------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - ปฎิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๙-๑๑ มิ.ย. ที่..ถิ่นเดิม
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » ร่วมด้วยช่วยกัน
ผู้ส่ง ข้อความ
supawit103
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 01, 2004
ตอบ: 701
รุ่นทีู่่: 103

ตอบตอบ: Tue May 16, 2006 10:13 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top



ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
The 60th Anniversary Celebrations of His Majesty's Accession to the Throne

เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่ในหลวงของเรา

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ และ ผู้ปกครองนักเรียน ทุกท่าน

ร่วมปฎิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
โดย พระคุณเจ้าจากวัดราชบุรณะ (วัดเลียบ)

ณ อาคาร ๑๒๓ ปี
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ระหว่างวันศุกร์ที่ ๙ - วันอาทิตย์ที่ ๑๑ มิถุนายน ศกนี้

เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาส ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี

- แต่งกาย ชุดสีขาว
- พักแรม ณ สถานที่ปฎิบัติธรรม อาคาร ๑๒๓ ปี สวนกุหลาบวิทยาลัย


แจ้งความจำนงที่

อ.ลักษณา ปริกขิตตานนท์ 01-350-4475
ห้องสำนักงานพิพิธภัณฑ์ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย

อ.พรศิริ ทองพันธุ์ 01-3412444
ห้องสำนักงานประชาสัมพันธ์ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย

..........................................................................

ความหมายของตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี

อักษรพระปรมาภิไธย ภปร สีเหลืองนวลทอง อันเป็นสีประจำพระชนมวาร ขลิบรอบตัวอักษรด้วยสีทองบนพื้นสีน้ำเงินเจือทอง อันเป็นสีประจำพระราชวงศ์ ล้อมด้วยเพชรอันเป็นเอกแห่งรัตนะหมายว่าเหล่านักปราชญ์ ราชกวีสำคัญ อีกบรรดาช่างอันมีชื่อ พระยาช้างสำคัญ นางงาม เหล่าทแกล้วทหารข้าราชราชบริพาร อันยอดฝีมือในการปฏิบัติราชการอย่างสุจริตยิ่ง เหล่านี้เปรียบด้วยเพชรอันชื่อว่ารัตนะ แวดล้อมประดับพระเกียรติยศแห่งพระมหากษัตริยาธิราชพระองค์นั้นอันเหนือยิ่งกว่าเพชรอันได้ชื่อว่ารัตนะทั้งปวง คือพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถิตเป็นเพชรอันยอดค่ายิ่งในดวงใจราษฏร์ ทรงบำบัดทุกข์ผดุงสุขเป็นที่พึ่งอันเกษมสุขร่มเย็นแก่ปวงพสกนิกร ซึ่งต่างเชื้อชาติศาสนาในพระราชอาณาจักรของพระองค์

อนึ่ง อักษรพระปรมาภิไธย ภปร นี้ ประดิษฐานบนพระที่นั่งภัทรบิฐภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎประกอบพระอุณาโลม อันเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจสิริราชกกุธภัณฑ์ แวดล้อมด้วยพระแสงขรรค์ชัยศรีและพระแส้หางช้างเผือกทอดสอดอยู่ในกงพระที่นั่งภัทรบิฐ เบื้องซ้ายแห่งพระมหาพิชัยมงกุฎ มีธารพระกรและพัชนีฝักมะขามทอดสอดอยู่เบื้องขวาแห่งกงพระที่นั่งภัทรบิฐอันประดิษฐานบนฐานเขียง ซึ่งทอดฉลองพระบาทประดิษฐานอยู่ เหล่านี้รวมเรียกว่าเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ประกอบด้วยสิ่งอันแสดงความเป็นกษัตริย์ทั้ง 5 คือ พระมหาพิชัยมงกุฎ 1 พระแสงขรรค์ชัยศรี 1 ธารพระกร 1 พัดวาลวิชนีและพระแส้ 1 ฉลองพระบาท 1 หมายถึงปีแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ล่างลงมาเป็นแพรแถบสีชมพูขลิบทองเขียนอักษรสีทอง ความว่า ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549 ปลายแห่งแพรแถบผูกเป็นภาพกระบี่ธุช เป็นวานรกายขาวมือถือก้านลายซุ้มอันเป็นกรอบลายของตราสัญลักษณ์ ฯ อยู่ด้านขวา ส่วนด้านซ้ายปลายแพรแถบผูกเป็นภาพพระครุฑพ่าห์ เป็นครุฑหน้าขาวกายสีเสนปนทอง มือถือก้านลายกรอบแห่งแห่งตราสัญลักษณ์ ฯ พื้นภาพตราสัญลักษณ์ ฯ เฉลิมพระเกียรติทั้งหมดสีเขียวปนทอง อันหมายถึงสีอันเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ และยังหมายถึงสีของความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์แห่งผืนภูมิประเทศที่ทรงปกครองทำนุบำรุงอย่างหนักยิ่งมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติมา ณ บัดนี้ถึงมหามงคลสมัยที่จะฉลองเฉลิมพระเกียรติในการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อันยาวนานที่สุดยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์องค์ใดในพระราชพงศาวดารในสยามประเทศ

ที่มา
http://www.60thcelebrations.com/th/index.php


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย supawit103 เมื่อ Fri Jun 02, 2006 1:47 pm, แก้ไขทั้งหมด 3 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) MSN
supawit103
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 01, 2004
ตอบ: 701
รุ่นทีู่่: 103

ตอบตอบ: Tue May 16, 2006 10:17 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

กำหนดการ

วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2549

ภาคบ่าย

14.00 น.
ผู้เข้าอบรมลงทะเบียน รับเอกสาร ณ อาคาร 123 ปี สวนกุหลาบ
14.30 น.
พิธีเปิดการฝึกอบรม และประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
14.35 น.
พระคุณเจ้าอาวาสวัดราชบูรณราชวรวิหาร กล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการอบรม
แนะนำวิทยากรผู้ให้การอบรบ
15.00 น.
พัก 15 นาที ดื่มน้ำปานะ
15.15 น.
พระวิทยากรแนะนำการไหว้พระ และสวดมนต์ – รับศีล8
16.00 น.
ฟังการบรรยายธรรมเรื่อง “สมาธิและการปฏิบัติธรรม”
17.00 น.
พักผ่อนตามอัธยาศัย

ภาคค่ำ

19.00 น.
ผู้เข้าอบรมพร้อมกันที่ห้องฝึกอบรม สวดมนต์ ทำวัตรเย็น
20.00 น.
ฟังธรรมบรรยายเรื่อง “อานิสงส์ของการกินเจ”
21.00 น.
พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2549

ภาคเช้า

04.30 น.
ตื่นนอน – ทำธุระส่วนตัว
05.00 น.
ผู้เข้าอบรมพร้อมกันที่ห้องฝึกอบรม ไหว้พระ สวดมนต์ ทำวัตรเช้า
05.30 น.
ฟังบรรยายเรื่อง “ความเศร้าหมอง ความผ่องใสของสมาธิ และฝึกปฏิบัติ”
06.30 น.
พักผ่อน
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้า
09.00 น.
ผู้เข้าอบรมพร้อมกันที่ห้องฝึกอบรม ฟังธรรมบรรยาย เรื่อง “อุปสรรคของการฝึกสมาธิ”
10.00 น.
ปฏิบัติสมาธิ
11.00 น.
รับประทานอาหาร
12.0 น.
พักผ่อน
ภาคบ่าย

13.00 น.
ผู้เข้าอบรมพร้อมกันที่ห้องฝึกอบรม ฟังบรรยายเรื่อง “จะฝึกสมาธิให้เกิดขึ้นได้อย่างไร”
13.30 น.
ปฏิบัติสมาธิ
15.00 น.
พักดื่มน้ำปานะ 15 นาที
15.15 น.
ตอบปัญหาธรรมะ
17.00 น.
พักผ่อนตามอัธยาศัย

ภาคค่ำ

19.00 น.
ผู้เข้าอบรมพร้อมกันที่ห้องฝึกอบรม ปฏิบัติสมาธิ
20.00 น.
ฟังธรรมบรรยาย และตอบปัญหาข้อสงสัย
21.00 น.
พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ 11 มิถุนายน 2549

ภาคเช้า

04.30 น.
ตื่นนอน – ทำธุระส่วนตัว
05.00 น.
ผู้เข้าอบรมพร้อมกันที่ห้องฝึกอบรม สวดมนต์ทำวัตรเช้า
05.30 น.
ฟังธรรมเรื่อง “วิธียกจิต ข่มจิต และประคองจิต ร่วมกับปฏิบัติสมาธิ”
06.30 น.
พักผ่อนตามอัธยาศัย
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้า
09.00 น.
ฟังธรรมบรรยาย เรื่อง “สมาธิกับชีวิตประจำวัน”
10.00 น.
พิธีปิด มอบวุฒิบัตร และให้โอวาทแก่ผู้ฝึกอบรม
11.00 น.
ถวายอาหารเพล – รับประทานอาหารร่วมกัน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) MSN
Pornsiri
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Sep 25, 2004
ตอบ: 163

ตอบตอบ: Wed May 17, 2006 7:44 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ขอบคุณ เปิ้ล ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ อยากให้มาร่วมกิจกรรมกันมากๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อความเป็นสิริมงคลของทุกคน ศิษย์เก่าก็มาร่วมได้นะคะ
ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ ครูพรศิริ 01-3412444
Laughing Laughing
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed May 17, 2006 6:48 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

อัสซุสเทคส่งโน้ตบุ๊กเทิดพระเกียรติ อัญเชิญภาพพระราชลัญจกรลงBios

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2549 16:43 น.


ตราพระราชลัญจกรบนโน้ตบุ๊กเฉลิมพระเกียรติ


ด้านหน้าของโน้ตบุ๊กเฉลิมพระเกียรติ


ตราพระราชลัญจกรบนไบออส

อัสซุสเทคประเทศไทยเปิดตัวโน้ตบุ๊กพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จุดเด่นอยู่ที่การติดตราพระราชลัญจกร ภปร. ลงบนด้านบนของเครื่อง และการอัญเชิญตราพระราชลัญจกรลงใน Bios (ไบออส) ซึ่งจะปรากฏก่อนเข้าสู่ระบบปฏิบัติการใดๆ เปิดจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 999 เครื่องเท่านั้น

โน้ตบุ๊กเทิดพระเกียรติของอัสซุสเทคมีชื่อรุ่นว่า Asus W7F 20DSM มาพร้อมอินเทลเซ็นทริโนดูโอโมบายล์ 2GHz. ขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว หน่วยความจำ DRR2 533 ขนาด 512MB ฮาร์ดไดร์ฟ 80GB ฝังกล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซลในตัว พร้อมเมาส์ออปติคอลบลูทูธ มีช่องอ่านการ์ดหน่ายความจำในตัว รับประกัน 2 ปี สนนราคา 69,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

อัสซุสเทคเปิดให้สั่งจองโน้ตบุ๊กเทิดพระเกียรติดังกล่าวแล้วในขณะนี้ โดยจะจัดงานรับเครื่องพร้อมกันและร่วมกิจกรรมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00-19.00 น. ที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

ผู้ที่ยืนยันการสั่งจองภายในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้จะมีสิทธิ์ได้รับการอัปเกรดฮาร์ดไดร์ฟจาก 80GB เป็น 100GB ด้วย

อัสซุสเทคเปิดเผยว่าโน้ตบุ๊กเทิดพระเกียรติถูกสร้างขึ้นทั้งสิ้น 1008 เครื่อง ประกอบด้วย 999 เครื่องสำหรับจำหน่าย และ 9 เครื่องสำหรับทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใน 999 เครื่องที่จะวางจำหน่ายนั้น ทุกเครื่องจะมีการลำดับเลขหมายเครื่องเป็นเลขไทย โดยโน้ตบุ๊กลำดับที่ 9, 99, 999, 777, 222, 444, 555, 666 และ 60 จะมีการประมูลในวันที่ 3 เพื่อนำรายได้บางส่วนขึ้นทูลเกล้าถวายฯ

ผู้สนใจเข้าร่วมงานประมูล สอบถามรายละเอียด และสั่งจองโน้ตบุ๊กพิเศษรุ่นนี้ได้ที่อัสซุสคอลเซ็นเตอร์ 0-2264-9577 หรือเว็บไซต์ www.resdy2e.com/asus/w7

อัสซุสเทคประเทศไทยระบุว่าเป็นรายเดียวที่ได้รับพระบรมราชานุญาตจากสำนักราชเลขาธิการ ให้ใช้ตราพระราชลัญจกรบนโน้ตบุ๊กได้อย่างถูกต้อง ดำเนินโครงการนี้เป็นเวลาราวครึ่งปี สำหรับจำนวนยอดผู้สั่งจองในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้เนื่องจากการรวบรวมยอดสั่งจองในต่างจังหวัดยังไม่เรียบร้อย แต่โดยรวมแล้วถือว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

อัสซุสเทคประเทศไทยเป็นสาขาของอัสซุสเทคคอมพิวเตอร์ (AsusTek Computer) ผู้ผลิตโน้ตบุ๊ก เมนบอร์ด กราฟิกการ์ด ออปติคอลไดร์ฟ พีซี อุปกรณ์ไวร์เลส โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เน็ตเวิร์กสัญชาติไต้หวัน

ที่มา: http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9490000064646
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Wed May 17, 2006 8:44 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

น้ำปานะ

http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/006385.htm

จากพจนานุกรมพุทธศาสตร์
ปานะ แปลว่าเครื่องดื่ม,น้ำสำหรับดื่ม ที่คั้นจากลูกไม้ (น้ำคั้นผลไม้) จัดเป็นยามกาลิก ท่านแสดงไว้๘ ชนิด คือ

๑. อมฺพปานํ น้ำมะม่วง
๒. ชมฺพุหานํ น้ำชมพู่หรือน้ำหว้า
๓. โจจปานํ น้ำกล้วยมีเม็ด
๔. โมจปานํน้ำกล้วยไม่มีเม็ด
๕. มธุกปานํ น้ำมะทราง(ต้องเจือน้ำจึงจะควร)
๖. มุทฺทิกปานํ น้ำลูกจันทน์หรือองุ่น
๗. สาลุกปานํน้ำเหง้าอุบล
๘. ผารุสกปานํ น้ำมะปรางหรือลิ้นจี่
นิยมเรียกว่า อัฏฐบาน หรือ น้ำอัฏฐบาน (ปานะ ๘ อย่าง)


วิธีทำปานะที่ท่านแนะไว้ คือ ปอกหรือคว้านผลไม้เหล่านี้ที่สุด
เอาผ้าห่อ บิดให้ตึงอัดเนื้อผลไม้ให้คายน้ำออกจากผ้า
เติมน้ำลงให้พอดี (จะไม่เติมน้ำก็ได้เว้นแต่ผลมะทรางซึ่งท่านระบุว่าต้องเจือน้ำจึงควร)แล้วผสมน้ำตาลและเกลือเป็นต้นลง
ไปพอให้ได้รสดี

ข้อจำกัดที่พึงทราบคือ

๑. ปานะนี้ให้ใช้ของสดห้ามมิให้ต้มด้วยไฟ(ข้อนี้พระมิตสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรฐาณวโรรสว่าแม้สุกก็ไม่น่ารังเกียจ)

๒. ต้องเป็นของที่อนุปสัมบันทำจึงควรฉันในเวลาวิกาล (ถ้าภิกษุทำถือเป็นเหมือนยาวกาลิก เพราะรับประเคนมาทั้งผล)
๓. ของประกอบเช่นน้ำตาลและเกลือไม่ให้เอาของที่รับประเคนค้างคืนไว้มาใช้ (แสดงว่ามุ่งให้เป็นปานะที่อนุปสัมบันทำถวายด้วยของของเขาเอง)กาลิก เนื่องด้วยกาล,ขึ้นกับกาล, ของอันจะกลืนกินให้ล่วงลำคอเข้าไปซึ่งพระวินัยบัญญัติให้ภิกษุรับเก็บไว้และฉันได้
ภายในเวลาที่กำหนด

จำแนกเป็น ๔ อย่าง คือ
๑. ยาวกาลิก รับประเคนไว้และฉันได้ชั่วเวลาเช้าถึงเที่ยงของวันนั้นเช่น ข้าว ปลา เนื้อ ผัก ผลไม้ ขนมต่าง ๆ

๒. ยามกาลิก รับประเคนไว้และฉันได้ชั่ววันหนึ่งกับคืนหนึ่งคือก่อนอรุณของวัน
ใหม่ ได้แก่ ปานะ คือ น้ำคั้นผลไม้ที่ทรงอนุญาต

๓. สัตตาหกาลิก รับประเคนไว้และฉันได้ภายในเวลา๗ วัน ได้แก่
เภสัชทั้งห้า

๔. ยาวชีวิก รับประเคนแล้ว ฉันได้ตลอดไปไม่จำกัดเวลาได้แก่ของที่ใช้ปรุงเป็นยา นอกจากกาลิก ๓ ข้อต้น
(ความจริงยาวชีวิก ไม่เป็นกาลิก แต่นับเข้าด้วยโดยปริยาย เพราะเป็นของเกี่ยวเนื่องกัน)

ปานะ แปลว่า เครื่องดื่ม,น้ำสำหรับดื่ม ที่คั้นจากลูกไม้ (น้ำคั้นผลไม้) จัดเป็นยามกาลิก
ท่านแสดงไว้๘ ชนิด คือ

๑. อมฺพปานํ น้ำมะม่วง
๒. ชมฺพุหานํ น้ำชมพู่หรือน้ำหว้า
๓. โจจปานํ น้ำกล้วยมีเม็ด
๔. โมจปานํน้ำกล้วยไม่มีเม็ด
๕. มธุกปานํ น้ำมะทราง(ต้องเจือน้ำจึงจะควร)
๖. มุทฺทิกปานํ น้ำลูกจันทน์หรือองุ่น
๗. สาลุกปานํน้ำเหง้าอุบล
๘. ผารุสกปานํ น้ำมะปรางหรือลิ้นจี่

นิยมเรียกว่า อัฏฐบาน หรือ น้ำอัฏฐบาน (ปานะ ๘ อย่าง)
วิธีทำปานะที่ท่านแนะไว้ คือ ปอกหรือคว้านผลไม้เหล่านี้ที่สุด เอาผ้าห่อ บิดให้ตึงอัดเนื้อผลไม้ให้คายน้ำออกจากผ้าเติมน้ำลงให้พอดี (จะไม่เติมน้ำก็ได้เว้นแต่ผลมะทรางซึ่งท่านระบุว่าต้องเจือน้ำจึงควร)ล้วผสมน้ำตาลและเกลือเป็นต้นลงไปพอให้ได้รสดีข้อจำกัดที่พึงทราบคือ

๑. ปานะนี้ให้ใช้ของสดห้ามมิให้ต้มด้วยไฟ(ข้อนี้พระมิตสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรฐาณวโรรสว่าแม้สุกก็ไม่น่ารังเกียจ)

๒. ต้องเป็นของที่อนุปสัมบันทำจึงควรฉันในเวลาวิกาล (ถ้าภิกษุทำถือเป็นเหมือนยาวกาลิก เพราะรับประเคนมาทั้งผล)

๓. ของประกอบเช่นน้ำตาลและเกลือไม่ให้เอาของที่รับประเคนค้างคืนไว้มาใช้ (แสดงว่ามุ่งให้เป็นปานะที่อนุปสัมบันทำถวายด้วยของของเขาเอง)มธุกะ มะทราง,น้ำคั้นมะทรางเจือน้ำแล้ว เรียกมธุกปานะ เป็นสัตตาหกาลิกอย่างหนึ่ง ดู ปานะ อัฏฐบาน ปานะทั้ง๘,

น้ำปานะคือน้ำคั้นผลไม้ ๘ อย่าง ดู ปานะ
ส่วนชาเขียวที่นิยมกันก็ไม่ถือว่าผิดครับ "อนุโลมเข้ากันได้" ถ้าผมกอปปี้มาไม่ดีก็ต้องขออภัยนะครับ
RM
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Thu May 18, 2006 8:58 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu May 18, 2006 9:25 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

คาดว่า TIME Magazine จะออกเล่มใหม่เรื่องในหลวงของเราเร็วๆนี้ครับ

ส่วนในอดีต TIME เคยมีปกที่ผมประทับใจดังต่อไปนี้:

King Phumiphon (สะกดผิด) ฉบับ Apr. 3, 1950


King Bhumibol, Queen Sirikit ฉบับ May 27, 1966


Holder of the Kingdom, Strength of the Land

May 27, 1966
THAILAND (See Cover) Seen on a soft spring night, the luminous spires of the Temple of the Emerald Buddha seem to float over Bangkok scarcely touched by the blare of traffic, the neon slashes of bars and the ragged hurly-burly of mainland Southeast Asia's largest city. So too does the Kingdom of Thailand, proud heir to virtually seven centuries of uninterrupted independence, seem to soar above the roiling troubles of the region all around it. Neighboring Laos is half in Communist hands, Cambodia hapless host to the Viet Cong, Burma a xenophobic military backwater. The Chinese talons are less than...

..............................

แถมท้ายด้วย...
King Prajadhipok (ร.๗) ฉบับ Apr. 20, 1931



ที่มา: http://www.time.com/
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu May 18, 2006 12:06 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

"ซูม ไทยรัฐ">> งานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

งานจะเริ่มวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 49 นี่แล้ว นับจากวันนี้ก็เพียงแค่ 8 วันเท่านั้นเอง

คณะกรรมการจัดงานส่งข่าวเพิ่มเติมว่า งานนี้จะใช้เงินกว่า 400 ล้านบาท จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และจะใช้เนื้อที่ถึง 2 แสนตารางกิโลเมตร

ในงานจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ โดยส่วนแรกจะเป็นนิทรรศการพระราชประวัติ ซึ่งจะมีถึง 9 ส่วนย่อย ลำดับความอย่างละเอียดลออ

ส่วนที่สอง จะเป็นนิทรรศการพระราชกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์ของราษฎร และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจะมีรายละเอียดและตัวอย่างโครงการมาให้ดูชมหลายโครงการ

ส่วนที่สาม จะเป็นการแสดงนาฏกรรมเฉลิมพระเกียรติในรูปแบบละครเพลง ดนตรีร่วมสมัย การแสดงสินค้า การจำหน่ายของที่ระลึก และการเสวนาตามรอยพระยุคลบาท

เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ “ซี.พี.” โดยท่านประธานกรรมการ ธนินท์ เจียรวนนท์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของงานนี้ด้วย แจ้งข่าวเพิ่มเติมมาว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์จะใช้เนื้อที่ถึง 1,000 ตารางเมตร ของฮอลล์ 8 เพื่อแสดงนิทรรศการตามรอยเบื้องยุคลบาท รวมทั้งสิ้น 4 สถานี

ทุกสถานีจะจำลองโครงการที่เหมือนจริงมาให้ผู้ชมได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม เหมือนกับไปดูโครงการที่บริเวณพื้นที่

นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้ผลิตสารคดีชุด ตามรอยเบื้องยุคลบาท จำนวน 15 เรื่อง ออกอากาศทางช่อง 11 เวลา 20.15 น. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.เป็นต้นมา จนถึง 25 พ.ค.

ใครที่ถนัดจะดูทางยูบีซี 7 ก็ดูได้ตั้งแต่เวลา 18.45 น.

ครับ! ก็เป็นกิจกรรมตัวอย่างกิจกรรมหนึ่งที่จะเข้าร่วมแสดงที่เมืองทองธานี ในวันที่ 26 พ.ค.ที่จะถึง

นอกจากซี.พี.แล้ว ธุรกิจใหญ่ๆที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ได้แก่ กลุ่มบริษัทในเครือ ปตท. จำกัด (มหาชน), บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ และบริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด

เฉพาะ 4 รายนี้ รายละ 40 ล้านบาท ต้องขอปรบมือให้ด้วยความขอบคุณ และขอให้กิจการจงเจริญๆต่อไปในอนาคต

สำหรับท่านผู้อ่านอย่าลืมหาคิวว่างไปเที่ยวดูงานนี้ให้ได้ สัก 1 วันหรือ 2 วันเป็นอย่างน้อย...เขากะว่ารวมๆแล้วจะมีคนไปงานถึง 3 ล้านคน...จะถึงหรือไม่ถึงก็อยู่ที่ท่านผู้อ่านนี่แหละครับ.
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri May 19, 2006 11:20 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เว็บบอร์ดและข้อมูลงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
http://www.nipa.co.th/pr2005/60king.php
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
supawit103
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 01, 2004
ตอบ: 701
รุ่นทีู่่: 103

ตอบตอบ: Sat May 20, 2006 12:42 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top



พระบรมฉายาลักษณ์ที่ประทับใจที่สุดในชีวิต
เหตูเกิด ณ สวนกุหลาบวิทยาลัย

***ด้วยความกรุณาของ อ.พรศิริ ทองพันธุ์***
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) MSN
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed May 24, 2006 2:15 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

"ซูม ไทยรัฐ">> พลุ60ปีครองราชย์

ผมได้รับคำถามจากท่านผู้อ่านและเพื่อนๆหลายคนว่า ในการจัด งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งนี้ จะมีการยิงพลุด้วยหรือไม่?

เหตุที่มีคำถามเช่นนี้เกิดขึ้น ก็เพราะในอดีตที่ผ่านมา เมื่อถึงวโรกาสสำคัญๆมักจะมีการจุดพลุเฉลิมฉลองอยู่เสมอๆ

ผมเก็บคำถามเหล่านี้ไว้หลายวันแล้ว ตั้งใจว่ามีโอกาสเหมาะๆจะลองติดต่อสอบถาม คณะกรรมการประชาสัมพันธ์เขาดูว่าทราบรายละเอียดหรือไม่อย่างไร

โชคดีครับ เมื่อวานนี้ผู้ที่ผมเคารพนับถือท่านหนึ่งก็ส่งเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้ปึกเบ้อเริ่ม

เป็นเอกสารของ คณะอนุกรรมการดำเนินโครงการจุดพลุและจุดดอกไม้ไฟ งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี...ระบุไว้ชัดเจนว่า จะมีการจุดพลุด้วยอย่างแน่นอน

และก็เป็นพลุเจ้าเก่าที่คนไทยรู้จักอย่างดียิ่ง คือพลุของสาธารณรัฐประชาชนจีนกับพลุของไซโก ที่เคยลือลั่นมาแล้วเมื่อครั้งเฉลิมฉลองพระชนมายุ 60 พรรษา

วันที่ 9 มิถุนายน 2549 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 60 ปีของการเสด็จขึ้นครองราชย์ จะมีการจุดพลุและดอกไม้ไฟ ณ สวนเบญจกิติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เริ่มงานตั้งแต่ 18.00-21.00 น. โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ร่วมกับบริษัทเอกชนไทยที่มีชื่อเสียงหลายบริษัท

เป็นการจุดพลุประกอบการบรรเลงของวงออเคสตร้าวงใหญ่ พร้อมทั้งชมการฉายพระบรมฉายาลักษณ์ พระราชกรณียกิจต่างๆ

พลุเกือบทั้งหมด ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นพลุที่มีจังหวะขึ้นลงตามเสียงดนตรี มีสีสัน มีชีวิตชีวา สะบัดเส้นสายไปมาอย่างสวยงาม

ประกอบด้วย ชุดมงกุฎเงินมงกุฎทองกระจายเป็นรูปต่างๆ ให้ผู้ชมได้ใช้จินตนาการตามอย่างมีอรรถรส อาทิ รูปดาวพระศุกร์ ดาวพระเสาร์ และดอกเบญจมาศ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 25-200 มิลลิเมตร

จังหวะการจุดควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง แบ่งออกเป็น 5 ช่วง ประกอบการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ไปด้วยดังนี้

ช่วงที่ 1 พระภูมินทร์แห่งสยาม (แสงเทียน) ช่วงที่ 2 เถลิงราชย์มหา บงกช (แผ่นดินของเรา) ช่วงที่ 3 เย็นศิระเพราะพระบริบาล (สายฝน) ช่วงที่ 4 พระบารมีจักรีเกริกฟ้า (ใกล้รุ่ง) ช่วงที่ 5 สดุดีมหาราชา (มาร์ชราชวัลลภ)

ทั้งหมดนี้ ผมลอกตามรายละเอียดที่แจกมาให้เลยครับ

อยากรู้ว่าวันจริงจะสวยงามเพียงไหนและเร้าใจเพียงใด เมื่อมีเสียงดนตรีคลอเคล้าไปด้วย ก็คงต้องหาโอกาสไปดูกันใกล้ๆ

วันพุธที่ 12 มิถุนายน 2549 จะมีการจุดพลุ ณ บริเวณกลางลำนํ้าเจ้าพระยา ระหว่างสะพานพระพุทธยอดฟ้ากับสะพานพระปิ่นเกล้า หลังขบวนพยุหยาตราชลมารค และจบการเห่เรือเวลาประมาณ 21.00 น.

พลุวันนี้ (12 มิ.ย.) ได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น จะจุดจากเรือ 4 ลำ ขนาบซ้ายขวามองเห็นได้ชัดเจนว่าจะพุ่งมาจากทิศทางด้านไหน

พลุจะวิ่งเข้าหากันเป็นรูปตัว V ยิงเลียบแม่นํ้า ทำให้เกิดความสวยงาม มหัศจรรย์มาก มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูงสุด

การจุดใช้เวลา 15 นาที ไม่มีเว้นช่วง พลุจะเปลี่ยนทุก 5 วินาที จนถึงนาทีที่ 15 และจะเริ่มจากพลุที่มีความสูงจากพื้นนํ้าจนถึงท้องฟ้า 150 เมตร มีระดับและจังหวะที่แตกต่างกัน เป็นพลุที่มีชีวิตเคลื่อนที่ไปมาได้ รวมกว่า 200 ชนิด

นี่ผมก็คัดลอกมาจากข่าวแจกฉบับที่ส่งมาให้

สุดท้าย วันที่ 12 มิถุนายนเช่นกัน จะมีการจุด ณ ราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง) เป็นพลุขนาด 8 นิ้ว 10 นิ้ว และ 12 นิ้ว สูง 100-350 เมตร จำนวน 1,010 นัด ใช้เวลาจุด 20 นาที

สีสันสวยงามเหมือนที่เคยสร้างชื่อยิ่งใหญ่มาแล้วเมื่อปี 2527, 2530, 2535 และ 2539 โดยเป็นพลุของ บริษัทไซโก จำกัด

เสียดายจะจุดตอนกี่โมงกี่ยามทางผู้แถลงข่าว ไม่ได้แจ้งรายละเอียดไว้...คงต้องติดตามกันอีกครั้งในวันจุดจริง

ท่านผู้อ่านจะไปดูจุดไหน หรือจะวางแผนไปดูเหลี่ยมใดมุมใด กรุณาวางแผนล่วงหน้าเอาเองตามสะดวก

ถ้ารู้สึกไม่สะดวก จะตัดสินใจนั่งดูหน้าจอทีวีที่บ้านก็สุดแล้วแต่... ผมมั่นใจว่าพลุยิ่งใหญ่และเป็นส่วนหนึ่งของงานพิธีเช่นนี้ ต้องมีทีวีช่องใดช่องหนึ่งไปถ่ายทอดสดแน่นอนครับ.
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sun May 28, 2006 9:30 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


ปชช.น้ำตาซึม 'รักในหลวง' แห่ชมนิทรรศการเนืองแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ที่ อิมแพค เมืองทองธานี วันนี้ (27 พ.ค.) ตลอดทั้งวันมีประชาชนมาร่วมชมกันเนืองแน่นเต็มทุกพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว และบางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาชมงานนี้โดยเฉพาะ โดยกิจกรรมทั้งในส่วนนิทรรศการพระราชประวัติ และนิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาทรัพยากรธรรชาติอย่างยั่งยืน ที่แยกกันจัดคนละฮอลล์ มีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมโดยเฉพาะนิทรรศการพระราชประวัติที่แสดงภาพในอิริยาบทต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ พร้อมภาพพระราชกรณียกิจต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้ประชาชนให้ความสนใจหยุดดูกันนานเป็นพิเศษ โดยบางคนถึงกับน้ำตาซึมเมื่อได้ชมภาพ และข้อความบางตอนที่เขียนประกอบไว้ในซุ้มเย็นศิระเพราะพระบริบาล พร้อมกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การเข้าชมงานในครั้งนี้ทำให้รู้สึกรักในหลวงมากยิ่งขึ้น และตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ทรงเสียสละ ทุ่มเทพระวรกาย เหนื่อยยาก เพื่อทำให้พสกนิกรที่อยู่ใต้ร่มพระบารมี อยู่เย็นเป็นสุข พร้อมแสดงความเสียดายที่การจัดงานแค่ 10 วัน คือวันที่ 26 พฤษภาคม - 4 มิถุนายนนี้ ซึ่งงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แต่เวลามีน้อย จึงไม่อาจชมงานได้ครบทุกส่วน

นอกจากในส่วนนิทรรศการแล้วยังมีการจัดจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหนังสือเกี่ยวกับพระราชประวัติซึ่งมีประชาชนจำนวนมากพากันจับจองเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญนี้ด้วย

..........................................................................................

"ซูม ไทยรัฐ">> ถนนทุกสายสู่เมืองทอง

ได้เวลาวันเสาร์ เที่ยวงานอ่านหนังสือกันอีกแล้วและแน่นอนงานใหญ่ที่สุด ของสัปดาห์นี้ มีงานเดียว ณ เมืองทองธานีได้แก่ “นิทรรศการแห่งแผ่นดิน” ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

แม้จะเขียนโหมโรงมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงวันเริ่มงานจริงๆ จะไม่เขียนซ้ำเพื่อเตือน ความทรงจำอีกที...ก็ดูกระไร...เริ่มงานมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน และจะมีต่อไปจนถึง 4 มิ.ย. 2549 ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม

ทุกคนที่ไปดูต่างพูดเป็นเสียงเดียว “แล้วคุณจะซาบซึ้ง รัก และเทิดทูนในหลวงของเรามากยิ่งขึ้น”

คอลัมน์นี้แนะนำจุดเด่นโดยรวมของงานไปแล้วหลายครั้ง วันนี้ ขอแนะนำของดีเพิ่มเติมจาก อาคารชาเลนเจอร์ 1 “ลานรักในหลวง” ของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)...ที่นี่จะมีนิทรรศการพระราชพิธีสมโภชและขึ้นระวางช้างสำคัญ เต็มพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร

ชมภาพช้างคู่พระบารมี 10 ช้าง และรับแจกพระบรมฉายาลักษณ์ขณะ ทรงหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างต้นช้างแรกของรัชกาลที่ 9 ที่บริษัทพิมพ์เตรียมไว้ เพื่อให้ประชาชนนำไปบูชา

แม้จะพิมพ์ไว้ถึง 1 ล้านภาพ แต่ไปช้าก็อาจพลาดได้ เพราะเขาพยากรณ์ไว้แล้ว งานนี้จะมีคนไปเที่ยวถึง 3 ล้านคน

อีกจุดหนึ่งที่น่าไปเยือน คือ ส่วนการแสดงกลาง ซึ่งอยู่ในบริเวณที่ว่างหน้า อาคารชาเลนเจอร์... ที่นี่จะเป็นเวทีแสดงของวงดุริยางค์ทหารบกและ วงดุริยางค์จากโรงเรียนชั้นนำของประเทศไทย

และแน่นอนในวโรกาสสำคัญเช่นนี้ ท่านที่เป็นนักสะสมก็คงอยากได้ของที่ระลึกต่างๆไว้เตือนความทรงจำ... อย่าลืมแวะร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ณ อาคารชาเลนเจอร์ ชั้นล่างด้วย มีทั้งเสื้อ เข็ม แสตมป์ ฯลฯ

ส่วนของที่ระลึกชิ้นต่อไปนี้มีจำหน่ายเฉพาะที่โชว์รูม โทรคาเดโรไทม์ เท่านั้น ได้แก่ นาฬิกา ยูลิส นาร์แดง รุ่นพิเศษอัญเชิญตราสัญลักษณ์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ประดับ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา สำหรับตัวเรือนทองเพียง 9 เรือน และตัวเรือนสเตนเลสสตีลอีก 60 เรือน

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ดัง “โอริส” ผลิตขึ้นพิเศษในวโรกาสนี้ 999 เรือน หมดแล้วหมดเลย...ขอรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ 0-2664-8855 และ 0-2610-9521-5 ตั้งแต่บัดนี้

จากงานใหญ่มาสู่งานระดับหมู่บ้าน แต่ในอนาคตข้างหน้าจะเป็นแบบอย่างที่ดีสืบไป... สำหรับการพัฒนาการอ่านและเสริมปัญญาของเยาวชนไทย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทำพิธีเปิดและมอบ “ห้องสมุดเสริมปัญญา” มูลค่า 7.5 ล้านบาท เพื่อให้บริการแก่ชุมชนคลองจั่น บางกะปิ วันนี้ (เสาร์ 27 พ.ค.) เวลา 17.00 น.

ประธานส่งมอบได้แก่ บิ๊กโต้ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่สำคัญครั้งสุดท้าย ก่อนก้าวลงจากตำแหน่งปลายเดือน พ.ค.

ส่วนประธานรับมอบ ได้แก่ คุณหญิง แม้นมาส ชวลิต นายกสมาคมห้องสมุดฯ และสักขีพยานคนสำคัญ ได้แก่ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ และ สุวิทย์ กิ่งแก้ว จากเซเว่นอีเลฟเว่น

เนื่องจากเนื้อที่มีน้อย ขออนุญาตแนะนำสั้นๆเพียงเท่านี้ก่อน...ว่างๆ จะแวะไปใช้บริการและจะนำมาเขียนให้อีกทีครับ

เสาร์นี้ขอแนะนำหนังสือเพียง 2 เล่ม เพราะจะขยักเนื้อที่ไว้ชี้แจงแถลงไขสักเล็กน้อย...“บุษบา ล่าเนื้อ” จาก My year of meats ของ รูธ แอล โอเซกิ แปลโดย พิกุล ธนะพรพันธ์...หนังสือท ี่จิระนันท์ พิตรปรีชา อ่านแล้วบอกว่า “หนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดา” ...อีกเล่ม “วิวาห์นี้เพื่อเธอ” จากนวนิยายโรแมนติกของนิโคลัส สปาร์ค แปลโดยผู้แปล คนเดียวกันที่ตั้งใจจะให้ทุกๆชีวิตคู่ยึดถือเป็นตำนานรัก...ฝีมือสำนักพิมพ์มติชนทั้ง 2 เล่มครับ

ส่งท้ายวันนี้ขออนุญาตแก้คำผิดอีกแล้ว วันก่อนเขียนแนะนำงานที่เมืองทองธานีนี่แหละ บอกเนื้อที่ผิด จาก “ประมาณ 2 แสนตารางเมตร” เป็น “ประมาณ 2 แสนตารางกิโลเมตร” ใหญ่เบ้อเริ่มเลย...และเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ตอนแนะนำยิงพลุ ดันไปเขียนว่า “พุธ 12 มิถุนายน” เข้าให้ตอนหนึ่ง ของจริงคือ “12 มิถุนายน” เฉยๆครับ ไม่ตั้งใจจะเน้นวันและความจริงก็ไม่ใช่วันพุธ เผลอหลุดเข้ามาได้ไงก็ไม่รู้ซี

ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆครับ นอกจากน้อมรับผิดและจะพยายามระมัดระวังให้มากขึ้น ในโอกาสต่อๆไป.

...................................................

ที่มา:
http://www.thairath.com/news.php?section=society02&content=7249
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue May 30, 2006 2:50 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

คู่มือชมงานมหกรรมฉลองสิริราชสมบัติ ตระการตา 60 ปีแห่งการครองราชย์

โดย ผู้จัดการรายวัน 30 พฤษภาคม 2549 09:25 น.


นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ อิมแพค เมืองทองธานี


นิทรรศการพิเศษ จิตรกรรมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 47 องค์ (ภาพ) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ


ขบวนเรือพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี




มหกรรมจุดพลุและดอกไม้ไฟเพื่อฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี




ร่วมลงนามถวายพระพรตามเว็บไซด์และสถานที่สำคัญต่างๆ




“นิทรรศการจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานตามแนวพระราชดำริ ในรัชกาลที่ 9” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ




เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 60 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ถือเป็นมหามงคลสมัยพิเศษ ดังนั้นนับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายนนี้ หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนจึงได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลอง 'พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี' เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

"ผู้จัดการปริทรรศน์" จึงได้รวบรวมรายละเอียดของงานนิทรรศการเฉลิมฉลองฯที่กำลังจัดแสดงและกำลังจะมีขึ้นในไม่ช้า เพื่อเป็นคู่มือแก่ผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ

* อลังการงานมหรสพสมโภช

ชื่องาน : งานถวายพระพรและงานมหรสพสมโภชฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

สถานที่ : ณ มณฑลพิธี ท้องสนามหลวงและสวนสาธารณะ 16 แห่ง นอกจากนี้ในส่วนการจัดงานสมโภชของภูมิภาคจัดขึ้นที่จังหวัด อำเภอ และกิ่งอำเภอ

เวลา : ระหว่างวันที่ 8 – 11 มิถุนายน 2549 ทั้งนี้ในกำหนดการจัดงานในวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2549 ณ มณฑลพิธี ท้องสนามหลวง ประกอบด้วยพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ,พิธีเปิดงานถวายพระพรและงานมหรสพสมโภชฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ,พิธีหล่อพระพุทธปฏิมาทองคำ ,การแสดงกลางแจ้ง การแสดงบนเวทีของสถานศึกษาและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ,การแข่งขันชกมวย และการแสดงดนตรีลูกทุ่ง ลูกกรุง การฉายภาพยนตร์ตลอดจนมหรสพสมโภชต่างๆ

สำหรับกิจกรรมในวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2549นั้น ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 561 รูป พิธีถวายพระพรชัยมงคลของศาสนาต่าง ๆ ,พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ,พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ,การแข่งขันชกมวย ,การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง ,การแสดงดนตรีลูกทุ่ง ลูกกรุง และมหรสพสมโภช จากนั้นตั้งแต่เวลา 19.19 น. กำหนดจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวง และทุกจังหวัด ซึ่งจัดพร้อมกันทั่วประเทศ

ในส่วนของกิจกรรมวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2549 ประกอบด้วยการแสดงบนเวทีของสถานศึกษาและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ,การแสดงดนตรี ,การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง และการแสดงมหกรรมโขนกลางแจ้ง มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหรสพสมโภช

และในวันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 2549 ประกอบด้วยกิจกรรมการแสดงบนเวที ,การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแสดงดนตรี และมหรสพสมโภช เป็นต้น

* นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ

ชื่องาน : นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

สถานที่ : อิมแพค เมืองทองธานี

ระยะเวลา : วันที่ 26 พฤษภาคม 2549–วันที่ 4 มิถุนายน 2549 ตั้งแต่เวลา 09.00–21.00 น.

กิจกรรม : แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ นิทรรศการพระราชประวัติ ณ อาคารชาเลนเจอร์ นิทรรศการพระราชกรณียกิจ จัดที่ ฮอลล์ 1-8 และ การจัดแสดงมหานาฏกรรมเฉลิมพระเกียรติ จัดที่ อารีน่า

สำหรับนิทรรศการพระราชประวัติ ณ อาคารชาเลนเจอร์ แบ่งออกเป็น 9 โซน ได้แก่

1.สืบราชสันตติวงศ์ : เพื่อแสดงให้เห็นถึงการสืบราชสันตติวงศ์แห่งพระราชวงศ์จักรี ตลอดจน พระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์แต่ละพระองค์

2.เมื่อครั้งทรงพระเยาว์จัดแสดงพระราชประวัติในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ จวบจนเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489

3.พระคู่พระบารมี นำเสนอเรื่องราวเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพบกันและต่อมาได้เข้าสู่พระราชพิธีอภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2493

4. พระปฐมบรมราชโองการ จัดภาพพิมพ์และจัดฉายวีดิทัศน์ แสดงเหตุการณ์ตามโบราณราชประเพณี ในพระบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ตามช่วงระยะเวลาที่เกิดขึ้น

5. อัครศาสนูปถัมภก จัดแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น นอกจากจะต้องแสดงพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะแล้ว ยังทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ทรงเอื้อเฟื้อดูแลศาสนาต่างๆ ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จึงทรงเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทยในทุกศาสนา

6. เสด็จเยี่ยมราษฎร ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น โปรดที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรของพระองค์มาตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ แม้ในระยะนั้น ถนนหนทางไปมายังไม่สู้สะดวกนัก แต่ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรทั่วภูมิภาคของประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 และเสด็จพระราชดำเนินทรงเยือนมิตรประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งในงานจัดแสดงในรูปแบบของนิทรรศการภาพบนอาคารสถานีรถไฟจิตรลดาจำลองและใช้เทคนิคการฉายภาพสะท้อนรอบทิศทาง

7.คนของแผ่นดิน กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลขึ้นเพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศหลายท่าน

8. พระอัจฉริยภาพ แสดงออกถึงพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านต่าง ๆ ดังนี้- ส่วนที่ 1 จัดแสดงภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ จัดแสดงประติมากรรมฝีพระหัตถ์และจัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ส่วนที่ 2 จัดแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ ส่วนที่ 3 จัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาและงานช่าง และส่วนที่ 4 จัดแสดงหนังสือพระราชนิพนธ์

9. เทิดไว้เหนือเกล้าชาวไทย แสดงให้เห็นถึงความซาบซึ้ง และจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มาเยี่ยมชมงาน สามารถแสดงออกถึงความจงรักภักดีในหลายรูปแบบ และมีการคัดเลือก 20 ภาพแห่งความทรงจำที่ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมาประกาศหาบุคคลในภาพ

สำหรับนิทรรศการพระราชกรณียกิจ จัดที่ ฮอลล์ 1-8 เป็นการจัดนิทรรศการที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเริ่มจากภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของภาพก่อนและหลังที่จะมีโครงการฯ การพัฒนาทรัพยากรผ่า ปรัชญาการบริหารน้ำ เรื่องดิน เกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านสื่อมัลติมีเดียรูปแบบต่างๆ

และการจัดแสดงมหานาฏกรรมเฉลิมพระเกียรติ ในรูปแบบของละครเพลงนำเสนอศิลปะการแสดงนาฏกรรมและดนตรีแบบร่วมสมัย เพื่อสื่อถึงความจงรักภักดีที่ประชาชนชาวไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะจัดแสดงวันละ 2 รอบ คือ 14.00 น. และ 19.00 น. ของทุกวัน บัตรราคา 100 บาททุกที่นั่ง พร้อมรับเข็มกลัดที่ระลึกการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ สามารถสำรองล่วงหน้าที่ได้ 02 515 5555 ทุกวันระหว่างเวลา 10.00 – 21.00 น.

สำหรับการเข้าชมงานนั้นจะมีบริการรถรับส่งฟรี จากสถานีบีทีเอสหมอชิต-ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี ทุก 10 นาที และบริการรถรับ-ส่งระหว่างอาคารฟรี

* ยลเสน่ห์แห่งสายน้ำตามขบวนเรือพระราชพิธี

การจัดขบวนเรือพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของมหกรรมเฉลิมฉลองวันที่ครบ 60 ปีแห่งการเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งหลายๆคนเฝ้ารอคอยชื่นชม เนื่องจากเป็นการจัดขบวนเรือพระราชพิธีตามประเพณีโบราณ ซึ่งหาชมได้ยาก และจะจัดในวาระโอกาสที่พิเศษของประเทศเท่านั้น

สำหรับกำหนดการชมเรือพระราชพิธีนั้น แบ่งเป็นการแสดงในวันซ้อมและวันจริง เริ่มตั้งแต่การฝึกซ้อมย่อยในเวลากลางวันของวันที่ 30 พฤษภาคม 2549 ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ส่วนการฝึกซ้อมใหญ่นั้นจำทำการฝึกซ้อมในเวลากลางคืนของวันที่ 2และ6 มิถุนายน 2549 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ก่อนวันจริง คือวันที่ 9 มิถุนายน จะมีการฝึกซ้อมอีกครั้ง ในเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป และในส่วนของการแสดงจริงนั้นสามารถติดตามชมได้ในเวลากลางคืนของวันที่ 12 มิถุนายน 2549 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ในวันที่ 9 และ 12 จะมีการแสดงไฮไลต์สำคัญประกอบการแสดงขบวนเรือพระราชพิธี คือ การลอยกระทงสาย ทำให้สายน้ำทั้งสายระยิบระยับด้วยแสงไฟจากกระทง นอกจากนี้บนท้องฟ้ายังมีแสงเรืองรองจากโคมยี่เป็งอีกด้วย

เส้นทางขบวนเรือพระราชพิธีจะเริ่มต้นตั้งขบวนตั้งแต่ท่าวาสุกรี (หอสมุดแห่งชาติ) ถนนสามเสน ล่องตามลำน้ำเจ้าพระยาไปจนถึงสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ โดยขบวนเรือพระราชพิธีจะหยุดเพื่อทำการแสดงให้พระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศทอดพระเนตร ณ จุดที่ตรงกับท่าราชวรดิฐในฝั่งพระนคร และราชนาวิกสภาพในฝั่งธนฯ เป็นเวลาประมาณ 30 นาที

โดยการแสดงซ้อมใหญ่ในวันที่ 2 และ 6 มิถุนายน เรือจะล่องลำน้ำผ่านเส้นทางจากท่าวาสุกรี - วัดอรุณราชวราราม ฉะนั้นจึงมีการปิดเส้นทางการจราจรทางน้ำ ตั้งแต่เวลา 17.00น. - 20.00 น. ทั้งนี้ประชาชนที่สนใจสามารถชมการซ้อมใหญ่ได้ทั้งบริเวณ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับการแสดงในวันจริงคือวันที่ 12 มิถุนายน จะทำการปิดเส้นทางจราจรทางน้ำตั้งแต่เวลา 16.00 - 22.00 น. โดยห้ามเรือทุกชนิดสัญจรในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงเรือข้ามฟาก ตั้งแต่สะพานกรุงธนถึงสะพานพุทธยอดฟ้าฯ หากแต่จะพิจารณาให้เรือรับ - ส่งผู้โดยสารข้ามฟากได้ ในกรณีที่ไม่กีดขวางและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของกระบวนฯ ตามความเหมาะสม

สำหรับการเตรียมตัวชมเรือนั้น ควรออกเดินทางก่อนเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจร โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อบัตรชมบนเรือ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถลงเรือได้ทันเวลา และบางบริเวณ เช่น ท่านิเวศน์วรดิฐ และธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีที่จอดรถ ดังนั้นจึงควรใช้วิธีเดินทางมาโดยรถรับจ้างสาธารณะ

โดยผู้ที่ซื้อบัตรชมบนเรือริเวอร์ไซด์ ควรมาลงเรือที่ท่านิเวศน์วรดิฐ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 16.00 น. เนื่องจากเรือจะเคลื่อนออกจากท่านิเวศน์วรดิฐ เพื่อไปจอดยังจุดจอดบริเวณด้านข้างราชนาวิกสภา เวลา 16.00 น. เนื่องจากจะต้องมีการปิดการจราจรทางน้ำ และสำหรับผู้ที่ซื้อบัตรชม ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรเดินทางมาถึงธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนเวลา เวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ขบวนเรือพระราชพิธีจะเคลื่อนขบวนจะเริ่มตั้งขบวน (เรือเคลื่อนขบวน เวลา 16.00 น.)

ผู้สนใจสามารถเดินทางไปจับจองพื้นที่ชมเรือพระราชพิธีได้ตามสถานที่สาธารณะ ร้านอาหาร และ ท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตามเส้นทางที่กระบวนเรือผ่าน ตั้งแต่ ท่าวาสุกรี–วัดอรุณราชวราราม แต่จะไม่เห็นการแสดงแสงเสียง และแสงส่องสว่างแม่น้ำเจ้าพระยาจะไม่สว่างมากนัก สามารถโทร.สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2466 1811 และ 0 2475 5739

สำหรับประชาชนอาศัยแถบฝั่งพระนคร สามารถเดินทางไปชมได้ที่ท่าสะพานพุทธ ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางของขบวนเรือพระราชพิธี ,ซอยท่าข้าม ท่าราชินี อยู่ตรงข้ามป้อมพิไชยประสิทธิ์ ,ท่าเรือข้ามฟากปากคลองตลาด ,ท่าเตียน ฝั่งตรงข้ามคือวัดอรุณราชวรารามฯ ,ท่าช้าง ข้างๆราชนาวีสโมสร ตรงข้ามโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ,ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,ท่าเรือพระปิ่นเกล้า ,ป้อมพระสุเมรุ ท่าพระอาทิตย์ , ท่าวาสุกรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนเรือพระราชพิธี และท่าเทเวศร์

สำหรับประชาชนฝั่งธนฯ สามารถเดินทางไปชมได้ตามจุดต่างๆ ดังนี้ สำนักเทศกิจ ,โบสถ์ซางตาครู้ส ,วัดอรุณราชวรารามฯ ,วัดกัลยาณมิตรฯ ,วัดระฆังโฆสิตาราม และบริเวณใต้สะพานพระราม 8

นอกจากนี้ทางกทม.ได้จัดที่นั่งให้ชมฟรีบริเวณใต้สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนฯ) วันที่ 2,6,9 และ 12 มิย 49 สามารถติดต่อขอรับบัตรที่นั่งชมได้ที่สำนักเขตฯ ทุกเขต หรือสอบถามเพิ่มเติม ที่ กองประชาสัมพันธ์ กทม. โทร.0 2224 8651

และสำหรับใครที่ต้องการจะนั่งชมขบวนเรือพระราชพิธีพร้อมกับรับประทานอาหารไปพร้อมกันนั้น สามารถมองหาร้านอาหารริมน้ำตามเส้นทางที่ขบวนเรือล่องลำน้ำผ่าน เช่น ร้าน อิน เลิฟ ถนนกรุงเกษม วัดสามพระยา เปิดจำหน่ายบัตร นั่งชมขบวนเรือพระราชพิธีฯจากชั้นล่างของร้านอาหาร(บัตรเต็ม) และชั้นบนของร้านอาหาร (ยังพอมีจำหน่าย) โต๊ะละ 4 ที่นั่ง บัตรราคา 3,000 บาท เสิร์ฟอาหาร 2 อย่าง และบัตรราคา 800 บาท เสิร์ฟอาหาร 1 อย่าง และสำหรับวันซ้อมใหญ่วันที่ 9 มิถุนายน บัตรที่นั่งละ 200 บาท พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายร้าน เช่น ร้านต้นโพธิ์ ตั้งอยู่ท่าพระอาทิตย์ โดยในวันซ้อมใหญ่ (2,6และ9) คิดราคา 100 บาทต่อคน และในวันจริง (12 มิถุนายน) จะจัดที่นั่งชมในรูปแบบเก้าอี้เรียงแบบใรงหนัง 7 แถว แถวแรกหัวละ 900 บาท และ 10 แถวหลัง หัวละ 700 บาท รวมค่าอาหารจากการบินไทยและของชำร่วย เป็นต้น

อย่างไรก็ตามคงต้องรีบโทร.ไปจองไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเวลานี้หลายแห่งมีผู้ให้ความสนใจ ทำให้บัตรจำหน่ายหมดแล้ว เช่น บนเรือริเวอร์ไซด์ (บัตรราคา 3,000 บาท) จำนวน 1 ลำ จอดบริเวณด้านหน้าหอประชุมกองทัพเรือ สามารถเห็นภาพขบวนเรือและการแสดงแสงสีเสียงอย่างเต็มตาในมุมสูง พร้อมบริการอาหารว่างแบบ Heavy Cocktail และเครื่องดื่ม (ไม่มีแอลกอฮอล์) และบริเวณสนามหญ้าริมน้ำ ธนาคารแห่งประเทศไทย (บัตรราคา 1,000) ชมขบวนเรือไม่มีการแสดงแสงสีเสียง เป็นจุดที่ชมขบวนเรือในแสงธรรมชาติได้พร้อมบริการอาหารว่างและน้ำดื่ม (Snack Box)

* พลุ-ดอกไม้ไฟ ระยับประดับฟ้า

มหกรรมจุดพลุ และดอกไม้ไฟเพื่อฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 – 11 มิ.ย.นี้ ประเดิมนัดแรกในวันที่ 9 ด้วยพลุชุด "สดุดีพระบารมีเบิกฟ้า "ประกอบการบรรเลงของวงออเคสตรา ที่บริเวณสระน้ำของสวนเบญจกิติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

จุดเด่นของพลุที่นำมาใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งจะไร้ควัน มีสีสันสวยสดใส เสียงเบา และเคลื่อนไหวได้ และถึงแม้จะมีฝนตกลงมาก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะพลุแต่ละนัดนั้นมีการห่อหุ้มด้วยพลาสติกอย่างหนาแน่น

สำหรับพลุที่จะนำมาจุดในครั้งนี้ ผลิตโดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก จำนวน 5,900 นัด และพลุจากสาธารณรัฐประชาชนจีนอีก 2,000 นัด เป็นพลุที่มีจังหวะขึ้นลงตามเสียงดนตรี มีสีสันสดใส และมีชีวิตชีวา เส้นสายสะบัดเข้ากับเสียงดนตรี อาทิ มงกุฎเงิน รูปดาวพระศุกร์ ดาวพระเสาร์ และรูปจักรวาลต่างๆ โดยจะใช้ประกอบการฉายพระบรมฉายาลักษณ์บนจอม่านน้ำ คลอเคล้าด้วยเสียงเพลงพระราชนิพนธ์จากวงออเคสตรา

การจุดพลุทั้งหมดมี 5 ช่วง ประกอบด้วย พระภูมินทร์แห่งสยาม เถลิงราช บาทบงกช เย็นศิระเพราะพระบริบาล พระบารมีจักรีเกริกฟ้า และสดุดีมหาราชา จากนั้นจะปิดท้ายด้วยการจุดตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ซึ่งมีความสูงถึง 13 x 8 เมตร

วันที่ 10 มิ.ย. พลุจะถูกจุดจากทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพุทธยอดฟ้า และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยพลุจะวิ่งเข้าหากันเป็นรูปตัวอักษร V แล้วขึ้นไปแตกเหนือกลางแม่น้ำ

ความพิเศษของพลุในวันนั้นถือเป็นเทคโนโลยีใหม่จากประเทศญี่ปุ่น เป็นพลุที่ไม่มีควัน มีสีสันสวยสดกว่าพลุที่เคยเห็น และที่สำคัญเสียงไม่ดัง โดยมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกระดับชนะเลิศคว้ารางวัลจุดพลุมาจากต่างประเทศเป็นผู้ดูแลในการจุด พลุทั้งหมด 7,000 นัด

และในวันที่ 11 มิถุนายน 2549 เป็นการจัดแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติชุดพิเศษของไซโก ซึ่งเคยสร้างความประทับใจแก่สายตาหลายร้อยคู่ จากการส่งพลุขึ้นไปอลังการบนฟากฟ้าในงานเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแล้ว สำหรับครั้งนี้มีจำนวนพลุ 1,010 นัด ใช้ผู้จุดทั้งสิ้น 20 คน โดยในจำนวนนี้มี 3 คนที่เป็นระดับเลขาธิการของสมาคม Japaness Firework Association และเป็นเจ้าของธุรกิจผลิตพลุขนาดใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น มาร่วมจุดด้วย และอีกหนึ่งคนเป็นแชมป์ชนะเลิศการจุดพลุ 4 ปีซ้อนซึ่งเป็นเจ้าของผลงานพลุในชุดสุดท้ายที่มาจุดในครั้งนี้

การจัดแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติของไซโกจะมีขึ้น ณ ราชตฤณมัยสมาคม(สนามม้านางเลิ้ง) ใช้เวลาในการจุดประมาณ 20 นาที ประกอบด้วยพลุ 12 ชุด คือ "ชุดโหมโรง" ซึ่งเป็นการประเดิมการแสดงด้วยเสียงดังสนั่นเพื่อสร้างสีสันก่อนเข้ารายการ , "ชุดเชิดชูเกียรติสยามประเทศ" เป็นพลุสีแดง ขาวและน้ำเงินอันเป็นธงไตรรงค์ของเมืองไทย , "ชุดเฉลิมฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี " ซึ่งเป็นชุดไฮไลต์ของงานชุดหนึ่งที่จะรังสรรค์ตัวเลขมหามงคล 60 เป็นทั้งเลขไทยและเลขอารบิก ด้วยพลุหลายสิบชุดที่ยิงขึ้นบนท้องฟ้า ซึ่งสามารถเห็นตัวเลขได้ทุกมุมมอง

"ชุดดอกไม้จากใจชาวญี่ปุ่น" เป็นพลุที่มีความสูงถึง 350 เมตร จะแตกตัวออกเป็นดอกเบญจมาศและดอก peonies บานสะพรั่งเต็มท้องฟ้า เป็นการน้อมถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน , "ชุดทุ่งทองแห่งสวนสวรรค์" , " ชุดรอยยิ้มยามค่ำคืน" จะเนรมิตท้องฟ้าเป็นรอยยิ้ม ดอกทานตะวัน , "ชุดสวนดอกไม้สีเหลืองแห่งการเฉลิมฉลอง" เป็นดอก peonies สีเหลืองที่สวยงามแสดงถึงสีประจำวันจันทร์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน , "ชุดช่อดอกไม้มหัศจรรย์" , "ชุดมรกตตระการตา" , "ชุดคาไลโดสโคปตระการตา" , "ชุดมงกุฎทองแด่องค์ราชันย์" เป็นสายฝนสีเหลืองทองที่โปรยปรายลงมาดุจดังพรของพระองค์ที่พระราชทานสู่พสกนิกรชาวไทยทั่วแผ่นดิน และ "ชุดฟินาเล่" เป็นการปิดท้ายความยิ่งใหญ่ด้วยเสียงกึกก้องทั่วท้องฟ้า

สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมพลุประวัติศาสตร์นี้ได้ฟรี ในวันที่ 9 มิถุนายน ที่บริเวณสวนเบญจกิติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา18.00 น.ส่วนวันที่ 10 เลือกชมกันริม 2 ฝั่งแมน้ำเจ้าพระยาระหว่างสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯและสะพานพระปิ่นเกล้า รวมถึงแถวท่าช้าง หท่าพระจันทร์ ท่าพระอาทิตย์เวลา20.30 น. และในวันที่ 11 มิถุนายน ที่บริเวณสนามม้านางเลิ้ง เวลา 20.30 น.

นอกจากนี้ยังมีการจุดพลุเฉลิมพระเกียรติ 60 ปีครองราชย์ของกองทัพบก อีกว่า 5,000 นัด ในวันที่17 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 18.00-20.10 น. ณ บริเวณทะเลสาบเมืองทองธานีอีกด้วย.

************

ปกิณกะงานเฉลิมฉลองฯ

* มหกรรมดนตรีเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี 4 ภูมิภาค ครั้งที่ 4 วันที่ 3-4 มิถุนายน 2549 ณ สนามหน้าสโมสรทหารบก กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 22.00 น. (เริ่มการแสดงบนเวที 20.00 น.)เพื่อประกาศพระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางด้านการดนตรี โดยในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินนักร้องชั้นนำ การแสดงดนตรีของวงดนตรี กรมประชาสัมพันธ์ การจัดนิทรรศการเคลื่อนที่เกี่ยวกับงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ตลอดจนพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การลงนามถวายพระพรบนต้นไม้แห่งความภักดีและการแสดงสินค้าพื้นบ้านและสินค้า OTOP

* นิทรรศการจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานตามแนวพระราชดำริ ในรัชกาลที่ 9 โดยทางกรมศิลปากรได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำจิตรกรรมฝาผนังที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เขียนโดยภาพถ่ายจิตรกรรมฝาผนังขนาดเท่าของจริงทำการบันทึกด้วยเทคนิคใหม่มาจัดแสดงทดแทนการที่ผู้ชมไม่มีโอกาสได้เข้าไปชื่นชมในสถานที่จริง ณ พระพุทธรัตนสถาน ในพระบรมมหาราชวัง มาจัดแสดงนิทรรศการ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถ.เจ้าฟ้า ระหว่างวันที่ 4 – 13 มิถุนายน 2549 จากนั้นนิทรรศการจะถูกเคลื่อนย้ายไปจัดแสดงในส่วนภูมิภาคระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม

* นิทรรศการจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดแสดงตั้งแต่วันนี้-15 มิถุนายน 2549 ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร(อยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และโรงละครแห่งชาติ)จากนั้นนิทรรศการจะหมุนเวียนไปจัดแสดงอีก 4 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 10 – 25 มิถุนายน 2549 ,พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 5 – 20 กรกฎาคม 2549,หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 1 – 15 สิงหาคม 2549 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 30 กันยายน 2549

* นิทรรศการคีตราช จัดแสดงที่หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และหอสมุดทูลกระหม่อมสิรินธร ซึ่งอยู่บริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ตั้งแต่วันนี้- 16 กรกฎาคม 2549

* นิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2549

* ศาลาเฉลิมกรุง ร่วมกับเทเวศประกันภัย,สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, ธนาคารไทยพาณิชย์ จัด คอนเสิร์ต "คีตามหาราช" โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ แสงเทียน, ในดวงใจนิรันดร์, แสงเดือน, ค่ำแล้ว,ชะตาชีวิต, ลมหนาว, ไร้เดือน, ยามค่ำ, รัก, แว่ว,ไร้จันทร์, เมื่อโสมส่อง, แก้วตาขวัญใจ, ใกล้รุ่ง,อาทิตย์อับแสง, ยามเย็น, ไกลกังวล, ยิ้มสู้,แผ่นดินของเรา ฯลฯ ถ่ายทอดเสียงโดย "ศิลปินแห่งชาติ"และศิลปินคุณภาพมากมาย เช่น สุเทพ, ศรวณี, ทิพย์วัลย์,อุมาพร, สมา, จารุวรี, ธานี, รุ่งรัตน์ พร้อมด้วย 4 นักร้องชนะเลิศ "ศาลาเฉลิมกรุง...สืบสานตำนานเพลง" ปี45-46 นนทวรรธน์, พรทิพย์, กรกันต์, สุภาภรณ์ ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ณ ศาลาเฉลิมกรุง เวลา 14.00 น.สอบถามรายละเอียดที่ 0-2225-8757-8

* มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2006 นิทรรศการการจัดสวนเฉลิมพระเกียรติ และนิทรรศการแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านพืชสวนและการเกษตรระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 49 – 31 ม.ค.50จังหวัดเชียงใหม่

* การแข่งขันจุดพลุชิงถ้วยพระราชทานติดต่อกัน 3 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 9,000 นัด และการแสดงดอกไม้ไฟโบราณแบบต่างๆอาทิ ดอกไม้ไฟพะเนียง ไฟดอกไม้น้ำ ดอกไม้ไฟพะเยียมาส ดอกไม้ไฟเป็ดไซร้แหน ฯลฯ การแสดงดนตรี,การละเล่นพื้นบ้าน และนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จประพาสในพื้นที่อำเภอศรีราชาและใกล้เคียงด้วย จัดที่บริเวณชายฝั่งทะเลเทศบาลเมืองศรีราชาระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายน 2549 เวลา 19.00 น.

************

ร้อยเรียงความจงรักภักดีผ่านอักษร

สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเฉลิมฉลองครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการลงนามถวายพระพรและแสดงความจงรักภักดีได้ทั่วประเทศโดยทางททท.ได้จัดตั้งโต๊ะหมู่ลงนามถวายพระพรในหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ และสำนักงานภูมิภาค 22 แห่ง,ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครและศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

สำหรับโต๊ะหมู่ลงนามถวายพระพรในวังและตำหนักในกรุงเทพฯมีดังนี้

- บริเวณพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยพระราชวังบวรสถานมงคล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ถ.หน้าพระธาตุ สนามหลวง ทุกวัน ยกเว้น วันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00 น.-16.00 น.

- พระที่นั่งพิมานจักรี พระราชวังพญาไท โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถ.ราชวิถี นอกจากร่วมลงนามพื้นที่โดยรอบยังสามารถเดินชมได้ โดยการนำชมพระราชวัง จะมีเฉพาะวันเสาร์ 2 รอบ 09.30 น. และ 13.30 น.

- หอสมุดสมเด็จฯพระยาดำรงราชานุภาพ ณ วังวรดิศ พิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ถ.หลานหลวง หอสมุดฯเปิดจันทร์-ศุกร์ ทั้งนี้หากประสงค์เข้าชมอาคารที่ประทับ ต้องติดต่อขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ

-ห้องจำหน่ายบัตรอาคารที่ทำการของมูลนิธิฯวังสวนผักกาด มูลนิธิจุมภฎ - พันธุ์ทิพย์ ถ.ศรีอยุธยา ทุกวัน ยกเว้น 8 มี.ค. ,5 ธ.ค. เวลา 9.00 น.-16.00 น.

- ชั้นลอย อาคารที่ทำการธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย วังบางขุนพรหม

- ศาลาดนตรี สวนแก้ว หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ มหาวิทยลัยศิลปากร ถ.หน้าพระลาน สนามหลวง เปิดทำการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 9.00 น.-16.00 น.

นอกจากนี้ประชาชนในต่างจังหวัดสามารถร่วมลงนามถวายพระพรได้ตามจุดตั้งโต๊ะหมู่ลงนามถวายพระพรในวังและตำหนักในต่างจังหวัด ได้แก่

- พระราชวังจันทรเกษม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม (พระนครศรีอยุธยา) ทุกวัน ยกเว้น วันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00 น.-16.00 น.

- พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน กองบังคับการฝึกพิเศษค่ายพระรามหก (เพชรบุรี) ทุกวัน เวลา 9.00 น.-16.00 น.

- ห้องโถง ชั้น 1 พระรามราชนิเวศน์ จังหวัดทหารบกเพชรบุรี (เพชรบุรี) ทุกวัน เวลา 9.00 -16.00 น.

- พระที่นั่งราชธรรมสภา พระนครคีรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี (เพชรบุรี) ทุกวัน ยกเว้น วันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00น.-16.00 น.

ตลอดจนเส้นทางถวายพระพรตามสถานที่ในโครงการพระราชดำริและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ จำนวน 14 แห่ง ประกอบด้วย
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่,โครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดนครนายก ,เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี,ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดจันทบุรี ,วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู,วัดหนองแวง จังหวัดขอนแก่น ,วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม ,วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้)จังหวัดปัตตานี ,วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ,ประภาคารกาญจนาภิเษกแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ,อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ,พระตำหนักดอยตุง จังหวัดเชียงราย ,เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

////////////////////////////

ที่มา: http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000070569
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue May 30, 2006 11:43 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

มรดกวัฒนธรรม '6 ทศวรรษใต้ร่มพระบารมี'

โดย ผู้จัดการรายวัน 30 พฤษภาคม 2549 21:50 น.


'คีตมหาราช' พระอัจฉริยภาพทางดนตรี


ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ในหลวงทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อปวงชนชาวไทย


ตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี


ในหลวงกับงานพิพิธภัณฑ์


จิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานตามแนวพระราชดำริ


ส่วนหนึ่งของจิตรกรรรมฝีพระหัตถ์


ส่วนหนึ่งของจิตรกรรรมฝีพระหัตถ์


ส่วนหนึ่งของจิตรกรรรมฝีพระหัตถ์


วัดบวรนิเวศวรวิหาร หนึ่งในวัดประจำรัชกาลที่ต้องบูรณะสังขรณ์


วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ หนึ่งในเป้าหมายการบูรณะ


พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ที่จะมีการสร้างมานพรัตน์สังวาลเฉลิมพระเกียรติฯ


โขนที่จะมีเครื่องแต่งกายใหม่หมด


การซ่อมเรือพระราชพิธี


อารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร แม่งานทั้งหมด


บวรเวท รุ่งรุจี ผู้อำนวยการสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์




งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พ.ศ.2549 มีชื่อพระราชพิธีภาษาอังกฤษว่า 'The Sixtieth Anniversary Celebrations of His Majesty's Accession to the Throne' พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อการจัดงานว่า 'การจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี' ชื่อพระราชพิธีว่า 'พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี' เนื่องในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะครบรอบการเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 60 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง

นอกจากงานพระราชพิธี ซึ่งทางสำนักพระราชวังเป็นฝ่ายอำนวยการในการจัดเตรียมการต่างๆ ให้สอดคล้องกับโบราณราชประเพณี ว่าด้วยพระราชพิธีที่อลังการอย่างสมพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลกแล้ว

ทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนได้จัดงานฉลองเพื่อน้อมเกล้าฯถวายพระองค์ท่านกันมากมายและหลากหลายยิ่ง สมกับเป็นปีมหาปีติของทวยราษฎร์คนไทยทั่วทั้งผอง

งานเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสนี้ เมื่อได้สัมผัสก็ก่อให้เกิดขนลุกซู่ น้ำตาพานจะไหลด้วยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณซึ่งพระองค์ท่านทรงสร้างทำให้แก่แผ่นดินและปวงชนชาวไทย

งานทางด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าด้านไหนๆ ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้สืบสานภูมิปัญาและงานศิลป์ที่มีคุณค่าให้แก่อนุชนรุ่นหลังของไทยไว้มากมาย

กรมศิลปากรซึ่งเป็นแม่งานใหญ่ของชาติด้านศิลปวัฒนธรรม จึงจัดงาน 'มรดกวัฒนธรรม 6 ทศวรรษใต้ร่มพระบารมี' ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และสร้างความปลื้มปีติให้แก่ปวงชนชาวไทยยิ่งนัก

กิจกรรมร่วมเฉลิมพระกียรติในโอกาสนี้ เป็นเรื่องที่คนไทยไม่ควรพลาดในการเข้าชมด้วยประการทั้งปวง

* 4 นิทรรศการ พระอัจฉริยทางศิลปะ

แม้ในอดีตที่ผ่านมาประชาชนคนไทยจะซึมซาบถึงภารกิจของในหลวงในด้านต่างๆ อย่างถ่องแท้ รวมทั้งการทรงงานศิลปะด้วยเช่นกัน แต่ครั้งนี้กรมศิลปากรได้รวบรวมเอานิทรรศการศิลปะที่พระองค์ท่านมีบทบาทเป็นอย่างสูงมาจัดแสดง

อารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับงาน 'มรดกวัฒนธรรม 6 ทศวรรษใต้ร่มพระบารมี' ได้เปิดเผยถึงนิทรรศการที่แบ่งออกเป็น 4 งาน คือ 1) นิทรรศการคีตมหาราช 2) นิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานพิพิธภัณฑ์ 3) นิทรรศการจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานตามแนวพระราชดำริ 4) นิทรรศการจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"สิ่งที่เราทำ 4 นิทรรศการนั้นเกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมทั้งสิ้น เพราะกรมศิลปากรดูแลเรื่องศิลปวัฒนธรรมโดยตรง เพราะฉะนั้นภาพรวมของนิทรรศการคราวนี้ก็เป็นเรื่องมรดกวัฒนธรรมที่กรมศิลปากรดูแลอยู่ เราจึงใช้คำว่า '6 ทศวรรษใต้ร่มพระบารมี' นิทรรศการคีตมหาราช ซึ่งเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะแสดงให้เห็นว่าพระองค์มีพระอัจฉริยภาพเป็นอย่างไรบ้าง ทรงประพันธ์เพลง ทำนองเพลงต่างๆ เป็นอย่างไร นิทรรศการในส่วนที่ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานพิพิธภัณฑ์ ซึ่งก็เกี่ยวกับงานด้านโบราณสถาน โบราณวัตถุต่างๆ ที่รวบรวมไว้ว่าพระองค์ท่านมีแนวพระราชดำริ มีพระราชกระแสอย่างไรบ้างเกี่ยวกับการเก็บรักษาของเก่า แสดงให้เห็นว่าโบราณสถานโบราณวัตถุมีคุณค่าต่อการศึกษาศิลปวัฒนธรรมอย่างไรบ้าง"

สำหรับนิทรรศการภาพจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถาน อธิบดีกรมศิลปากร อารักษ์บอกว่า เป็นจิตรกรรมฝาผนังแนวใหม่ที่มีขึ้นโดยพระราชดำริของในหลวง

"จิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานอยู่ในพระราชวัง เป็นเขตพระราชฐานชั้นกลาง ปกติไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม เป็นอาคารที่มีความสำคัญ เพราะแต่เดิมสร้างเพื่อประดิษฐานพระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย หรือพระแก้วขาว ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างพระพุทธรัตนสถานนี้ขึ้นมา แต่เดิมก็มีจิตรกรรมฝาผนังเขียนอยู่แล้ว พอดีเกิดระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านล่างเสียหายหมด

"พระองค์ท่านก็ให้มีการเขียนจิตรกรรมฝาผนังขึ้นมาใหม่ เขียนด้วยศิลปินชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งพระองค์มีแนวพระราชดำริใหม่เกี่ยวกับการเขียนจิตรกรรมฝาผนังว่า เขียนให้เหมือนจริงให้เป็นสามมิติ ยุคไหนยุคนั้น เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ เพราะจิตรกรรมฝาผนังก็เป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมอยู่แล้ว เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในสมัยต่างๆ เพราะฉะนั้นนี่คือจิตรกรรมฝาผนังแนวใหม่ ให้ศิลปินเริ่มเขียนตั้งแต่ปี 2536 ก็มีพระราชวินิจฉัยมาจนกระทั่งได้ตรงตามพระราชประสงค์ จึงเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่เยี่ยมยอดมาก สำหรับเป็นแนวที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ได้อย่างดียิ่ง เพราะว่าทั้งคน ทั้งเหตุการณ์ ทั้งอาคารสถานที่ รวมถึงพระราชกรณียกิจในปัจจุบัน โครงการพระราชดำริต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียงจะมีอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้งหมด สามารถบ่งบอกถึงจิตรกรรมฝาผนังแบบไทยประเพณี แต่สามารถเล่าเหตุการณ์ได้เหมือนจริง"

สุดท้ายเป็นนิทรรศการจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ อารักษ์เล่าว่า ในหลวงได้ทรงเขียนรูปไว้มากมายตั้งแต่ปี 2502 ใช้ระยะเวลา 10 ปี โดยแนวคิดจากเดิมเป็นภาพพอร์เทรตเหมือนจริง แล้วมาสู่เอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ ต่อมาก็เป็นแบบกึ่งแอบแสตรกหรือกึ่งนามธรรม

"ปัจจุบันจิตรกรรมฝีพระหัตถ์เหล่านี้อยู่มา 40 กว่าปี สีสัน กรอบ เฟรมก็มีความเสียหายไปตามระยะเวลา จึงมีการซ่อมแซมจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ให้สมบูรณ์ บูรณะอย่างเป็นระบบและทำแล้วเสร็จทั้งหมด 104 องค์ โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตมาจัดแสดง ซึ่งเป็นภาพจริงจำนวน 30 องค์ แล้วมีขั้นตอนการอนุรักษ์มาแสดงให้ดูอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการของการอนุรักษ์ทั้งหมด และรักษาเอกลักษณ์ทุกอย่างเหมือนเดิมทุกประการที่พระองค์ท่านได้ทรงไว้"

ไม่จำเพาะชาวเมืองหลวงในกรุงเทพฯ ที่จะได้สัมผัสทั้ง 4 นิทรรศการ อารักษ์บอกว่า จะมีการจัดตามภูมิภาคต่างๆ ทั้ง 4 ภาคด้วย เพื่อจะให้ประชาชนได้เห็นว่าในหลวงของเราทรงสนพระราชหฤทัยมรดกวัฒนธรรมอย่างไรบ้าง ซึ่งจะไปจัดแสดงที่เชียงใหม่, สุพรรณบุรี, ภูเก็ต และนครราชสีมา

*บูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถาน ฯลฯ ทั่วประเทศ

การดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ วัด และศาสนสถานทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เป็นงานใหญ่อีกงานที่กรมศิลปากรต้องรับผิดชอบในปีนี้ ด้วยงบประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ตั้งกรมศิลปากรมาที่ได้รับการจัดสรรงบฯ มาขนาดนี้

อารักษ์บอกว่า เป็นความปลาบปลื้มใจเป็นยิ่งยวด ถือเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลที่สำคัญ ซึ่งโครงการอย่างนี้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรม โดยแบ่งเป็น 2 ปีงบประมาณคือปี 2549 ประมาณ 400 กว่าล้านบาท และปี 2550 ประมาณ 500 ล้านบาทเศษๆ

"จริงๆ แล้วโบราณสถานทั่วประเทศเรามีอยู่ถึง 5,000 แห่ง ซึ่งมีมากและมีงานให้ต้องทำเยอะ ผมเคยประมาณการไว้ว่า ถ้าจะมีการบูรณะโบราณสถานกันจริงๆ ทั่วประเทศนั้นต้องใช้เงินถึง 4,000 กว่าล้านบาทจึงจะครบถ้วน แต่ว่าเงื่อนไขและกติกาในการจัดทำคราวนี้ ต้องเป็น 1) โบราณสถานที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งทำให้บีบขอบข่ายการทำงานลงมา 2) เป็นโบราณสถานอันเกี่ยวเนื่องด้วยจักรีวงศ์ 3) อยากจะให้ทุกศาสนามีส่วนร่วมในการบูรณะ ไม่ว่า พราหมณ์, ซิกข์, อิสลาม, คริสต์"

แม้จะได้งบประมาณมามากมาย แต่อธิบดีกรมศิลปากรยังหวั่นใจว่าจะไม่เพียงพอ และอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริจาคด้วย

"งบประมาณทั้งหมด 1,000 กว่าล้านบาทที่จะมาอนุรักษ์และบูรณะเมื่อรวมโบราณสถานทุกศาสนาก็มีทั้งหมด 551 รายการ ซึ่งวัดประจำรัชกาลต่างๆ ก็พยายามที่จะเอามาอยู่ในโครงการด้วย ซึ่งทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้วงบประมาณที่ได้มาไม่เพียงพอ แค่เฉพาะการบูรณะวัดบวรฯ เพียงวัดเดียวซึ่งมีรายละเอียดเยอะมาก งบประมาณก็ตกเข้าไป 200 ล้านบาทแล้ว"

ปัจจุบันงานทุกส่วนกำลังเดินหน้า อารักษ์ย้ำว่า แม้บุคลากรของกรมศิลปากรจะไม่เพียงพอ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน 'อีโคโมสไทย' ที่เข้ามาช่วยเหลือทางด้านวิชาการ ทำให้มีการทำงานเท่ามาตรฐานสากล และเป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถาน ฯลฯ ได้ดีที่สุดตั้งแต่เคยเป็นมา

*นพรัตน์สังวาลพระพุทธชินราช

การจัดสร้างนพรัตน์สังวาล พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก เพื่อเฉลิมพระเกียรติ โดยนพรัตน์สังวาลซึ่งสูญหายไปในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยตั้งงบประมาณในการสร้างไว้ 15 ล้านบาท ซึ่งงบฯบานปลายเพราะทองคำขึ้นราคา ประชาชนที่มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้

"พูดภาษาชาวบ้านก็คือ สร้อยของพระพุทธชินราช ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญ สร้างในสมัยสุโขทัย ในสมัยพระเจ้าลิไท เป็นพระพุทธรูปที่สำคัญมาก มาถึงยุครัตนโกสินทร์ก็เช่นกัน การบูรณะนั้นก็มีการปิดทองมาแล้วหลายครั้ง เรื่องนพรัตน์สังวาล ถ้าดูจากสกุลช่างทางศิลปะแล้วนั้น เข้าใจว่ามาทำเพิ่มขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ในช่วงกลางแล้วหายไปในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งพอหายไปก็คิดว่าน่าจะสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะเรามีซากที่เจออยู่ดวงสองดวง

"การสร้างเพื่อน้อมเกล้าถวายในวโรกาสในหลวงครองราชย์ครบ 60 ปี นั้นสำคัญมาก นพรัตน์สังวาลจะทำด้วยทองคำ มีดอกประจำยาม 9 แฉก ซึ่งมีทั้งหมด 36 ดวง โดยดวงหนึ่งที่เคยคำนวณวงเงินไว้ดวงละ 400,000 กว่าบาทในช่วงทองไม่ขึ้นราคา ตั้งเป้าไว้ว่างบฯ 15 ล้านบาทจะขาดไปประมาณ 5 ดวง ซึ่งประชาชนบริจาคเท่าไหร่ก็ได้ แต่ถ้าบริจาค 50,000 บาทขึ้นไปก็จะให้จารึกชื่อไว้หลังนพรัตน์สังวาลด้วย หรือจะบริจาคคนเดียว 400,000 กว่าบาท ก็สลักชื่อคนเดียวในหนึ่งดวง หากมีการบริจาคมากพอดวงที่เป็นดวงสำรองชุบด้วยทองไมรอนก็จะมีโอกาสสร้างขึ้นมาในกรณีที่ไว้แขวนประจำ ถ้ามีเทศกาลสำคัญก็จะนำเส้นจริงมาประดับเป็นวาระๆ ไป" อารักษ์แจกแจง

*คชาภรณ์ช้างต้น

การสร้างคชาภรณ์หรือเครื่องแต่งตัวของช้าง โดยพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้กรมศิลปากรจัดทำ อารักษ์บอกว่า ช้างเชือกนี้ได้รับการพระราชทานนามว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหน ซึ่งนายแปลกคล้องจาก จ.กระบี่เมื่อปี 2499 ได้มาถวายที่สวนสัตว์เขาดินในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปี 2501 พอปี 2502 ก็ได้ขึ้นระวางเป็นช้างต้นประจำรัชกาล

"ประเพณีตั้งแต่ดั้งเดิม เวลาแขกบ้านแขกเมืองมาก็จะมีช้างมายืนเครื่องเพื่อต้อนรับ เป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่ทางช่างสิบหมู่ก็จะต้องรับผิดชอบ ช้างเชือกนี้อายุมากแล้ว รับใช้เบื้องยุคลบาทจนถึงปีนี้นับได้ 47 ปี ตามลักษณะคชลักษณ์ก็คือมีงาในลักษณะอ้อมจักรวาล งาซ้ายตรงและงาขวาล้อมมาทับ ได้ศุภลักษณ์ตามลักษณะคชลักษณ์ จะทำให้คนไทยได้ระลึกถึงว่านี่คือเอกลักษณ์ประจำชาติมีความสำคัญ และเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีช้างเผือกประจำรัชกาล"

*เครื่องแต่งกายโขน

โครงการที่ได้รับพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถให้จัดทำเครื่องแต่งกายโขนใหม่ โดยจะมีการสร้างจำนวน 2 ชุด 31 รายการ ในวงเงินงบประมาณรวม 17,490,000 บาท ซึ่งอธิบดีกรมศิลปากรบอกว่า ได้แนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนที่มีเอกลักษณ์และความวิจิตรงดงามตามแบบแผนสมัยโบราณ ขึ้นแทนเครื่องแต่งกายโขนชุดเดิมที่จัดสร้างมานาน และอยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม สำหรับใช้ในการจัดแสดงหน้าพระที่นั่งฯ

"ก็ได้รับการชี้แนะให้ใช้คอมพิวเตอร์ในการดีไซน์ ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการออกแบบ ตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมาชุดโขนที่ดีที่สุด ซึ่งมีการศึกษาและได้ข้อสรุปว่า ชุดโขนสมัยรัชกาลที่ 6 ของกรมมหรสพเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด โดยนำแนวคิดมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทำให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน มีการตั้งกลุ่มวิชาการเข้าไปศึกษา และไปปรึกษาอาจารย์จักรพันธ์ โปษยกฤต ซึ่งท่านมีความสนใจเรื่องนี้มาก แล้วก็ไปศึกษาบ้านครูต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับงานโขน ศึกษาจากสังคีตของเรา ศึกษาจากพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด"

และการสร้างเครื่องแต่งกายโขนที่จะสร้างใหม่ จะจัดสร้างเพื่อแสดงในโขนรามเกียรติ์ชุด 'ศึกพรหมาสตร์' ซึ่งมีตัวแสดงมากมาย และสามารถนำมาประยุกต์เล่นกับโขนชุดอื่นๆ ได้

*ซ่อมเรือพระราชพิธี

อีกโครงการที่กรมศิลปากรได้จัดการไปเสร็จเรียบร้อยแล้วคือ การซ่อมเรือพระราชพิธี ซึ่งจะจัดแสดงกระบวนพยุหยาตราชลมารค เนื่องในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ จากท่าวาสุกรี ถึงสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร พร้อมสมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินี จาก 28 ประเทศทั่วโลก

"การซ่อมเรือพระราชพิธี ทุกครั้งที่จะมีการนำเรือลงน้ำก็จะต้องมีการซ่อมให้เรียบร้อย ซึ่งกระบวนพยุหยาตราชลมารค เรือทุกลำก็ต้องซ่อมหมดเลย ซึ่งสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรก็ต้องมาดำเนินการอุดหมันชันยาทุกครั้ง แล้วก็มีการขัดให้เรียบ เขียนลายที่เป็นไม้แกะปิดทองร่องชาดใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความสวยงาม ซึ่งเป็นงานใหญ่ทุกครั้ง รวมถึงผ้ากันยาเรือ ที่มีกรรมวิธีการทำตามจารีตเดิมที่เรียกว่า 'ทองแผ่ลวด' ตรงนี้เป็นกรรมวิธีที่รักษาประเพณีดั้งเดิมไว้ ทั้งวิธีการต่างๆ ทั้งหมด ถือเป็นการรักษางานช่างที่มีมาแต่ดั้งเดิม ทุกครั้งที่ทำเสร็จจะมีความสวยงามอะร้าอร่าม ซึ่งตรึงตราตรึงใจ งานศิลปกรรมทั้งหมดกรมศิลปากรจะเป็นผู้ทำเอง" อารักษ์กล่าว

อธิบดีกรมศิลปากรฝากทิ้งท้ายว่า จากงานมรดกวัฒนธรรมที่ทำขึ้นฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของในหลวง คาดหวังว่าประชาชนจะมีความสนใจในงานด้านมรดกวัฒนธรรม โดยที่สำคัญที่สุดในหลวงของเราทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้แสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน

* * * * * * * * * *

1) นิทรรศการคีตราช จัดแสดงที่หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และหอสมุดทูลกระหม่อมสิรินธร ซึ่งอยู่บริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม - 16 กรกฎาคม 2549
2) นิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 1 -30 มิถุนายน 2549
3) นิทรรศการจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานตามแนวพระราชดำริ จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน 2549
4) นิทรรศการจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดแสดง ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน 2549
ร่วมบริจาคสร้างนพรัตน์สังวาล ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำเนิน เลขที่บัญชีหมายเลข 0-1800-2273-3
ร่วมบริจาค บูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถาน ฯลฯ ทั่วประเทศ ธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำเนิน เพื่อรับบริจาค เลขที่บัญชีคือ 0-1800-2371-3

* * * * * * * * *

หนังสือที่ระลึก 60 ปี ครองราชย์

บวรเวท รุ่งรุจี ผู้อำนวยการสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ คณะกรรมการประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ เปิดเผยถึง การจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึก จดหมายเหตุการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยมีการกำหนดกรอบแนวทาง คือ 1) หนังสือนั้นต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2) เป็นหนังสือที่มีประโยชน์ต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวาง 3) เป็นหนังสือหายาก 4) เป็นหนังสือกวีนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติ

โดยทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1) หนังสือที่พิมพ์ในนามคณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ โดยกำหนดโครงสร้าง ขนาด จำนวนพิมพ์ และการแจกจ่ายตามที่คณะกรรมการกำหนดเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ใช้งบประมาณจากงบกลาง และแต่ละรายการพิมพ์จำนวน 10,000 เล่ม แจกฟรีให้หน่วยงานต่างๆ ห้องสมุดทุกแห่งทั่วประเทศ ไม่มีการวางจำหน่าย

2 หนังสือที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนขอร่วมพิมพ์เฉลิมพระเกียรติ จะใช้งบประมาณในส่วนของเขาเอง โดยขอตราสัญลักษณ์ของงานฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีประทับบนปกหนังสือ

สุดท้าย หนังสือจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ เป็นหนังสือที่คณะกรรมการประมวลเอกสารและจดหมายเหตุได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นจดหมายเหตุงานพระราชพิธี

ตอนนี้มีการพิจารณาหนังสือไปแล้ว 43 รายการ ถ้ารวมจดหมายเหตุก็เป็น 44 รายการ เป็นหนังสือที่พิมพ์ในนามของคณะกรรมการ 10 รายการ

1 พระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมไทย ของ กรมศิลปากร
2 ชาดกและพุทธประวัติจากตู้ลายรดน้ำ ของ กรมศิลปากร
3 ร้อยกรองเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของกรมศิลปากร
4 มรดกของแผ่นดิน ของกรมศิลปากร
5 ช่างสิบหมู่ ของกรมศิลปากร
6 ประมวลกฎหมายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย ของสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์
7 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย
8 หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ฉบับภาษต่างประเทศ 7 ภาษา ของสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ
9 สมุดภาพพระราชกรณียกิจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ
10 รัฐสภาไทยใต้ร่มพระบารมี 60 ปี ทรงครองราชย์ ของ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
และของหน่วยงานต่างๆ อีก 33 รายการ ซึ่งผ่านการกลั่นกรองเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในการพิจารณาอีก 16 รายการที่อยู่ระหว่างการกลั่นกรอง
หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน สามารถส่งหนังสือมาเสนอได้ถึงเดือนธันวาคม ปี 2549

* * * * * * * * * *

เรื่อง - พรเทพ เฮง http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000071138
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9936
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri Jun 02, 2006 11:32 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

http://www.v4king.in.th/ -- 60 ปี 60 ล้านความดีน้อมเกล้าฯถวายในหลวง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 1.084 วินาที