------|    1 ตุลาคม 2554: ขอเชิญชาวสวนกุหลาบฯ ร่วมงานมุทิตาจิต - 2011-09-30 15:26:09 - โดย admin1    ||    ทรงวุฒิ OSK110 แนะซื้อกองทุนGOLD99ETFช้อนซื้อทองคำจริง-99.99% - 2011-09-29 07:41:18 - โดย admin1    ||    สวนฯอาลัย: "สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช OSK92" อบจ.ภูมิใจไทย ลพบุรี - 2011-06-16 23:58:25 - โดย admin1    ||    แก้วสรร OSK83 ถึง ยิ่งลักษณ์'ผู้หญิงไม่มีเอกสิทธิ์ ทำลายกฎหมาย' - 2011-06-09 04:26:56 - โดย admin1    ||    หาทุนบูรณะตึกยาว 100 ปี คืน 31/5/54 ช่อง 5 สี่ทุ่มครึ่ง - 2011-05-30 13:25:46 - โดย admin1    ||    ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร OSK89 นั่งซีอีโอ ปตท.คนใหม่ - 2011-05-29 04:39:24 - โดย admin1    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - OSK111 มองไปข้างหน้า#1 โดย ดร.อำนาจ พละพลีวัลย์
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » OSK111 (มหาราช)
ผู้ส่ง ข้อความ
phongsawatp
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jun 29, 2003
ตอบ: 335

ตอบตอบ: Wed Nov 28, 2007 6:18 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

หนึ่งในบทความ โครงการมองไปข้างหน้า(Looking Forward) ของOSK111(under 503-507)

ศาสนา การเมือง และสงคราม
ดร.อำนาจ พละพลีวัลย์ - กระทรวงการต่างประเทศ

“(looking back in history religion was like) the prime animating and destructive force in human affairs, guiding attitudes to political liberty and obligation, concepts of nationhood and, of course, conflicts and wars” by Philip Jenkins

หลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับ แต่ข้อความที่ยกขึ้นมานี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าไม่ได้เป็นสิ่งใหม่แต่อย่างใดแต่เป็นปรากฎการณ์ที่มีมาแล้วในอดีต แต่รูปแบบและแนวทางที่ศาสนามีส่วนร่วมในสังคมนั้นเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ถ้าถามอีกว่าแล้วศาสนาเกี่ยวอะไรกับอนาคต ก็จะตอบว่ามีส่วนเกี่ยวมากที่สุดและดูเหมือนว่าศาสนากำลังมีบทบาทสำคัญในการปกครองและการดำเนินความสัมพันธ์ของหลายประเทศ ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตของพวกเราทุกคน

แรงบันดาลใจที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพราะได้เห็นรูปรูปหนึ่งบนปกนิตยสารเป็นภาพล้อเลียนกำเนิดอดัมอันเลื่องชื่อของ Michelangelo โดยมีมือที่แหวกออกมาจากหมู่เมฆเบื้องบนกำลังเอื้อมมาแตะมือของคนที่อยู่ข้างล่าง (หรือคนข้างล่างพยายามจะเอื้อมมือไปแตะพระเจ้าก็สุดแล้วแต่จะคิด) แต่บังเอิญมือที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้น กำลูกระเบิดอยู่พร้อมกับคำใต้ภาพว่ารูปแบบใหม่ของสงครามศาสนา และก็ทำให้นึกถึงประเทศที่กำลังจะไปประจำการในเร็วนี้ คืออิหร่านซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองด้วยกฎหมายอิสลามอันเข็มงวดภายใต้ผู้นำสูงสุดทางศาสนา และหลายๆประเทศมองว่ามีแนวคิดสุดขั้ว แถมยังเชื่อว่าให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในอีกหลายประเทศ ดังนั้น ดูเหมือนว่าคำกล่าวข้างบนไม่ต่างจากความเป็นจริงนัก เพราะความแตกต่างทางความเชื่อและศาสนามีแนวโน้มที่จะเป็นชนวนปะทุให้เกิดสงครามในอนาคต

หากลองจุดที่ ที่มีความขัดแย้งหรือความรุนแรงลงบนแผนที่โลก เราคงเห็นว่าความรุนแรงส่วนใหญ่เกิดจากความแตกต่างทางความเชื่อหรือเกี่ยวโยงกับศาสนา ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม และแทบทุกศาสนาต่างมีเลือดเปื้อนมือ ไม่ว่าจะเป็นนักบวชคริสเตียนในอาร์เจนตินาที่มีส่วนร่วมในการทรมานประชาชน พระสงฆ์ในศรีลังกาที่เป็นแกนนำในการโจมตีฝ่ายมุสลิม หรืออิหม่ามสนับสนุนการก่อวินาศกรรมในอิสราเอล เป็นต้น อีกทั้ง ลักษณะของปัญหามีความซับซ้อนและยากที่จะรอมชอมกันได้เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างว่าพระเจ้าอยู่ข้างตน หรือดินแดนนี้พระเจ้าเป็นผู้มอบให้

กายวิภาคของความขัดแย้งทางศาสนาเหล่านี้มีลักษณะแตกต่างจากในอดีต โดยในอดีตสงครามเกิดจาการต่อสู้กันระหว่างกษัตริย์ของต่างศาสนาแต่ความขัดแย้งทางศาสนาในปัจจุบันเกิดจากกระแสประชานิยม เป็นการเรียกร้องจากระดับล่างสู่บน หรือริเริ่มโดยรัฐบาล ผู้ก่อการมักเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่ถูกยุยงจากผู้สอนศาสนามากกว่าทหารเกณฑ์ และเป็นการระบายความแค้นมากกว่าเป็นการแผ่ขยายอำนาจ

โดยศาสนาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องได้หลายรูป แต่กลุ่มก่อการร้ายมุสลิมเป็นรูปแบบที่ทั่วโลกให้ความสนใจมาก ทางการแล้วรัฐไม่ได้ประกาศสนับสนุนการก่อการร้ายแต่ในทางปฏิบัติมีรัฐบาลให้ความช่วยเหลือการก่อการร้าย เช่น กรณีรัฐบาลอิหร่านถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือกลุ่มฮิสโบเละห์ในเลบานอน และกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ โดยที่ทั้งสองกลุ่มมีเป้าหมายไม่เฉพาะประเด็นความแตกต่างทางความเชื่อแต่ยังรวมประเด็นการเมืองแฝงด้วย นอกจากนี้ กลุ่มก่อการร้ายมักเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่มีแบบแผนตายตัว

อีกรูปแบบหนึ่งที่ศาสนาเข้ามาพัวพันกับการเมืองโดยตรงคือการสร้างความรุนแรงระหว่างเชื้อชาติภายในประเทศ ซึ่งไทยกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ โดยศาสนาเป็นปัจจัยทางอ้อมที่กระพือความแตกแยกให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ โดยความรุนแรงมักเกิดจากเหตุชนวน เช่น การเดินขบวนต่อต้าน หรือผลการเลือกตั้ง

แต่ในปัจจุบันศาสนาเข้ามามีบทมากสุดผ่านการลงคะแนนเสียงในระบบประชาธิปไตย ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองแนวชาตินิยมที่ฝักใฝ่ศาสนาได้รับเลือกเข้ามามีส่วนในการบริหารประเทศทั่วโลก เช่น พรรคฮินดูชาตินิยมของอินเดีย (BJP) พรรค Islamic AK ในตุรกี รวมถึงพรรค Republican ของสหรัฐฯ ที่มีประธานาธิบดีบุช เป็นผู้นำ การที่ประชาชนเลือกผู้ที่มีความคิดแนวอนุรักษ์นิยมส่วนหนึ่งเกิดจากประชาชนหมดความศรัทธาในรัฐบาลพลเรือนที่มีพฤติกรรมด้านจริยธรรมที่ตกต่ำ และอีกส่วนเกิดจากการได้รับสิทธิเสรีภาพ โอกาสแก่ผู้มีความเชื่อทางศาสนาที่คล้ายกันจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้น

ดังรูปแบบใหม่ของสงครามทางศาสนาในอนาคตจะมีลักษณะเป็นนโยบายที่เป็นทางการมากกว่าในอดีต แต่การจัดการกับศาสนการเมืองเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นเป็นสิ่งท้าทายและละเอียดอ่อนมากกว่าเดิมเพราะผู้นำถือว่าตนได้รับอาณัติในฐานะผู้แทนประชาชน ซึ่งทำให้การต่างประเทศเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การแยกการบริหารประเทศและศาสนา (separation of the church and state) ออกจากกันน่าจะเป็นแนวทางที่ความปฏิบัติทางทฤษฎี แต่มีความเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ อีกวิธีที่ทุกคนสามารถทำได้คือรู้จักวัฒนธรรมและศาสนาอื่นนอกจากของตนเอง และมองสถานการณ์ต่างๆ ด้วยใจที่เป็นกลาง ก่อนด่วนตัดสินใจซึ่งอย่างน้อยจะทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของการชวนเชื่อทางศาสนาที่มุ่งหวังผลทางการเมือง

_________________
What is truth to me is not to thee.
But truth or untruth,let it be.

ศาสตราจารย์ หม่องทินอ่อง(1908-1978)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Pundit
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Wed Nov 28, 2007 8:25 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ผมรู้สึกว่าบทความของ ดร.อำนาจมีประโยชน์มากครับ เพียงแต่อยากเสริมมุมมองที่ต่างไปสักเล็กน้อย เผื่อว่าจะช่วยให้โลกนี้คลายร้อนได้มากขึ้นครับ

ผมคงอยากจะเลี่ยงใช้ประโยคว่า ศาสนาเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง แต่ผมอยากใช้ คำว่า ความเชื่อ มากกว่าครับ 2 คำนี้ต่างกัน อย่างไร เราลองมาดูกันนะครับ

1. ความเชื่อที่ไม่ชอบธรรม ไม่ว่าศาสนาหรือลัทธิใดๆ ก็เป็นปัญหา (ในทางพุทธ คงต้องใช้คำว่า มิจฉาทิฏฐิ และ อวิชชา เพราะขาด สุวิชาโน ภว โหติ Wink )
1.1. คนที่ไม่เข้าถึงศาสนา(ใดๆก็ตาม) นั้นต่างหาก เป็นตัวปัญหา ครับ ไม่มีศาสนาใดสอนให้นิยมการทะเลาะฆ่าล้างกันครับ
1.2. ความเชื่อที่ไม่เกี่ยวของกับศาสนา เช่น ลัทธิคอมมูนิสต์กับลัทธิทุนนิยม (ได้ข่าวว่าเกิดจากชาวยิวด้วยกันทั้งคู่ ไม่ได้ต่างศาสนากันเลย) ก็ถูกใช้ให้เป็นประเด็นทางสงครามได้
1.3. ภายในศาสนาเดียวกัน แต่ต่างลัทธินิกายก็ยังตีกันเลยครับ แค่เชื่อต่างกันไป ขออนุญาตกล่าวอ้างถึง บางศาสนา เช่น อิสลาม ก็ถูกเหมารวมในแง่ลบ เพียงเพราะแค่มีคนในบางลัทธิไม่ถูกกัน ก็หาทางลบล้างกันด้วยการฆ่า แทนที่จะใช้ปัญญา
1.4. สงครามเศรษฐกิจ บูชาเงิน(ผู้รู้ช่วยแก้ไขด้วยครับ) อาจใช้ความคิดมากกว่าอาวุธและไม่ได้เกี่ยวกับศาสนาโดยตรง แต่ก็ส่งผลกับการเมืองและทรมานคนได้ไม่แพ้กัน

2. ตัวศาสนาเอง ไม่ได้ครอบงำการเมือง แต่ในหลายกรณีน่าจะตกเป็น เครื่องมือและเหยื่อ (มากกว่าเป็นสาเหตุ) ทางการเมืองที่ใช้กล่าวอ้าง (คงเพียงเพื่อที่จะได้หาพวกที่เหมือนเข้าพวกและแบ่งแยกพวกที่ต่าง จะได้มาตีกันกระมังครับ)
ในแง่นี้ศาสนาแต่ละศาสนาเก็บอบช้ำนะครับ คนที่ได้ประโยชน์คงไม่ใช่ศาสนา แต่มันตกอยู่ที่คนอ้างครับ (ซึ่งบางทีผู้ได้ประโยชน์ทางวัตถุก็ไม่ได้เข้าถึงแก่นกับเขาสักที)

ตัวอย่าง มีพ่อเดียวกัน(พระเจ้า) พี่น้องยังหาประเด็นมาทะเลาะกันได้เรื่อยๆ ครับ
บางกลุ่มก็หาว่า พ่อเอ็งไม่ใช่พ่อข้า ก็ตีกัน
บางกลุ่มบอกว่า พ่อสอนพี่มาอย่างนี้ถูก ที่สอนน้องผิด ก็ตีกัน
บางกลุ่มบอกว่า พ่อเข้าข้างพี่มากกว่าน้อง ไม่มีการแบ่งมรดก ก็เลยตีกัน
ฯลฯ

ผมมอง ปัญหาอยู่ที่ความอยากเอาชนะเพื่อจะได้กดขี่ตักตวงผลประโยชน์จากผู้แพ้มากกว่าครับ
จะไปบอกว่าพ่อสอนไม่ดี หรือบอกว่าสาเหตุมาจากคำสอนของพ่อที่สอนแต่ละทีไม่เหมือนกัน (มันก็คงขึ้นกับสถานการณ์ของลูกแต่ละคนที่ประสบมามั้ง เลยสอนไม่ได้เหมือนกัน) สงสารพ่อครับ
phongsawatp
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jun 29, 2003
ตอบ: 335

ตอบตอบ: Wed Dec 26, 2007 6:04 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ติดตามบทความที่สอง โดย ดร.ชัชวาล ใจซื่อกุล ครับ
ประเทศไทยจะเป็นสังคมที่มีการวิจัยและพัฒนาหรือจะเป็นสังคมที่ตาย
http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5400#34952

_________________
What is truth to me is not to thee.
But truth or untruth,let it be.

ศาสตราจารย์ หม่องทินอ่อง(1908-1978)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณสามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.351 วินาที