงมตั้งแต่ยังเป็น "ดักแด้" ไม่ว่าทั้งไหมทั้งคน จนมาเป็นเส้นไหมมันวาว ย้อมสีสันสดสวย ก็เหมือนชีวิตที่ได้ย้อมสีแห่งปัญญาความรู้ ได้เกลาให้เรียบไม่มีปมดั่งการอบรมสั่งสอนพฤติกรรม ทอถักประสานกันเป็นผืนดั่งครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุขประสบความสำเร็จ แล้วจึงรอวันเน่าเปื่อยผุพังซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่การเก็บรักษาทะนุถนอม สายสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคมจึงอาศัยความช่วยเหลือเผื่อแผ่กันซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในสังคมชนบท

ที่มา: http://www.matichon.co.th/art/art.php?srctag=0606011249&srcday=2006/12/01&search=no และ http://www.matichon.co.th/art/art.php?srctag=0608011249&srcday=2006/12/01&search=no

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9937
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Apr 30, 2007 3:40 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

งานประเพณีบวชนาคช้าง

วันที่ 30 เมษายน งานประเพณีบวชนาคช้าง ประจำปี 2550 จังหวัดสุรินทร์ พบกับขบวนแห่นาคช้างที่ยิ่งใหญ่นับร้อยเชือก มีนาคร่วมขบวนแห่นับร้อยคน ผู้ร่วมงานขบวนแห่หลายพันคนล้วนสวมเครื่องแต่งกายด้วยผ้าซิ่นไหมมัดหมี่ลวดลายสวยงาม สอบถามรายละเอียด ททท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 โทร.0-4421-3030, 0-4421-3666

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.387 วินาที