------|    OSK ดร.วิชิต: โปรแกรมด.1คลอดแล้วดีเดย์เปิดสนาม 7 มี.ค.นี้ - 2010-01-18 12:36:03 - โดย admin1    ||    วัฏจักรแห่งฟุตบอลนักเรียน: สวนกุหลาบฯเชือดสิงห์สะพานปลา - 2010-01-13 05:00:37 - โดย admin1    ||    ถอดรหัส OSK "สวนกุหลาบ คอนเน็กชั่น" จากสี่เสาฯถึงคนโตบุรีรัมย์ มหัศจรรย์ฟุตบอลฯ - 2009-12-27 12:35:00 - โดย ray101    ||    วันนี้วันคล้ายวันประสูติ(OSK)กรมหลวงชุมพรฯ: เจ้าของเพลง ดอกประดู่ หรือ เพลงหะเบส - 2009-12-19 00:00:00 - โดย admin1    ||    “เพื่อไทย” เพื่อเขมร? ขำๆ น้องๆ สวนกุหลาบแปรอักษร ตลกร้ายแห่งความจริงในสังคมนี้ - 2009-12-12 00:00:00 - โดย admin1    ||    นพ.สุภกร บัวสาย OSK90 สนับสนุนคนกรุงฟิตร่างกาย - 2009-12-11 09:50:00 - โดย superb    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

OSKNETWORK: Forums

OSKNETWORK.COM :: ดูกระทู้ - เรื่องของพี่ๆน้อง osk.ด้าน-ดนตรี & เพลง: จงรัก จันทร์คณา
 
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   รายนามสมาชิกรายนามสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน 
 ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 
ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้  OSKNETWORK.COM หน้ากระดานข่าวหลัก » OSK84 (วีรกรรม-ไข่เจียว!)
ผู้ส่ง ข้อความ
นพ84
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: Sat Sep 02, 2006 9:08 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

เป็นที่ฮือฮาและโจษขานกันทันที..
เมื่อ suan84.com เผยแพร่เพลงโบราณชื่อ "สวนกุหลาบ"
บทประพันธ์เนื้อร้องโดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
และทำนองโดย-คุณพ่อพายัพ ดวงพัสตรา
ซึ่ง renovate จากงานบันทึกแผ่นเสียงเมื่อ พ.ศ.2480
โดย "จิ๊บ-มงคลพัฒน์ ทองเรือง..สก.91"
พร้อมทั้งให้เกียรติขับร้องโดย "แอ๊ด คาราบาว"
........................................................................
ถึงวันนี้..การ renovate งานเพลง "สวนฯระลึก"
ซึ่งบันทึกเสียงอยู่ในแผ่นสปีด 45 แผ่นเดียวกัน
ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเผยแพร่ได้เร็วๆ นี้
โดย "กุ้ง-กิตติคุณ เชียรสงค์" สก.88
ร้องบันทึกเสียงที่ห้องอัดเสียงคาราบาว..เรียบร้อยแล้ว


แต่ก่อนจะได้ฟังจริงๆ จังๆ ..
suan84.com เตรียมนำภาพเบื้องหลังการทำงานในห้องบันทึกเสียง
มาให้ชมไปพลางๆ ก่อน..
ประมาณการว่า..เมื่อ web master กลับจากเเยอรมัน
คงนำขึ้นให้ชมกันได้ในวันอังคารที่ 5 กันยายนนี้
..จึงมาแจ้งเป็นความคืบหน้าให้ได้ทราบกัน
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Sep 05, 2006 6:10 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การแสดงของน้องๆนิดครับ =)

การดนตรีและกวีนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติ
๓ ศตวรรษมหากวีเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์


ดนตรีสากล : วง Symphonic Band โรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัยบรรเลงเพลงโหมโรง คลื่นกระทบฝั่งพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และศรีอยุธยา บทเพลงโบราณสมัยกรุงพระนครศรีอยุธยา เรียบเรียงโดยพระเจนดุริยางค์ ควบคุมวงโดยอาจารย์ กาญจนา เตชะวณิชย์ และอาจารย์ มาโนช อุดหนุน

สถานที่แสดง หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ที่ตั้งสถานที่ ท่าพระจันทร์
วันแสดง วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2549
ประตูเปิด 13.00 น.
เริ่มการแสดง 14.00 น.

จำหน่ายบัตร
ทางเว็บไซต์ http://www.thaiticketmaster.com
ร้านน้องท่าพระจันทร์
ร้านหนังสือนายอินทร์ ท่าพระจันทร์

บัตรราคา 1,500 บาท
1,000 บาท
800 บาท
500 บาท
300 บาท

ในงานนี้:
+ การแสดงนำเสนอพระอัจฉริยภาพด้านวรรณกรรม และกวีนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ เพื่อเตรียมเสนอพระนามต่อองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ในฐานะทรงเป็น บุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมของโลก

+ กวีนิพนธ์ : ขับกาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ โดย จรุงเกียรติ ภูติรัตน์ ประกอบการแสดงสื่อผสม
ดนตรีไทยสากล : บรรเลงโดยวงกาญจนะผลิน
ศิลปิน : ศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงศ์คำแหงนายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย วินัย พันธุรักษ์คณะนักร้องชั้นนำของประเทศ ได้แก่ ดาวใจ ไพจิตร อุมาพร บัวพึ่งโฉมฉาย อรุณฉาน ลินจง บุนนาครินทร์ ทิพวัล ปิ่นภิบาล สุวัจชัย สุทธิมา

ดนตรีไทยเดิม :
>> วงบ้านสานศิลป์ไทยบรรเลงเพลงขับไม้บัณเฑาะว์ พราหมณ์ดีดน้ำเต้า และค้างคาวกินกล้วย
>> วงศิลป์สายไทยบรรเลงเพลงสุรินทราหู ควบคุมวงโดยอาจารย์ สหรัฐ จันทร์เฉลิม
>> วงดนตรีไทยเดิม มหาวิทยาลัยศิลปากร บรรเลงเพลงนาง นาค พัดชา ลีลากระทุ่ม ควบคุมวงโดย อาจารย์ พอพล สุกใส

ที่มา: http://www.thaiticketmaster.com/concert/thanmatibate.php

----- Original Message -----
From: Pratharn W
To: SKBand@yahoogroups.com
Sent: Friday, September 01, 2006 3:00 PM
Subject: Re: <SK Band>SK Band Concert 10 ก.ย. 14.00-18.00 ที่หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์

วง Symphonic Band นี้ ต่างจากวงดุริยางค์ที่เราเคยอยู่ในสมัยก่อนอย่างไรครับ (ช่วงปี 1986-1990)?

Best Regards,
Mr.Pratharn Wisootruchira
Consultant
Corporate Total Quality Promotion Center
The Siam Cement Public Company Limited
Tel: +66 (0) 2586 2664 Mobile: +66 (0) 1846 3379
----- Original Message -----
From: Kriangkrai Santipojana
To: SKBand@yahoogroups.com
Sent: Friday, September 01, 2006 2:56 PM
Subject: <SK Band>SK Band Concert 10 ก.ย. 14.00-18.00 ที่หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์


พอดีนิตยสารที่รับอยู่มีโฆษณา (จริงๆ ตั้งนานแล้ว) แต่ว่าเห็นว่าใกล้แล้ว
เลยเอามาให้ดูครับ เผื่อสนใจ คิดว่า์ซื้อบัตรหน้างานได้ 300/500/800/1000/1500
รายการมีหลายอย่าง คิดว่ายาวแน่ๆ มีรุ่นน้องเล่นด้วยครับ เผื่อสนใจ


http://www.thaiticketmaster.com/concert/thanmatibate.php

ปลาทอง

ที่มา: http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=22367#22367

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Oct 18, 2006 1:53 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

พี่ๆบางท่านอาจจะคุ้นเคยกับครอบครัวนี้ครับ............พระราชทานเพลิงศพคุณเรณู อรุณวงศ์ มารดา ของ คุณโฉมฉาย อรุณฉาน อาทิตย์ 22 ตุลา ณ เมรุวัดไผ่เงิน ยานนาวา เวลา 5 โมงเย็น

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Oct 23, 2006 6:30 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


ท่านฉลอง สิมะเสถียร ส.ก.8132 (แซ่ซิ้มตระกูลเก่าแก่ในย่านวัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนฯ, ท่านฉลองในภาพจากปก CD น้ำตาแสงใต้) เข้าสวนฯปี 2482 เป็นนักแสดงละครและนักร้องที่มีชื่อเสียงมากในสมัยโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหมประมาณกว่าสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เป็นพระเอกที่จัดว่ารูปหล่อมาก (ในสมัยนั้น ) -- ท่านเล่นละครเวทีหลายเรื่อง อาทิ จุฬาตรีคูณ ซึ่งประพันธ์โดย OSK 'พนมเทียน' และในช่วงปี 2494 คุณสวลีเป็นนางเอกประจำคณะอัศวินการละคร มีงานแสดงละครเวทีอยู่ที่ศาลาเฉลิมไทย เป็นช่วงที่นวนิยายบ้านทรายทองกำลังดังมาก มีคอละครเขียนจดหมายมาขอให้อัศวินการละคร นำบ้านทรายทองมาแสดงเป็นละครเวที ทางคณะฯ จึงมอบหมายให้เธอแสดงเป็น พจมาน ส่วนพระเอกคือ คุณชายกลาง ผู้แสดงคือ คุณฉลอง สิมะเสถียร นี่เอง -- ท่านเป็นสามีของ คุณ กันทรีย์ นาคประภา อดีตนางเอกหนัง และต่อมาแสดงเป็นนางอิจฉาที่มีชื่อเสียง แสดงทั้งละครทีวี และภาพยนตร์ ทั้งสองท่านต่างล่วงลับไปแล้วทั้งคู่ ท่านมีธิดา 2 คน.. เพลงที่คุณฉลองร้องได้เพราะมาก และดังสุดๆ คือเพลง กระแจะจันทร์ ร้องคู่กับคุณ อารีย์ นักดนตรี ที่ขึ้นต้นว่า... ฟังคำแล้วจงจำสักนิด แม่ชื่นชีวิตของพี่ คนเดียวเท่านี้ที่รักแนบสนิท รักฝังจิต ฝังใจ หากต้องพรากจากไป จะฝากน้องไว้กับใคร ไม่เท่าฝากใจเอาไว้ที่ตัว คิดถึงพี่ไว้วันละนิดละนิดละหน่อย ถนอมรักไว้วันละน้อยละหน่อยค่อยซึ้ง รักเก่าเรายังตรึงซึ้งสนิทติดใจ....ส่วนครู พรานบูรพ์ หรือ ชื่อจริงว่า จวงจันทร์ จันทร์คณา ส.ก.2446 เข้าสวนฯปี 2457 ได้แต่งเพลงไว้มาก ทั้งในละคร และภาพยนตร์ เพลงที่ดังๆก็มี เพลง ขวัญของเรียม ร้องโดยคุณ นันทวัน เมฆใหญ่ ภรรยาของคุณกำธร สุวรรณปิยะศิริ เพลง จันทร์เจ้าขา ร้องโดย คุณนริศ อารีย์ คู่กับ คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี เพลงกระแจะจันทร์ เพลง คนเห็นคน ร้องโดยคุณสุรสิทธ์ สัตยวงค์ ฯลฯ

รับฟัง midi เพลงสลักจิต ซึ่งขับร้องในเวอร์ชันแรกไว้โดยท่านฉลอง สิมะเสถียร ได้ที่นี่ครับ --> http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song106.html

คุณแฟน ส. บันทึกไว้ว่า: ผมต้องร้องทั้ง เพลงเดี่ยว เพลงคู่ และ เพลงหมู่ ตามธรรมเนียมของนักร้องที่จะต้องประพฤติปฏิบัติ และหนึ่งในเพลงคู่อันเป็นที่มาของเรื่องนี้ก็คือ "เพลงสำคัญที่ใจ" ทำนอง โดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน คำร้อง โดย คุณชะอุ่ม ปัญจพรรค์ (ผู้แต่งเพลงปิ่นหทัยในโอกาสที่เตรียมอุดมฯ (ต.อ.) ครบรอบ ๒๕ ปีเมื่อ ๒๕๐๕ -- คุณชะอุ่มเป็น ต.อ.รุ่น ๑ ได้เลขประจำตัวนักเรียน ต.อ. ๑ คนแรกของการตั้ง ต.อ. โดย OSK ม.ล.ปิ่น มาลากุล) ขับร้อง โดย คุณรวงทอง ทองลั่นธม กับ OSK คุณฉลอง สิมะเสถียร ที่มีน้ำเสียงใกล้เคียงกับ คุณสมศักดิ์ เทพานนท์ จนหลายคนสำคัญผิดว่า เพลงสำคัญที่ใจ เป็น การขับร้อง ของ คุณรวงทอง ทองลั่นธม กับ คุณสมศักดิ์ เทพานนท์

ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ บันทึกไว้ใน มติชนสุดสัปดาห์ 02/07/47 ความว่า:
โรงมหรสพ "ศาลาเฉลิมไทย" เป็นต้น ในทัศนะของผม มีอดีตที่สำคัญของคนไทยอยู่ในนั้นมากเสียกว่าโลหะปราสาทอย่างเทียบกันไม่ได้ ตรงนี้ สุพรรณ บูรณะพิมพ์, OSK ฉลอง สิมะเสถียร, จำรัส สุวคนธ์ ฯลฯ เคยใช้เวทีตรึงผู้ชมมาแล้ว พรานบูรพ์เคยแต่งเพลงให้ร้องสลับฉากมาแล้ว บทละครอันลือลั่นอีกมากใช้เวทีของเฉลิมไทยเปิดตัว

ไม่มีศาลาเฉลิมไทย (และเฉลิมนคร, โอเดียน ฯลฯ) เราไม่อาจพูดถึงละครสมัยใหม่ของไทยได้มากไปกว่าพระราชวังและวังของเจ้านาย และที่จริง ประวัติละครสมัยใหม่ในตำราไทยก็มักหยุดลงแค่นั้นจริงเสียด้วย

ผมคิดว่า "ความเป็นไทย" ของคนไทยซึ่งนั่งจ้องละครน้ำเน่าในทีวีทุกวันี้ มีส่วนที่ฝังอยู่ใน (แล้วงอกออกมาจาก) ศาลาเฉลิมไทยมากเสียยิ่งกว่าโลหะปราสาทอย่างเหลือคณานับ และถ้าจะพูดตรงๆ แล้ว มากกว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ด้วยซ้ำ

แต่กลุ่มคนที่รัฐบาลรับรองให้เป็นผู้วางแผนอนุรักษ์เกาะกรุงฯ มองไม่เห็น เพราะคนเหล่านี้ไม่เคยมองเห็นหัวคน คำว่าอนุรักษ์ของเขามีความหมายตื้นเขินเพียงการเลือกเก็บอาคารบางประเภทไว้ให้คงเดิมเท่านั้น

คนกลุ่มนี้เป็นใคร คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ เรียกว่าพวก "หัวนอกหงอกดำ กึ่งดิบกึ่งดี" ซึ่งผมคิดว่าเป็นการบรรยายที่ตรงเป้าที่สุด เสียอย่างเดียวคือขาดหัวล้านไปเท่านั้น

คุณสุจิตต์อธิบายด้วยว่า อาคารที่พวกนี้เลือกเก็บไว้ในเกาะกรุงฯ รวมทั้งขับไสไล่ส่งผู้คนให้ออกไปห่างๆ จากอาคารที่อยากจะเก็บคือวังและวัด ที่มองเห็นแคบอยู่เพียงเท่านั้น ก็ไม่ใช่เพราะตาของพวกเขาพิการ หากเป็นเพราะ "ทัศนะสอพลอเพื่อตัวเอง" ในขณะเดียวกันก็เพราะพวกนี้เป็น "หัวนอก กึ่งดิบกึ่งดี" นี่แหละครับ

อันที่จริงการรู้จักเมืองนอกหรือเมืองฝรั่งนั้นดีแน่ เพราะทำให้เกิดทัศนะที่กว้างไกลขึ้น แต่ต้องรู้จักให้จริง คือรู้ไปถึงรากเหง้าและวิวัฒนาการของฝรั่ง จึงจะเข้าใจความแตกต่างระหว่างฝรั่งกับไทยได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจรากเหง้าและวิวัฒนาการของฝ่ายไทยให้พอๆ กันด้วย

ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็น "กึ่งดิบกึ่งดี" อย่างนี้

ที่มา: http://www.pattanitoday.com/htm/modules.php?name=News&file=article&sid=348
...................................................................

ป้าอารี มุสิกะพุกก์ บันทึก: ป้ายังมีโอกาสได้เข้าเฝ้าที่สวนจิตรลดาอีก ตอนนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระคู่หมั้นแล้ว พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ท่านพามาอัดเพลงซึ่งต้องร้องกันสดๆ มีวงดนตรีเล่นกันสดๆ สมัยนั้นยังไม่ค่อยมีเทปเพลงขาย ก็ต้องให้พวกนักร้องมาอัดแผ่นเสียง เพราะพระองค์จะเอาไว้ไปฟังที่เมืองนอก พระองค์โปรดฟังเพลงไทย ๆ OSK พันเอก การุณ เก่งระดมยิง เป็นคนอัดเสียงให้ มีOSK ฉลอง สิมะเสถียร กันทรีย์ นาคประภา สง่า อารัมภีร์ ป้าก็ร้องเพลง สไบทรง ( ต่อมาแปลงเป็นเพลง สไบแพร ) ป้าก็ร้องเพลงสไบทรง เนื้อร้องอย่างนี้ สไบเจ้าเอ๋ยเคยทรง คล้องลงแนบไหล่ และก็มีเพลง กากีมิใช่ชั่ว เพลงน้ำตาแสงใต้ เมื่ออัดเพลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์ท่านก็ตรัสว่า " ขอบใจนะ "

พี่เฒ่าแญ้ม บันทึก:
เป็นการต่อเนื่องมาจากกระทู้ "LOGO & PROFILE"
ที่ ทรงวุฒิ..นำพาเรื่องราวของพี่ "จงรัก จันทร์คณา-osk71" มาบอกกล่าวให้ทราบ
ก็เลยนำมาต่อเติมไว้ในกระทู้นี้

ทีแรกว่า..จะเอาไปต่อเนื่องกับกระทู้- "พี่ๆ น้องๆ แวดวง สื่อสารมวลชน"
..เมื่อตรองดูแล้ว-คิดว่าคงจะชุลมุนวุ่นวายเกินไป
จึงขอยกยอดเอามาตรงนี้..จะดีกว่า
..........................................................................................................................
..ขอขอบพระคุณ "คีตา พญาไท OSK71"
ผู้ที่รวบรวมไว้ให้พวกเราได้อ่านกัน จาก...
http://manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9470000047588

เอาละ..เริ่มกันเลย

ประวัติของ พรานบูรพ์

โดย คีตา พญาไท

...เพลงกระแจจันทร์
ช. ฟังคำแล้วจงจำสักนิด แม่ชื่นชีวิตของพี่ คนเดียวเท่านี้ พี่รักแนบสนิท รักฝังจิต ฝังใจ
หากพี่พรากจากไป จะฝากน้องไว้กับใคร ไม่เท่าฝากใจไว้กับตัว
คิดถึงพี่ไว้ วันละนิด ละนิดละหน่อย ทวีรักไว้ วันละน้อย ละหน่อยคอยซึ้ง
รักเก่าเรายังตรึง ถึงสนิทติดใจ
ญ. ฟังคำแล้วจงฟังสักนิด นะชื่นชีวิตของน้อง คนเดียวที่ปอง รักน้องแนบสนิท รักฝังจิต ฝังใจ
หากพี่พรากจากไป พี่อย่าหวนห่วงใย น้องจะเก็บไว้ใจเอากับตัว
คิดถึงน้อง วันละนิด ละนิด ละหน่อย ทวีรักไว้ วันละน้อย ละหน่อยนะพี่
รักเก่าของเรานี้ จะไม่มีจืดจาง
พ. โอ้รัก รักของเรา
ญ. สองรักเราร่วมเคล้า
ช. สองรักเราร่วมใจ
ญ. สดกว่ารสอื่น อื่น เพราะรัก นะ
ช. ชื่นกว่ารสใดใด
ญ. รักเรารักฝากไว้
ช. มอบหัวใจให้กัน
ญ. พลอดพร่ำ แล้วจงจำเอาไว้ อย่าเฉไฉหลงเลือน
พร่ำพรอดออดเอื้อน ต่างขอเตือนต่อชีวิต
ช. รักฝังจิต ฝังใจ หากเมื่อพรากจากไป ต่างหวงห่วงอาลัย ต่างฝากใจไว้ต่อกัน
ญ. คิดถึงกันไว้ วันละนิด ละนิดละหน่อย
ช. ทวีรักไว้ วันละน้อย ละหน่อยคอยซึ้ง
พ. รักเก่าเรายังตรึง ถึงสนิทติดใจ


เป็นเพลงจากละครเรื่อง กระแจจันทร์ ของคณะจันทโรภาส แสดงที่โรงพัฒนาการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2480 ต่อมา OSK ฉลอง สิมะเสถียร และ อารีย์นักดนตรี นำมาขับร้องใหม่ ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นอีกครั้ง
อารีย์ นักดนตรี เขียนถึงเรื่องนี้ไว้ว่า
“...เมื่อดิฉันยังเป็นเด็กเล็ก อายุประมาณ 6 - 7 ขวบ บ้านดิฉันอยู่ริมน้ำ โรงหนังโรงละครอยู่ฝั่งตรงข้าม ใช้สถานที่เดียวกันทั้งเล่นละคร ฉายหนัง ชอบเปิดเพลงเก่าๆ สมัยละครจันทโรภาสเปิดเพลงเสียงดังลั่นแม่น้ำ ก่อนการแสดงทุกๆ คืน
มีเพลงอยู่เพลงหนึ่ง ซึ่งดิฉันฟังทุกๆ วันจนคุ้นหู เพลงนั้นเนื้อเพลงมีว่า

“คิดถึงกันไว้วันละนิดละนิดละหน่อย
ทวีรักไว้วันละน้อยละหน่อยค่อยซึ้ง
รักเก่าเรายังตรึงถึงสนิทติดใจ...”


เมื่อตอนเด็กจำได้แค่นี้ มาทราบชื่อภายหลังว่า “กระแจจันทร์”รู้แต่ว่าเป็นเพลงของพรานบูรพ์
...สมัยนั้นเพลงพรานบูรพ์ฮิทจริงๆ เมื่อละครจันทโรภาสไปแสดงเมื่อไหร่ละก้อ ชาวบ้านแถวนั้นรีบหุงข้าวอาบน้ำแต่วัน เพื่อจะพายเรือข้ามฟากไปดูละครของพรานบูรพ์
ดิฉันรู้จักชื่อพรานบูรพ์ตั้งแต่นั้น และชอบฟังเพลงของพรานบูรพ์
พอเข้าทำงานทีวี ช่อง 4 ได้ไม่ถึง 2 ปี หัวหน้า(คุณจำนง รังสิกุล)เกณฑ์ลูกน้องชายหญิง ร้องเพลงแห่งความหลัง ดิฉันนึกถึงเพลงกระแจจันทร์ได้ เลยร้องคู่กับ คุณฉลอง สิมะเสถียร...
พรานบูรพ์ฝากฝีมือในการแต่งเพลงไว้ในเพลงนี้มากทีเดียว โดยใช้วิธีการ ล้อคำในวรรคแรก แล้วเปลี่ยนคำตอนกลางเอาไว้ แต่กินความหมายได้เป็นอย่างดี ไม่มีที่ติเช่น
“ฟังคำแล้วจงจำสักนิด แม่/นะ ชื่นชีวิตของพี่/ น้อง
คนเดียวเท่านี้พี่/ที่ปองรัก(ของ)แนบสนิท/น้องแนบสนิท รักฝังจิต ฝังใจ”
“หากพี่พรากจากไป จะฝากน้องไว้กับใคร/ พี่อย่าห่วงใย ไม่เท่าฝากใจไว้กับตัว/ น้องจะเก็บใจไว้กับตัว”
“คิดถึงพี่/น้องไว้วันละนิดละนิดละหน่อย ทวีรักไว้วันละน้อยละหน่อยค่อยซึ้ง/ นะพี่
รักเก่าเรายังตรึง/ ของเรานี้ ถึงสนิทติดใจ/ จะไม่จืดจาง”
“คิดถึงกันไว้วันละนิดละนิดละหน่อย ทวีรักไว้วันละน้อยละหน่อยคอยซึ้ง รักเก่าเรายังตรึงถึงสนิทติดใจ”

เมื่อ ฉลอง สิมะเสถียร และ อารีย์ นักดนตรี นำมาร้องในละครโทรทัศน์ เพลงๆ นี้จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอีกครั้ง และยังเป็นอมตะตราบเท่าทุกวันนี้

เพลงอยากจะรักสักครั้ง
อยากจะรักสักครั้ง แต่หายังไม่ได้ ไม่รู้จะหา ไม่รู้จะหาที่ไหน
ให้ชื่นใจชื่นอก เอาไว้กอดเอาไว้กก หยิบยกรักวางไว้กลางดวงใจ
อยากจะรักสักครั้ง แต่หายังไม่ได้ จะเปรี้ยวจะหวาน จะมันจะเค็มปานใด
ยังสงสัยไม่เคยเจอ
เที่ยวเสาะหามานานนัก ไม่พบรักมันจะเก้อ ได้แต่หลงละเมอ เพ้อฝันฟั่นเฟือน
หนาวใจไม่หาย หนาวใจไม่มีเพื่อน รักเตือน เตือนให้รู้
รัก รัก จักรักนัก รักกระตุ้นเตือน เล่น เล่น เหมือนเลอะเลือนหัวใจ
อยากจะรักสักครั้ง แต่หายังไม่ได้ ใครจะรัก รักกันอยู่ไหน
กระซิบได้ให้ฉันฟัง จะรีบรักตอบ และมอบตัวตามหลัง จอดจิตจริงจัง สมหวังดังใจ


เพลงนี้เป็นเพลงในละคร เรื่องอยากจะรักสักครั้ง แสดงที่โรงละครพัฒนากร เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ 2485 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อร้องเดิมบางส่วน แล้วนำมาขับร้องใหม่ โดย จินตนา สุขสถิตย์

ท่วงทำนอง ก็เป็นแบบละครร้อง ซึ่งเป็นแนวที่พรานบูรพ์ ถนัดมาก โดยเฉพาะการร้องที่เป็นทอดยาวตลอดทั้งวรรค โดยไม่เว้นคำ เช่น

"ให้ชื่นใจชื่นอก เอาไว้กอดเอาไว้กก หยิบยกรักวางกลางดวงใจ"

"จะเปรี้ยวจะหวานจะมันจะเค็มปานใด ยังสงสัยไม่เคยเจอ"

"กระซิบได้ให้ฉันฟังจะรีบรับรีบตอบ และจะมอบตัวตามหลัง จอดจิตจริงจัง สมหวังดังใจ"

ท้ายสุด เพื่อเป็นการระลึกถึง เรื่องราวและผลงานเพลงอมตะ ของครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่ของคนไทยในอดีต พรานบูรพ์ จึงขอนำคำกลอนที่ท่านเขียนเอาไว้มาให้อ่านกันดังนี้

คนเห็นคน เป็นคน นั่นแหละคน
คนเห็นคน ใช่คน ใช่คนไม่
กำเนิดคน ต้องเป็นคนทุกคนไป
จนหรือมี ผู้ดีไพร่ ไม่พ้นคน



ประวัติของ "ขุนวิจิตรมาตรา"



เดิมชื่อว่า สง่า กาญจนาคพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2440 จบชั้นมัธยมปีที่ 8 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แล้วเข้ารับราชการเป็นล่ามภาษาอังกฤษ กรมแผนที่ กระทรวงกลาโหม ในปีพ.ศ.2463 ปีพ.ศ.2467 รับราชการกระทรวงพาณิชน์ จนเกษียณอายุในตำแหน่ง หัวหน้ากองมาตราชั่งตวงวัดเมื่อปีพ.ศ.2500 ขุนวิจิตรมาตรา เริ่มงานประพันธ์ตั้งแต่อายุ 20 ปีโดยการขียนบทละครร้องให้กับคณะบรรเทิงสยามหลายเรื่อง ต่อมาได้เขียนเรื่องจีน และ เรื่องวารุณี ลงในหนังสือไทยเขษมที่ได้รับความนิยมกล่าวขวัญกันมากภายหลังได้เขียนบทละครอีกหลายเรื่อง รวมทั้งการประพันธ์เพลงประกอบละคร เรื่องที่ได้รับการพูดถึงและนิยมกันมากคือ ละครเรื่อง ศรอนงค์ ส่วนด้านการแสดงภาพยนตร์นั้น ขุนวิจิตรมาตรา เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกอยู่ในรุ่นแรกๆ เพราะได้ประพันธ์เรื่อง เขียนบทและกำกับการแสดง พร้อมทั้งประพันธ์บทเพลงในเรื่องไว้หลายเรื่องด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่ ปีพ.ศ.2472 เป็นต้นมา เช่น เรื่องรบระหว่างรัก ที่อำนวยการสร้างโดย หม่อมราชวงศ์อนุศักดิ์ หัสดินทร์ เจ้าของบริษัทหัสดินทร์ภาพยนตร์ ซึ่งได้รับความนิยมกันมาก จนหลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัติ)เจ้าของบริษัทภาพยนต์ เสียง ศรีกรุง มาตามให้เป็นผู้เขียนเรื่องและเพลง อันได้แก่ ภาพยนตร์เรื่องหลงทาง เรื่องปู่โสมเฝ้าทรัพย์ รื่องเพลงหวานใจ เรื่องเลือดทหารไทย และเรื่องบ้านไร่นาเรา ฯลฯ ในเวลาต่อมา ได้ค้นคว้าและเขียนสารคดีทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย คือ หนังสือหลักไทย ซึ่งได้รับพระราชทานรางวัล จาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พ.ศ.2471 สารคดี เรื่องสำนวนไทย ภูมิศาสตร์ สุนทรภู่ ภูมิศาสตร์วัดโพธิ์ คอคิดขอเขียน สิ่งที่คิดเห็นในเรื่องคาวี ประวัติการค้าไทย เมื่อวานนี้ เด็กคลองบางหลวง กรุงเทพเมื่อ 70 ปีก่อน และ 80 ปีในชีวิตของข้าพเจ้า ฯลฯ ขุนวิจิตรมาตรา ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2523 รวมอายุได้ 83 ปี

ผลงานเพลงของหลวงวิจิตรมาตรา มีอยู่หลายยุคหลายสมัย และยังได้รับความนิยมสืบต่อกันเรื่อยมาจนในปัจจุบันหลายเพลงด้วยกัน กล่าวคือ...

ในปี พ.ศ.2474 ขุนวิจิตรมาตราแต่งเพลงไว้ในภาพยนตร์เรื่อง "หลงทาง" ซึ่งเป็นภาพยนตร์เสียงในฟิล์มเรื่องแรก ของบริษัทศรีกรุงภาพยนตร์นั้น มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 เพลง คือ เพลงพัดชา เพลงบัวบังใบ เพลงลาวเดินดง เพลงกุหลาบหอม (ขึ้นพลับพลา) เพลงโยสะลัม และเพลงเงี้ยว โดยใช้ทำนองเพลงไทยเดิมทั้งหมด แล้วใส่เนื้อร้องประกอบเข้าไป

เพลงกุหลาบหอม นี้ เอาทำนองมาจากเพลงไทยเดิม ที่ชื่อว่า เพลงขึ้นพลับพลา ขับร้องโดย "แม่น ชลานุเคราะห์" ซึ่งแสดงเป็นพระเอก และต่อมากลายเป็นโฆษกชื่อดัง ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสมศักดิ์ เทพานนท์ จากวงดนตรีสุนทราภรณ์ ได้นำมาขับร้องให้ฟังกันบ่อยๆ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ่ายทำเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2474 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ ให้นำไปฉายถวายทอดพระเนตรในพระราชวังดุสิต

เพลงกุหลาบหอม (ขึ้นพลับพลา)
สีสดสวยทรงงาม เมื่ยามเห็น ใครจะเว้นเด็ดได้ กุหลาบหอม
ถึงหนามยอก เนื้อยับ ก็จำยอม ขอให้เด็ดดอกดอม ให้ชื่นแด
อันกลิ่นหอม ดอกเหี่ยวเดี๋ยวก็หาย แต่ทิ้งรอยหนามร้าย นานเป็นแผล
ถึงกระนั้น ฉันก็ไป อาลัยแล ด้วยจิตแน่ในกุหลาบ เหลือหลาบเอย


ในปี พ.ศ.2526 ขุนวิจิตรมาตราได้แต่งเพลง กล้วยไม้ ในภาพยนตร์ศรีกรุงเรื่อง "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" โดยมี ร.ท.มานิต เสนะวีณิณ รน. เป็นผู้แต่งทำนอง เป็นเพลงในจังหวะรุมบ้าเพลงแรกของไทย และเป็นเพลงไทยสากลเพลงแรกที่ใช้โน้ตสากล มี มณี บุญจมานนท์ และ องุ่น เครือพันธุ์ เป็นดาราแสดงนำ และออกร้องโชว์ตัวทั้งศาลาเฉลิมกรุงและพัฒนากรทุกรอบ

ขุนวิจิตรมาตราเล่าให้ฟังว่า ร.ท.มานิต เสนะวีณิณ รน.เป็นผู้ที่ชื่นชอบเพลงคลาสสิคมากและชอบเล่นเปียโนให้ฟังเสมอๆ เมื่อจะแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องปู่โสมเฝ้าทรัพย์ จึงแนะนำว่าอยากให้เป็นแนวคลาสสิค และขอให้มีความยาวเพียง 2 - 3 นาทีเท่านั้น เมื่อได้ทำนองมาแล้วจึงแต่งใส่เนื้อลงไปได้พอดี

เพลงนี้มีชื่อเต็มว่า "เพลงลาทีกล้วยไม้" เกิดขึ้นก่อน เพลงกล้วยไม่ลืมดอยของพรานบูรพ์ซึ่งแต่งไว้ในละครเรื่อง โจ๊โจ้ซัง แสดงที่โรงหนังพัฒนากร เมื่อวันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2577 (กล้วยไม้ของเราแต่เก่าก่อน อยู่ในดงดอนเจ้าซ่อนช่อซ่อนใบ...)

เพลงลาทีกล้วยไม้(กล้วยไม้)
คำร้อง ขุนวิจิตรมาตรา ทำนอง ร.ท.มานิต เสนะวีณิน รน.
โอ้ว่ากล้วยไม้เอย ก่อนนี้เคยเป็นดอกไม้ไพร
หญิงได้เด็ดแซมผม ชายได้ดมชื่นใจ
นึกจะเด็ดดม ได้สมนึกใน
มาเป็นเมืองไม้ ได้แต่ชำเลืองไกลไกล
ให้แสนอาลัยจริงหนา โอ้กล้วยไม้จำลาที
โอ้ว่ากล้วยไม้เอย ก่อนไม่เคยเป็นดอกไม้ใคร
ได้กระเช้าแล้วเหนอ ทั้งกระเชอในไพร
ได้ที่ทิ้งถิ้น แปลกสิ้นเปลี่ยนไป
มามีเจ้าของ ก็ได้แต่มองถอนใจ
ด้วยความอาลัยเจ้านา โอ้กล้วยไม่จ๋า ลาที

ในปี พ.ศ.2477 ได้แต่งเพลงในภาพยนตร์เรื่อง เลือดทหารไทย ให้กระทรวงกลาโหม คือเพลงมาร์ชไตรรงค์ เพลงความรักในแม่น้ำเจ้าพระยา เพลงกุหลาบในเมือเธอ เพลงมาร์ชเลือดทหารไทย ซึ่งรท.มานิต เสนะวีณิน รน.แต่งทำนองของแต่ละเพลงออกมาต่างกัน กล่าวคือ

เพลงมาร์ชไตรรงค์ นั้นเอาทำนองเพลงมาร์ชกรานาเดีย ของฝรั่งมาใส่เป็นเนื้อไทย

เพลงความรักในแม่น้ำเจ้าพระยา เอาทำนองเพลงฝรั่งให้พระเอกทหารเรือร้องในเรือโบ๊ต

เพลงมาร์ชเลือดทหารไทยแต่งตามทำนองเพลงไทยเดิม

ส่วน เพลงกุหลาบในมือเธอนั้นแต่งใหพระเอกทหารบก (ร.อ. ม.ล.ขาบ กุญชร) เป็นผู้ขับร้องและดีดเปียโน โดยใช้ทำนองเพลงไทยเดิม ชื่อ มอญกระ มาดัดแปลง มีชื่อเดิมว่า เพลงดอกไม้ของหล่อน แต่มาเปลี่ยนเป็น เพลงดอกไม้ในมือเธอ เมื่อ ชรินทร์ นันทนาคร นำมาบันทึกเสียง เมื่อ พ.ศ.2509

เพลงกุหลาบในมือเธอ
คำร้องขุนวิจิตรมาตรา ทำนอง ร.ท.มานิต เสนะวีณิน รน.
ใจพี่หายวาบ เมื่อเห็นกุหลาบกลีบกระจาย
จำกลิ่นได้คลับคล้าย ว่าดอกที่ถือในมือเธอ
พี่เพ้อขอมานาน เจ้าให้กลับพี่ เพราะเจ้ามีที่ต้องการ
แต่ว่าเดี๋ยวนี้ ดอกถูกขยี้ทิ้งกระจาย
พี่แสนจะเสียดาย เพราะไปหมายอื่นให้เขาชื่นชม
เขาดมเล่นแล้วทิ้งผู้ที่หวังจริง ก็เลยต้องยิ่ง หัวใจราน


นอกจากนี้ยังได้แต่งเพลงประกอบในภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องพญาน้อยชมตลาด (2478) เรื่องเมืองแม่หม้าย (2478) เรื่องเพลงหวานใจ (2479) เรื่อง เลือดชนบท และเรื่องบ้านไร่นาเรา (2483)

ภาพยนต์เรื่องบ้านไร่นาเรานั้นเป็นภาพยนตร์ของกองทัพอากาศ โดยมีขุนวิจิตรมาตราเป็นผู้ประพันธ์เรื่อง บทภาพยนตร์และบทเพลงประกอบมี ร.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ เป็นพระเอก อารี ปิ่นแสง จุลละทรัพย์ เป็นนางเอก ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง และโรงภาพยนตร์โอเดียน 2 โรงพร้อมๆ กันในปี พ.ศ.2485

เพลงเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เพลงบ้านไร่นาเรา โดยพระเจนดุริยางค์เป็นผู้ประพันธ์ทำนองในแนวของความขยันขันแข็งในการทำงาน บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์และเป็นเพลงที่สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติยกย่องว่า เป็นเพลงลูกทุ่ง เพลงแรกในงานวันเพลงลูกทุ่ง

เพลงบ้านไร่นาเรา
คำร้อง ขุนวิจิตรมาตรา ทำนองเพระเจนดุริยางค์
เรืองแสงทอง กระดึงก้องกริ๋งมา เป็นสัญญา ออกทุ่งนาจับทำงาน
ฟังเสียงกระดึง ดูผึ้งบินเคล้าคลุกคลาน กินน้ำหวานเก็บไปสร้างรังถาวร
แสงทองงามตา เรืองนาป่าดอน ตะวันเช้าทำงาน ตะวันรอนเราก็นอน
สายแล้วเรามา ฉวยพร้าหาบคอน ทรัพย์ฝังดิน สินฝังดอน ช้อนขุดเอา
สมบูรณ์ไหนปาน บ้านไร่นาเรา เสรีสำราญ บ้านไร่นาเรา


ด้านละครเวทีนั้นละครเรื่องศรอนงค์เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยม ยกย่อง อย่างกว้างขวาง ซึ่งนำออกแสดงในปี พ.ศ.2486 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง มีเพลงเอกคือ เพลงศรอนงค์ และเพลงประกอบอีก 3 เพลงคือ เพลงมโนมัย(ม้าแก้ว) เพลงปทุมทอง(นางแก้ว) และเพลงขุนพลแก้ว

เพลงในชุดนี้ขุนวิจิตรมาตราแต่งเนื้อขึ้นมาก่อน แล้วจึงใส่ทำนองในภายหลังให้กลมกลืนผิดกับเพลงอื่นๆ ที่เคยแต่งมา

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2502 งานวันเกิดครบรอบ 3 ปี ของสถานีวิทยุ ท.ท.ท. สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ของบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ก็นำเอาละครเพลงศรอนงค์มาแสดงทางทีวีเป็นครั้งแรก ซึ่งอารีย์ นักดนตรี ดารานักแสดงรุ่นเก๋าของวงการโทรทัศน์ ได้เขียนเล่าเอาในหนังสือมายาของอารีย์ไว้อย่างน่าสนใจว่า

"...จาการที่ดิฉันพอมีหัวในการร้องเพลงไทยสากล ในตอนหลังจึงมีโอกาสได้เล่นละครเรื่องศรอนงค์ซึ่งคงต้องท้าวความกลับไปถึงท่านขุนวิจิตรมาตรา ปรมาจารย์ทางการเขียนบทละครและภาพยนตร์ นอกจากจะแต่งเพลงด้วยสำนวนไทยที่ไพเราะมีทั้งสัมผัสนอก สัมผัสใน และเล่นคำได้อย่างกลมกลืนโดยแต่งเพลงให้กับภาพยนตร์เสียง ศรีกรุงมาหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ เพลงหวานใจ เลือดทหารไทย อีกทั้งยังเป็นผู้มีความสันทัดในการเขียนบทละครเวทีอีกด้วย"

"ท่านได้เขียนบทละครให้แก่คณะปรีดาลัยของพระนางเธอลักษมีลาวัณ ในรัชกาลที่ 6 ด้วย คือเรื่องศรอนงค์ เป็นละครเวทีที่หัวหน้าจำนงมีความประทับใจมาก เพราะมีทั้งเพลงเอกที่ตัวพระ ตัวนางร้อง และเพลงระบำฟ้อนที่งดงามและแพรวพรายถึง 3 ชุด คือ ระบำม้าแก้ว ระบำนางแก้ว และขุนพลแก้ว"

"เป็นละครแนวใหม่ซึ่งพระนางเธอลักษมีลาวัณทรงสร้างมิติใหม่ให้แก่วงการละครเวทีไทย คือทรงนำวงดนตรีสากลให้เข้ามามีบทบาทในการบรรเลงเพลงในเรื่อง รวมทั้งเพลงระบำทั้งสามชุด โดยทรงริเริ่มจุดประกายความตื่นตัวของโลกการแสดงให้เข้าสู่ยุคใหม่ นับว่า ท่านเป็นต้นแบบของละครเวทีในยุคต่อๆ มา พร้อมทั้งท่าระบำของทางตะวันตก ซึ่งเจ้าพี่เจ้าน้องที่เสด็จไปศึกษายังต่างประเทศ เมื่อกลับมาได้นำท่าระบำของฝรั่งมาผสมผสานกับท่าระบำไทย ให้ดูเป็นสากลแปลกตากว่าละครอื่นๆ และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างมาก โดยมีหัวหน้าจำนง รังสิกุล ซึ่งอยู่ในวัยหนุ่ม 30 เศษๆ ได้ไปชมอยู่ด้วย และเห็นความตระการตาของละครเรื่องศรอนงค์นี้"

"ดังนั้นหัวหน้าจำนงจึงหมายตาว่าจะให้ดิฉันแสดงละครเรื่องนี้ จึงให้พี่สัมพันธ์ไปพบท่านขุนวิจิตรมาตราและเรียนขอบทละครเรื่องศรอนงค์มาแสดงทางโทรทัศน์"

"ท่านขุนก็ดีใจหายนอกจากจะยินดีมอบให้แล้ว ท่านยังเขียนบทโทรทัศน์ใหม่อีกด้วย"

ละครเรื่องนี้มี ฉลอง สิมะเสถียร และอารีย์ นักดนตรี เป็นดารานำเรื่อง และมีกำธร สุวรรณปิยะศิริ นักดนตรีของวงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงเป็นพระเจ้าไทยหลวง ซึ่งเป็นการแสดงละครเวทีเรื่องแรกในชีวิต โดยมี มนัส รามโยธิน เป็นผู้ขับร้อง เพลงม้าแก้ว และขุนพลแก้ว ให้อีกด้วย

ละครเพลงศรอนงค์นี้ได้นำกลับมาแสดงถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ.2502 และเมื่อสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหมมีอายุครบ 5 ปี วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2507 ก็แสดงอีกเป็นครั้งที่สอง โดยมีกำธร สุวรรณปิยะศิริ แสดงเป็นพระเอกแทนฉลอง สิมะเสถียร อย่างเต็มตัว หลังจากที่ได้รับบรรจุเข้าเป็นพนักงานโทรทัศน์ช่อง 4 ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2502 เป็นต้นมา และได้แสดงละครโทรทัศน์คู่กันกับอารีย์ นักดนตรี มาหลายเรื่อง ก่อนหน้านั้น เช่น มาร์โคโปโลกับคุบลายข่าน เป็นต้น

เพลงศรอนงค์
คำร้อง ขุนวิจิตรมาตรา ทำนอง น.ต.โพธิ์ ชูประดิษฐ์
มองคันศรอ่อนโค้ง โก่งตามริมปากงอน ทำให้ฉันครั่นคร้าม กว่าศรกามเทพทีวี
ลูกศรที่ลั่นจากปาก หากเป็นเสียงว่ารัก ใจของฉันก็จัก ชโลมด้วยทิพย์วารี
หากเป็นเสียงว่าไม่ ใจก็เหมือนพิษผลาญ ชีพฉันคงแหลกลาญ ด้วยพิษศรเทวี
แต่เธอคงเอ็นดู ผู้ฝากชีพกับศร ไม่ขอพรากจากจร ด้วยรักพร้อมยอมพลี
...

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Oct 24, 2006 3:50 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

----- Original Message -----
From: "พี่ x นุ่ e"
To: หนิง ; เต้ ; เป๋า ; เอ ; เอ (ใหญ่) ; แน็ต ; โก้ ; โจ ; โจ 103 ; โช ; กวาง ; ก้อง ; ก้อง (T) ; ติม ; ตี๋ ; ธนา ; นุ๊ก ; บิ๊ ; บิ๊ก ; ประภาส ; ปุก ; ผึ้ง ; พี่แดง ; พี่อ๋า ; หน่อง ; หน่อง+เน๊ะ ; หนึ่ง ; หมัด ; หยอง ; หวิว ; อวน ; อี๊ด ; อื้อ ; อุ้ย ; แตน
Sent: Sunday, October 22, 2006 3:51 PM
Subject: ข่าวฝาก

http://www.whywut.com/

Smile ข่าวฝากครับ..........รบกวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แวะเข้าไปฟังเพลงตัวอย่าง http://www.whywut.com/ จากอัลบั้มของเพื่อนผม(ไอ้วุฒิ OSK103) หน่อยน่ะ มันกำลังจะออกอัลบั้มใหม่................เผื่อถ้ามันดัง ก็สามารถคุยให้คนอื่นฟังได้เลยว่าฟังมาแล้ว ตั้งแต่ยังไม่วางแผง (วีไอพี จริงๆน่ะ).............. ถ้าเพราะ ช่วยแนะนำต่อด้วยน่ะครับ

http://www.whywut.com/

ขอบพระคุณอย่างสูง
หนุ่ย (จิ OSK103)
http://www.whywut.com/

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Oct 26, 2006 3:21 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


ปิ๊ดบอดี้สแลม OSK115 และพ่อ ดอดเชียร์ OSK มอนิ่งเซิร์ฟเฟอร์
โดย : สนามหลวง

“ค่ายสนามหลวง” นำทีม 6 หนุ่มวง “มอร์นิ่งเซิร์ฟเฟอร์” แชมป์ฮอตเวฟมิวสิคอวอร์ดส แถลงข่าววางแผงอัลบั้ม 2 ชุด “คอมมอน พีเพิ้ล” โดยมี “ปิ๊ด บอดี้สแลม” และ คุณพ่อ รวมถึง เภา OSK115 (อดีต)มือกีต้าร์ วงบอดี้สแลม ,หนึ่ง สลีปเปอร์วัน , นอ มือเบส วงเครสเชนโด้ และต้นสังกัด ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น ที่ชั้น 21 ตึกแกรมมี่ วันก่อน


มอร์นิ่งฯ ชวน ใส่เสื้อเหลือง ดูดนตรี ทำดีเพื่อพ่อ

ส่งอัลบั้มชุด 2 “คอมมอน พีเพิ้ล” ที่ทำกับ “ค่ายสนามหลวง” วางแผงไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ 6 หนุ่มแชมป์ฮอตเวฟ มิวสิค อวอร์ดส “วงมอร์นิ่งเซิร์ฟเฟอร์” ล่าสุดเตรียมผุดโปรเจคพิเศษยกทัพ 6 ศิลปินอินดี้ อาทิ อาร์มแชร์ , เภา - เพรเซ่นท์ เพอร์เฟค , สลีปเปอร์วัน , เจ็ทเซ็ทเตอร์ และ กู๊ด เซ็ปเทมเบอร์ ชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมในโครงการ “ใส่เสื้อเหลือง...ดูดนตรี...ทำดีเพื่อพ่อ” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2549 ณ สถาบันเกอเธ่ โดยงานนี้ OSK มะเหมี่ยว – ภูเก็ต ช้างเสวก มือกลอง วงมอร์นิ่งเซิร์ฟเฟอร์ เป็นตัวแทนศิลปิน เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า...



“เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี เราก็เลยถือโอกาสนี้รวบรวมเพื่อนศิลปินร่วมกันจัดกิจกรรม “ใส่เสื้อเหลือง ดูดนตรี ทำดีเพื่อพ่อ” ขึ้นมา ก็อยากให้การแสดงดนตรีซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราในฐานะศิลปินถนัดกันอยู่แล้วด้วย เป็นสื่อกลางชวนเหล่าวัยรุ่นร่วมกันใส่เสื้อเหลือง พร้อมทำความดีคนละ 1 ข้อ เพื่อแสดงความจงรักภักดีถวายแด่ในหลวง แถมยังได้สนุกกับคอนเสิร์ตของศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นวง OSK มอร์นิ่งเซิร์ฟเฟอร์ , OSK อาร์มแชร์ , เภา OSK115 - เพรเซ่นท์ เพอร์เฟค , สลีปเปอร์วัน , เจ็ทเซ็ทเตอร์ และ กู๊ด เซ็ปเทมเบอร์ งานนี้ก็อยากเชิญชวนเยาวชนมารวมพลังเพื่อแสดงความจงรักภักดีถวายแด่พ่อหลวงของเรากันเยอะๆ นะครับ บัตรก็ถูกมากราคาเพียง 60 บาทเท่านั้น ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ ร้านดีเจ.สยาม , ร้านน้องท่าพระจันทร์ ,ค่ายสนามหลวง ตึกแกรมมี่ ชั้น AA และ หน้างาน โดยกิจกรรม “ใส่เสื้อเหลือง ดูดนตรี ทำดีเพื่อพ่อ” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ณ สถาบันเกอเธ่ ซ.สาธร 1 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป” มะเหมี่ยว กล่าว

ที่มา:
http://www.thaialbums.com/n.asp?id=1490
http://www.thaialbums.com/n.asp?id=1547

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Feb 20, 2007 12:24 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top


ชื่ออัลบั้ม : One Man Story 2 : Love Passion
ศิลปิน : รวมศิลปิน
สังกัด : GMM
เดือนปีที่ออก : มกราคม 2550

บาดลึกถึงใจใครหลายคนกันไปแล้วกับ One Man Story ชุดที่ 1 ที่ออกมาชิมลางอย่างสวยหรูเมื่อปีกลาย จึงทำให้อัลบั้ม One Man Story 2 เริ่มจะแทรกซึมเข้าไปอยู่กลางใจใครหลายคนมากขึ่นเรื่อยๆ แล้วในยามนี้

ภายใต้การดูแลของ ต๋อง สุรพันธ์ จำลองกุล อัลบั้ม One Man Story 2 จึงยังคงอัดแน่นด้วยคนดนตรีที่คุ้นเคยจากอัลับ้มแรกกันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น เป๊ก ผลิตโชค เจ้าของเสียงเพลง ไม่มีใครรู้ ที่ทำเอาหลายคนติดอกติดใจฟังเท่าไหร่ก็ไม่พอ ก็กลับมามอบเสียงนุ่มๆ อีกครั้งกับเพลงรักสามเส้าที่หวังจะกระชากความรู้สึกใครหลายคนอย่างเพลง ชู้ในใจ หรือหนุ่มหน้าใส ไอซ์ ศรัณยู ก็มาพร้อมกับเพลง คนวางฟอร์ม ที่น่าจะถูกอกถูกใจสาวๆ ไม่น้อยไปกว่าอัลบั้มของเจ้าตัวเช่นกัน

นอกจากสามหนุ่มที่กลับมาทำให้อัลบั้มนี้ชุ่มฉ่ำรับเดือนแห่งความรักแล้ว อัลบั้มนี้ยังได้สาว มด ทรีจี และ เป๊ก เปรมณัช OSK121 มาเพิ่มดีกรีความน่าฟังได้อย่างลงตัว

รายชื่อเพลง

1. สัมพันธ์..ชั่วคราว-เป๊ก ผลิตโชค
2. ชู้ในใจ-เป๊ก ผลิตโชค
3. คนวางฟอร์ม-ไอซ์ ศรัณยู
4. เพ้อ-ไอซ์ ศรัณยู
5. จักรวาล-เป๊ก เปรมณัช OSK121
6. ง่ายง่าย-เป๊ก เปรมณัช OSK121

7. รักไม่ได้ทำให้ตาบอด-มด ทรีจี
8. หน้าที่..คนถูกทิ้ง-มด ทรีจี
9. ข้อพิสูจน์-ต๋อง สุรพันธ์
10. เพื่อนคลายเหงา-ต๋อง สุรพันธ์

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Tue Feb 20, 2007 11:17 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ครูสมาน นภายน (ใหญ่ นภายน) กำลังเล่าเรื่องเพลงชาติ อยู่ทางช่อง iTV ในรายการ "สยามศิลปิน" อยู่ในขณะนี้ครับ [23:15 น. 20/2/2550]

songwut110 บันทึก:


พ.อ.หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ผู้ประพันธ์เนื้อร้องของเพลงชาติฉบับปัจจุบันที่ยังใช้กันอยู่ ก็น่าจะเป็นท่านเดียวกับนายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบคนที่ ๔ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ (ยศ พ.ท. ในขณะนั้น) ครับ

สนใจอ่านเพิ่มเติม:
นิตยสารผู้จัดการ: สมาคมศิษย์เก่า สวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ --> http://osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=51
นักการศึกษา นักการกีฬา และนักประพันธ์เพลงไทยในอดีตจากรั้วสวนกุหลาบฯ: OSK เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี --> http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=815
หลวงวิจิตรวาทการเกือบทำให้ไม่มีธรรมศาสตร์รังสิต
โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล OSK90 --> http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=print&sid=303

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Wed Feb 28, 2007 12:55 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ขออนุญาตนอกเรื่องนิดครับ

พอดีแว่วมาทางวิทยุว่า ตอนนี้ศิลปินใหม่จากรุ่น ๑๑๔ กำลังจะวางแผงครับ

เขาคือ น้อง First ปฏิพล (วรานนท์) ตั้งจักรวรานนท์ OSK114 ... First เป็นศิษย์เก่าบัญชีจุฬา(เหมือนคุณป้างที่ทำเทป demo ของน้องเขาหาย) แถมคุณพ่อของ First ก็เป็นสวนฯรุ่น ๘๐ ครับ>>....First เป็นศิลปินคนแรกของค่าย Vitamin A Music ครับ


First : Episode Patipon

First : ปฏิพล ตั้งจักรวรานนท์ OSK114

ศิลปินจาก Vitamin A Music ซึ่งบางคนอาจจะเคยได้ยินเสียงของเขามาบ้างแล้วในแนว Standard Jazz จากเพลง “คอยใครสักคน” อัลบั้ม Event of Love ด้วยน้ำเสียงคุณภาพระดับ Advanced จาก WMC College, London ครั้งนี้ First ได้นำเสนอแนวเพลงที่เจ้าตัวเรียกว่า Oriental Pop ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของเพลง Pop สไตล์เอเชีย และเชื่อว่า Single แรกที่มีชื่อว่า “น้อยใจ” จะเป็นการแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ First114 ได้ดียิ่งขึ้น

น้อยใจ ถ้าคุณกำลัง “น้อยใจ” ใครสักคน คุณเคยสังเกตไหมว่าอาจจะมีใครอีกคนกำลัง “น้อยใจ” คุณอยู่ รับฟังได้ที่นี่ครับ --> http://www.vitaminamusic.com/products_lists.php?type_ID=57

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Fri May 25, 2007 2:44 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

พี่ Songlod Bhichaikul OSK91 ถึงผม เมื่อ 1:49 หลังเที่ยง (49 นาทีที่แล้ว)

วงนักร้องประสานเสียงในอดีต ของสวนกุหลาบวิทยาลัย
โดย ทรงกลด พิชัยกุล ส.ก. ๑๘๘๒๓

ไม่ทราบจะมีการบันทึกไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่นะครับ แต่ในปีพ.ศ. ๒๕๑๙ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเคยมีวงนักร้องประสานเสียงขึ้นแสดงบนเวทีของโรงละครแห่งชาติมาแล้ว เนื่องในการแสดงละครที่ทางโรงเรียนของเราเป็นคนจัดขึ้น เรื่องสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้แสดงนำเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็ไม่ใช่อื่นไกล พระเอกรูปหล่อเพื่อนผมเอง ดุสิต สังขะเมฆะ ( ส.ก. ๑๘๘๘๙) เพื่อนนักเรียนห้อง ๕/๑๑ ของผมเอง (ปัจจุบันเป็นพันตำรวจเอก ประจำกองตำรวจราชสำนัก) ไหนๆ ก็ถึงตรงนี้แล้วก็ขอนินทาเพื่อนต่อก็แล้วกันว่า ศรีภรรยาของท่าน พ.ต.อ.ดุสิต ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ยายจิ๋ว น้องไอ้ต่อ ลูกอาจารย์ฉวีวรรณ (ขอโทษนะครับ, เรียกแต่ชื่อเล่นจนจำชื่อจริงไม่ได้ อ้อ ณัฐวุฒิ อารยะศาสตร์ ครับ) แสดงในละครเรื่องนี้เหมือนกัน

ละครเรื่องนี้ เป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในโรงเรียน ตั้งแต่นักการ จนถึงผู้ปกครอง นักเรียนทุกชั้นมีส่วนกับละครเรื่องนี้ ตั้งแต่เป็นนักแสดง ตัวประกอบ บรรดาตัวแสดงผู้หญิงก็ได้บุตรสาวของอาจารย์มาร่วมแสดงด้วย งานนี้แย่งกันจีบลูกสาวอาจารย์กันตรึม... นอกจากเป็นตัวแสดงแล้วยังมีที่ทำหน้าที่เป็นคนเดินตั๋ว หรือฝ่ายต้อนรับ คนเก็บตั๋ว สารพัดแหละครับ ส่วนการฝีกการแสดงก็ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และฉากบู๊ ที่ต้องมีฉากต่อสู้ ก็เป็นหน้าที่ของชมรมศิลปะป้องกันตัว ที่มีคงเดช ทิพยเสม เป็นประธานชมรม นำทีม (รู้สึกว่า จะได้รับความกรุณาจาก อาจารย์ไพโรจน์ เมษะมาน แห่งสำนักดาบพุทไธสวรรค์ ช่วยกรุณามาแนะนำเกี่ยวกับคิวบู๊ด้วย)

สำหรับวงประสานเสียงนั้นมีหน้าที่ออกมาร้องเพลงสลับฉากครับ ตอนนั้นมีการรวบรวมนักร้องตั้งแต่น้องเล็กจนถึงพี่ใหญ่ ถ้านับรุ่นก็คงเป็นรุ่น ๙๑ - ๙๕ ผมก็ไม่ทราบว่า จะใช้วิธีการเกณฑ์มาหรือสมัครมานะครับ รู้แต่เพียงว่า ผมเองนั้นถูกเกณฑ์มา สาเหตุเพราะว่า ในช่วงที่ผมอยู่ห้อง ๔/๑๑ และ ๕/๑๑ นั้น พวกเรามักมีกิจกรรมในช่วงหลังกินข้าวกลางวัน เพื่อนๆ ในห้องมักให้ผมออกไปร้องเพลงให้ฟัง ยุคปี ๒๕๑๙ เป็นยุคของ ๑๖ ตุลาคม เพลงดังเวลานั้นก็คือเพลงของสันติ ลุนเผ่ อย่าง หนักแผ่นดิน, ความฝันอันสูงสุด อะไรทำนองนี้ วันหนึ่งขณะกำลังร้องเพลงอยู่ อาจารย์ท่านหนึ่งก็มายืนดูผมอยู่หน้าห้อง นักเรียนระดับพี่ใหญ่ของโรงเรียนแล้วไม่มีเขินหรอกครับ The Show Must Go On อาจารย์ท่านบอกว่า ร้องเพลงจบแล้วให้ไปพบที่ห้องพักครูด้วย ผมก็ไม่คิดอะไรเพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เมื่อไปพบท่าน ท่านก็บอกว่า ตอนนี้โรงเรียนเรากำลังจะจัดแสดงละครเรื่องสมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่ตอนนี้ระหว่างเปลี่ยนฉากนี่ต้องมีการแสดงมาคั่น ท่านจึงอยากให้ผมซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของโรงเรียนนี่คุมน้องๆ ขึ้นไปร้องเพลง ผมเองไม่ปฏิเสธ เพราะเป็นโอกาสที่เราจะได้ทำอะไรให้แก่โรงเรียนที่รักของเรา ดังนั้นจึงตอบรับทันที ทีมนักร้องของเรานัดประชุมกันที่ห้องประชุมอาคารพระเสด็จ ซึ่งทางโรงเรียนเชิญอาจารย์ทางด้านร้องเพลงมาสอนเป็นการเฉพาะ ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าท่านชื่ออะไรครับ เพราะมุ่งมั่นที่จะรับการถ่ายทอดวิชาร้องเพลงประสานเสียง เวลาสำหรับการเตรียมตัวมีไม่มากนัก จึงต้องนัดซ้อมกันทุกวัน เช่นเดียวกับฝ่ายนักแสดงที่ต้องซ้อมทุกวันเช่นกัน ในตอนแรกอาจารย์ท่านได้ให้ทุกคนทดสอบเสียง เพื่อจัดวางตำแหน่งในเวลาขับร้องให้เหมาะสม ปรากฎว่าของผมเป็นเสียงโซปราโน ส่วนเพลงที่เราจะต้องขับร้องนั้นมี ๓ เพลง คือ เพลงต้นตระกูลไทย เพลงศึกถลาง และเพลงแดนอีสาน ซึ่งเป็นเพลงปลุกใจของท่านหลวงวิจิตรวาทการ.

ละครของโรงเรียนเราแสดงที่โรงละครแห่งชาติอยู่ราวๆ ๑ สัปดาห์ มีการโปรโมทละครโดยการนำวงนักร้องประสานเสียงไปออกรายการของพี่ประภัทร ศรลัมพ์ ทางช่อง ๕ ซึ่งเราเดินทางไปกับท่านอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ สุวรรณ จันทรสม นอกจากนั้นยังมีการถ่ายทอดการแสดงละครของโรงเรียนเราด้วย รู้สึกว่าวันนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาจะเสด็จมาทอดพระเนตร วันที่มีการถ่ายทอดก็มีการตื่นเต้นในบรรดานักแสดงอยู่เหมือนกัน อย่างเช่น พระเอกของผมเกิดลืมบท ที่น่าขำกว่านั้นคือ ตัวประกอบของเราเล่นโชว์นานกว่าปกติ คือเป็นฉากที่ทหารของพระเจ้าตาก ซึ่งแสดงโดยคงเดช ประธาน ชมรมศิลปะป้องกันตัว สู้กับนายทองอินทร์ วันที่ถ่ายทอดทั้งคู่โชว์เพลงดาบแบบลืมตาย คือเมื่อถืงบทจะต้องถูกฟันให้ตายแล้วเกิดไม่ยอมจะตายขึ้นมา ปรากฎว่า พอจบฉากนี้ นายทองอินทร์ ถูกฆ่าตายแล้ว คนดูปรบมือกันเกลียว เข้าหลังฉากทั้งคู่คุยโขมงเลยว่า สงสัยคนดู โดยเฉพาะสาวๆ โรงเรียนอื่นคงชอบ ผมมารู้ตอนหลังจากนั้น จากเพื่อนที่มีหน้าที่เดินตั๋วว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่เพราะบทบาทการแสดงหรอกครับ แต่บังเอิญถ่ายทอดออกทีวี นายทองอินทร์ ตื่นเด้นไปหน่อยเลยลืมถอดนาฬิกาออก กลายเป็นว่าสมัยกรุงแตก นายทองอินทร์แกมีนาฬิกาข้อมือใช้แล้ว.

ก๋เป็นประวัติศาสตร์เล็กน้อยๆ จากมุมๆ หนึ่งของสวนกุหลาบวิทยาลัยครับ ... บันทึกไว้กันลืม.

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon May 28, 2007 2:08 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

จากงานวันเกิด อ.สุโข วุฑฒิโชติ.... ท่านมีของขวัญตอบแทนพวกเราที่ไปร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เป็น "CD รวมเพลงสุโข วุฑฒิโชติ" [ของชำร่วยจากงานเนื่องในโอกาสครบรอบ ๖๔ ปีของท่าน...เมื่อปีที่แล้ว ๒๘ พค ๔๙ ที่จัด ณ สถานตากอากาศบางปู สมุทรปราการ]

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Thu Jun 14, 2007 7:01 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

songwut110 บันทึก:
... ห้องนอนต้องสีฟ้า แถมติดม่านชมพู.. ในเพลง "รังรักในจินตนาการ" ที่ขับร้องโดย คุณทูล ทองใจ

เหตุก็น่าจะเพราะเพลงนี้น่าจะแต่งทั้งคำร้องและทำนอง โดย OSK ครูมงคล อมาตยกุล (SK2478) [มีใช่โดยไพบูลย์ บุตรขัน ที่เข้าใจกันในครั้งแรก... แต่ท่านสนิทกัน] มีเนื้อร้องดังนี้:

รังรักในจินตนาการ ( Ab )
ทูล ทองใจ
Ab

ดนตรี 5 Bars..3..4..
5.พี่ฝันจะสร้าง รังรัก สักหนึ่งหลัง
ณ ริมฝั่ง เจ้าพระยา อยู่อาศัย
แม้ฝันของพี่ ไม่เกิดมี อันเป็นไป
สองชีวี เราคงได้ ร่วมเสน่หา
รังรักในจินตนาการ
วิ มาน รักอันบรรเจิดจ้า
ริม หน้าต่างปลูกซุ้มลัดดา
ห้องนอนสีฟ้า ติดม่านชมพู
ความ รัก เป็นมนต์ดลใจ
ฝัน ไป พลังใจ ต่อสู้
คอย พี่หน่อยเถิดนะโฉมตรู
มินาน จะรู้ รังรักอยู่แห่งใด
รังรักริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา
สุขตราฝังตรึงซึ้งอยู่ในใจ
แม้ความฝันพี่เป็นจริงได้
พี่จะให้ชื่อว่า รังรักอนุสรณ์
ความ ฝันเป็นจริงวันใด
หัวใจพี่จะบินว่อน คอย พี่ก่อนไม่ช้าบังอร
แม้ใจไม่ร้อน แน่นอนเราได้สุขสันต์..

Referred:
http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=9295
http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1413&start=45



_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Mon Sep 03, 2007 2:27 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

RM บันทึก:
พี่"เขียว คาราบาว กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร OSK83/84"กับเพลงประจำ "สัญญาหน้าฝน" --> http://osknetwork.com/files/4032sanyanahfon.mid

ฟังเต็มๆได้ที่นี่ครับ --> http://imusic.teenee.com/2/frame/5642.php

INTRO: Bb F7 Bb F7 Bb Gm Eb Bb Cm Dm Eb F7 Bb
Bb Dm Eb F7Bb
ฟ้าในเดือนฝนฉํ่า คงนึกขําต่อคําสัญญา
Gm Eb Dm Cm F7
ฝนหล่นเทร่วงมา สายลมพัดพายิ่งรนร้อนใจ
Bb Gm
ไหนว่าไปแล้วกลับหน้าฝน
Eb Bb
ใครเป็นคนสัญญาเอาไว้
Gm Eb F7 Bb
ทิ้งให้รอทุกข์ทนเท่าไหร่ คนอย่างเงี๊ยะก็มี
Bb Dm Eb F7 Bb
ฝนเจ้าจงไหลกลับ ไปรอรับคนผิดสัญญา
Gm Eb Dm Cm F7
ฝนคอยสมนํ้าหน้า อย่าเพิ่งตกมาข้าแสลงใจ
Bb Gm
เดือนเป็นปีล่วงผ่านไปแล้ว
Eb Bb
แก้วตาเจ้าแหกตาใช่ไหม
Gm Eb F7 Bb
รู้อย่างงี้ไม่คิดรักใคร กัดจิ้งหรีดมันกว่า
Bb F7
มองเห็นควายตัวผู้ตัวเมีย
Bb
คลอเคลียแล้วให้คิดอิจฉา
F7
เป็นควาย....มันไม่มีปัญญา
Eb F7 Bb
ปัญหาเลยไม่มี
Eb Bb
ได้แต่หวัง หวัง หวังว่าสักวันหนึ่ง
Eb Bb
ถึงได้คอย คอย คอยเธออยู่อย่างนี้
Eb Bb
แล้วมาหลอก หลอก หลอกให้ฉันตายใจ
F7 Bb
ลือไปทั้งตําบล
Eb Bb
* ถ้าฉันมีเงินทอง มากมายหลายหมื่น
Eb Bb
คงไม่ยืนรอเธอจนฝนหมดฟ้า
Eb Bb
ฉันจะจ้างเครื่องบินหว่านฝนลงมา
F7 Bb
ต่อสัญญาฝนเทียม
SOLO: Bb F7 Bb F7 Eb F7 Bb

(ซํ้า *)
Bb Dm EbF7Bb
รักจนใจปี้ป่น เกิดเป็นคนทําตัวไม่เจียม
Gm Eb
ขวัญไม่ควรคู่เรียม
Dm Cm F7
ไม่เหมือนนิยายจากคลองแสนแสบ
Bb Gm
วันที่เธอได้จากไปไกล
Eb Bb
ใครจะรู้ไปแล้วโกยแนบ
Gm Eb F7 Bb
รักมันมีมากมายหลายแบบ เจ็บทั้งแสบทั้งคัน
Bb Dm Eb F7 Bb
ถึงเธอไปไม่กลับ ยังคอยนับวันเดือนข้างฝา
Gm Eb Dm Cm F7
ปฏิทินดารา ยังส่งยิ้มมาถากถางหัวใจ
Bb Gm
โดนเขาคาบไปหมํ่าเสียแล้ว
Eb Bb
เอ็งไม่ต้องทําสงกะสัย
Gm Eb F7 Bb
หลงเมืองกรุงทั้งยาวทั้งใหญ่ จ้างก็หาไม่เจอ
Gm Eb F7 Bb
หลงเมืองกรุงทั้งยาวทั้งใหญ่ จ้างก็หาไม่เจอ

...........................................................................................

อาศรมชาวโคลง ภาค ๕๔ ๏ ๏ ๏ สัญญาหน้าฝน ๏ ๏ ๏


๏ สัญ ญาณบอกรีบยื้อ เชื่อมโยง
ญา ติกาถกโคลง ลั่นกระทู้
หน้า ไหนใคร่จรรโลง เชิญเถิด
ฝน หยาดสัมผัสรู้ ฉ่ำน้ำใจผสาน ๚ะ๛

...........................................................................................

"สัญญาหน้าฝน" โดย KAVINT

ฟังเสียงน้ำกระทบน้ำ…........เนื่องผสาน
ขับคีตดนตรีการ.................กล่อมหล้า
แผ่วพรำพร่ำเพลงหวาน.....เพียงแว่ว
เสมือนสื่อสัญญาฟ้า.............สู่พื้นดินสม

ลมพายุผ่านย้ำ....................ยามฝน
พัดพรากใจลอยวน............. วุ่นคว้าง
คำฟ้าฝากดินดล..................ใดกล่าว
เคยเอ่ยเคยโอษฐ์อ้าง..........ออกท้าสาบาน

ฝากไว้นานเนิ่นแล้ว...........เลือนหาย
เพลงรักจบใจสลาย..............สลดเศร้า
เพียงพรรษผ่านจึงกลาย......ใจกลับ
ฝนขับดนตรีเคล้า............... ขื่นคล้ายคำลา

หล้าโศกนองอุ่นน้ำ-..............ตาหวาน
ขับคีตดนตรีการ...................กล่อมฟ้า
เพลงจบจบสิ้นวาร................วรรษล่วง
รำลึกเกินไขว่คว้า.................สู่พื้นเพียงฝัน



พี่กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร OSK83/84
"เขียว คาราบาว"
เกิด 25 มกราคม 2495
กทม
คีย์บอร์ด, กีต้าร์, ร้องนำ, ร้องประสาน

ด้วยความรักกับเสียงดนตรี และได้รู้จักกับหนุ่มสุพรรณนามว่า "แอ๊ด" ณ แดนไกลถึงฟิลิปปินส์ ทั้งสองมีหน้าที่ ณ ตอนนั้นคือนักศึกษา ได้ซึมซับวัฒนธรรมตากาล็อก จึงยิบยืม "คาราบาว" มาเมืองไทย ที่มีความหมายแห่ง "หัวควายที่อดทนและต่อสู้กับสังคม"


ผลงาน


กีตาร์ร้องเพลง Vol.1

เป็นงานเพลงบันเลงที่ใช้ กีตาร์เป็นหลักแทนเสียงร้องเดิมของสมาชิกวงที่ร้องเอาไว้ ในภาคดนตรียังคงเหมือนเดิมเกือบทั้งหมด แต่เป็นการบันทึกเสียงใหม่


กีตาร์ร้องเพลง Vol.2

เป็นงานชุดที่สองที่ตามออกมา

สตูดิโอ ปาร์ตี้

งานเพลงสนุกกับบบรรยากาศเฮฮาที่ถูกบันทึกเอาไว้ ขณะที่ กลุ่มนักดนตรี และเพื่อนฝูงมารวมตัวกันในห้องบันทึกเสียงโดยไม่ได้นัดหมาย หรือเตรียมการล่วงหน้า เป็นการหยิบเอางานเก่าๆของคาราบาวที่ เขียว-คาราบาวเคยร้องเอาไว้ และงานเพลงในชุดเดี่ยวของตัวเอง แต่มีการนำมาเปลี่ยนแปลง แล้ว jam กันสดๆ ได้อารมณ์ความสนุก และการเล่นที่สดๆ มันไปอีกแบบ



ปัจจุบันเปิดร้านอาหารสไตล์ลาวคันทรี "สเต็กลาว"

คาราบาว ก่อตั้งโดยคน 3 คน ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนที่ไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ด้วยกัน คือ ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด), กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร (เขียว OSK83/84) และ สานิตย์ ลิ่มศิลา (ไข่) แอ๊ดและเขียว ทั้งคู่ไปเรียนวิชาสถาปัตย์ พอกลับมาเมืองไทย แอ๊ดได้งานเป็นสถาปนิกที่เคหะแห่งชาติ แต่ไม่นานนักก็ออกมาเล่นดนตรีกับเขียวและไข่ โดยตระเวนเล่นตามที่ต่างๆ เวลากลางคืน โดยใช้ชื่อวงว่า คาราบาว


เรื่องราวของ คน ดนตรี และเขาควาย
พุทธศักราช 2524 วันที่เขาควายเริ่มออกเดินทาง นับจากวันนั้น เขาควายเดินทางสะท้อนเรื่องราวเล่าขานถึงสิ่งต่างๆ เสาะแสวงหาแก่นแท้ของความจริง ทุกย่างก้าวหหนักแน่น มั่นคง และจริงจัง

หลายร้อยบทเพลงและเนื้อหาที่ คาราบาว ถ่ายทอด ล้วนสะท้อนเหตุการณ์ และความเป็นไปของบ้านเมือง เสมือนเครื่องบันทึกเรื่องราว สะกิดให้ทุกคนหันมามองความเป็นจริง และสิ่งต่างๆ รอบตัว ด้วยจิตสำนึกและหัวใจความเป็นไทย

คาราบาว คือปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการเพลงเมืองไทย ไม่เพียงความนิยมสูงสุดและยาวนาน ยังสร้างประวัติการณ์ยอดจำหน่ายสูงสุด กับอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ซึ่งไม่มีวงดนตรีเพื่อชีวิตวงไหนทำได้

ถึงวันนี้ทุกสิ่งทุกที่ คาราบาว สร้างสรรค์ ได้ผ่านมา 20 ปี และยังคงเดินหน้าต่อไป

ยืนยง โอภากุล เป็นลูกชายของอดีตนายวงดนตรีชาวเมืองสุพรรณ ที่หลังเรียนจบจากอุเทนถวายก็เลือกเดินทางไปศึกษาต่อ ด้านสถาปัตยกรรม ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และที่นี่เองเขาและเพื่อนอีกคนคือ กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร (เขียว คาราบาว) ได้ร่วมกันก่อตั้งวงดนตรีชื่อ "คาราบาว" ตามภาษาตากาล๊อก (Tagalog) ที่แปลว่า "ควาย" และพวกเขาได้นำหัวควายมาเป็นสัญญลักษณ์ของวงคาราบาว แทนการต่อสู้ และความอดทน อีกทั้งควายยังเป็นตัวแทนของผู้ใช้แรงงาน ในประเทศฟิลิปนส์อีกด้วย

หลังจากสำเร็จการศึกษา เขียว กิรติ OSK83/84 ได้เป็นพนักงานฝ่ายประเมินราคาเครื่องจักร ในบริษัทฟิลิปปินส์ ยาวนานถึง 6 ปี ส่วนพี่แอ๊ด ก็ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อเริ่มงานเป็นสถาปนิกที่การเคหะแห่งชาติ พร้อมกับตระเวนเล่นดนตรีในเวลากลางคืนไปด้วย เมื่อทุกอย่างลงตัว พี่แอ๊ดก็ได้ลาออกจากงานประจำ มาเอาดีทางด้านดนตรี พร้อมชักชวนให้ เขียว กิรติ ลาออกมาด้วยเช่นกัน เพื่อทำงานด้านดนตรีอย่างเต็มตัว โดยเริ่มงานเพลงเพื่อชีวิตชุดแรก เมื่อปีพ.ศ. 2524 ใช้ชื่อชุดว่า "ขี้เมา" ตามแนวดนตรีร๊อกจังหวะสามช่า ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ในสมัยนั้น

ผลงานชิ้นแรกของ “คาราบาว” เริ่มขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2524 ใช้ชื่อชุดว่า “ขี้เมา” โดยมีแอ๊ด และเขียวเป็นแกนนำ หลังจากนั้นนายยืนยง โอภากุล ได้ชักชวน นายปรีชา ชนะภัย หรือ เล็ก ที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนด้วยกันที่อุเทนถวาย เข้ามาร่วมวงคาราบาว ซึ่งในขณะนั้น เล็ก ได้เป็นนักดนตรีอาชีพอยู่กับวงเพรสซิเด้นส์ และเพลงแรกที่แอ๊ดได้แต่งไว้ก็คือ ถึกควายทุย ซึ่งเป็นแนวคิดที่ให้ถึกควายทุยมีไปทุกอัลบั้มของคาราบาว

งานชิ้นที่สอง ปี พ.ศ. 2525 “แป๊ะขายขวด” ได้เล็กเข้ามาร่วมงาน อัลบั้มนี้ ได้บริษัทพีค๊อกเป็นผู้ผลิต ซึ่งได้ทำเทปออกมา 20,000 ม้วน แต่ขณะนั้นทั้งสองอัลบั้มยังถือว่าไม่สบความสำเร็จ

ด้วยความมุ่งมั่นของแอ๊ด ทำให้แต่งเพลงในสไตล์ที่เมืองไทยยังไม่มี ณ ขณะนั้น ในชื่อเพลงวณิพก ซึ่งเป็นดนตรีทำนองสามช่าคึกคักแตกต่างไปกับเพลงไทยในสมัยนั้น และผลงานชิ้นที่สาม ในปี พ.ศ. 2526 ได้ใช้ชื่อว่า “วณิพก” และด้วยเพลงวณิพกนี่เอง ทำให้คาราบาว เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วทั้งประเทศ และอัลบั้มได้มือเบส ที่ชื่อว่า ไพรัช เพิ่มฉลาด เข้ามาร่วมวงคาราบาว

หลังจากนั้นเมื่อไม่กี่เดือน คาราบาวได้ออกอัลบั้มที่ 4 มาอีก ใช้ชื่อว่า “ท.ทหารอดทน” ซึ่งอัลบั้มแรกที่คาราบาวโดนแบนเพลง และเป็นอั้ลบั้มที่ได้นำสถานการณ์ทุกในแต่ละยุคมาขีดเขียนให้เป็นเพลง อาทิเช่น เพลงทินเนอร์ เป็นต้น และอัลบั้มนี้ได้สมาชิกจากห้องอัดอโซน่าเข้ามาร่วมวงงานกับคาราบาวเพิ่ม คือ เทียรี่ เมฆวัฒนา, ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี และอำนาจลูกจันทร์

ปี พ.ศ. 2527 อัลบั้มชุดประวัติศาสตร์ “เมดอินไทยแลนด์” เป็นอัลบั้มที่สร้างชื่อเสียงให้กับคาราบาวมากที่สุด เพราะประจวบเหมาะกับการลดค่าเงินบาทของรัฐบาลในสมัยนั้น แล้วรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ใช้สินค้าของไทย ทำให้เมดอินไทยแลนด์เป็นอัลบั้มที่ทะลุเป้า ยอดขายกว่า 3 ล้านตลับ พร้อมกับทัวร์คอนเสิร์ตในรูปแบบที่แสดงถึงศักยภาพทางด้านดนตรีในแต่ละบุคคล ซึ่งได้ทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศและไปต่างประเทศอีกด้วย และอัลบั้มเมดอินไทยแลนด์นี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคาราบาว ซึ่งมือเบสจากวงเพรสซิเด้นท์ที่เป็นเพื่อนกับเล็ก ที่มีสัญญาใจกันไว้ในอดีต เข้ามาร่วมกับคาราบาว บุคคลผู้นั้นคือ อนุพงษ์ ประถมปัทมะ และบุคคลที่ต้องออกจากวงคาราบาวไปก็คือ นายไพรัช เพิ่มฉลาด

ซึ่งนับได้ว่าอัลบั้มชุดเมดอินไทยแลนด์เป็นยุคที่มีสมาชิกครบทั้ง 7 คน ประกอบไปด้วย

1. นายยืนยง โอภากุล
2. นายกิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร
3. นายปรีชา ชนะภัย
4. นายเทียรี่ เมฆวัฒนา
5. นายธนิศร์ ศรีกลิ่นดี
6. นายอำนาจ ลูกจันทร์
7. นายอนุพงษ์ ประถมปัทมะ

ต่อมาใน ปี พ.ศ.2528 คาราบาวได้ผลิตผลงานชุดที่ 6 ชื่อชุด “อเมริโกย” ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ คาราบาวได้ใช้ห้องบันทึกเสียง เซ็นเตอร์สเตจ ซึ่งเป็นห้องอัดเสียงของวงคาราบาว ใช้ในการบันทึกเสียงทั้งหมด และชุดนี้คาราบาวได้นำเหตุการณ์และความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ณ ขณะนั้น อย่างปัญหาชาวนาและการประกันราคาข้าว หรือที่ทางอเมริกาจำกัดโควต้าการนำเข้าสิ่งทอไทย มาเขียนเป็นเพลงและขับขานให้ประชาชนได้ฟัง

ในปี พ.ศ. 2529 อัลบั้มชุดที่ 7 “ประชาธิปไตย” เป็นอัลบั้มที่โดนแบนเพลงทั้งหมด 3 เพลง ผลงานเพลงชุดนี้ก็ยังคงเกาะติดสถานการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตย และได้เขียนเพลงให้กับผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ณ สมัยนั้น คือ มหาจำลองรุ่น 7 ให้กับพลตรีจำลอง ศรีเมือง

ในปี พ.ศ. 2530 อัลบั้มชุดที่ 8 “เวลคัมทูไทยแลนด์” หรือเวรกรรมสู่ไทยแลนด์ ต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวไทย เป็นอัลบั้มที่เกาะกระแสปีการท่องเที่ยวไทย ที่จะชักชวนชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2531 อัลบั้มชุดที่ 9 “ทับหลัง” ในช่วงนั้นเป็นช่วงการทวงทับหลังนารายณ์บรรทมศีลที่ไปตกอยู่ในมือของต่างชาติ และทางรัฐบาลไทยได้ทำการเรียกร้องขอคืน ซึ่งหลังจากนั้นทางประเทศไทยได้ทับหลังคืนมา และอัลบั้มนี่เองเป็นอัลบั้มสุดท้ายของ 7 คนคาราบาว มันมีเรื่องราวมากมายที่จำเป็นต้องแยกตัวกันออกไปจากคาราบาว

ในปี พ.ศ. 2533 อัลบั้มชุดที่ 10 “ห้ามจอดควาย” เหลือสมาชิกในวงเพียง 4 คน ประกอบไปด้วย แอ๊ด เขียว เล็ก และอ๊อด ที่ยังคงเป็นแกนนำของคาราบาวในอัลบั้มชุดนี้ ซึ่งได้นักดนตรีจากวงตาวันเข้ามาช่วย ทำให้อัลบั้มชุดห้ามจอดควายนี้ มีสีสันทางด้านดนตรีแตกต่างไปจากชุดเดิม และอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มสุดท้าย ของเพลงถึกควายทุย

หลังจากอัลบั้มชุดที่ 10 ห้ามจอดควาย ทำให้สมาชิกของคาราบาวเริ่มไปทำงานเดี่ยวของตัวเอง ไปค้นหาตัวเอง ไปสร้างสรรค์ผลงานให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เขียว กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร, เล็ก ปรีชา ชนะภัย, รี่ เทียรี่ เมฆวัฒนา, อาจารย์ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี แต่จะมีแอ๊ดที่เป็นหัวเรือหลักที่นำพาคาราบาวสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ทุกๆ ปี

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับสมาชิกคาราบาวในการออกไปทำเดี่ยวของแต่ละคนนั้น เป็นสิ่งที่เราเรียกว่าการถึงจุดอิ่มตัวของการอยู่ด้วยกันมานานของทั้ง 7 คน แต่ความขัดแย้งเหล่านี้เป็นในส่วนของการทำงานเท่านั้น นอกนั้นสมาชิกทุกคนยังมีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอด

ในปี พ.ศ. 2534 คาราบาวได้ออกอัลบั้มที่ 11 วิชาแพะ โดยเหลือแกนนำเพียง 3 คนเท่านั้นคือ แอ๊ด เล็ก และอ๊อด และได้สมาชิกใหม่เข้ามาช่วยคาราบาว อาทิเช่น ดุก ลือชัย งามสม (ดุก), ชูชาติ หนูด้วง (โก้), ขจรสักดิ์ หุตะวัฒนะ (หมี), ศยาพร สิงห์ทอง (น้อง)

ในปี พ.ศ. 2535 อัลบั้มที่ 12 “สัจจะ 10 ประการ” คาราบาวได้เป็นวงที่ทางรัฐบาลว่าจ้างให้เล่นคอนเสิร์ตเรื่องประหยัดน้ำ เพราะสถานการณ์ช่วงนั้นประเทศไทยขาดแคลนน้ำ

ในปี พ.ศ. 2536 เป็นอัลบั้มที่ 13 “ช้างไห้” เหลือแกนนำคาราบาวเพียง 2 คนเท่านั้นคือ แอ๊ด กับ อ๊อด พร้อมสมาชิกใหม่อีกหลายคน

ในปี พ.ศ. 2537 อัลบั้มที่ 14 “คนสร้างชาติ” คาราบาวได้คุณพยัคฆ์ คำพันธุ์ มาแต่งเพลงหลวงพ่อคูณ ให้กับคาราบาว สร้างความโด่งดังไปทั่วเมือง และแอ๊ดได้แต่งเพลง 20 ปีคาราวานให้กับวงคาราวานในวาระครบรอบ 20 ปีคาราวาน

ในปี พ.ศ. 2538 อัลบั้มที่ 15 “แจกกล้วย” ได้พูดถึงการกระจายอำนาจในเพลง กำนันผู้ใหญ่บ้าน และเพลงที่เสียดสีผู้ที่โกงกินบ้านเมืองกับเพลง ค้างคาวกินกล้วย

อีกไม่กี่เดือนผ่านมาในปี พ.ศ. 2538 คาราบาวทั้ง 7 คน ได้กลับมารวมตัวกันเฉพาะกิจ ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 16 ออกมาจำนวน 2 ชุดด้วยกัน และให้ชื่ออัลบั้มว่า “หากหัวใจยังรักควาย1 และหากหัวใจยังรักควาย 2” 20 เพลงเต็มอิ่มกับการรอคอยคาราบาวกลับมารวมตัวกัน โดยมีเพลงสามช่าคาราบาว เป็นเพลงที่เล่าเรื่องราว 15 ปีของคาราบาวได้เป็นอย่างดี และมีเพลงอื่นๆ ที่เกาะสถานการณ์อย่างเช่น อองซานซูจี เต้าหู้ยี้ รวมถึงบทเพลงที่แสดงถึงประสบการณ์ทางดนตรีอย่างเช่นเพลง ลุงฟาง เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2540 อัลบั้มที่ 17 “เส้นทางสายปลาแดก” เป็นบทเพลงที่ร่วมอนุรักษ์ในรูปแบบของความเป็นไทย เช่น เพลงน้ำพริกแกงป่า เพลงกลองยาว เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2540 ปลายปี อัลบั้มที่ 18 “เช ยังไม่ตาย” แอ๊ด ได้นำบุคคลแห่งการต่อสู้อย่างเช ขึ้นมาเป็นบทเพลงที่สะท้อนให้คนในสังคมไทยได้มองเห็นถึงการต่อสู้ พร้อมด้วยเพลงอองซานซูจี ภาคภาษาอังกฤษที่แอ๊ดได้ร้องไว้ และขาดไม่ได้ในยุคสมัยนั้นเพลงฮาเล่ย์เดวิทสัน ที่คาราบาวและพรรคพวกที่ชอบช๊อปเปอร์ทั่วประเทศ

ในปี พ.ศ. 2541 อัลบั้มชุดที่ 19 “อเมริกันอันฑพาล” เป็นการกลับมาร่วมงานกับคาราบาวอีกครั้งของ เล็ก คาราบาว และเทียรี่ เมฆวัฒนา มีเพลงอเมริกันอันฑพาล เป็นบทเพลงที่เหน็บแนมอเมริกันที่ออกกลอุบายให้ IMF ให้ปล่อยให้ประเทศไทยกู้เงิน แล้วเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ณ ขณะนั้น และเล็กได้กลับมาร้องเพลง ไอ้หนู ส่วนเทียรี่ร้องเพลงรักนี้มีแต่เธอ ได้ประทับใจ

ในปี พ.ศ. 2541 ปลายปี อัลบั้มชุดที่ 20 “พออยู่พอกิน” เป็นกระแสที่ได้รับพระบรมชาโอวาทจากในหลวงให้ใช้ชีวิตแบบพออยู่พอกิน ไม่ฟุ้งเฟ้อ ซึ่งหาฟังได้จากเพลงพออยู่พอกิน

ในปี พ.ศ. 2543 อัลบั้มชุดที่ 21 “เซียมหล่อตือ” มีเพลงอย่าง บางรันจันวันเพ็ญ ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วประเทศ

ในปี พ.ศ. 2544 อัลบั้มชุดที่ 22 “สาวเบียร์ช้าง” อัลบั้มชุดนี้เป็นการประชดประชันรัฐบาลที่มีนโยบายให้ปิดสถานบริการในเวลาที่กำหนด ทำให้คนทำงานกลางคืนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ซึ่งหาฟังได้ในเพลง “ปุรชัยเคอร์ฟิว” พร้อมกับบทเพลงที่กล่าวถึงเหตุกาณ์ตึกถล่มที่เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ในเพลง “เดือน 9 เช้า 11”

ในปี พ.ศ. 2545 อัลบั้มชุดที่ 23 “นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่” อัลบั้มนี้ออกมาพร้อมกับธุรกิจใหม่ของนายยืนยง โอภากุล นั่นก็คือ ธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลังยี่ห้อคาราบาวแดง โดยใช้นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ในแต่ละยุคสมัยมาเป็นจุดขาย ผลงานเพลงชุดนี้นับว่ามีเพลงมากที่สุดตั้งแต่คาราบาวออกอัลบั้มมา มาถึง 13 เพลง มีเพลงดีๆ อย่าง คนล่าฝัน เป็นเพลงที่ฟังแล้วทำให้ผู้ที่จะยอมแพ้ต่อสู้กับชีวิตขึ้นมาได้ และยังมีเพลงนมหด ที่แอ๊ดแต่งต่อว่าพวกชอบเอาเปรียบนักเรียน เอานมบูดมาให้นักเรียนกินกัน และยังมีบทเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องพรางชมพู ที่แอ๊ดได้แต่งเอาไว้เช่น พรางชมพู เรากระทบตุ้ด

ในปี พ.ศ.2546 คาราบาวไม่มีผลงานเพลงชุดใหม่ในปีนี้ แต่คาราบาวได้นำอัลบั้มที่เป็นประวัติศาสตร์ของคาราบาวมาบันทึกเสียงใหม่ทั้งหมด นั่นคือ อัลบั้ม "เมดอินไทยแลนด์" โดยใช้ชื่อว่า "เมดอินไทยแลนด์ ภาค 2546 สังคายนา" เพราะด้วยความตั้งใจของ แอ๊ด คาราบาว ที่ต้องการทำให้อัลบั้มชุดนี้มีความสมบูรณ์ที่สุด ในทุกๆ ด้าน เพื่อคงสภาพงานอัลบั้มคลาสสิคที่สุดของคาราบาวให้ยั่งยืนชั่วกาลนาน ด้วยคุณภาพ และพลัง ที่จัดเจนในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีเพลงพิเศษเพิ่มให้อีกสองเพลง นั่นคือ เพลงเดือนเพ็ญ และทะเลใจ

ป.ล. ลูกสวนฯอีกผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคาราบาวคือ พี่ต้อย -- อ.มานพ แย้มอุทัย OSK84 ผู้คิดค้นโค้ดปรบมือกังหันหมุน และ อีกหลายเพลงเชียร์ของสวนฯ อาทิ รีบรุก ฯลฯ

ที่มาและบทความที่เกี่ยวข้อง:
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9470000017497
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9480000152324
http://www.carabao.net/MovieMusic/138-music-carabao.html
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=kavint&date=09-07-2005&group=1&blog=2
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song2960.html
http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W1804691/W1804691.html
http://coxker.bizhat.com/carabao/carabao1.html
http://www.thailife.de/archiv/2004/carabao-20040824/carabao-2004_t.php

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
songwut110
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 21, 2003
ตอบ: 9903
รุ่นทีู่่: 110

ตอบตอบ: Sat Sep 29, 2007 11:58 am ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

พี่นพ๘๔ บันทึก:
"มันเป็นเหมือนลางสังหรณ์ที่ชอบเข้ามารบกวนผมในช่วงเวลาสำคัญเสมอๆ"

เกริ่นนำ-ด้วยบรรทัดข้างบนเพื่อจะบอกว่า..
ผมได้รับอนุมัติจากสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ
หลังจากขันอาสา ขอจัดคอนเสิร์ตพิเศษพิสดารให้ชาวชมพูฟ้าได้ชม
เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา
โดยมีกำหนดว่า-จะจัดขึ้นในช่วงต้นมกราคม ๒๕๕๑ ณ ข้างตึกเหลืองยาว
และคาดคิดว่าจะใช้ชื่อ "คอนเสิร์ต สวนกุหลาบฯ ถวายลาย"
ซึ่งมีการประชุมทีมงานไปบ้างแล้ว เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ครั้นถึง..ช่วงสองสามวันก่อนหน้านี้
ในฐานะที่เป็นโปรดิวเซอร์ของงานดังกล่าว
ผมก้อลองนึกภาพบรรยากาศการแสดงที่จะเกิดขึ้น..ซึ่งแน่นอนว่า
จะต้องมีนักร้องเลือดสวนฯ ออริจินัลต้นเสียงของบทเพลงเพราะๆ ของสวนฯ มาร่วมแสดง

และหนึ่งในนั้นคือ "กุ้ง-กิตติคุณ เชียรสงค์" สวนฯ ๘๘ หมายเลขประจำตัว ๑๘๗๑๕

หลังจากวาดฝันภาพที่ว่า..ได้ไม่กี่วัน
ขณะที่เข้าประชุมพิจารณางานของ สสส.เมื่อสี่โมงเย็น วันที่ ๒๘ กันยา ๕๐
หนึ่งในผู้ร่วมประชุมบอกว่า-
ทราบข่าว กุ้ง-กิตติคุณ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อกี้นี้

ผมถึงกับอึ้ง..และขยับจะโทรฯ เช็คข่าว..
ก้อเป็นจังหวะที่ "ทรงวุฒิ สก.๑๑๐" เว็บมาสเตอร์ osknetwork โทรฯ สวนมาหาพอดี
แล้วก้อยืนยันความแน่นอนของข่าวดังกล่าว..เล่นเอาผมมึนไปวูบหนึ่ง
จึงขอตัวออกจากที่ประชุม..มาหาข่าวเพิ่มเติมและประสานกับเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวสวนฯ
ในการที่จะยกย่อง..เกียรติคุณ..ของน้องที่ชื่อ..กิตติคุณ เชียรสงค์..คนนี้

..................................................................................................................

ผมเจอะเจอตัวเป็นๆ ของ "กุ้ง" เมื่อปี ๒๕๒๑
ขณะรับหน้าที่เป็น script writer และเป็นโฆษก (พากย์เสียง-ตู้เพลง)
ในรายการ "มันกว่าแห้ว" ออกอากาศทาง ททบ.๕ ทุกเที่ยงครึ่งวันเสาร์
ช่วงนั้น..เราทำการบันทึกเทปก่อนออกอากาศ เป็นประจำอยู่ที่ VPC สตูดิโอ ซอยทองหล่อ
แล้ว "กุ้ง" ก้อมาร่วมบันทึกเทปรายการพร้อมกับ "ป๊อด-สุนทรสิงห์ วัชรเสถียร"
โดยแสดงสดเพลงสากลโฟล์คซองที่ตัวเขาถนัดและยึดเป็นอาชีพในเวลานั้น
ผมจำได้แม่นยำว่า..เราใช้เทคนิค chroma key ซ้อนภาพให้เห็นว่า..
กุ้งกำลังเล่นกีต้าร์และร้องเพลงอยู่บนพรมวิเศษที่ลอยอยู่บนม่านเมฆสวยงาม
เขาสวมเสื้อสีเหลือง-ลายพิเศษพิสดาร..
ที่ "ไอ้ป๊อด สุนทรสิงห์" ประจงทำออกขายในท้องตลาด ด้วยยี่ห้อ "SPY EYES"
(ต่อมา-ถูกตลาดโบ๊เบ๊และประตูน้ำ-ปั๊มเลียนแบบ..จนเจ๊งกระจาย !!)
ในวันนั้น...ยังมีวง "แฮมเมอร์" มาร่วมรายการด้วยเพลงชุด "บินหลา"
โดย.."ไอ้ป๊อด" พามาร่วมรายการพร้อมทั้งสวมเสื้อ SPY EYES เช่นกัน

ครั้งนั้น..ผมคุยกับกุ้งในฐานะ script writer โดยไม่รู้ว่า-กุ้งเป็นน้องร่วมสถาบัน
จนกระทั่งกุ้งออกงานเพลงอัลบั้มแรก ต่อเนื่องมาถึงชุดที่สอง
และเผอิญผมเป็นคอลัมนิสต์ใน นสพ. "แนวหน้า" กับ เป็น บก.นิตยสาร "โดเรมี"
จึงได้นำเสนอเรื่องราวและภาพของ "กุ้ง" อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งผมมักจะล้อเลียนมาดของเขาด้วยสโลแกนว่า..
"กุ้งตัวเดียว-มีหนวดสองข้าง"
(นำมาจากโฆษณาข้าวเกรียบกุ้งยี่ห้อดังที่ระบุว่า-ของแท้ต้องมีภาพกุ้งตัวเดียว)
ซึ่งแฟนเพลงทั้งประเทศรู้จักและติดตาเป็นอย่างดีกับไรหนวดงามบนริมฝีปากของเขา
(ยุคโน้น-มีนักร้องดังหนวดงามเพียงสองคนคือ กุ้ง..กับ "น้าเต๋อ-เรวัติ พุทธินันทน์")

ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวที่กุ้งทำงานเพลงในสังกัด "อโซน่า"
โดยมี "อีเต่า-ไชยยันตร์" เป็นผู้จัดการ..นี่แหละ
เราทั้งสอง-จึงถึงบางอ้อและเพิ่มความสนิทสนมกัน..
ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันชมพู-ฟ้า
.........................................................................................................

ตลอดยี่สิบกว่าปี..
กุ้งกับผมเจอะเจอกันเป็นประจำอยู่ทุกบ่อย
ไม่ว่าเขาจะเป็นเรียนต่างประเทศ..หรือทำงานเพลง..หรือแสดงตามที่ต่างๆ
โดยสิ่งหนึ่งที่กุ้งประพฤติปฎิบัติไม่ขาดก็คือ..
เขาจะช่วยงานของรุ่น-ของพี่น้อง-ของโรงเรียน
และสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ มาตลอดเมื่อได้รับการบอกกล่าว
หลายๆ บทเพลงของสถาบัน..จึงมีเสียงนุ่มทุ้มของ "กุ้ง"
เป็นผู้สอดใส่อารมณ์และความไพเราะให้พวกเราได้ฟัง


สำหรับผม..หลายๆ ครั้ง ที่ "กุ้ง" เปิดกิจการสถานบันเทิง
เพื่อนๆ ร่วมรุ่นของผม จะแวะเวียนไปสังสรรค์ โดยกุ้งจะต้อนรับขับสู้อย่างแข็งขัน
ซึ่งจำได้ว่า-มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่โรงแรมเดอะ ทราเวลเลอร์..ถนนรัชดาฯ
พวกเราดื่มกินอย่างสนุกสนานจนถึงร่วมตีสี่ !!
โดยมีพนักงานเสิร์ฟหนึ่งคน-คอยบริการอย่างเต็มที่ ไม่ปริปากบ่น
เพราะ-กุ้ง ฝากฝังสั่งความไว้..ในฐานะที่เขาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของผับดังกล่าว

ครั้นถึงวาระที่ "นิธิทัศน์" ต้นสังกัดของกุ้ง..ปรับเปลี่ยนกิจการ
เราจึงได้มีโอกาสสร้างงานร่วมกัน ในช่วงเวลาสั้นๆ
โดย-กุ้ง..ส่งผลงานเพลงสากลให้ผมจัดจำหน่ายในนาม "กระบือ แอนด์ โค"
ต่อเนื่องด้วยติดต่องานแสดงตามสถานที่ต่างๆ อยู่ประปราย


จนถึงกลางปี ๒๕๔๘
สวนกุหลาบฯ รุ่น ๘๔ จะจัดงานฉลองครบรอบ ๔๐ ปีของรุ่น
ผมได้เตรียมทำเพลง
"ผสานจิต สก.๘๔" เป็นไฮไลท์ของงาน
และมอบให้ "จิ๊บ-มงคลพัฒน์ ทองเรือง สก.๙๑" รับผิดชอบดนตรี
แล้วผมก็บอกกับ-กุ้ง-ว่า..ให้เป็นผู้ขับร้องเพลงนี้
..ซึ่งได้รับคำตอบจากเขาว่า-ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับพี่
ทว่า...เมื่อถึงกำหนด-บันทึกเสียงที่ห้องของคาราบาว
โดยมี "เขียว-กิรติ พรหมสาขาฯ สก.๘๓" รับผิดชอบดูแลในส่วนนี้

กุ้ง-แจ้งมาโดยด่วนว่า..
"พี่ครับ..คุณพ่อของผมถึงแก่กรรมเมื่อเช้านี้..
ผมต้องขอโทษพี่ด้วยครับ..ผมจะกลับมาช่วยลงเสียงให้พี่
หลังจากเสร็จภารกิจจัดงานศพแล้วนะครับ"
นั่นคือ..ความจริงใจและความรับผิดชอบยิ่งใหญ่ที่ "กุ้ง" มีให้ สวนฯ ๘๔
เผอิญว่า..กำหนดวันจัดงานกระชั้นชิดเข้ามาเต็มทน
"บิ๊กกร๊อง" ประธานรุ่น จึงขอให้ "ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล" ช่วยมาลงเสียงเพลงนี้
ด้วยความเต็มใจและเต็มไปด้วยคุณภาพน้ำเสียงเช่นกัน

ถัดมาหนึ่งปี..
ผมและทีมงาน..อาสาเข้ามารับผิดชอบ renovate เพลงโบราณของสวนกุหลาบฯ
ที่หลายๆ คนช่วยกันติดตามและสืบค้น..จนสามารถนำมาบันทึกเสียงขึ้นใหม่ได้
เพลงแรก "แอ๊ด คาราบาว" ให้เกียรติขับร้อง
มาถึงเพลงที่สอง..ผมติดต่อบอกกล่าวกับกุ้งว่า..
เพลงนี้-ควรจะเป็นเสียงของเขา..ในอารมณ์สนุกสนาน
และผมจะนำมาเผยแพร่ให้เป็นเพลงเชียร์สนุกๆ บนอัฒจรรย์เชียร์ของเด็กสวนฯ รุ่นใหม่
โดยมี "จิ๊บ-มงคลพัฒน์ ทองเรือง" เจ้าเก่า..เป็นผู้ทำดนตรี

เที่ยวนี้ไม่มีพลาด
"กุ้ง"..ลงเสียงร้องเพลง "สวนระลึก"
ด้วยคุณภาพน้ำเสียงเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งบ่งบอกอย่างเต็มเปี่ยมว่า..
เป็นเสียงขับขานบทเพลงของสวนกุหลาบวิทยาลัยไปตราบนานเท่านาน

..แม้ว่าร่างของเขาจะหวนคืนสู่วิถีธรรมชาติแล้วก็ตาม


ติดตามชมเบื้องหลังการทำงานเพลง "สวนระลึก" ได้ที่..
http://www.suan84.com/modules.php?name=News&file=article&sid=96

และชมภาพความหลัง..เมื่อ "กุ้ง" ร่วมงานวันครบรอบสถาปนาสวนกุหลาบฯ ครบ ๑๒๔ ปี ได้ที่
http://www.suan84.com/tv/124sk_2.htm


รดน้ำศพพี่กุ้ง OSK88/89 ห้าโมงเย็น วันเสาร์ที่ ๒๙ ก.ย. ๒๕๕๐ ณ วัด มกุฏฯ กทม ครับ

เรียนเชิญทุกท่านครับ

ที่มา:
http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=2390
http://www.osknetwork.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=4962#32985

_________________
If a fool would persist in his folly, he would become wise.
- WILLIAM BLAKE, English artist and poet (1757 - 1827)
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ รุ่นที่ (แสดงในกระทู้) Yahoo MSN ICQ
papabear1962
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: May 14, 2007
ตอบ: 572
รุ่นทีู่่: 98

ตอบตอบ: Sat Sep 29, 2007 8:08 pm ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote) Back to top

ขอแสดงความเสียใจด้วยกับภริยาและลูกๆครับ
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว รุ่นที่ (แสดงในกระทู้)
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้

ดูกระทู้ถัดไป
ดูกระทู้ก่อนนี้
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถแนบไฟล์หรือภาพประกอบในกระดานนี้
คุณสามารถ ดาวน์โหลดไฟล์จากกระดานนี้


Powered by phpBB 2.0.8 © 2001, 2002 phpBB Group :: Theme & Graphics by Daz
Ported to the phpBB Nuke module by coldblooded
PHP-Nuke Port by Tom Nitzschner © 2002 www.toms-home.com
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 1.254 วินาที