------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - อ.ธีรยุทธ บุญมี OSK83 ประกาศผลสอบ"รัฐบาลโอที"
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » OSK83
ผู้ส่ง ข้อความ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sun Jan 15, 2006 4:51 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ผม[ทรงวุฒิ]ว่า PM เลียนแบบ Donald Trump ในรายการ The Apprentice จาก USA นะครับ

.............................................................................................................................

อ.ธีรยุทธ บุญมี OSK83 อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นัดหมายกับสื่อมวลเพื่อเปิดแถลงข่าวในประเด็นการเมืองเป็นครั้งแรกของปี 2549 ในวันนี้ (15/9/49) ที่โรงแรมปริ๊นเซส เกี่ยวกับปรากฎการณ์ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของสื่อในเครือผู้จัดการ ซึ่งปฏิบัติการโค่นรัฐบาลทักษิณ ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองในขณะนี้ และการจัดเรียลลิตี้โชว์ของนายกรัฐมนตรี ในการเดินทางลงพื้นที่สาธิตแก้ปัญหาความยากจน ที่อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 16-20 มกราคม 2549

ทั้งนี้กำหนดการณ์เดิมที่ นายธีรยุทธ จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนคือสัปดาห์หน้า โดยจะชำแหละภาพรวมของทักษิณ 2/2 แต่สถานการณ์การเมืองขณะนี้ไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ นายธีรยุทธ จึงปรับกำหนดการณ์ใหม่ โดยแถลงเรื่องปรากฎการณ์สนธิ และทักษิณเรียลลิตี้โชว์ แทน ส่วนการวิพากษ์ภาพรวมของทักษิณ 2/2 ก็ยังอยู่ในโปรแกรมเดิม

.............................................................................................................................

http://corruptionwatch.net จับตาคนโกง เปิดโปงคอรัปชั่น

เพราะอะไรไม่รู้ (ความจริงรู้) ผม[คุณสุทธิชัย หยุ่น]จึงเชื่อในความตั้งใจของกลุ่มนักวิชาการที่รวมตัวกันเปิดเวบไซต์ corruptionwatch.net ที่จะช่วยกันปราบปรามการโกงกินในบ้านเมืองมากกว่าความมุ่งมั่นของ คุณทักษิณ ชินวัตร ในเรื่องเดียวกันนี้

ทั้งๆ ที่พอเริ่มปีใหม่นี้ นายกฯ ทักษิณ ก็ประกาศจะเอาจริงเอาจัง (ครั้งที่เท่าไรจำไม่ได้) กับการปราบคอรัปชั่นเหมือนกัน

“ความเชื่อหรือไม่เชื่อน้ำคำ” ของท่านผู้นำนี่กระมังที่เป็นประเด็นตัดสินอนาคตการเมืองของคุณทักษิณในปีนี้ ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตัวเลขจีดีพี หรือแม้แต่เรื่องจะปราบกลุ่มก้อนในพรรคไทยรักไทยที่ก่อหวอดท้าทายคุณทักษิณอย่างไร

หากคุณทักษิณต้องการจะเล่นงานคนโกงบ้านโกงเมืองจริงๆ อย่างที่ประกาศเอาไว้ ก็ควรจะแสดงความยินดีกับนักวิชาการกลุ่มนี้ และเข้าร่วมกระบวนการอย่างเต็มอกเต็มใจ

แต่ดูเหมือนจะมีแต่ความเฉยเมยจากรัฐบาลเสียมากกว่า

ความจริง จะว่าไปแล้ว แม้หากคุณทักษิณจะขอเข้าร่วมเฝ้ามองคอรัปชั่นกับภาคประชาชนด้วย ก็อาจจะไม่ได้รับการยอมรับ เพราะจะเกิดกรณี "ขัดแย้งทางผลประโยชน์" หรือ conflict of interest ขึ้นมาได้อย่างชัดเจน

เพราะคุณทักษิณเป็นหนึ่งใน “กลุ่มเป้าหมาย” ของการเฝ้ามองเรื่องไม่ชอบมาพากลด้วย และยังไม่เคยได้แสดงความเอาจริงเอาจังอย่างเป็นรูปธรรมในนโยบายข้อนี้เลย

จึงสมควรที่กลุ่มนี้จะรักษาความเป็นอิสระและโครงสร้างของความเป็นองค์กรภาคประชาชนเอาไว้อย่างเหนียวแน่น โดยไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาล มุ่งเน้นจะใช้เงินบริจาคของประชาชนอย่างโปร่งใส และสร้างเครือข่ายที่จะโยงใยไปถึงประชาชนกลุ่มต่างๆ ตลอดจนถึงรากหญ้าอย่างเอาจริงเอาจัง

การต่อสู้กับคอรัปชั่นอยู่ที่การต่อสู้เพื่อให้มีกฎหมายรองรับสิทธิแห่งการรับรู้ข่าวสารทางการและการเมืองอย่างเปิดกว้าง ทุกวันนี้ พระราชบัญญัติข่าวสารทางราชการยังไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็น freedom of information act ในความหมายที่แท้จริงได้ เพราะการเมืองและข้าราชการยังเล่นบท “ศรีธนญชัย” อยู่อย่างโจ่งแจ้ง

การปราบและสกัดกั้นการโกงกินจะเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและเป็นกิจวัตรประจำวันของคนในสังคมไทยก็ต่อเมื่อองค์กรภาคเอกชนจับมือกับองค์กรสื่อทั้งหลายในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของข่าวสาร และดึงเอาการควบคุมสื่อของรัฐออกจากมือของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนในการใช้คลื่นความถี่ (ซึ่งเป็นของ

รัฐ มิใช่ของรัฐบาล) อย่างกว้างขวางและสอดคล้องต้องกันกับระบอบประชาธิปไตยที่มีประชาชน มิใช่ผู้มีอำนาจทางการเมืองเป็นใหญ่

อ่าน 15 รูปแบบของการทุจริตในประเทศไทยวันนี้ของอาจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์ แล้วก็พอจะเห็นภาพว่ารัฐบาลนี้กับองค์กรปราบการโกงกินของภาคประชาชนไม่มีทางจะไปด้วยกันได้เลย เพราะในสังคมการเมืองวันนี้ เอานิ้วจิ้มไปตรงไหน ก็อ่อนยวบเพราะความฟอนเฟะตรงนั้น

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย songwut110 เมื่อ Tue Sep 25, 2007 10:06 pm, แก้ไขทั้งหมด 6 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sun Jan 15, 2006 7:46 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

อ.ธีรยุทธย้ำนายกฯเรียลลิตี้โชว์ แค่ละครน้ำเน่ารัฐบาลทักษิณ

นายธีรยุทธ บุญมี OSK83 อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวแสดงความคิดเห็น การจัดเรียลลิตี้โชว์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ในระหว่าง วันที่ 16-21 มกราคมนี้ ว่า สิ่งที่รัฐบาลทำ กำลังทำให้การเมืองไทยกลายเป็นละครชีวิตน้ำเน่า โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีเอง เพราะประเทศไทย ยังประสบกับภาวะวิกฤติ ในหลายด้าน การจัดรายการเรีลลิตี้ ของรัฐบาล จึงเหมือนกับการจัดละครแก้บน เพื่อล้างซวยในช่วงปลายปีที่แล้ว ทั้งที่ความจริงแล้ว นายกรัฐมนตรี สามารถแก้บนได้เองที่บ้าน ไม่ต้องเปลืองภาษีของประชาชน เป็นจำนวนเงินหลายสิบล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ ประเทศไทยกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจ ทั้งการขาดดุลการค้า และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เงินคงคลังของประเทศที่หมดไปกับเรื่องฟุ่มเฟือยประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า ประเทศกำลังประสบกับภาวะวิกฤติในอีกหลายด้าน ทั้งจากเรื่องไข้หวัดนก ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ มีโอกาสที่ตัวแปรเหล่านี้จะมาบรรจบกัน ดังนั้น การแก้ปัญหาของรัฐบาล จะต้องไม่ใช่การทำรายการผ้าขาวม้าสัญจร หรือ "โพลิติคอล แฟนตาเซีย" เพราะข้าราชการต้องเสียเวลามานั่งเขียนสคริป จัดฉากรายการ ท่องบท ผัดหมี่ ฝึกเข้ากล้อง ไม่มีการแก้ไขปัญหาที่จริงจัง และหากจะบอกว่าการจัดรายการเรียลลิตี้ จะทำให้เข้าใจปัญหาความยากจนดีขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากนายกฯเคยอ้างว่ารู้ปัญหาหมดแล้วตอนเป็นซีอีโอ ยุคข้อมูลข่าวสาร แต่หากอยากจัดรายการจริงๆ ก็ควรนำเอามืออาชีพมาจัดรายการไปเลย

นอกจากนี้ นายธีรยุทธ ยังกล่าวถึงการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ของกลุ่มคนฟังรายการเมืองไทย รายสัปดาห์ สัญจรด้วยว่า เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มชนชั้นกลางในกทม.จำนวนหนึ่งที่เกลียดชังและไม่พอใจรัฐบาล เหมือนกับการขับไล่ขบวนการรสช.ในอดีต ปรากฏการณ์สนธิ ลิ้มทองกุล และการเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลไกกระบวนการตรวจสอบรัฐบาล ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะยังมีการดำรงอยู่ของขบวนการอำนาจและอิทธิพล ซึ่งเชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะขยายตัวต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม เห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะออกมาขับไล่รัฐบาล ในขณะนี้ แต่ควรแก้ไขปัญหาด้วยการหาทางออกที่เป็นระบบมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดแถลงข่าวประจำปี 49 ของธีรยุทธเพื่อวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การเมืองภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งวิเคราะห์อนาคตการเมืองไทยและทักษิณ 2 จะจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค. 2549 เวลา 10.30 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์.

ที่มา: โพสต์ today

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 3:07 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

"ธีรยุทธ"หนุน"สนธิ-ประทิน"เชื่อทุจริตเป็นจุดชี้ขาด

"ธีรยุทธ" หนุน "สนธิ-ประทิน" แนะ เพิ่มผู้ดำเนินการรายการ เชื่อ ประเด็น "ทุจริต" เป็นจุดชี้ขาด ชี้ แม้สถานการณ์ไม่ถึงขั้น14ตุลาฯแต่อย่าประมาท ด้าน กรมประชาฯ พาตร.บุกค้นวิทยุชุมนุม 92.25 บน แฉ ออกอากาศปลุกม็อบบุกทำเนียบ ขณะที่ คปส.ออกแถลง อัดรัฐสลายม็อบเกินกว่าเหตุ

นอกจากการวิเคราะห์สภาวะทางการเมืองของรัฐบาลภายใต้การนำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แล้ว ในการแถลงที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส(หลานหลวง) เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังมีบทวิเคราะห์และข้อเสนอที่น่าสนใจต่อ "ปรากฎการณ์สนธิ" และการชุมนุมบุกทำเนียบรัฐบาลเพื่อขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย

ชี้"ปรากฎการณ์สนธิ"ไม่ธรรมดา

นายธีรยุทธ กล่าวถึงการจัดรายการเมืองไทยรายสัญจรรายสัปดาห์และมีผู้ฟังมาชุมนุมที่สวนลุมพิณีว่า เป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มคนฟังของนายสนธิมี 2 ส่วน ส่วนที่กล่าวได้ว่าเป็นพวกจงรักภักดี พวกสถาบันกษัตริย์นิยม ศาสนานิยมและชาตินิยม ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้มีหลายชนชั้น จากต่างจังหวัดก็มี จึงเป็นเหตุผลทำให้มีคนฟังรายการนายสนธิ ผ่านการออกอากาศค่อนข้างมาก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นคนชนชั้นกลางที่สนใจข้อมูลข่าวสารเรื่องคอร์รัปชั่น แต่ก็ยังต้องการข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ

สะท้อนกลไกตรวจสอบไม่ทำงาน

นายธีรยุทธ กล่าวว่า ปรากฏการณ์สนธิที่เกิดขึ้นมายาวนาน บ่งถึงสถาบันกลไกการตรวจสอบของรัฐไม่ทำงาน สะท้อนการดำรงอยู่ของอำนาจและอิทธิพลที่บีบคั้นกดดันสังคมไทยอยู่ จึงทำให้รายการดังกล่าวดำรงได้อยู่อย่างยาวนาน ถ้าพูดถึงว่ามีเสรีภาพไหม ก็ขอบอกว่ามี เพราะสามารถแสดงออกได้ แต่จุดจริงๆกลไกสถาบันการการตรวจสอบไม่ทำงานและมีอำนาจมากดกลไกเหล่านี้อยู่ และกดส่วนอื่นๆของสังคม คุกคามไม่ให้เปิดเผยและเปิดโปงการคอร์รัปชั่นเป็นผลขึ้นมาได้

"นี่แหละจะเป็นเหตุผลของการระเบิดอย่างรุนแรงสุดขั้ว ซึ่งผมคิดว่าแม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆก็จะเกิด และจะเกิดอีกต่อไป รัฐบาลควรพึงสังวรว่าความรุนแรงนี้สามารถขยายตัวได้ เพราะนี่เป็นเสมือนยอดภูเขาน้ำแข็งของคนที่ไม่พอใจปัญหาคอร์รัปชั่นและอิทธิพลมืดซึ่งทำลายระบบตรวจสอบของประเทศอยู่ คุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชนและการแสดงออกของประชาชนซึ่งมีมากขึ้นในสมัยของนายกฯทักษิณ สังคมควรเร่งหาทางออกในลักษณะที่เป็นการแก้ไขระบบเพื่อคลี่คลายกลไกฟันเฟืองการตรวจสอบที่ไม่ทำงานให้ได้"นายธีรยุทธ กล่าว

หนุนเดินทางเปิดโปงทุจริต

นายธีรยุทธ ยังได้ท้วงติงว่าการชูประเด็นพระราชอำนาจเรื่องเดียวไม่เพียงพอจะล้มรัฐบาลได้ จึงขอให้กำลังใจนายสนธิและพล.ต.อ.ประทินให้ทำงานต่อไปโดยเฉพาะในด้านการเปิดโปงคอร์รัปชั่น และเส้นทางแสวงประโยชน์ของนักการเมืองทุจริตของพรรคไทยรักไทย เพราะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก

"การอ้างพระราชอำนาจเพียงเรื่องเดียว ไม่เพียงพอที่จะล้มล้างรัฐบาลทักษิณได้ เนื่องจากฐานความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ มีลักษณะเป็นความชอบธรรมเชิงซ้อน (complex legitimacy) มีหลายด้านด้วยกันและคนต่างกลุ่มต่างชนชั้น ต่างความคิดอุดมการณ์ เศรษฐกิจการเมือง จึงทำให้น้ำหนักแต่ละปัจจัยต่างกันไป คือ 1.อำนาจจากประชาชนซึ่งนายกฯทักษิณ อ้างอิงเสมอว่ามาจาก 19 ล้านเสียงของประชาชน 2.ประสิทธิภาพและผลงานในการบริหารโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจปัญหาปากท้องของประชาชน 3.สภาวะคุณธรรมจริยธรรมของผู้นำการเมือง 4.การวางตนอย่างถูกต้องเหมาะสมกับอำนาจอื่นๆในสังคมและกับสถาบันพระมหากษัตริย์ 5.ปัญหาเฉพาะอื่นๆ เช่น เอกราชอธิปไตย ความมั่นคงของประเทศ 6.ปัญหาความซับซ้อนของสังคมสมัยใหม่ซึ่งผู้นำต้องมีความอดทน ความสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งสลับซับซ้อนระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ ความคิดหรือชาติพันธุ์ต่างๆได้ ซึ่งความชอบธรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการแก้ไขปัญหาในภาคใต้ถือว่าสอบตก"นายธีรยุทธ กล่าว

ควรเพิ่มผู้ดำเนินรายการ

นายธีรยุทธ ยังได้เสนอแนะต่อการชุมนุมที่สวนลุมพิณีภายใต้การนำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการว่า 1.ขอให้กำลังใจนายสนธิ และน.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ สองผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ และควรดำเนินรายการต่อไป เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน อีกทั้งเป็นสิทธิและหน้าที่ของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

2.ควรขยายแนวร่วมในการทำงาน เช่น เพิ่มพิธีกรร่วม อาทิ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว.กรุงเทพฯ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) นพ.เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ส.ว.อุบลราชธานี นายแก้วสรร อติโพธิ ส.ว.กรุงเทพฯ นายโสภณ สุภาพงศ์ ส.ว.กรุงเทพฯ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธาน 30 องค์กรต้านคอรัปชั่น นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานสภาวิศวกรรมสถานแห่งชาติ

3.ในแง่เนื้อหารายการ ควรเน้นการเปิดโปงปัญหาคอร์รัปชั่นของรัฐบาล ซึ่งเป็นจุดแข็งของนายสนธิ ขณะเดียวกันก็ขยายไปสู่การปฏิรูปทางการเมือง และการต่อต้านอำนาจเผด็จการ

และ4.ควรสนใจสัญลักษณ์ คำขวัญการรณรงค์ไม่ให้มีลักษณะที่ใช้สถาบันทำลายอีกฝ่ายหนึ่ง และยกระดับคำขวัญให้เป็นการพัฒนาการปฏิรูปทางการเมือง การขจัดอำนาจเผด็จการ

ชี้"ทุจริต"เหตุผลหลักไล่นายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าปรากฏการณ์ของนายสนธิเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งแล้วส่วนที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งคืออะไร นายธีรยุทธ กล่าวว่า ในประเด็นนี้คิดว่าประชาชนที่เชื่อมั่นในสถาบันนิยมไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็มีความรู้สึกเหมือนกัน และจะเป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจ แต่คิดว่าคงไม่ใช่เหตุผลหลักที่ประชาชนจะบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ควรจะออกจากการเป็นนายกฯ ซึ่งเหตุผลหลักที่นายกฯจะออกจากตำแหน่งได้น่าจะเป็นเรื่องของการคอรัปชั่น

"ผมคิดว่าประชาชนที่เชื่อมั่นและรักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เป็นบุคคลนักคุณธรรมด้วยไม่ชอบคนโกง เพราะฉะนั้นคนไทยทนคนโกงไม่ได้ ในประวัติศาสตร์เราล้มคนโกงกับที่ใช้อำนาจเกินเลย (abuse of power) มาแล้วหลายหน "นายธีรยุทธ กล่าว

เชื่อชนชั้นกลางสนใจ

นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นเรื่องการคอร์รัปชั่น คิดว่าชนชั้นกลางสนใจในปัญหานี้มากด้วย เพราะเท่าที่สังเกตประชาชนที่เข้ารับฟังและรับชมรายการของนายสนธิ เป็นชนชั้นกลางระดับล่าง เช่น มีกิจการเล็กๆ เอสเอ็มอี ส่วนชนชั้นกลางระดับสูงก็ติดตามอยากฟังข้อมูลเหตุผลเพิ่มเติม เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา

“ผมคิดว่าชนชั้นกลางเชื่อเรื่องคอร์รัปชั่นเป็นส่วนใหญ่มาก แต่ส่วนหนึ่งยังสงวนไว้เพราะโดยลักษณะทางชนชั้นและวิถีชีวิต เขาอยากเห็นหลักฐานการคอร์รัปชั่นมากขึ้นกว่านี้ ซึ่งนับเป็นภาระของกลุ่มว๊อชด๊อก หรือกลุ่มคอร์รัปชั่นว๊อทช์ ที่ต้องนำข้อมูลมาเปิดเผย”นายธีรยุทธ กล่าว

จี้ยกเลิกดำเนินคดีม็อบบุกทำเนียบ

ส่วนเรื่องที่มีการจับกุมผู้ชุมนุมที่บุกเข้าไปในบริเวณทำเนียบรัฐบาลนั้น นายธีรยุทธ กล่าวว่า เท่าที่ทราบคนที่ถูกจับมีแต่คนแก่ๆ ซึ่งเป็นพวกสถาบันนิยม คือชาวบ้านที่ไม่อยากเห็นการลบหลู่หรือจาบจ้วงสถาบัน ดังนั้นเขาจึงเต็มใจที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดี รัฐบาลควรดำเนินการด้วยความนุ่มนวลมากกว่านี้ หากเป็นไปได้ควรยกเลิกการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ถูกจับ

“อย่าไปจับคุณประทิน(พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ) หรือคุณสนธิโดยเด็ดขาดเพราะจะขยายเป็นเรื่องใหญ่ ผมอยากให้ปีนี้เป็นปีที่ทุกฝ่ายมาช่วยกัน และคิดว่าทุกฝ่ายจะมาช่วยกันมองว่าการปฏิรูปการเมืองที่มันเดินขึ้นมาแล้วแต่ถูกบล็อก ถูกขัดไว้ มันจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้สติปัญญาและเหตุผลเข้ามาคุยกัน และผมคิดว่าเรื่องนี้จำเป็น จึงอยากให้ฝ่ายที่เร่าร้อนคำนึงถึงปัจจัยนี้ด้วย”นายธีรยุทธ กล่าว

ไม่ถึงขั้น14ตุลาฯแต่อย่าประมาท

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์จะลุกลามเหือนเหตุการณ์14ตุลาคม2516หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น แต่อยากให้รัฐบาลพึงสังวรไว้ว่าอย่าประมาท และต้องรีบแก้ไขปัญหา ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

นายธีรยุทธ ยังตำหนิการปิดวิทุยชุมชนคลื่น92.25 เมกะเฮิรตซ์ว่ารัฐบาลทำไม่ถูก ควรจะคืนคลื่นให้ภาคประชาชนไป ไม่ควรไปยึดคลื่นเขาแบบนี้ ตนก็โดนฝ่ายขวาโจมตีมาตลอดยังทนได้

ที่มา: คมชัดลึก

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Jan 17, 2006 2:05 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ปลายนิ้วนายกำแหง ภริตานนท์ : พ่อมดมนต์เสื่อม

จะขาขึ้นหรือขาลงเถียงกันให้เมื่อยเปล่า ๆ เอาเป็นว่าเมื่อยามหน่ายจะทำอะไรก็ดูไม่ดีทั้งนั้น

ขยับตัวทางไหนก็ถูกจับตามองว่ากำลังหาทางทำมิดีมิร้าย
จัดประชุมเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหรัฐ ก็ถูกมองว่าเพื่อเอื้อประโยชน์แก่คนไม่กี่กลุ่มเท่านั้น โดยไม่สนใจว่าฝ่ายเราต้องเสียเปรียบหลายกระบุงโกย

จะขายหุ้น “ชินคอร์ป” ของตระกูลให้พันธมิตรต่างชาติ ก็ถูกมองว่าเป็นการเล่นกล เพื่อเหตุผลทางการเมือง ให้เขามาซื้อบริษัทเราแล้วเราไปซื้อบริษัทเขา

เกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ใครจะมาทำอะไรทรัพย์สมบัติเราไม่ได้ เพราะคนอื่นมาซื้อไปหมดแล้ว

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในยามหน่าย
เท่านั้นยังไม่พอ ถึงขนาดมีการตั้งกลุ่มจับคอร์รัปชันด้วยการเปิดเว็บไซต์รับแจ้งเบาะแสการทุจริต ใช้คำขวัญในการรณรงค์ว่า “จับตากลโกง เปิดโปงคอร์รัปชัน”

การคอร์รัปชันนั้นเกิดขึ้นได้แต่เฉพาะในวงงานราชการและรัฐบาลเท่านั้น คนกลุ่มนี้จึงมีแต่นักวิชาการภาคประชาชน และนักการเมืองฝ่ายค้าน

จะทำงานได้แค่ไหน หรือแค่ตั้งขึ้นมาเพื่อความมันในอารมณ์ ก็ต้องเฝ้าดูกันต่อไป
ก็เหมือนที่เฝ้าดูว่าสุดท้ายแล้ว จะมีการซื้อขายหุ้น “ชินคอร์ป” จริงหรือไม่
ถามพ่อ พ่อก็บอก “ต้องไปถามลูก ไม่ใช่มาถามผม” ครั้นพอไปถามลูก ลูกก็บอก “ไม่รู้เรื่องเพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ถ้าผู้ใหญ่ขายผมก็คงขายตาม”

ครับ วันนี้ก็ตามเคย มีกลอนมาให้อ่านกันอีก เป็นกลอนมัน ๆ ชื่อ “พ่อมดมนต์เสื่อม” ก็ฉายาที่นักข่าวทำเนียบรัฐบาลตั้งให้นั่นแหละ

จำรัส จันทร์จำรัส จาก จ.พิษณุโลก เขียนมาให้อ่านกันดังนี้

คะแนนเสียงได้มากว่าสิบเก้าล้าน
หน้าเบิกบานยิ้มย่องและผ่องใส
เป็นนายกฯครั้งที่สองของชาวไทย
ปวงประชาไว้ใจตัว “ท่านแม้ว”

ช่วงเวลาทำงานไม่ถึงปี
ผลงานชี้ออกมาพาใจแป้ว
ปัญหาหลายหลากเริ่มส่อแวว
ไม่หวานแหววเหมือนใจที่ใกล้ชิด

ภาพเดิมถูกมองว่าเป็น “เทวดา”
อหังการกล้าทำตามศักดิ์และสิทธิ
งานหลายอย่างทำได้อย่างเนรมิต
เป็นเข็มทิศนำไทยสู่สากล

แต่บัดนี้เหตุการณ์ดันเปลี่ยนไป
ท่านชอบใช้อารมณ์ทุกแห่งหน
ปัญหามารุมเร้าทั่วมณฑล
ใบหน้าท่านหมองหม่นไม่เบิกบาน

ความเชื่อมั่นในตัวท่านกลับลดลง
ประชาชนเริ่มปลงในตัวท่าน
แม้กระทั่งลูกพรรคบริวาร
ยังกล่าวขานถึงท่านทางไม่ดี

สื่อมวลชนตั้งฉายาให้ปรากฏ
คือ “พ่อมดมนต์เสื่อม” เป็นสักขี
ฉายาท่านช่างถูกใจประชาชี
ท่านนายกฯเศรษฐี...อย่ารำคาญ!


ที่มา: http://www.dailynews.co.th/col/col.asp?columnid=15909

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 8:03 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1327 หน้า 12

ในประเทศ: "ธีรยุทธ OSK83"เสิร์ฟ"ออเดิร์ฟ" ละครแก้บนล้างซวย และคอร์รัปชั่นแบบ"โคตรานุวัตร"

เป็นไปตามความคาดหมายของใครต่อใครหลายคน ในการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่รีรอที่จะออกมาตอบโต้ข้อวิเคราะห์วิจารณ์ของ นายธีรยุทธ บุญมี ในระดับความรุนแรงที่ทัดเทียมกัน

เหตุก็เพราะนอกจากนายธีรยุทธจะเป็น "ขาประจำ" ตัวเบิ้มของรัฐบาลแล้ว การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแต่ละครั้งก็ยังมีน้ำหนักข้อมูลในเชิงวิชาการ ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสังคมได้อย่างดี

ตรงนี้เองที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่สามารถอยู่เฉยได้ เพราะหากสังคมให้ความเชื่อถือนายธีรยุทธ มากกว่าที่จะเชื่อมั่นรัฐบาลแล้ว รัฐบาลก็จะอยู่ได้ลำบาก

แต่ยิ่ง พ.ต.ท.ทักษิณออกมาท่องคาถา "19 ล้านเสียง" บ่อยครั้งขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความหวั่นไหวมากขึ้นเท่านั้น

การหันมายึดพื้นที่ล็อบบี้โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส แทนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และกรณีการจัดรายการ "ทักษิณ แฟนเทเชีย" 5 วัน 5 คืน ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด

นายธีรยุทธชี้แจงว่าเนื่องจากทั้ง 2 ประเด็น เป็นประเด็นเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่ต้องรีบออกมาแถลง แต่ในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม เวลา 10.30 น. จะมีการแถลงวิเคราะห์การเมืองประจำปีตามปกติ ที่ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การออกมาแถลงเมื่อวันที่ 15 มกราคม จึงเหมือนเป็นแค่ออเดิร์ฟ ส่วนอาหารจานหลักที่จะต้องจัดเสิร์ฟอย่างมีพิธีรีตอง จะมาตามนัดในวันที่ 22 มกราคม



การลงพื้นที่สาธิตวิธีแก้ไขปัญหาความยากจน ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เป็นเวลานาน 5 วัน 5 คืน โดยมีกล้องทีวีเกาะติดความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวตลอด 24 ชั่วโมง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

รัฐบาลหมายมั่นที่จะใช้ "เรียลลิตี้โชว์" นี้เป็นหมัดเด็ดในการสยบสภาวะ "ขาลง"

บวกกับการที่นายกฯ ประกาศรับเป็นเจ้าภาพปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วยตัวเอง ก็เชื่อว่าจะฉุดกระแสความนิยมที่ดำดิ่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อนให้เชิดหัวขึ้นมาได้

ดังนั้น การที่ นายธีรยุทธ บุญมี ออกมาท้วงติงรายการเรียลลิตี้แก้จนว่าเป็น "โปลิติคัล แฟนตาเซีย" (Political Fantasia) ที่ไม่ต่างอะไรกับ "ละครแก้บนล้างซวย" ทั้งยังจี้แรงๆ ไปที่จุดอ่อนของรัฐบาลในประเด็นของการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยบัญญัติศัพท์ขึ้นใหม่ว่าเป็นการคอร์รัปชั่นแบบ "โคตรานุวัตร" หรือ "kotraization of corruption"

จึงทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณถึงขั้นกลายเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา

"พระพุทธเจ้าสอนไว้เรื่องอวิชชา ซึ่งแปลงว่าความไม่รู้ บางครั้งคนมีความรู้ก็เกิดภาวะของความไม่รู้ได้ ถ้าหากเต็มไปด้วยความโลภ โกรธ หลง อิจฉา ริษยา ก็จะเกิดจิตปรุงแต่ง ทำให้ใจขุ่นมัว ทำให้เกิดอวิชชา ไม่รู้ พูดอะไรด้วยอารมณ์"

ความจริงของนายธีรยุทธเป็นเช่นนั้นหรือไม่?

นายธีรยุทธระบุว่าตลอดปี 2548 พ.ต.ท.ทักษิณถูกรุมเร้าหนักด้วยข้อหาคอร์รัปชั่นในหมู่ญาติพวกพ้อง การใช้อำนาจมิชอบลิดรอนเสรีภาพ และคุกคามสื่อมวลชน จนคนชั้นกลาง และคนกรุงจำนวนหนึ่งไม่พอใจถึงขั้นเกลียดชัง และต้องการขับไล่ดังปรากฏการณ์ม็อบบุกทำเนียบ เมื่อคืนวันที่ 13 มกราคม

ทั้งยังมองว่าเบื้องหลังของ "โปลิติคัล แฟนตาเซีย" คือการที่ พ.ต.ท.ทักษิณพยายามล้มล้างทฤษฎี "สองนคราประชาธิปไตย" ที่บอกว่า "ชาวบ้านเลือก คนกรุงล้ม" โดยการสร้างการเมืองจังหวัด การเมืองภูมิภาคขึ้นมาทานการเมืองส่วนกลาง

แนวทางดังกล่าวข้อดีคือทำให้ท้องถิ่นตื่นตัว แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องระมัดระวังคือต้องไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชนบทกับเมือง เหมือนอย่างที่ม็อบจากต่างจังหวัดมาชนกับ "ม็อบสนธิ"

การรุกคืบของกลุ่มม็อบไปยังทำเนียบรัฐบาล แม้จะยังไม่ถึงขั้นคล้ายกับเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" แต่ก็เป็นเสมือนยอดภูเขาน้ำแข็งของคนที่ไม่พอใจปัญหาคอร์รัปชั่น และอิทธิพลมืด ซึ่งทำลายระบบตรวจสอบของประเทศ และคุกคามเสรีภาพของสื่อมวลชน

ถึงกระนั้น การเคลื่อนไหวขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือการเรียกร้องถวายคืนพระราชอำนาจ ถือว่าเร็วเกินไป และไม่เหมาะสม เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ "สุกงอม" เพียงพอ อีกทั้งการอ้างพระราชอำนาจเพียงเรื่องเดียวไม่พอเพียงที่จะล้มล้างรัฐบาลทักษิณได้

เนื่องจากความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ มีลักษณะเป็นความชอบธรรมเชิงซ้อนหลายด้าน



"มันเป็นการประจวบกันของปัจจัยความชอบธรรมเชิงซ้อน ซึ่งมีหลากหลายมาก คุณทักษิณไม่ควรคิดว่าตัวเองมี 19 ล้านเสียงแล้วเป็นความชอบธรรมให้ตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป หรือตลอดไป"

"เพราะถ้าหากคุณทักษิณมีเจตนาคอร์รัปชั่นเงินหลวงเพียงบาทเดียว 19 ล้านเสียงก็ปกป้องไม่ได้ ก็ต้องออกจากนายกรัฐมนตรีไป"

จากประสบการณ์ในฐานะนักวิชาการสังคมวิทยาการเมือง แม้นายธีรยุทธจะยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์การเมืองในปี 2549 นี้ได้ว่าจะสุกงอมหรือบานปลายไปสู่บทลงเอยอย่างไร

แต่ที่น่าห่วงคือในปี 2549 จะเป็นปีที่น่าจะตัดสินอะไรหลายๆ อย่าง ถ้าแก้ไขปรับตัวได้ดีก็จะไม่รุนแรง โดยเฉพาะช่วงกลางๆ ปีเป็นต้นไป ซึ่งถ้ามองในแง่สุกงอมหมายถึงการมีการทุจริตคอร์รัปชั่นมาก คนเริ่มมีความรู้สึกรับไม่ได้มากขึ้นกับการโกงแบบ "โคตรานุวัตร"

ความอึดอัดของประชาชนจะขยายวงกว้างออกไป การเคลื่อนไหวเพื่อระบายออกต่อสิ่งที่อึดอัดก็จะเพิ่มมากขึ้น

การออกมาสรุปถึงรูปแบบและเนื้อหารายการเรียลลิตี้แก้จนว่า เป็นเพียง "ทักษิณปาหี่" ถึงแม้จะโดน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ตอกกลับว่าเป็น "ธีรยุทธ ปาปริก้า" คือไม่ต่างจากขนมกรุบกรอบที่มีแต่ความมัน ความอร่อย แต่ไม่มีคุณประโยชน์ด้านโภชนาการ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางปัญหารุมเร้ารัฐบาลทักษิณหลายด้าน

นายธีรยุทธ บุญมี ยังคงยืนยันบทบาทของตัวเอง

"ในฐานะนักวิชาการจะพยายามหาทางให้เรามีวิธีการ ความรู้ มีสติปัญญาในการหาทางออกให้ได้"


ที่มา: http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0409200149&srcday=2006/01/20&search=no

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
กติกา
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Sat Jan 21, 2006 8:14 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เงินเต็มคลังมโหฬาร การเมืองถูกกติกา เงื่อนปัญหาก็คลาย ไม่รู้จะไล่นายกทำไม
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sun Jan 22, 2006 12:24 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1327 หน้า 11

รายงานพิเศษ

"ยึดพื้นที่ข่าว"แบบ"เรียลลิตี้" การตลาดในมุมใหม่ได้"พื้นที่"แต่เสีย"ภาพ"

แนวคิดเรื่องการสาธิตการแก้ไขปัญหาความยากจนนั้นเริ่มต้นเมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อน

จากการประชุมร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีเพื่อติดตามงาน

"ทักษิณ" หยิบเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนที่เป็นนโยบายของรัฐขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา และเมื่อรับรู้ปัญหาหลักๆ ที่เป็นรากฐานความยากจนแล้ว

นายกฯ ทักษิณ ก็บอก น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้จัดเวลาช่วงเดือนมกราคม เพื่อลงไปดูปัญหาความยากจนในอำเภอใดอำเภอหนึ่ง เพื่อเป็นโครงการนำร่องในการแก้ไขปัญหาความยากจน

และเพื่อให้ทุกจังหวัดได้นำไปเป็นต้นแบบ "หมอมิ้ง" ก็เกิดแนวคิดถ่ายทอดสดผ่านทางอินเตอร์เน็ต เพื่อให้ข้าราชการเห็นกระบวนการทำงานของนายกฯ

แต่เนื่องจากติดปัญหาเรื่อง "ความเร็ว" ของอินเตอร์เน็ตในอำเภอรอบนอก

แนวคิดดังกล่าวจึงพัฒนาไปสู่การถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมง ทาง "ยูบีซี เคเบิลทีวี" พร้อมขยายเป้าหมายไปในแนว "การตลาดการเมือง"

นั่นคือที่มาของรายการ "Backstage Show : Prime Minister"

เลียนแบบ "อะคาเดมี แฟนเทเชีย" เรียลลิตี้โชว์ยอดฮิตของ "ยูบีซี"

ในมุมหนึ่ง นี่คือ นวัตกรรมทางการตลาดของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายระดับยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว

นกตัวแรก คือ "ข้าราชการ" ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเดิมได้เรียนรู้กระบวนการทำงานที่นายกฯ ทักษิณสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง

นกตัวที่สอง คือ การยึดพื้นที่สื่อตลอดเวลา 5 วัน เพราะสื่อทุกสำนักจะต้องให้ความสนใจกับข่าวนี้

นกตัวที่สาม คือ การย้ำภาพลักษณ์ "คนทำงาน" ที่เป็น "จุดเด่น" ของนายกฯ ทักษิณให้ชัดเจนขึ้นในช่วงนี้เพื่อกลบข่าวลบด้านอื่นของรัฐบาล

"นวัตกรรม" นี้ได้รับการเห็นชอบจากคน "คิดนอกกรอบ" อย่าง "ทักษิณ"

แต่ดูเหมือนว่าถีงวันนี้ "เป้าหมาย" กับ "ความเป็นจริง" อาจไม่สอดคล้องกัน

เพราะกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ออกมาเป็นไปในด้านลบค่อนข้างมาก

แตกต่างจากการสัญจรไปต่างจังหวัด หรือทัวร์นกขมิ้นในอดีต



ปัญหาของ "Backstage Show : Prime Minister" นั้นอยู่ที่การให้ "น้ำหนัก" กับ "รูปแบบ" มากกว่า "เนื้อหา"

ทำให้แนวคิดที่ดีถูกรูปแบบที่เกินพอดีกลบจนหายไป

และที่สำคัญ "ทักษิณ" คนที่มีปฏิกิริยาตอบโต้แบบฉับไว เมื่อถูกกล้องจับตลอดเวลา ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดอาการ "หลุด" ให้เห็นเป็นช่วงๆ

ไม่ว่าจะเป็นการระเบิดอารมณ์เรื่องการพาดหัวของ "หนังสือพิมพ์"

การพูดถึงเรื่องเครื่องบินตกอย่างสนุกสนาน

หรือบางครั้งก็เกิดภาพ "เลียลิตี้" ขึ้นมา

จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติที่นักการเมืองหรือข้าราชการจะพยายามเยินยอและเอาใจผู้บังคับบัญชา

และอาจเป็นเรื่องธรรมดาที่นายกฯ ทักษิณจะตอบรับเพื่อรักษาน้ำใจ

ซึ่งหากเหตุการณ์เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารที่มีคนรับรู้ไม่กี่คน ก็คงไม่เป็นไรมากนัก

แต่บังเอิญที่ภาพที่ปรากฏนั้นมีกล้องทีวีจับอยู่และถ่ายทอดสดออกอากาศ

รายการ "เรียลลิตี้" จึงเปลี่ยนเป็นรายการ "เลียลิตี้" ขึ้นมาแทน

และเป็นเรื่องปกติของสังคมไทยที่ภาพในด้านลบจะได้รับการจดจำและกล่าวถึงมากกว่าภาพในทางบวก

ดังนั้น ไม่แปลกที่พื้นที่ "ข่าว" ที่รัฐบาลสามารถยึดได้อย่างต่อเนื่องจึงกลับกลายเป็นข่าวด้าน "ลบ" มากกว่าด้านบวก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก "หนังสือพิมพ์"

คล้ายๆ กับที่ "วัฒนา เมืองสุข" เคยพยายามใช้วิธียึดพื้นที่สื่อด้วยนโยบายแปลกๆ

ไม่ว่าจะเป็น ปิดถนนให้รถซิ่ง หรือ ส่องไฟคนเข้าม่านรูด ฯลฯ

ได้ "พื้นที่" แต่เสีย "ภาพ"

นอกจากนั้น กลุ่มคนที่มีโอกาสได้ชมการถ่ายทอดตลอด 24 ชั่วโมง ก็คือ ลูกค้าของยูบีซีเท่านั้น

อย่าลืมว่าคนติด "ยูบีซี" คือ ชนชั้นกลางขึ้นไป

ไม่ใช่ "ชาวบ้าน" ทั่วไปที่ชอบดู "คนรวย" ติดดิน เหมือนที่เห็นในรายการ "เจาะใจ"

"ชนชั้นกลาง" คือคนที่ขี้หมั่นไส้ และเป็นกลุ่มที่มีความรู้สึก "ติดลบ" กับ "ทักษิณ"

โดยเฉพาะคนใน กทม.

เสน่ห์ของ "ทักษิณ" ที่อาจใช้ได้กับคนต่างจังหวัดจึงเป็น "ภาพลบ" สำหรับคนกรุง

ถือเป็นการนำเสนอ "เนื้อหา" ผิด "กลุ่มเป้าหมาย" อย่างยิ่ง

ในภาพลบทั้งหมด มีเพียงเรื่องเดียวที่เป็น "ภาพบวก" ของ "ทักษิณ" จากรายการ "Backstage Show : Prime Minister" นั่นคือ การตอกย้ำให้เห็นว่า "ทักษิณ" เป็นคนทำงานจริง

พร้อมลุยงานหนัก

และชอบทำอะไรแปลกๆ



ที่มา: http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0408200149&srcday=2006/01/20&search=no

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Feb 01, 2006 8:45 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

คุณสุทธิชัย หยุ่น บันทึก:
http://corruptionwatch.net จับตาคนโกง เปิดโปงคอรัปชั่น

เพราะอะไรไม่รู้ (ความจริงรู้) ผม[]จึงเชื่อในความตั้งใจของกลุ่มนักวิชาการที่รวมตัวกันเปิดเวบไซต์ corruptionwatch.net ที่จะช่วยกันปราบปรามการโกงกินในบ้านเมืองมากกว่าความมุ่งมั่นของ คุณทักษิณ ชินวัตร ในเรื่องเดียวกันนี้


นักวิชาการย้ำปล่อยคนโกงลอยนวลสิ้นชาติแน่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2549 20:43 น.


รศ.ดร.ธีรภัทรให้สัมภาษณ์สภาท่าพระอาทิตย์ ระบุรัฐบาลปิดเว็บคอร์รัปชั่นวอทช์ไม่มีเหตุผล ขีดเส้นต้องได้คำตอบที่ชัดเจนในการปิด และหวังว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ชี้การทุจริตคอร์รัปชั่นถึงขั้นวิกฤต เพราะโกงแล้วไม่ผิดโกงแล้วไม่มีใครจับได้ แถมยังคุกคามสิทธิของภาคประชาชน องค์กรต่างๆในการตรวจสอบข้อมูลการทุจริต หากปล่อยไว้เชื่อสิ้นชาติแน่

รายการสภาท่าพระอาทิตย์ ประจำวันที่ 31 มกราคม 2549 ดำเนินรายการโดยบัณฑิต ปิ่นมงคลกุล และอุษณีย์ เอกอุษณีย์

บัณฑิต – เอาล่ะ เว็บไซด์ผู้จัดการมีข่าวว่าอาจจะถูกปิดมาหลายรอบแล้วนะครับ แต่ว่าทางบริษัท ISSP ที่เขาเป็นคนดูแลโฮสต์นี่เขาก็ยังไม่ปิดนะ เพราะว่าเขาคิดว่ามันไม่เหมาะสมที่จะมาปิดเว็บไซด์กัน แต่ว่าทางเว็บไซด์ http://www.corruptionwatch.net นี่ถูกปิดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เว็บไซด์ที่ทางกลุ่มเครือข่ายที่เขาจะจัดการปัญหาคอร์รัปชั่นนี่ ภาคประชาชนนี่ถูกปิดไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราจะไปคุยกับคณะทำงานนะครับ ก็คือ รศ.ดร.ธีรภัทร เสรีรังสรรค์นะครับ จากคณะรัฐบาลศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช เกี่ยวกับการปิดเว็บไซด์คอร์รัปชั่นวอทช์นะครับว่า เรื่องนี้ที่มาที่ไปเป็นยังไงบ้าง อาจารย์ธีรภัทร สวัสดีครับ

อุษณีย์ – สวัสดีค่ะ

รศ.ดร.ธีรภัทร – สวัสดีครับ

บัณฑิต – ผมบัณฑิตและคุณอุษณีย์นะครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – ครับ สวัสดีครับ

บัณฑิต – อาจารย์ครับ อาจารย์ลองเล่าหน่อยนะครับ เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาเลยในประเทศไทย ว่าจู่ๆเว็บไซด์ที่ไม่ได้ผิดกฎหมายบ้านเมืองแต่ประการใดนี่ ทำไมถึงได้มีการสั่งปิดกัน

รศ.ดร.ธีรภัทร – น่าจะไปถามบริษัทไทยดรีมโฮสต์นะครับ ซึ่งเขาเป็นผู้ให้บริการเว็บไซด์คอร์รัปชั่นวอทช์นี่นะครับ เพราะว่าที่เขาให้เหตุผลมาคือไม่มีเหตุผลครับ เขาเพียงแต่วงเล็บไว้ว่าด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งก็ไม่ได้อธิบายเหตุผลที่ชัดเจนนะครับ ว่าทำไมถึงงดการให้บริการคอร์รัปชั่นวอทช์นี่นะครับ แต่ว่านอกจากการที่เขาทำหนังสือมาแล้วก็ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลเท่าที่ควรนี่นะครับ การจัดการที่ทางเว็บมาสเตอร์ของเรานี่นะครับ ได้สนทนาพูดคุยกับทางพนักงานของบริษัทนี้ ก็ค่อนข้างจะได้ข้อมูลในทำนองที่ว่าเขาก็กลัว ไม่ทราบว่าเขากลัวอะไรนะครับ เขาก็ใช้คำว่าเขากลัว แล้วเขาก็บอกว่าบริษัทของเขาเป็นบริษัทเล็กๆ กลัวว่าอาจจะเกิดผลกระทบอะไรต่างๆเหล่านี้ อันนั้นก็คือเหตุผลและก็ข้อมูลที่เราได้รับแจ้งมาเท่านั้นเองครับ

บัณฑิต – ครับ เว็บไซด์คอร์รัปชั่นวอทช์นี่ เปิดทำการมาได้กี่วันครับ อาจารย์ครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – เว็บไซด์นี้นะครับเปิดเป็นทางการก็คือเมื่อวันที่ 9 มกราคมปีนี้นะครับ และก็ความจริงในหนังสือที่เขาขอยกเลิกการให้บริการนี่ เขาบอกเขาจะยกเลิกการให้บริการนี่นะครับ วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ก็คือวันพรุ่งนี้นะครับ แต่ว่าไปๆมาๆก็คือว่าเขาปิดการให้บริการของเราไปเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มกราคม ก็รวมแล้วระยะเวลาที่เว็บไซด์ของเรานี่นะครับปรากฏต่อสาธารณชนก็ประมาณแค่ 20 วัน

บัณฑิต – ทีนี้ในความเห็นของอาจารย์แล้ว คิดว่าทำไมเว็บไซด์นี้จึงไม่สามารถเผยแพร่ได้ครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – ก่อนที่จะไปถึงความเห็นตรงนั้นนี่นะครับ ผมอยากให้ทราบถึงจุดมุ่งหมายของเว็บไซต์นี่นะครับ ว่าเราได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 9 มกราคมนะครับว่า เนื่องจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของบ้านเมืองเราในขณะนี้ มันรุนแรงหนักหน่วงมากทีเดียว เพราะฉะนั้นนี่การจะแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น ก็ต้องร่วมมือกันหลายๆฝ่าย โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเอง องค์กรที่ทำหน้าที่นี้โดยตรง และก็ภาคประชาชนนี่นะครับ เพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นภาคประชาชนนะครับ ก็จริงๆแล้วก็คือมาจากข้าราชการประจำด้วย มาจากผู้ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ในอดีตที่สำคัญ อย่างเช่นคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน คุณกล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช.ก็ดี
ภาคประชาชนอย่างคุณวีระ สมความคิดนะครับ หรืออาจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์ ซึ่งตอนนี้ก็มาเป็นนักวิชาการแล้ว แล้วก็ทำเรื่องเกี่ยวกับทำวิจัย ทำเรื่องอะไรต่างๆที่เกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นมาโดยตลอดนะครับ ก็รวมถึงผมและก็อีกหลายๆท่านด้วยกันนี่ ก็เห็นว่าควรที่จะมีเว็บไซด์นี้ขึ้นมา เพื่อที่จะลดปัญหาการคอร์รัปชั่นให้มันลดน้อยลงไป และเราก็มุ่งหมายที่จะทำการตรวจสอบทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชนนะครับ ตรวจสอบทุกรัฐบาลนะครับตั้งแต่รัฐบาลในอดีต มาจนกระทั่งรัฐบาลปัจจุบัน และก็รัฐบาลที่จะมีขึ้นในอนาคตนะครับ จุดมุ่งหมายเหล่านี้นะครับ ผลสะท้อนที่ได้รับนี่น่ายินดีมากทีเดียวครับ เพราะว่า 20 วันนั้นมีผู้ที่ร้องเรียนผ่านเว็บเรามาประมาณ 100 เรื่อง และก็อีก 800 กว่าเรื่องก็อีเมล์ไปที่เว็บมาสเตอร์นะครับ และมีคนที่เปิดเข้ามาทั้งประชาชนทั่วไป สมาชิกทั้งในประเทศและต่างประเทศ 40000 รายด้วยกัน
ตรงนี้เองนี่ผมไม่แน่ใจว่าด้วยการที่ประชาชนนี่ให้ความสนใจคอร์รัปชั่นวอทช์นี่มาก และก็มีโอกาสที่จะมีการร้องเรียนนี่นะครับ เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นนี่นะครับทั่วประเทศนี่เข้ามา และก็อาจจะไปเจาะจงที่อาจจะมีผลกระทบต่อกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่งหรือไม่นี่นะครับ อาจจะมีผลโยงใยไปได้ครับว่า มีการใช้อิทธิพลต่อไทยดรีมโฮสต์นี่นะครับ บริษัทที่ให้บริการกับเรา อาจจะเป็นทางตรงทางอ้อมอะไรต่างๆซี่งเราไม่ทราบนะครับ ก็เลยมีผลทำให้บริษัทเขาไม่กล้าที่จะให้บริการกับเรา เพราะว่าจริงๆโดยปกติ บริษัทที่เขาให้บริการเขาต้องการสมาชิกเยอะๆนะครับ ที่จะไปเช่าเนื้อที่ ไปเช่าพื้นที่ของเขา เขาก็จะได้มีรายได้นะครับ คงไม่มีบริษัทใดที่ให้บริการทำเว็บไซด์นี่นะครับ หมายถึงให้เนื้อที่ทำเว็บไซด์แล้วมายกเลิกการให้บริการไปเฉยๆ
ครั้งนี้นี่ผมคิดว่าอาจจะเป็นครั้งแรกๆก็ได้ อย่างเว็บมาสเตอร์ของผมที่เขาบอกว่าเขาอยู่วงการคอมพิวเตอร์มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยปรากฏเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมานะครับ เพราะฉะนั้นนี่ตรงนี้นะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลนะครับ โดยเฉพาะกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีนี่นะครับ น่าจะไปดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง ว่าทำไมคอร์รัปชั่นวอทช์นี่นะครับจึงถูกปิด ซึ่งตรงนี้เมื่อวานนี้ผมในนามโฆษกของคณะกรรมการคอร์รัปชั่นวอทช์ ก็ได้แถลงไปแล้วว่าขอเรียกร้องให้ทางรัฐมนตรีไอซีทีนั้นนะครับ ดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงในเรื่องนี้นะครับ และก็ขอให้แจ้งผลการตรวจสอบให้เราทราบด้วยภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก็คือภายในวันพรุ่งนี้นะครับเวลา 16.30 น.นะครับ และรวมถึงหาหลักประกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในทำนองนี้เกิดขึ้นอีกครับ

บัณฑิต – ทีนี้ทางออกของกลุ่มคอร์รัปชั่นวอทช์นี่จะทำยังไงดีครับ อาจารย์ครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – คือที่แน่ๆเรากำลังปรึกษาหารือกันอยู่ว่า ถ้าภายในประเทศมันเกิดเหตุการณ์ในทำนองนี้ขึ้นมานี่นะครับ เราก็อาจจะต้องไปขอเปิดเว็บไซด์ที่ต่างประเทศก่อน เพื่อที่จะให้การดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของเรานี่นะครับ ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องนะครับ ซึ่งตรงนี้นี่นะครับจริงๆแล้วมันก็แสดงสะท้อนให้นานาประเทศได้ทราบ ประการหนึ่งก็คือว่าการที่เราทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นพลเมืองดี เป็นกลุ่มบุคคลที่มุ่งหวังที่จะช่วยแก้ปัญหาของประเทศนี่ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ในทำนองนี้ขึ้นมานี่นะครับ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้นานาชาติเขาก็กดดันรัฐบาลนี้ด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะให้หลักประกันว่าจะไม่มีการเกิดเหตุการณ์ในทำนองที่ว่า อยู่ดีๆก็มีการปิดเว็บไซด์เกิดขึ้น ซึ่งในประเทศประชาธิปไตยนี่นะครับ เขาไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้นะครับ

อุษณีย์ – อาจารย์คะ อาจารย์หวังว่าจะเกิดการปิดกั้นในรูปแบบอื่นอีกบ้างไหมคะ

รศ.ดร.ธีรภัทร – ผมคิดว่าการปิดกั้นในทุกวันนี้มันทำอยู่แล้วนะครับ โดยทางอ้อมเช่นการไม่ให้สถานีโทรทัศน์ต่างๆนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล อันนี้เราก็จะเห็นเปิดทีวีดูทุกวันนี้นี่นะครับ เป็นเรื่องที่เราไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในทำนองนี้มานะครับ สถานีวิทยุบางสถานีก็ไม่ได้มีการนำเสนอข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา ผมคิดว่าการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารตรงนี้ มันก็สะท้อนให้เห็นประการหนึ่ง ผู้คนก็ไปให้ความสนใจ กรณีที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุลนี่นะครับได้นำเสนอข้อมูลอะไรต่างๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับรู้นี่นะครับ ความสนใจตรงนี้มันก็เลยไปออกในกระบวนการนอกรัฐสภาอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ อันนี้แหละครับก็คือปฏิกิริยาประการหนึ่ง ที่มันจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติในตัวของมันเองครับ

บัณฑิต – พูดถึงข้อมูลส่วนใหญ่ที่บรรดาประชาชนส่งเข้าไปให้ทางคอร์รัปชั่นวอทช์นี่นะครับ มีการดำเนินการกับข้อมูลเหล่านั้นยังไงบ้างครับตอนนี้

รศ.ดร.ธีรภัทร – คือปกติข้อมูลที่สำคัญนะครับ ที่มีการร้องเรียนเข้ามานี่ ทางเรานี่ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายคณะนะครับ คณะกรรมการหนึ่งนี่นะครับก็คือคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียน ซี่งมีคุณกล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช.นี่เป็นประธาน และก็มีคุณวีระ สมความคิดทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการนี้นะครับ และก็มีคณะกรรมการอำนวยการก็จะมาพิจารณาเรื่องที่มีการนำเสนอร้องเรียนเข้ามา ว่าเรื่องไหนมีความสำคัญมากน้อยประการใดนะครับ และเราก็ส่งไปให้คณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนต่อไป ซึ่งการประชุมครั้งแรกเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วนี่นะครับ เราก็ได้มีมติให้คณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนนี่นะครับ ดำเนินการพิจารณาอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องหนึ่งก็คือกรณีของการฮั้วประมูลกันใน กทม. ซึ่งกำลังเป็นข่าวใหญ่โตอยู่ในทุกวันนี้นะครับ 2.1 หมื่นล้านนี่ ก็เป็นเรื่องที่ 1 นะครับ อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการสร้างเรือรบของกองทัพเรือครับ ที่มีข่าวว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นนะครับ ซึ่ง 2 เรื่องนี้นะครับเป็น 2 เรื่องแรกที่เราจัดส่งให้คณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนนี่ไปดำเนินการอยู่ครับ

บัณฑิต – ทางคอร์รัปชั่นวอทช์นี่เป็นภาคประชาชน ทีนี้จะเอาผิดกับคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างไรครับตรงนี้

รศ.ดร.ธีรภัทร – คือโดยกฎหมายนะครับ และก็อำนาจหน้าที่ของเรานี่ ตามกฎหมายนี่มันไม่มีถูกไหมครับ การที่จะไปเอาผิดกับผู้ทุจริตคอร์รัปชั่นนี่ อย่าเพิ่งไปพูดถึงเอาผิดเลยครับ การที่จะพยายามหาข้อมูลนี่นะ ข้อเท็จจริงเพื่อมายืนยันว่าใครคอร์รัปชั่นจริง หรือใครคอร์รัปชั่นไม่จริงประการใดนี่ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว ในฐานะที่เราเป็นองค์กรภาคประชาชน ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะไปเรียกข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือว่าจากบุคคลมาให้ปากคำอะไรต่างๆเหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่อำนาจขององค์กรภาคประชาชนอย่างนี้นี่ อยู่ที่สังคมนะครับว่าสังคมจะช่วยกดดันอย่างไร ที่จะให้การทุจริตคอร์รัปชั่นตรงนั้นนี่นะครับ มันถูกดำเนินการไปจนกระทั่งนี่มันได้ข้อเท็จจริงจริงๆ ส่วนหนึ่งเราก็ต้องอาศัยกระแสสังคมนี่ช่วยผลักดันในเรื่องนี้
อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าข้อมูลที่เราได้รับมา ถ้าเราพิจารณาแล้วว่ามันค่อนข้างจะมีมูล เราก็ส่งเรื่องนี้ไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงครับ เช่น ป.ป.ช.ก็ดี หรือว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็ดีนี่นะครับ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปนะครับ และเราก็จะเป็นฝ่ายที่จะติดตามว่าดำเนินการไปถึงไหน ได้ผลอย่างไรนี่นะครับ เพื่อจะนำมาประกาศต่อสาธารณชนให้รับทราบ และขณะเดียวกันบางส่วนที่มันเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภายในรัฐบาลเอง เราก็คิดว่าคงจะต้องส่งไปที่รัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลอาจจะไม่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวนี้นะครับ ก็จะได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวและก็ดำเนินการแก้ไขป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ ตรงนี้เราก็คิดว่าจะใช้บทบาทนี้นะครับ ในการที่จะแก้ไขปัญหานี้
อีกประการหนึ่งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นเป็นปัญหาใหญ่ครับ เป็นปัญหาที่จะต้องดำเนินการทุกฝ่ายร่วมมือกัน และเราอย่าไปเน้นในเรื่องมาตรการในการแก้ไขปราบปรามอย่างเดียวครับ ผมคิดว่าการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นนี่นะครับคอร์รัปชั่นวอทช์จึงเน้นในเรื่องของการให้การศึกษากับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ก็คือ Educate ประชาชนนั่นเอง โดยการที่จะนำข้อมูล ข้อวิจัย บทความวิจัยนะครับ รายงานผลต่างๆที่เป็นองค์ความรู้นี่นะครับมาไว้ในเว็บนี้ เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาบ้าง จะให้เป็นเรื่องที่มีการนำไปใช้ในวงการการศึกษาด้วยครับ

บัณฑิต – คือสถานการณ์ตอนนี้นี่ อาจารย์ครับ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาคประชาชน หรือว่าหน่วยงานอิสระไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. หรือว่าตำแหน่งผู้ว่า สตง.ก็ตาม ล้วนแต่มีปัญหาทั้งนั้นนะครับ ยังไม่สามารถที่จะหาข้อสรุปได้ สถานการณ์ตอนนี้เหมือนกับว่าจะทำให้บรรดาคนที่โกงบ้านโกงเมืองนี่ยิ้มเยาะว่า โกงบ้านโงกเมืองไปก็ไม่มีใครจับได้ไล่ทัน คดีที่เคยอยู่ใน ป.ป.ช.ตอนนี้ก็กำลังจะหมดอายุความกันไปนี่ อาจารย์ลองมองสิครับว่าอนาคตมันจะเป็นยังไงบ้างสำหรับประเทศไทย ถ้าหากว่าการจับคนโกงนี่มันมี่สามารถทำได้จริงจังในประเทศนี้

รศ.ดร.ธีรภัทร – ผมคิดว่าอันนี้คือปัญหาวิกฤตินะครับ เป็นวิกฤติของชาตินะครับ เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ที่มันก่อให้เกิดความรู้สึกว่าใครโกงนี่ก็ลอยนวล ไม่ต้องถูกลงโทษลงทัณฑ์นี่นะครับ เพราะฉะนั้นนี่มันก็จะกลายเป็นวัฒนธรรมที่สอนคนรุ่นต่อๆไปว่า ให้โกงเถอะ คล้ายๆกับทำนองว่าโกงแล้วก็ไม่มีความผิด โกงแล้วก็ไม่มีคนจับได้ โกงแล้วมีเงินมีทองมาก มีคนนับหน้าถือตาในสังคมนี่ อันนี้เป็นวิกฤตการณ์ของชาตินะครับ ถ้าเราปล่อยให้เหตุการณ์ในทำนองนี้ สถานการณ์ในทำนองนี้นี่นะครับมันถลำลึกลงไปเรื่อยๆนี่นะครับ มันก็ไปสิ้นชาติได้ ก็หมายถึงว่าทุกคนนี่เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวในทางมิชอบ ส่วนรวมก็จะต้องเสียหายอย่างแน่นอน การพัฒนาประเทศก็จะไม่เกิดขึ้นนี่ ผมคิดว่าวิกฤตการณ์ตรงนี้นี่นะครับจะต้องแก้ไขครับ และต้องแก้ไขโดยเร็วด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วนี่ผมคิดว่าประเทศชาติของเรานี่ไปไม่รอด
ส่วนจะแก้ไขกันอย่างไรนี่นะครับ ก็ส่วนหนึ่งในขณะนี้เท่าที่ผมวิเคราะห์ดูนี่นะครับ มันก็มีอยู่ 2 แนวทางด้วยกันครับ ก็คือแนวทางนึงก็คือแนวทางสันติวิธี ก็คือถ้าเห็นว่าเช่นเรามองรัฐบาลชุดนี้คอร์รัปชั่นมาก และก็ไม่แก้ไขการคอร์รัปชั่นนี่นะครับ ก็คงจะต้องให้กระบวนการทางรัฐสภานี่ดำเนินการ กระบวนการตามรัฐธรรมนูญนี่ดำเนินการต่อไป เพื่อที่จะมีการถอดถอน มีการไม่สนับสนุนนะครับ ถึงเวลาเลือกตั้งก็ไม่ไปเลือกเขาอะไรต่างๆเหล่านี้ จะได้รัฐบาลที่ดีๆใหม่ๆนี่มาดำเนินการต่อนะครับ อันนี้ก็เป็นแนวทางในกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ
แต่อีกทางหนึ่งมันก็มีกระบวนการนอกรัฐสภา นอกรัฐธรรมนูญเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้แหละครับมันจะนำไปสู่ความรุนแรง ความเสียหายนะครับ ซึ่งผมคิดว่าทุกฝ่ายก็คงไม่อยากจะให้เกิด แต่อย่าลืมว่าโดยธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตยนี่ ถ้าเราถือว่ารัฐบาลใดก็ตามที่ทุจริตคอร์รัปชั่นมากๆนะครับ คือไม่ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของระบอบประชาธิปไตย ก็เป็นธรรมชาติที่ประชาชนจะหาทางขับไล่ออกไป จะโดยวิธีการใดนี่นะครับมันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เหมือนอย่างที่ในต่างประเทศ หรือนานาอารยประเทศเขาก็เกิดขึ้นกันมาแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่จะต้องระมัดระวังด้วยครับ

บัณฑิต – ทางกลุ่มคณะทำงานคอร์รัปชั่นวอทช์นี่ มีการพิจารณาเกี่ยวกับภารกิจกู้ชาติของคุณสนธิในวันที่ 4 ก.พ.ด้วยไหมครับ ว่ากลุ่มของคอร์รัปชั่นวอทช์มีท่าทีอย่างไรครับ ในประเด็นที่จะมีการชุมนุมกันในวันที่ 4 ก.พ.นี้ครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – คือทางกลุ่มไม่ได้พูดถึงกรณีการเคลื่อนไหวในวันที่ 4 ก.พ. เพราะตรงนั้นไม่ใช่ภารกิจของเรานะครับ ส่วนแต่ละคนอาจจะมีสังกัดของตน มีความคิดของตนเองต่างๆ เขาจะไปดำเนินการอย่างไรก็เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลไป แต่ในนามของคณะกรรมการคอร์รัปชั่นวอทช์นี่นะครับ ก็คงไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเคลื่อนไหวในวันที่ 4 ก.พ. แต่เราจะดำเนินวัตถุประสงค์หรือภารกิจสำคัญ ก็คือการที่จะป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อไปนะครับ โดยไม่ย่อท้อครับ

บัณฑิต – ทีนี้เครือข่ายครับ อาจารย์ครับ มีการสร้างเครือข่ายไหมครับ ของกลุ่มคอร์รัปชั่นวอทช์นี่ครับ มีการสร้างเครือข่ายยังไงบ้างครับ อาจารย์ครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – ที่มีการคุยกันเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่นะครับ เราเห็นว่าเราจะเปิดรับสมาชิกเข้ามา ซึ่งปัจจุบันจริงๆแล้วมีคนสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกเราจำนวนมากทีเดียว ซึ่งเราก็จะพิจารณาที่จะสร้างเครือข่าย ซึ่งอาจจะเป็นเครือข่ายในระดับพื้นที่ เช่น ใครที่อยู่ในจังหวัดไหนอย่างไรนี่นะครับ ก็เป็นหูเป็นตาคอยรายการการทุจริตคอร์รัปชั่นในจังหวัดนั้น ในเขต อบต. อบจ. เทศบาลอะไรต่างๆ นี่คือในระดับพื้นที่นะครับ ส่วนในระดับเป็นเรื่องของกลุ่ม เป็นเรื่องขององค์กรอะไรต่างๆนี่นะครับ ก็อาจจะมีสมาชิกอยู่ในภาครัฐ อยู่ในหน่วยราชการ อยู่ในรัฐวิสาหกิจอะไรต่างๆ อันนั้นเขาก็จะเป็นเรื่องที่เขาจะรายงานมาตามส่วนที่เขาเกี่ยวข้องด้วย ตรงนี้เรากำลังจัดระบบอยู่ว่า เราจะเป็นเครือข่ายทั้งในระดับแนวราบ ระดับแนวดิ่ง ระดับกลุ่มอาชีพ ระดับอะไรต่างๆเหล่านี้นะครับ ซึ่งตรงนี้นี่กำลังฟอร์มกันอยู่ครับ

บัณฑิต – จะมีการฟ้องใครไหมครับ จากกรณีที่ปิดเว็บไซด์นี่นะครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – เมื่อวานก็คุยเหมือนกันว่าควรจะฟ้องไทยดรีมโฮสต์ไหม แต่เนื่องจากเราคิดว่าคู่กรณีจริงๆของเราไม่ใช่ไทยดรีมโฮสต์หรอกครับ ผมคิดว่าผู้ที่ไปกดดันหรือใช้อิทธิพลต่อไทยดรีมโฮสต์นี่ น่าจะเป็นคู่กรณีมากกว่า ในขณะนี้เราเห็นว่าไทยดรีมโฮสต์นี่เป็นบริษัทเล็กๆนี่นะครับ เรายังไม่ได้มีความจำเป็นถึงขนาดที่ว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ตรงนี้นี่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าเราจะฟ้องไทยดรีมไหม แต่ว่าเราคิดว่าประเด็นสำคัญที่เรากำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้คือ คู่กรณีที่เราคิดว่าคนที่ไปกดดัน ที่ทำให้ไทยดรีมโฮสต์นี่กลัว หรือว่าใช้อิทธิพลอะไรต่างๆนี่มีตัวตนจริงไหม หรือเป็นเพียงแค่เงาๆ ตรงนี้ครับผมจึงเห็นว่ารัฐบาล จะเป็นท่านรัฐมนตรีไอซีทีก็ดี หรือจะเป็นบุคคลอื่นในรัฐบาลก็ดี น่าจะทำเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดเสียก่อน แล้วเราถึงจะพิจารณาต่อไปว่าเราจะฟ้องคดี ฟ้องใครบ้างอะไรยังไงครับ

บัณฑิต – อีกนานไหมครับ กว่าที่คอร์รัปชั่นวอทช์จะกลับมาบนเว็บไซด์นี่ครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – จริงๆไม่นานนะครับ ถ้าเราจะดำเนินการเลยนี่นะครับ คงใช้เวลาไม่กี่วันหรอกครับ ที่เราจะขอเปิดเว็บไซด์ใหม่ ถ้าเป็นในประเทศนี่ก็คงไม่ใช้เวลานานนะครับ แต่ว่าถ้าเป็นต่างประเทศนี่ก็อาจจะใช้ระยะเวลา.ซักนิดนึง ซึ่งผมยังตอบไม่ได้นะครับ ต้องรอทางฝ่ายที่เขาประสานงานในเรื่องนี้เขารายงานให้ผมทราบอีกทีนึงครับ

บัณฑิต – ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ อาจารย์ครับ

รศ.ดร.ธีรภัทร – ครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri May 12, 2006 4:41 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3791 (2991) หน้า 6<

ทุนนิยมไล่ล่า

คอลัมน์ สามัญสำนึก


โดย ทวี มีเงิน

ขณะที่อีกซีกโลกหนึ่งที่ "โบลิเวีย" ผู้นำคนใหม่ หนุ่มโสดวัย 47 ชื่อ "โมราเรส" ได้แสดงความอหังการท้าทายอำนาจ "ทุนนิยม" เข้ายึดธุรกิจอุตสาหกรรมพลังงาน ทั้งแหล่งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติจากต่างชาติตกมาเป็นของชาติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน

โบลิเวียไม่ได้เป็นประเทศแรกที่ผู้นำชูนโยบายชาตินิยม ปลุกกระแสรักชาติในหมู่ประชาชน แต่เกิดขึ้นมาแล้วในหลายๆ ประเทศ อาทิ ซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ธุรกิจน้ำมันอยู่ในมือของรัฐมาโดยตลอด

แต่ที่ละตินอเมริกากระแสที่ค่อนข้างรุนแรงและขยายวง ตั้งแต่เวเนซุเอลา "ประธานาธิบดีฮูโก ซาเวช" เป็นหัวหอกเคลื่อนไหวบีบบังคับให้บริษัทต่างชาติเปิดทางให้รัฐบาลเข้าไปควบคุมกิจการด้านพลังงานและกิจการสำคัญๆ ของชาติ

"เอกวาดอร์" ออกกฎเมื่อเดือนเมษายนให้ผลกำไรจากธุรกิจน้ำมันต้องตกเป็นของรัฐมากขึ้น "เปรู" กำลังรณรงค์เลือกตั้งประธานาธิบดีก็ใช้นโยบายคืนผลประโยชน์จากธุรกิจน้ำมันให้กับรัฐมาหาเสียง

กระแสชาตินิยมในละตินกำลังพัดแรง ปิดประตูตายสำหรับทุนนิยมต่างชาติ แต่ในแถบเอเชียกลับเปิดประตูรับอย่างเต็มที่

ย้อนกลับมาดูตัวเรา ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เปิดประตูรับนักลงทุนจากต่างชาติมากที่สุด... ง่ายที่สุด ผู้นำประเทศของเราจะบอกว่า เราอยู่ในโลกเสรี อยู่ในโลกทุนนิยม ฉะนั้นจะต้องเปิดกว้างในการลงทุน และการค้าเสรี

ไม่รู้ว่าวันนี้เราเหลือธุรกิจของคนไทยจริงๆ เท่าไหร่ ตัวแทนทุนนิยมจริงๆ กลับไม่ใช่อเมริกาและยุโรป หากลองนั่งนับจริงๆ กลุ่มทุนที่เข้ามายึดกิจการคนไทยจริงๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลแค่ "สิงคโปร์" นี่เอง

ธนาคารคนไทยที่เคยตั้งตระหง่านในฐานะกลุ่มทุนใหญ่ของประเทศ หลังวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เหลือเป็นของไทยจริงๆ ไม่กี่แห่ง นอกนั้น "สิงคโปร์" เข้ามาถือหุ้นเพียบ ไม่เว้นแต่แบงก์ใหญ่ๆ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยักษ์ใหญ่ ยักษ์กลางทั้งหลายล้วนมี "สิงคโปร์" ร่วมถือหุ้นทั้งสิ้น มิเช่นนั้นจะไปไม่รอด ธุรกิจโทรคมนาคมอันดับหนึ่งของไทยก็อย่างที่รู้กัน ก็ขายหุ้นให้สิงคโปร์

ไม่เว้นแม้แต่ "ปตท." ธุรกิจด้านพลังงาน แต่เดิมเป็นรัฐวิสาหกิจแล้วแปรรูปนำหุ้นเข้าไปขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งก็เป็นกองทุนจากสิงคโปร์

ครับ...ธุรกิจเอกชนที่ทำธุรกิจทั่วไปอย่างธนาคาร อสังหาฯ นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อไม่มีทุนก็ต้องพึ่งทุนจากที่อื่น แต่ธุรกิจทางด้านพลังงานซึ่งเป็นสินค้ายุทธปัจจัย และมีความละเอียดอ่อน ตอนนี้ราคาพุ่งสูงขึ้น รัฐทำอะไรไม่ได้ นอกจากขอความร่วมมือในการตรึงราคาชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

ยังมีธุรกิจขนาดย่อยๆ อีกไม่น้อยที่ "กลุ่มสิงคโปร์" เข้ามายึด เฉพาะอย่างยิ่ง "กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์" ที่ส่งออกเป็นอันดับสองของไทย กลุ่มทุนเหล่านี้เข้ามาซื้อกิจการ แล้วใช้คนไทยเป็น "นอมินี"

แต่ที่น่าห่วงตรงที่นักธุรกิจสิงคโปร์ทำธุรกิจไม่ค่อย "โปร่งใส" จากที่พยายามหาข้อมูลจากคนไทยที่อยู่ในธุรกิจนี้ ทราบว่า ออร์เดอร์ส่วนใหญ่จะส่งผ่านสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ บริษัทลูกในเมืองไทยมีหน้าที่ในการจัดหาสินค้าให้เท่านั้น

"เขาไม่ค่อยแฟร์กับเรา พยายามที่จะหาทางเลี่ยงภาษีที่ต้องจ่ายให้กับประเทศไทยทุกรูปแบบ ต่างจากทุนยุโรปและอเมริกา ระบบบัญชีจะมีความโปร่งใสมากกว่า" ผู้บริหารบริษัทสิงคโปร์ที่เคยทำงานบริษัทยุโรปเล่าให้ฟัง

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ วกเข้ามาใกล้ตัวหน่อย ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ กอง บ.ก.ประชาชาติธุรกิจจัดฉลองย่างสู่ปีที่ 30 ของหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับแรกของไทย จัดสัมมนาพิเศษ "วิกฤตประเทศไทย...ยุคทุนนิยมไล่ล่า"

วิทยากรล้วนแต่มีชื่อเสียง "คุณบัณฑูร ล่ำซำ" กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบงก์กสิกรไทย ปกติไม่ค่อยพูดเรื่องเศรษฐกิจที่ไหน หากไม่พิเศษจริงๆ ที่นี่ครั้งแรกและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ฟังกันอย่างเต็มอิ่มอย่างนี้อีก

"อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี OSK83" อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์ ขาประจำรัฐบาลทักษิณ 1 ปีจะออกโรงแค่ 1 ครั้ง แต่ละครั้งมีทั้งมุมมองที่เป็นระบบและคมลึก แฟนๆ ไม่เคยผิดหวัง

"ศ.น.พ.เกษม วัฒนชัย" องคมนตรี ปูชนียบุคคลที่มีความเข้าใจงานทางด้านการศึกษาและสังคมอย่างลึกซึ้ง

สนใจติดต่อสอบถามที่เลขาฯกอง บ.ก. ประชาชาติธุรกิจ 0-2580-0021 ต่อ 1505-1544 ที่นั่งมีจำนวนจำกัด

โอกาสจะได้ฟังความคิดดีๆ คมๆ โดยวิทยากรชั้นนำของประเทศ เพื่อเป็นอาหารสมองจะได้รู้ทันคนนั้น ไม่ใช่จะหาได้ง่าย ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ที่มา: http://www.matichon.co.th/prachachart/prachachart_detail.php?s_tag=02edi06110549&day=2006/05/11
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
RM
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Wed May 17, 2006 8:14 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ปาฐกถา"วันปรีดี" "ธีรยุทธ บุญมี"วิพากษ์ ยุค"ทักษิณ"-ทรท. ยุค"ข้าพเจ้าถูกต้องแต่ผู้เดียว"

หมายเหตุ - เป็นเอกสารประกอบการปาฐกถาของนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในโอกาสวันปรีดี พนมยงค์ ที่ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ ตึกโดม ชั้น 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2546



บทนำ


"--เราทุกคนในปัจจุบันก็เหมือนคนที่อาศัยบ้านหรือประเทศเขาอยู่ โดยมีนายกฯทักษิณกับไทยรักไทยเป็นเจ้าของบ้าน--"



ขอเรียนสื่อมวลชนทุกท่านว่า ปาฐกถาในวันนี้ไม่ได้เป็นการสัมภาษณ์เพื่อวิเคราะห์สังคมหรือวิจารณ์รัฐบาลประจำปี ซึ่งปกติทำปีละ 1 ครั้ง และในปีนี้ตั้งใจว่าจะทำเป็น 2 ชิ้นแยกกัน คือ การวิเคราะห์แนวโน้มสังคม-วัฒนธรรม และการวิจารณ์เศรษฐกิจ-การเมือง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการวิจัย รวบรวมข้อมูลค่อนข้างมาก ซึ่งคงจะทำในช่วงปลายปีนี้



อีกเหตุผลหนึ่งซึ่งยังไม่อยากวิจารณ์รัฐบาลทักษิณคือ ความวิตกกังวลอย่างจริงใจที่อยากจะขอฝากน้อมเตือนมายังพี่น้องประชาชนไทยทุกคนว่า เราทุกคนในปัจจุบันก็เหมือนคนที่อาศัยบ้านหรือประเทศเขาอยู่โดยมีนายกฯทักษิณกับไทยรักไทยเป็นเจ้าของบ้าน คนไทยจะมีชีวิตอย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไร อยู่อย่างไร คิดอย่างไร ท่านไม่ว่า ไม่มีบ้านอยู่ท่านก็ปลูกบ้านเอื้ออาทรให้ เจ็บป่วยท่านก็มีโครงการ 30 บาทให้ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ท่านก็แจกเงินให้ ผลิตสินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์ท่านก็ขาย "สินสมุทร" "สุดสาคร" ให้ในราคาถูก สิ่งที่เจ้าของบ้านขออย่างเดียว อย่าพูด อย่าวิจารณ์เกี่ยวกับงานหรือนโยบายของท่าน ฝ่ายค้านก็อย่าพูด สื่อมวลชนก็อย่าวิจารณ์ นักวิชาการก็สอนหนังสือไป องค์กรอิสระอย่าง TDRI ก็อย่ามาอวดรู้เรื่องเศรษฐกิจ หรือซาร์ส NGO ก็อย่ารับเงินต่างชาติมาเคลื่อนไหวเรื่องชาวบ้าน เพราะรัฐบาลทำทั้งหมดและทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว



อันนี้ทำให้ผมกังวลว่า เราจะย้อนยุคไปสู่ยุคจอมพลสฤษดิ์ ซึ่งประกาศว่า "ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว" แต่ปัจจุบันเปลี่ยนคำประกาศเป็น "ข้าพเจ้าถูกต้องแต่ผู้เดียว" อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ควรพูดอะไรออกมาอีกต่อไปแล้ว เพราะเจ้าของบ้านอาจจะไม่ยอมให้เรามีบ้านให้คุ้มกะลาหัวอีกต่อไปก็ได้



ปาฐกถา วันปรีดี พนมยงค์


ประเด็นหลักที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือบทบาทคุณูปการของการเมืองภาคประชาชนต่อสังคมไทยปัจจุบันและอนาคต



องค์ประกอบต่างๆ ของการเมืองภาคประชาชน



การเมืองภาคประชาชนมีองค์ประกอบหลายส่วนคือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ สื่อมวลชนต่างๆ สถาบันวิชาการและปัญญาชนอิสระ กลุ่มสิทธิและกลุ่มเพื่อกิจกรรมเฉพาะต่างๆ และองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ ทั้งที่เป็นระดับโลก NGO และระดับท้องถิ่นคือ NGO ทั่วไป การเมืองภาคประชาชนนี้มีชื่อเรียกหลายชื่อตามเป้าหมายที่ต่างกันแต่ก็เหลื่อมซ้อนกันอยู่



- การเมืองภาคปริมณฑลสาธารณะ(public sphere) มุ่งสร้างพื้นที่ เวที กลไกส่วนกลาง ซึ่งไม่ใช่รัฐสภาที่จะถกเถียงสร้างประเด็นต่างๆ ขยายสิทธิอำนาจต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม



- การเมืองภาคประชาสังคม(civil society) หรือการเมืองภาคพลเมือง(citizen politics) ซึ่งมุ่งร่วมแข่งขันของบุคคล องค์กรต่างๆ ในสังคมที่จะถกเถียงและบรรลุข้อตกลงในประเด็นปัญหาต่างๆ หรือผลักดันบางประเด็นให้เป็นนโยบายของรัฐ



- การเมืองภาคประชาชน(peopls"s politics) หรือขบวนสังคมใหม่(new social movements) ซึ่งมุ่งเคลื่อนไหวสร้างจิตสำนึกคนในประเด็นผลประโยชน์ร่วมของมนุษยชาติ อันได้แก่สภาพแวดล้อมโลก การควบคุมทุนการเงินโลก หรือการคัดค้านโลกาภิวัตน์ การเคารพอำนาจสิทธิในวิถีชีวิตตัวตนของชุมชน บุคคล



ความจำเป็นของการเมืองภาคประชาชน


นักการเมืองไทยที่มุ่งหวังขจัดลดทอนบทบาทการเมืองภาคประชาชนควรตระหนักว่า การเมืองรัฐสภา หรือการเมืองแบบผู้แทนกำลังลดบทบาทลง และตัวมันเองไม่พอเพียงที่จะตอบปัญหาทุกเรื่องแก่ผู้คนได้ การเมืองภาคประชาชนนับวันจะทวีความสำคัญขึ้นด้วยเหตุผลดังนี้คือ



1) นักคิดเสรีนิยมใหม่เคยมีคำอธิบายว่า การเชื่อมโยงทางการเงิน วัฒนธรรม การติดต่อข่าวสาร ทำให้เกิดความเป็นโลกเดียว หรือโลกาภิวัตน์ แต่ช่วงหลังเริ่มตระหนักกันว่าไม่มีทางเกิดโลกเดียว วัฒนธรรมร่วมเดียวกันแบบตะวันตกครอบงำได้จะเป็นแบบหลังตะวันตกนิยม(Post Westernism) เป็นโลกาภิวัตน์หลายกระแสและท้องถิ่นนิยมหลายกระแสคละเคล้ากัน ซึ่งจะเรียกว่า โลกาภิวัฒน์(globalization) ก็ได้ บ่อยครั้งที่รัฐบาลของประเทศหรือแม้แต่องค์กรระหว่างประเทศไม่สามารถจัดการกับความซ้ำซ้อนหลากหลายได้ดีพอ จึงได้เกิดองค์กรนิรโทษกรรมสากล องค์กรการช่วยเหลือแพทย์และอาหารข้ามพรมแดน กรีนพีซ การต่อต้านวัฒนธรรมอเมริกันภิวัฒน์ เป็นเครือข่ายทั่วโลก ในอนาคตจะเกิดองค์กรสนับสนุนวัฒนธรรม ศิลปะพื้นบ้านขึ้นอีกมาก ปัจจุบันองค์กร NGO ระหว่างประเทศ หรือ INGO ก็ถือเป็นกระแสใหญ่ที่มีบทบาททางมากขึ้น



ภายในแต่ละประเทศก็เกิดกลุ่มความเชื่อความคิดผลประโยชน์ที่หลากหลายซับซ้อน ต่างฝ่ายต่างแสวงหาประโยชน์และคามชอบธรรมให้กับตน จนการเมืองแบบตัวแทนและระบบราชการไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ต้องอาศัยการเมืองแบบปริมณฑลสาธารณะหรือประชาสังคมขับเคลื่อนให้ความขัดแย้งแตกต่างดังกล่าวลงตัวได้ หลายประเทศก็มอบการจัดการทรัพยากร สวัสดิการบางประเภท เช่น การเสริมสร้างคุณภาพชีวิต กีฬา ท่องเที่ยว สันทนาการแก่องค์กรท้องถิ่นหรือ NGO แต่รัฐบาลไทยรักไทยซึ่งอ้างว่าทันสมัยกลับสวนกระแสโลก พยายามทอน NGO และท้องถิ่นลง



2) ยุคใหม่สุดนี้เกิดสิ่งที่เรียกว่า กระบวนการถอดถอย(disembeddedness) คือโลกถอดจากความเชื่อเดิมและถอยจากกรอบอำนาจและปฏิบัติเดิมๆ เช่น ความเป็นรัฐเริ่มถอดออกจากความเป็นชาติ ถอยออกจากอำนาจในการควบคุมอธิปไตยเหนือพรมแดนในบางเรื่อง เช่น รัฐในยุโรปถอดออกจากความเป็นชาติตน และถอยอำนาจในการควบคุมสกุลเงินตราเดิม อำนาจในการตั้งภาษี การตรากฎหมายบางด้าน เช่น มนุษยชน สภาพแวดล้อมจากอาณาเขตอธิปไตยเดิมของตนให้แก่สหภาพยุโรป(EU) รัฐบาลไทยก็กำลังถอดออกจากความเป็นรัฐของชาติไทยให้เป็นรัฐร่วมของความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แม้ว่าคนที่รักชาติมากๆ เมื่อได้ยินจะมองว่าทำให้วัฒนธรรมไทยเสื่อมถอย แต่ไม่ใช่ เป็นความต้องการให้เกิดความหลากหลาย เพื่อเตรียมตัวตั้งรับกระแสเปลี่ยนแปลงได้ดีมาก ลัทธิสุดขั้วจะได้ลดลง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงเกิดขึ้นในสังคม



กับส่วนอื่นๆ ต้องถอยอำนาจการกำหนดภาษีแก่อาเซียน เป็นต้น องค์กรของรัฐ เช่น สถาบันการศึกษา แพทย์และสาธารณชนก็กำลังตกอยู่ในกระบวนการนี้ เมื่อรัฐ องค์กร สถาบันของรัฐถูกถดถอย สิ่งที่มาแทนมี 2 ส่วนคือ ตลาดหรือภาคเอกชน กับภาคประชาชน ตลาดต้องการให้ธุรกิจเอกชนจัดการทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การศึกษาแพทย์ พลังงาน สื่อสาร ส่วนภาคประชาชนต้องการให้ภาคสังคม ชุมชนเป็นผู้จัดการกิจการเหล่านั้น ซึ่งในส่วนของสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน เดี๋ยวนี้นิยมทำมาตรฐานไอเอสโอ 9002 กันมาก แต่ผมมองว่าไม่ได้เรื่อง เป็นสิ่งห่วยๆ เหียกๆ ไม่ได้มีระบบตรวจสอบกันอย่างจริงจัง ควรจะมองคุณค่าทางด้านสังคมและวัฒนธรรมน่าจะดีกว่ามาก เรื่องนี้เป็นแฟชั่นที่ทำกันทั้งสถาบันศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน



ผู้ที่ต้องการให้ภาคสังคม ชุมชน ซึ่งควรจะเข้าใจวัฒนธรรมของประเทศไทยเอื้ออาทรต่อคนไทยได้ดี ก็ควรสนับสนุนการเมืองภาคประชาชนให้เข้มแข็ง ให้สังคมเข้มแข็ง วัฒนธรรมหลากหลายและเข้มแข็ง



เป็นที่น่าเสียดายที่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งเริ่มต้นด้วยเจตนารมณ์ที่ดียิ่ง ถูกทำให้เป็นสามานย์ไปเกือบทุกองค์กรถึงกรรมการชุดต่างๆ อาทิ การสรรหา กสช.



3) การเมืองในโลกจะขยายจากการเมืองอำนาจไปสู่การเมืองวัฒนธรรมและสังคมมากขึ้น



การเมืองแบบผู้แทนเป็นการเมืองแบบเก่าที่มุ่งเข้าสู่อำนาจซึ่งจะมีแรงกดดัน 2 ทาง ทางแรกเป็นกระแสหลัก คือ เอื้อผลประโยชน์แก่ตลาดหรือภาคเอกชนโดยผ่านข้ออ้างการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกทางคือแรงกดดันให้เกิดความยุติธรรมทางสังคมมากขึ้น ซึ่งรัฐไทยที่ผ่านมาทุกยุคมักสนใจสร้างความเติบโตทางธุรกิจของเอกชนเป็นหลัก การเมืองแบบเก่าจะผสมผสานภาคธุรกิจเข้ากับการเมือง โดยเฉพาะพรรคไทยรักไทยเป็นปรากฏการณ์ดังกล่าวชัดเจน และพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็น แต่เป็นภาคการเมืองผสมผสานกับภาคธุรกิจเกษตร ซึ่งเป็นคลื่นลูกที่ 1 แต่ไทยรักไทยการเมืองผสมผสานกับภาคธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมที่เป็นคลื่นลูกที่ 3 จึงสู้กันลำบาก



ในอนาคตซึ่งอาจจะยังห่างไกลแต่ก็คืบใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ประชาชนจะเพิกเฉย ละทิ้งการเมืองแบบเก่าแบบผู้แทน และหันมาสนใจสิ่งที่เรียกว่าการเมืองทางวัฒนธรรมและการเมืองทางสังคม(social politics และ cultural politics) มากขึ้น ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากว่าตลาดมีความสามารถที่จะสนองความต้องการด้านแฟชั่น สุขภาพ บันเทิง วัฒนธรรมแก่คนได้กว้างขวาง และในท่ามกลางกระบวนการโลกาภิวัตน์ รัฐเองก็ถูกมัดมือมัดเท้าจากทุนการเงินโลก เพียงสามารถดำเนินนโยบายกว้างๆ ไม่สามารถสร้างระบบสวัสดิการหรือความสุขทางวัตถุแก่ประชาชนได้มาก คนจึงจะหันมาให้ความสำคัญกับการแสวงหาความหมาย ความต้องการของตัวเอง โดยผูกพันกับกลุ่มสัญลักษณ์หลายๆ กลุ่ม เพื่อสร้างตัวตน เพื่อการมีกลุ่มสังคม เพื่อการแข่งขันทางในสังคมหรือเศรษฐกิจมากขึ้นทุกทีๆ กลุ่มสัญลักษณ์นี้อาจเป็นชุมชนที่ใกล้ชิดกันหรือเป็นชุมชนที่ห่างไกลกัน เป็นเครือข่ายหลวมๆ วิถีชีวิตคนไทยปัจจุบันก็ถูกผูกติด ใช้เวลากับกลุ่มสัญญะดังกล่าวหลากหลาย เช่น เป็นสมาชิกชมรมมวยจีน แอโรบิก แดนซ์ ดนตรี เป็นแฟนคลับฟุตบอลแมน"ยูไนเต็ด ร่วมกลุ่มเกย์ เลสเบี้ยน สนับสนุนการอนุรักษ์ป่าทุ่งใหญ่ สมาชิกพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น การต่อสู้เพื่อสิทธิย่อยๆ ทางสังคม ชุมชน วิถีชีวิต ฯลฯ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความผูกดันจะกระจายไปอยู่กับสิ่งต่างๆ ที่หลากหลายมาก ความเป็นชาติจะลดความสำคัญลงโดยธรรมชาติ นัยะสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ในอนาคต แม้การเมืองตัวแทนจะยังมีอำนาจความชอบธรรมระดับประเทศอยู่ แต่พื้นที่เครือข่ายภายใน/นอกประเทศของการเมืองทางสังคม-วัฒนธรรม จะขยายตัวเพิ่มและกินพื้นที่ในใหญ่กว่าการเมืองตัวแทนในที่สุด



น่าสนใจว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยรักไทยทำ แทนที่จะเป็นการกระจายการเมืองเป็นหลายๆ ด้าน หรือทอนมิติการเมือง เพิ่มมิติสังคมวัฒนธรรม ไทยรักไทยกลับเพิ่มความเป็นการเมือง(politicized) คือดึงประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยตรงมากขึ้น นี่ก็สะท้อนความมีมิติเดียวของไทยรักไทยอีกมุมหนึ่งเช่นกัน



คุณูปการของการเมืองภาคประชาชน : ตรีคุณของ NGO และกลุ่มเคลื่อนไหวชาวบ้านต่อสังคมไทย



ประเทศไทยมีลักษณะพิเศษตรงที่มีเหตุการณ์ต่อสู้เพื่อสิทธิ อำนาจ และความคิดการเมืองหลายหนคือ 14 ตุลาคม 16 6 ตุลาคม 19 พฤษภาคม 2535 และการรณรงค์ปฏิรูปรัฐธรรมนูญ จึงถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการเมืองภาคปริมณฑลสาธารณะ การเมืองภาคประชาสังคม และการเมืองภาคประชาชนหรือขบวนเคลื่อนไหวสังคมที่เข้มแข็ง มีบทบาทเป็นที่ยอมรับทั้งความคิดและการปฏิบัติ และถ้ากล่าวถึงกลุ่ม NGO และกลุ่มเคลื่อนไหวชาวบ้านของไทยโดยเฉพาะ ผู้เขียนแม้จะมีส่วนผลักดันประเด็นปัญหาต่างๆ ในสังคมมาหลายด้าน ก็ตระหนักและยอมรับคุณูปการ 3 ด้านของกลุ่มเหล่านี้คือ


(1) บทบาทของกลุ่ม NGO ขบวนการดังกล่าวไม่ใช่การปฏิวัติสังคมเช่นอดีต แต่เป็นกลุ่มที่จะแผ้วทางให้สังคมได้มองเห็นสังคมใหม่ได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการปรับทิศทาง เตรียมตัวตนเองและครอบครัวไปสู่อนาคต ซึ่งจะเป็นอนาคตของการรวมอยู่ร่วมกันอย่างเคารพยอมรับความแตกต่างหลากหลายของวิถีชีวิต เพศ วัย ความคิด วัฒนธรรม การอยู่ร่วมกันอย่างพยายามลดความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บ วิกฤตเศรษฐกิจการเมือง และสภาพแวดล้อมร่วมกันมากขึ้น



(2) NGO และขบวนการชาวบ้านยังมีบทบาทในการสร้างแผนภูมิทางความรู้ คุณธรรม และอำนาจแก่สังคม(cognitive and moral map) ก่อนการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นของ NGO และขบวนการชาวบ้าน คนไทยส่วนใหญ่ยึดถือเอารัฐชาติหรือประเทศเป็นศูนย์กลาง โครงการต่างๆ สามารถทำได้ถ้าใช้ข้ออ้างทำเพื่อพัฒนาประเทศ แต่การต่อสู้อย่างเข้มข้นเสียสละของชาวบ้านในหลายๆ เรื่องทำให้สังคมเกิดแผนภูมิใหม่ทางปัญญา คุณธรรม และอำนาจว่า



ในประการแรก สังคมรับรู้ว่าแผนพัฒนาและโครงการต่างๆ ที่ทำกันมามักทำโดยการถืออำนาจความรู้อย่างหยาบๆ จากศูนย์กลางไปครอบลงบนท้องถิ่น โดยไม่ได้คำนึงถึงชะตากรรมการผันแปรของสภาพท้องถิ่นเท่าที่ควร เป้าของโครงการจึงต้องถอยร่นยินยอมตามเหตุผลของชาวบ้านมาตลอดทุกโครงการที่มีปัญหา



ในประการที่สอง จากที่เคยมองรัฐเป็นศูนย์กลาง สังคมได้ตระหนักและรับรู้ว่ามีวิถีชีวิตและอำนาจและสิทธิที่ทับซ้อนกันอยู่ 3 วิถีชีวิต อำนาจและสิทธิ คือรัฐส่วนกลาง ชุมชนท้องถิ่น และบุคลากร การต่อสู้ที่แน่วแน่ของพวกเขาทำให้เราต้องยอมรับการดำรงอยู่ของวิถีชีวิต สิทธิ และอำนาจดังกล่าวซึ่งเราจำเป็นต้องเคารพ วิธีการแก้ปัญหาคือการสนทนาเจรจา ไม่ใช่การชี้นิ้วออกคำสั่ง หรือทุบโต๊ะจากส่วนกลางอีกต่อไป นี่คือการยกระดับคุณธรรมในใจของทุกคนในสังคมไทยซึ่งจะช่วยให้การกระจายอำนาจ สิทธิเหนือทรัพยากรและความยุติธรรมทางสังคมเป็นจริงมากขึ้น



ในประการที่สาม การต่อสู้ของ NGO และชาวบ้านเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญของการสร้างบรรทัดฐาน(norms) และกลไกการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างเป้าหมาย อุดมการณ์ ซึ่งบางครั้งไม่อาจลงรอยกันได้ การสร้างบรรทัดฐานและกลไกที่เป็นยอมรับและทำงานได้ผล(บางส่วนโดยไม่จำเป็นต้องทั้งหมด) ใช้เวลาและทำได้ยาก แต่ในที่สุดก็ต้องเกิดขึ้น อาทิ การเกิดมาตราว่าด้วยสิทธิมนุษยชน สภาพแวดล้อม ทรัพยากร ฯลฯ ในรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายเฉพาะ เกิดปฏิญญาต่างๆ เกิดคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม การนำเอาข้อขัดแย้งขึ้นสู่ศาลในบางประเทศ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้สังคมเกิดความละเอียดอ่อนในการเคารพสิทธิ อำนาจ วิถีชีวิตซึ่งกันและกันมากขึ้น



เท่าที่ผมรับทราบ ชาวบ้านกลุ่ม NGO ที่ประสบความยากลำบากเนื่องจากเป็นผู้ที่วิถีชีวิตถูกกระทบโดยตรง พยายามสรุปเก็บรับบทเรียนในการต่อสู้และการถูกวิจารณ์ว่าดื้อรั้น ไม่รับฟังความเห็นคนอื่น รัฐบาลก็ควรเก็บรับบทเรียนไม่ใช่บทเล่ห์กระเท่ห์ที่จะแยกสลาย บั่นทอนบทบาทการทำงานของ NGO เพราะถึงอย่างไร อนาคตของโลกก็คือการก้าวไปสู่การเมืองใหม่ดังกล่าว ไม่ใช่การเมืองเก่าในรูปโฉมใหม่เท่านั้น สำหรับสังคมไทยโดยทั่วไปก็ควรมองว่า การต่อสู้อันยากลำบากของ NGO และชาวบ้านในหลายกรณีที่ผ่านมาได้มีส่วนยกระดับจิตใจของเราให้เคารพปัญหาและวิถีชีวิตของพวกเขา



แต่ไม่ใช่ลดระดับจิตใจของเราไปดูหมิ่นดูแคลนถากถางขาดแคลนความเอื้ออาทรต่อกัน!!





จากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Oct 11, 2006 12:47 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

' ธีรยุทธ'ตั้งฉายารัฐบาล'โอที' เชื่อทรท.ถูกเชือด

11 ตุลาคม 2549 11:33 น.

'ธีรยุทธ' ให้ฉายารัฐบาลใหม่ว่าเป็นรัฐบาล"โอที" มั่นใจมีเสถียรภาพ เชื่อมั่นอีก 3-6เดือนแกนนำทรท.ถูกลงโทษ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายธีรยุทธ บุญมี OSK83 อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ฉายารัฐบาลใหม่ของ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ OSK71 ว่าเป็นรัฐบาล"โอที" มั่นใจมีเสถียรภาพ เชื่อมั่นอีก 3-6เดือนแกนนำทรท.ถูกลงโทษ

(เบื้องต้น)

นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เสวนาเรื่อง "รัฐบาลใหม่กับปัญหาสังคมการเมืองไทยในอนาคต" โดยนายธีรยุทธ ได้ตั้งข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี โดยขนานนามรัฐบาลชุดนี้ว่า "รัฐบาลโอที" หรือรัฐบาลล่วงเวลา คือ เน้นข้าราชการ ผู้ชำนาญการอาวุโส เสียสละเข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติ ขณะที่เสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้ นายธีรยุทธไม่กังวล เพราะเชื่อมั่นว่า พล.อ.สุรยุทธ์ มีความมั่นคง

ขณะที่ทางด้านของพรรคไทยรักไทยนั้น เชื่อว่าจะสลายตัวเป็นเพียงพรรคย่อย บรรดาผู้นำจำนวนหนึ่งจะมีความผิดและถูกลงโทษตามกฎหมายใน 3 - 6 เดือนข้างหน้า

พร้อมกันนี้ นายธีรยุทธ ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มักใช้การตลาดทำให้ประชาชนเสพติด แต่รัฐบาลชุดนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ ควรจะต้องสื่อสารกับชาวบ้านให้มากขึ้น โดยได้เสนอแนะให้นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายวิจิตร ศรีสอ้าน OSK66? และนายสุวิทย์ ยอดมณี เข้ามาช่วยสนับสนุนงาน นอกจากนี้ นายธีรยุทธ ยังได้แนะ 7 ภารกิจเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ

ที่มา:
http://www.bangkokbiznews.com/2006/10/11/w001_144459.php?news_id=144459
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9490000126716

_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Apr 30, 2007 12:05 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Sep 25, 2007 10:08 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top



_________________
“If trouble comes when you least expect it, then maybe the thing to do is to always expect it.” – Cormac McCathy, American novelist
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
papabear1962
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: May 14, 2007
ตอบ: 619
รุ่นทีู่่: 98

ตอบตอบ: Wed Sep 26, 2007 7:17 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เห็นด้วยหลายเรื่องครับ
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว รุ่นที่ (แสดงในกระทู้)
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   กระทู้นี้ถูกปิดคุณไม่สามารถแก้ไขคำตอบหรือตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.416 วินาที