|
| OSK ธรรมทาส พานิช: น้องชายของท่านพุทธทาสภิกขุและกำลังหลักของคณะธรรมทานเพื่อเผยแพ |
ท่านพุทธทาสภิกขุมีน้องสองคน ซึ่งมีอายุห่างจากท่านพุทธทาสภิกขุ ๓ ปี และ ๖ ปี ตามลำดับ น้องคนโตเป็นชาย ชื่อ ยี่เกย พานิช ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น ธรรมทาส พานิช (ภาพนี้ถ่ายในชุดนักเรียนของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๘) และได้เป็นกำลังหลักของคณะธรรมทานในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และสนองงานของท่านพุทธทาสภิกขุ
ประวัติในบางที่เช่นที่บันทึกในหนังสือ "สวนกุหลาบวิทยา" ฉะบับ(สมัยก่อน สะกดอย่างนี้) พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๘ เขียนชื่อของท่านว่า "ยี่เก้ย" ซึ่งระบุว่าท่านสอบได้เป็นที่หนึ่งของชั้น ม๘ข ในปีนั้นห้องนี้มีที่หนึ่งสองคน และปรากฏว่าที่สองของห้อง ม๘ก ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล ท่านคือ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ณ อยุธยา บิดาของ OSK ดร.สุเมธ สถาปนิกใหญ่เจ้าของแบบตึกหุ่นยนต์บนถนนสาทร และ OSK ดร.อาจอง ผู้ค้นคิดขาลงดวงจันทร์ของ Lunar Module ให้ NASA ในอดีต
บุตรคนที่สองในจำนวนสามคนของนายเซี้ยง และนางเคลื่อน
พานิช ผู้นี้มีพี่ชาย คือ นายเงื่อม (พุทธทาสภิกขุ) และน้องสาวคือนางกิ้มซ้อย เหมะกุล เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2451
ณ บ้านพุมเรียง หมู่ที่ 2 ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบครัวมีอาชีพค้าขาย บิดาเป็นคนไทยเชื้อสาย
จีฮกเกี้ยน ปู่ชื่อลิก้อเสีย แซ่โค้ว อพยพมาจากอำเภอเพาเล่ากุ้ย มณฑลแต้จิ๋ว ย่าชื่อส้มจีน ส่วนมารดาเชื้อไทย เป็นบุตรของ
ขุนสิทธิสาร (เล่ง) และนางใจ เป็นชาวบ้านท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายธรรมทาสแต่งงานกับนางพร้อม ทั่งสุสังข์ มีบุตร
ธิดารวมทั้งหมด 7 คน คือ นายสิริ นายประชา นางสุนทรี นายไมตรี และนายเมตตา
เมื่ออายุได้ 7 ปี ได้เข้ารับการศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนโพธิพิทยากร จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนสารภีอุทิศ เรียนได้ครึ่งปี บิดาได้เสียชีวิตลง จึงบวชเป็นสามเณร และจำพรรษาอยู่ที่พุมเรียง 1 ปี ในปีที่ 2 ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดไตรธรรมาราม และเข้าเรียนที่โรงเรียนประจำ มณฑลสุราษฎร์ธานีจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แล้วลาสิกขาบท และเรียนที่โรงเรียนนี้จนจบชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ในปี พ.ศ.2466 หลังจากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 แล้วสอบเข้าศึกษาเตรียมแพทย์ปีที่ 1 ที่คณะอักษรศาสตร์๋
และวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนได้ 1 ภาคเรียนก็ตัดสินใจลาออก เนื่องจากพี่ชาย คือ พระเงื่อม ไม่ลาสิกขาบทตามกำหนด
นายธรรมทาส พานิช มีความสนใจในพุทธศาสนา และต้องการที่จะส่งเสริมให้พุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง มาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนเตรียมแพทย์ นายธรรมทาสได้ศึกษาค้นคว้าบทความที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาทั้งของชาวไทยและของชาวต่างชาติ จำนวนมาก เมื่อกลับพุมเรียงในปี พ.ศ.2470 ท่านได้รวบรวมหนังสือต่าง ๆ และจัดทำหีบหนังสือเพื่อให้ผู้สนใจได้ยืมอ่าน ในปี พ.ศ.2472 มีกลุ่มผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมนี้หลายคน และได้มีผู้ร่วมบริจาคหนังสือในกิจการนี้หลายราย
ต่อมาในปี พ.ศ.2475 ท่านได้จัดตั้งคณะธรรมทานขึ้น โดยนางเคลื่อน พานิช ผู้เป็นมารดาได้บริจาคเงินเป็นทุนดำเนินการในระยะแรก เพื่อนำดอกเบี้ยไปใช้ในกิจการพุทธศาสนา โดยเฉพาะการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของสวนโมกขพลาราม ซึ่งตั้งขึ้นที่วัดตระพังจิก ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา คณะธรรมทาสที่ตั้งขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ เป็นอย่างดี
จากการที่นายธรรมทาสได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความคิดว่าควรจะเผยแพร่ต่อผู้อื่นด้วย จึงได้นำความรู้มาเขียนบทความและบางครั้งก็ได้แปลหนังสือที่เคยอ่านออกเผยแพร่
ต่อมาในปี พ.ศ.2476 ได้ตั้งโรงพิมพ์ธรรมทานขึ้นเพื่อจัดพิมพ์เอกสารและหนังสือเผยแพร่งานทางศาสนา โดยมีวารสารที่พิมพ์เผยแพร่รายสามเดือน ชื่อ พุทธศาสนา
ในปี พ.ศ.2479 นายธรรมทาสได้เล็งเห็นว่าที่ตลาดไชยาไม่มีโรงเรียน ทำให้นักเรียนต้องเดินทางไกลไปเรียนที่อื่น จึงตัดสินใจตั้งโรงเรียนพุทธนิคมขึ้น โรงเรียนนี้ได้อบรมนักเรียนเกี่ยวกับพุทธศาสนาควบคู่ไปด้วยทำนองเดียวกับโรงเรียนของพวกมิชชันนารี กล่าวคือ นักเรียนต้องปฏิบัติตามวินัยของโรงเรียนที่เรียกว่า กฎชาวพุทธ โดยละเว้นสิ่งเสพติด การพนัน และความฟุ่มเฟือย มีความเพียรพยายามในการทำงานไม่เลือกงานและประพฤติตามหลักพุทธศาสนา
ในปี พ.ศ.2496 นายธรรมทาสได้ตั้งคณะธรรมทานเป็นมูลนิธิ เพื่อให้การอุปถัมภ์แก่กิจการของโรงเรียนให้ทุนนักเรียน เผยแผ่ธรรมะโดยการจัดพิมพ์หนังสือออกเผยแพร่สนับสนุนสำนักปฏิบัติธรรมสวนโมกขพลาราม กิจการของมูลนิธิได้เจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการสนับสนุนเผยแพร่พุทธศาสนาของสวนโมกขพลารามมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนั้นายธรรมทาสยังได้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ภาคใต้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหลักฐานทางโบราณคดีของไชยาอีกด้วย ผลงานที่จัดพิมพ์เผยแพร่ได้แก่ พนมทวารวดีศรีวิชัย ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาสมัยศรีวิชัย พระแก้วมรกตของไทย และนิพพานธรรมในประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิ เป็นต้น
นายธรรมทาสเป็นคู่บารมีสำคัญของท่านพุทธทาส นอกจากยอมเสียสละประโยชน์สำคัญของตนด้วยการลาออกจากนิสิตวิชาแพทยศาสตร์ เพื่อมาช่วยกิจการทางบ้านให้ท่านพุทธทาส ได้บวชเรียนสมที่ตั้งใจแล้ว ท่านยังเป็นกำลังสำคัญในคณะธรรมทาน การสร้างสวนโมกข์ การเผยแผ่ธรรมะของท่านพุทธทาสทั้งการเทศนา การออกวารสารเผยแพร่บทความ และการจัดพิมพ์ผลงานของท่านพุทธทาส ทำให้ท่านพุทธทาสและแนวทางการสอน การเผยแผ่ธรรมะของท่านเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมา นายธรรมทาสไม่ได้เดินทางไปที่ไกล ๆ เลย เพราะสายตาไม่ดี แต่นายธรรมทาส ยังคงศึกษาค้นคว้าทางด้านโบราณคดี เขียนบทความ ทางศาสนา ดูแลกิจการของโรงเรียน ธรรมทานมูลนิธิ โรงพิมพ์ และช่วยเหลือกิจการของสวนโมกขพลารามอย่างเอาจริงเอาจังตลอดมา ภารกิจประจำวันคือ เดินเล่นออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ต้อนรับแขก ฯลฯ และเข้านอนเวลา 22.00 น. เป็นกิจวัตรประจำวัน ชีวิตครอบครัวของท่านมีแต่ความสุขสงบ จนถือได้ว่าเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนทั่วไป
นายธรรมทาส เป็นผู้ทำงานหนักมาโดยตลอดจนได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมของภาคใต้ ประจำปี 2528 และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ท่านสืบไป
แนะนำเรื่องโดย คุณฐิติศักดิ์ เพ็ชรวิจิตร OSK108
ที่มา:
- http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B8
- http://www.geocities.com/suratculture/tradition/bestperson/tummatart.htm
|
|
|
|
| |

คะแนนเฉลี่ย: 5 จำนวนผู้ลงคะแนน: 1

| | 
  |