------|    OSK ดร.วิชิต: โปรแกรมด.1คลอดแล้วดีเดย์เปิดสนาม 7 มี.ค.นี้ - 2010-01-18 12:36:03 - โดย admin1    ||    วัฏจักรแห่งฟุตบอลนักเรียน: สวนกุหลาบฯเชือดสิงห์สะพานปลา - 2010-01-13 05:00:37 - โดย admin1    ||    ถอดรหัส OSK "สวนกุหลาบ คอนเน็กชั่น" จากสี่เสาฯถึงคนโตบุรีรัมย์ มหัศจรรย์ฟุตบอลฯ - 2009-12-27 12:35:00 - โดย ray101    ||    วันนี้วันคล้ายวันประสูติ(OSK)กรมหลวงชุมพรฯ: เจ้าของเพลง ดอกประดู่ หรือ เพลงหะเบส - 2009-12-19 00:00:00 - โดย admin1    ||    “เพื่อไทย” เพื่อเขมร? ขำๆ น้องๆ สวนกุหลาบแปรอักษร ตลกร้ายแห่งความจริงในสังคมนี้ - 2009-12-12 00:00:00 - โดย admin1    ||    นพ.สุภกร บัวสาย OSK90 สนับสนุนคนกรุงฟิตร่างกาย - 2009-12-11 09:50:00 - โดย superb    |------
  ชื่อ: รหัสผ่าน: รหัสยืนยัน: รหัสยืนยัน กรอกรหัสยืนยัน: [Register]
put text here

  OSKNETWORK
 เครือข่ายสวนฯ
 สนทนาแลกเปลี่ยน
 กระดานข่าว
 ข่าวสารส่วนตัว
 ข่าวและบทความ
 หัวข้อเรื่อง
 เรื่องทั้งหมด
 สวนฯ สรรหา
 ดาวน์โหลด
 เว็บลิงก์
 ฐานข้อมูลธุรกิจ
 Google
 ตรวจสภาพอากาศ
 OSK JUKEBOX
 กิจกรรม
 ปฎิทินกิจกรรม
 แบบสำรวจ
 OSK Gallery
 สวนฯ สกอร์บอร์ด
 สำหรับสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ
 อัลบั้มสมาชิก
 ไดอารี่สีชมพู-ฟ้า
 ข้อมูลน่ารู้
 ระบบสืบค้น
 เกี่ยวกับโรงเรียน
 สถิติการเข้าชม
 ยอดฮิตติดอันดับ
 เครือข่ายชาวสวนฯ
 OSK84
 OSK85
 OSK87
 OSK88
 OSK90
 OSK95
 OSK92
 OSK97
 OSK98
 OSK99
 OSK100
 OSK101
 OSK102
 OSK103
 OSK104
 OSK105
 OSK106
 OSK107
 OSK108
 OSK109
 OSK110
 OSK112
 OSK113
 OSK114
 OSK115
 OSK116
 OSK118
 OSK119
 OSK120
 OSK121
 OSK123
 OSK124
 M610 OSK125
 OSK126
 ร.ร.สวนกุหลาบฯ
 สวนฯ Jobs
 สมาคมครูเก่าสวนฯ
 สวนฯเหนือ
 ชุมนุมดนตรีสากล
 imeem อ.กาญจนา
 Suanboard no.2
 โต๊ะสวนฯ โดม
 โต๊ะสวนฯ รามฯ
 โต๊ะสวนฯ ลาดกระบัง
 โต๊ะสวนฯเกษตรฯ
 สวนฯตะวันออก
 เครือข่ายผู้ปกครอง
 OSK Football Club
 ชมรมกอล์ฟ OSK
 วิกิพีเดีย สวนฯ
 OSK@RTAF

 ติดต่อทีมงาน
 แนะนำเว็บนี้ให้เพื่อนๆ
 โค้ดสำหรับข่าว OSK
 Site Map
 คู่มือใช้งานเวบไซต์
 สมัครสมาชิก
 ส่งบทความขึ้นเวบ
 ปฎิทินเวบไซต์
 สร้างอัลบั้มรูปส่วนตัว
 ฐานข้อมูลธุรกิจสวนฯ

· oSk Messenger
· กรุเพลงสวนฯ
  Suan Search
สืบค้นจากหมวด:


ค้นหาเพิ่มเติม
  เรื่องเด่นวันนี้
ยังไม่มีข่าวใหญ่สำหรับวันนี้
  บทความที่ผ่านมา
ศุกร์ 11 ธ.ค.
· นพ.สุภกร บัวสาย OSK90 สนับสนุนคนกรุงฟิตร่างกาย
ศุกร์ 23 ต.ค.
· วิถีชีวิตไทยยุคอดีต 100 ปี พระบรมรูปทรงม้า
เสาร์ 17 ต.ค.
· OSK ป๋าเปรม เตือน จิ๋ว - ไม่ได้กล่าวหาเป็นคนทรยศต่อชาติ
พฤหัสบดี 01 ต.ค.
· ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ OSK104: ทิสโก้ตอกย้ำภาพผู้นำธุรกิจเช่าซื้อ อัดฉีดดีลเลอร์เชฟ
พุธ 30 ก.ย.
· เด็กสวนกุหลาบฯ คว้ารางวัลเจ้าฟ้าไอทีฯ
จันทร์ 28 ก.ย.
· สวนฯศิริราช: ป๊อด OSK108 เชิญชวนทำกุศลกับหนังสือ “ศิริราชอวดของดี” สมทบทุน “ศิริ
เสาร์ 26 ก.ย.
· “กบ”บริหาร “คน” ยามเศรษฐกิจฟื้น
ศุกร์ 25 ก.ย.
· เนวิน ส.ก.18585 นั่งแท่น ผจก.สวนกุหลาบฯลุยจตุรมิตรฯปีนี้
พุธ 23 ก.ย.
· ไม่พ้นเด็กสวนฯ: ธนพิชญ์ (บพิตร) มูลพฤกษ์ OSK81 โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
จันทร์ 21 ก.ย.
· เด็กสวนฯเฮ "เนวิน OSK90"หลั่งน้ำตา ลั่นปกป้องสถาบันจนกว่าจะตาย
พุธ 16 ก.ย.
· งานแถลงฟุตบอลจตุรมิตรครั้งที่25"จุรินทร์"มอบมาสค็อตสุดสวย
อาทิตย์ 13 ก.ย.
· สวนกุหลาบฯผงาดรองแชมป์ประเทศไทย เจ.เพรส 2009
เสาร์ 12 ก.ย.
· * C A N C E L * บอลกระชับมิตรที่เชียงใหม่ เพราะน้ำท่วม
พุธ 09 ก.ย.
· สวนกุหลาบได้เฮอีก เข้ารอบ ๒ เจ.เพรสฯ พบ สุโขทัย
· เที่ยวพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ - เยี่ยมบ้าน '(OSK) 'ป๋าเปรม''
อังคาร 08 ก.ย.
· ประสาร มฤคพิทักษ์ OSK81: ไทยพีบีเอสตกเป็นเครื่องมือแม้วอีกราย
จันทร์ 07 ก.ย.
· 'เนวิน OSK90' เปิดศึกสื่อชนสื่อ เกมล้างสมองคนรากหญ้า
อาทิตย์ 06 ก.ย.
· จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ OSK88: ศธ.เปิดติวเตอร์ชาแนลกวดวิชา
เสาร์ 05 ก.ย.
· ก.น.ส.ก.: ทุกจันทร์แรกของเดือนกันยายน -- สมานมิตร 2552
ศุกร์ 04 ก.ย.
· “จุรินทร์ OSK88” ชี้ใช้ O-NET ตัดสินเด็กจบต้องรัดกุม หวั่น ร.ร.หลายระดับมีปัญหา
พฤหัสบดี 03 ก.ย.
· ตึกยาวสวนกุหลาบ ตึกเรียนยาวที่สุดในไทย 'พิพิธภัณฑ์การศึกษา' แหล่งเรียนรู้ของชาติ
พุธ 02 ก.ย.
· สวนกุหลาบฯ แชมป์เก่า จับสลากสาย E เจ.เพรสฯ ฟุตซอล ชิงทุน 3แสน ระเบิดแข้ง 8-13ก.ย
อังคาร 01 ก.ย.
· (2 ภาษา) TMBAM แต่งตั้ง ดร.สมจินต์ ศรไพศาล OSK99 เป็นกรรมการผู้จัดการ
จันทร์ 31 ส.ค.
· สวนฯอาลัย: ฑิฆัมพร อุตตโมบล OSK103 เสียชีวิตที่ภูเก็ต
· กรวีร์ ปริศนานันทกุล OSK118: ผมเกลียดสวนกุหลาบ
อาทิตย์ 30 ส.ค.
· ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม OSK84 จากจดหมายเหตุสวนกุหลาบ 40 ปี ของรุ่น 84
เสาร์ 29 ส.ค.
· หลังบ้านกับไอ้บ้าห้าร้อย Portrait นกจากนักถํ้ามอง :: นกแสนสวย
อังคาร 25 ส.ค.
· ศิลปินเสื้อกั๊ก ธีรยุทธ บุญมี OSK83 อดีตที่หนึ่งประเทศไทยสายวิทย์
จันทร์ 24 ส.ค.
· สวนกุหลาบคอนเน็กชั่น vs other schools' connections
อาทิตย์ 23 ส.ค.
· โกวิท ปัญญาตรง OSK82 คนเฝ้าป่า

บทความเก่าๆ
  Google Search
Google
ค้นหาโดย Google
ค้นหา:

เว็บทั่วโลก
osknetwork.com

ค้นหาแบบปลอดภัย:



การค้นหาแบบละเอียด
 OSK วิทยากร เชียงกูล: ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย…

อ.วิทยากร เชียงกูล เจ้าของหนังสือ "ฉันจึงมาหาความหมาย" (1 ในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านประเภทบันเทิงคดี-เรื่องสั้น) และบทกวีที่มีอิทธิพลมากที่สุดชิ้นหนึ่ง ในช่วงก่อน 14 ตุลาฯ “ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย สุดท้าย ให้กระดาษ ฉันแผ่นเดียว…” มากกว่า 30 ปี มาแล้วที่มีบทกวีชิ้นนี้ออกมา อาจารย์ก็ยังคงเป็นคนหนึ่งที่ค้นหาความหมายใหม่ๆ ให้กับสังคมไทยอยู่เสมอ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสังคมศาสตร์ และยังคงทำงานวิชาการทางสังคมอยู่
ปี 2512 บทกวีที่ชื่อ "เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน" ผลงานของวิทยากร เชียงกูล กลายมาเป็นคัมภีร์ ของคนหนุ่มสาวยุคแสวงหา ภายใต้วรรคทองติดปากว่า "ฉันจึงมาหาความหมาย" สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือ 30 ปี ให้หลัง สังคมไทยเรียนรู้อะไรบ้าง จากการเริ่มต้นครั้งนั้น รวมถึงพัฒนาการของตัวผู้เขียน ซึ่งเป็นทั้งนั้กเขียน นักวิชาการ "สิรินาฎ ศิริสุมทร" มีรายงาน

คงจะไม่มีคนหนุ่มสาวในยุคแสวงหาคนใด ไม่รู้จักบทกวี 4 วรรคดังกล่าว และคงจะไม่มีใครรู้จัก วิทยากร เชียงกูล เจ้าของวรรคทอง ที่ได้ปลุกหัวใจนักแสวงหา และกระตุ้นให้นักศึกษา ในรั้วมหาวิทยาลัย ลุกขึ้นมาตั้งคำถามต่อชีวิต และบทบาทที่ควรจะเป็น โดยในยุคที่บ้านเมืองมืดดำ ด้วยอำนาจเผด็จการ ขาดสิทธิเสรีภาพ บทกลอนดังกล่าว ได้สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก ให้นักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย ลุกขึ้นมาตั้งคำถาม กับยโยบายการทำงานของรัฐบาล จนกระทั่งส่งผลสะเทือน ให้เกิดการเรียกร้องประชาธิปไตย ในเหตุการณ์ ตุลาคม 2516

จริง ๆ แล้วกลอน 4 วรรคนี้เป็นเพียงบทหนึ่ง ของบทกลอนขนาดยาว 7 บท ที่มีเนื้อหาเต็มดังต่อไปนี้ คือ

เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน
ดอกหาง นกยูง สีแดงฉาน
บานอยู่เต็มฟากสวรรค์
คนเดินผ่าน ไปมากัน
เขาด้นดั้น หาสิ่งใด



ปัญญา มีขาย ที่นี่หรือ
จะแย่งซื้อ ได้ที่ไหน
อย่างที่โก้ หรูหรา ราคาเท่าใด
จะให้พ่อ ขายนา มาแลกเอา

ฉันมา ฉันเห็น ฉันแพ้
ยินแต่ เสียงด่า ว่าโง่เง่า
เพลงที่นี่ ไม่หวาน เหมือนบ้านเรา
ใครไม่เข้า ถึงพอ เขาเยาะเย้ย

นี่จะให้ อะไร กันบ้างไหม
มหาวิทยาลัย ใหญ่โตเหวย
แม้นท่าน มิอาจให้ อะไรเลย
วานนิ่งเฉย อย่าบ่นอย่าโวยวาย

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

มืดจริงหนอ สถาบัน อันกว้างขวาง
ปล่อยฉัน อ้างว้าง ขับเคี่ยว
เดินหา ซื้อปัญญา จนหน้าเซียว
เทียวมา เทียวไป ไม่รู้วัน

ดอกหางนกยูง สีแดงฉาน
บานอยู่เต็ม ฟากสวรรค์
เกินพอ ให้เจ้าแบ่งปัน
จงเก็บกัน อย่าเดิน ผ่านเลยไป


บทกลอนนี้เขียนขึ้นเมื่อ 31 ปีที่แล้ว โดยนักศึกษาธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ยูงทอง 27 มิถุนายน พ.ศ. 2511 พิมพ์ครั้งต่อมาในหนังสือรวมเรื่องสั้น และบทกวีชื่อ ฉันจึงมาหาความหมาย พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นหนังสือที่มีการพิมพ์ซ้ำอีก 12 ครั้ง ในช่วงปีพ.ศ. 2515-2542

30 ปี สำหรับการแสวงหาความหมาย ของวิทยากร เชียงกูล คือ การเป็นนักคิด นักเขียน และวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการทำงานของรัฐบาล เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับประชาชน และพยายามอย่างยิ่ง สำหรับการสร้างวัฒนธรรมการอ่านหนังสือ และการเรียนรู้ให้กับสังคมไทย

... แล้วสังคมไทยเรียนรู้อะไรบ้าง

หากนับย้อนสังคมไทยในยุคนั้น แล้วนำมาเปรียบเทียบ กับภาวะวิกฤติของสังคมในยุคปัจจุบัน นักวิชาการหลายคนบอกว่า สังคมไทยในในยุคปัจจุบัน ซับซ้อนและสับสน ทั้งปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เรียกได้ว่าคงไม่มีสังคมในยุคสมัยไหน ที่พ่อแม่เร่ขายลูกตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือไม่มีสังคมในยุคสมัยไหน ที่ประชาชนหาทางออกกับชีวิตไม่ได้ กระทั่งต้องดื่มยาพิษ ฆ่าตัวตายกันยกครอบครัว และที่สำคัญที่สุด ไม่มียุคสมัยไหนในสังคมไทย มีตัวเลขผู้ว่างงานมากถึง 2 ล้านคน

เมื่อ 30 ปีที่แล้ว นิสิตนักศึกษาจำนวนหนึ่ง ไม่พอใจมหาวิทยาลัย ที่มีปรัชญาการสอนหนังสือแบบตำราฝรั่ง และมุ่งวัดผลจากการท่องจำมากเกินไป ไม่พอใจรุ่นพี่ ที่ทำตัวเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน เอาแต่สนุกสนาน กับงานรับน้องใหหม่ งานลีลาศ งานเชียร์กีฬามากเกินไป ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจน และถูกทอดทิ้ง พวกเขาไม่พอใจ รัฐบาลเผด็จการทหาร ซึ่งทุจริตฉ้อฉล ใช้อำนาจบาตรใหญ่ และไม่พอใจนโยบายรัฐบาล ที่เปิดประเทศให้กับสหรัฐอเมริกา เข้ามาตั้งฐานทัพ จากความไม่พอใจดังกล่าว ส่งผลให้นักศึกษากลุ่มเล็กๆ ผู้ที่สนใจแสวงหาค่าความหมายของชีวิต และต้องการให้สังคมไทยดีขึ้นกว่าเดิม ได้เริ่มจับกลุ่มศึกษาเผยแพร่ กระทั่งกลายมาเป็น ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519

30 ปีหลังยุค "ฉันจึงมาหาความหมาย" สังคมไทยเรียนรู้และควรทำอะไร วิทยากร เชียงกูล เล่าว่า บทเรียนในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา คนไทยไม่ค่อยได้สนใจการเรียนรู้ และวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจสังคม อย่างวิพาษ์วิจารณ์ และเชื่อมโยงเป็นองค์รวม ไม่ค่อยมีการวิจัย และสร้างสรรค์ภูมิปัญญาของเราอย่างจริงจัง ปัญญาชนส่วนใหญ่ พยายามพัฒนาเศรษฐกิจ ให้ทันสมัยแบบทุนนิยมตะวันตก ปัญญาชนส่วนหนึ่ง ก็พยายามพัฒนาประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาแบบตะวันตก อีกด้านหนึ่ง ปัญญาชนในส่วนที่มีความคิดก้าวหน้า ก็พยายามจะพัฒนาระบบเศรษฐกิจ แบบสังคมนิยมอยู่พักใหญ่ แต่ก็เป็นการนำแนวทางสังคมนิยม จากประเทศอื่นๆ มาเป็นแบบอย่างอยู่นั่นเอง ความพยายามในการพัฒนา เปลี่ยนแปลงสังคมของปัญญาชน หรือกลุ่มชนชั้นนำกลุ่มต่างๆ ทำให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไป ในลักษณะแบบครึ่งๆ กลางๆ บางอย่างทำท่าว่าจะดีขึ้น แต่หลายอย่างกลับเลวลง และมีปัญหาเพิ่มความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ในส่วนของประชาชนเอง ก็ยังฝากความหวังเอาไว้ กับชนชั้นนำมากกว่าที่จะกล้าคิด กล้าทำ รวมกลุ่มกันขึ้นมาเอง

"เราไม่ได้พ้น หรือพัฒนาวุฒิภาวะ ในการวิเคราะห์ปัญหาอย่างซับซ้อน มีแนวโน้มที่จะมองปัญหาแบบเป็น 2 ขั้วอย่างสุดโต่ง เช่น ขวา-ซ้าย พุทธแท้ พุทธเทียมมากเกินไป จึงมีอาการสวิงไปขั้วนี้บ้าง ขั้วนั้นบ้าง แล้วแต่สถานการณ์ แล้วแต่กลุ่มคน ขาดการวิเคราะห์หาทางเลือกใหม่ๆ ที่คิดได้อย่างเป็นระบบเหตุผล มีข้อมูลพื้นฐานจริงรับ" เจ้าของผลงานฉันจึงมาหาความหมาย วิพากษ์วิจารณ์วุฒิภาวะของสังคมไทย ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

เราไม่เคยพ้นไปจากกรอบคิดแบบเก่า ตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจสมัยสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และถนอม กิตติขจร สองเผด็จการที่เคยเรืองอำนาจ “นายกทักษิณสร้างความหวังว่า คนจนจะหมดไปภายใน 6 ปี มันเป็นไปได้ยาก หากทรัพยากรยังถูกใช้อย่างที่เป็น แล้วไม่ปฏิรูปด้านโครงสร้างอย่างแท้จริง ไม่เก็บภาษีก้าวหน้าและภาษีมรดกจากคนรวยมาช่วยคนจน แต่กลับให้คนจนกู้ไปลงทุนสร้างหนี้สินมากขึ้น โดยหวังจะได้กำไร ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางทำได้ แต่ก็ยังหวัง เหมือนที่เคยคุยเรื่องนโยบายจราจรว่าจะทำให้รถติดหายไปภายใน 6 เดือน แล้วทำไม่ได้ เรื่องการปราบยาเสพติดโดยใช้ความรุนแรงก็เช่นกัน รัฐไม่มีองค์ความรู้ว่ามีทั้งผลดีและผลเสีย และมีผลต่อคนบริสุทธิ์ ทั้งยังทำให้ยาบ้าขึ้นราคา ยิ่งไปกำหนดว่ายาบ้าเป็นยาเสพติดประเภท 1 ก็ยิ่งทำให้ราคาสูงขึ้น วิธีขายซับซ้อนขึ้น สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ กลายเป็นเรื่องฆ่าตัดตอน คนขายฆ่าคนขาย แต่ปัจจัยคนซื้อเพราะปัญหาครอบครัว ปัญหาจิตวิทยาอีกร้อยแปด คิดแต่จะปราบอย่างเดียว ซึ่งก็เสี่ยงปราบคนบริสุทธิ์ด้วย ทำให้ปัญหาซับซ้อนมากขึ้น ”

อาจารย์วิทยากรวิเคราะห์ให้ฟังว่า “ คุณทักษิณคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง แล้วไม่ฟังคนอื่น ถ้าเราดูเศรษฐกิจทุนนิยมทั่วโลก ก็มีปัญหาแบบเดียวกัน คือ คน 20 % รวยที่สุดและรวยมากขึ้น แล้ว 80 % จนลง การค้าของโลกชะลอตัวอันนี้เป็นปัญหาทั่วไป คุณรวยได้จากการเอามาจากคนจน ไม่ได้รวยโดยตัวคุณเอง ถึงแม้จะค้าขายโดยสุจริตก็ตาม เพราะทรัพยากร ความรู้ ความสามารถ ทุนต่างๆ ทุกอย่างมีจำกัด ต้องแบ่งปันให้ยุติธรรม

ทฤษฎีที่ว่าช่วยคนรวยก่อนแล้วคนจนจะดีขึ้น ก็อ้างมาตั้งแต่เริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งก็ไม่ได้ผล ในอเมริกาพัฒนามากี่ปีแล้ว ขณะที่บอกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงที่สุด แต่คนจนอเมริกัน คนนอนข้างถนนไม่มีบ้านปัจจุบันจำนวนนับล้าน รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้พูดในสิ่งใหม่เลย ” อาจารย์วิทยากรเชื่อว่าปัญหาที่ยุ่งยากทุกวันนี้ เกิดขึ้นจากการไม่มีข้อมูลที่เป็นองค์ความรู้ แล้วใช้อารมณ์ความรู้สึกตัดสินไปโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา หากมองย้อนกลับไปศึกษาบทเรียนจากประวัติศาสตร์ และศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ โดยดูสถานการณ์แต่ละประเทศ ไม่ยึดติดอยู่กับความเคยชินเดิมๆ สังคมไทยเราก็ยังมีจะก้าวสู่ทางเลือกใหม่

“คนที่ชอบพูดว่าไม่มีทางเลือก ความจริงมีทางเลือกหลายทาง แต่เรากลัวจะเกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้น ไม่วิเคราะห์จริงจัง แล้วไปเชื่อว่าทางเลือกนี้ดีกว่า อย่างเช่น เราเชื่อว่าช่วงเศรษฐกิจบูมสมัยคุณชาติชายดี เพราะ ขายที่ได้ ซื้อขายหุ้นได้ คนรวยกันชั่วคราว ขณะที่ เศรษฐกิจฟองสบู่ ส่งผลให้ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ”

การจะก้าวไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าน่าจะเริ่มที่การศึกษา ความเคยชินที่สอนตามตำรา แบบเศรษฐศาสตร์ทุนนิยมอุตสาหกรรม เป็นการศึกษาเฉพาะทาง ที่เน้นตลาดเสรี เยาวชนของเราถูกสอนแต่วิชาชีพให้เป็นลูกจ้าง ช่างเทคนิคแบบปัจเจก โดยไม่คิดถึงสังคม ไม่รู้ถึงศักยภาพของตัวเอง ไม่เข้าใจโครงสร้างสังคม และกลไกการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญคนรุ่นนี้กำลังหนีห่างจากการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของทุกคน

“สิ่งใหม่ๆ จะเกิดขึ้นได้ ต้องกล้าวิจารณ์ กล้าสร้างสรรค์ ต้องเสนอแนะว่า แบบนี้ไม่ควรทำ ควรทำแบบนี้ ให้มีทางเลือกที่เป็นไปได้ เราไม่ควรเน้นแค่ความใหม่-เก่าเท่านั้น ต้องคิดให้ถูกทำให้ถูก ‘ใหม่’ หมายความว่าของเก่าใช้ไม่ได้ผล ก็ต้องหาของใหม่ แต่ของเก่าบางอย่าง เช่น ภูมิปัญญาชาวบ้านเคยได้ผลมาก่อน แต่ถูกลืมไปก็ฟื้นกลับมาได้ ปรับของเก่ามาใช้เป็นประโยชน์ ดีกว่าการเห่อของใหม่ แต่ไม่ คำนึงถึงส่วนรวม …..ไม่ควรวัดเอาแต่ผลระยะสั้น ควรจะเน้นความยั่งยืน และผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่”

อาจารย์วิทยากรเชื่อว่าสาเหตุที่ฉุดรั้งเราไว้ไม่ให้หลุดพ้นไปจากความซ้ำซาก จำเจ ก็ เพราะเครื่องมือทุกอย่างในเวลานี้มีเพื่อคนรวยและตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจทุนนิยมเพียงด้านเดียว แม้แต่มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นแหล่งองค์ความรู้ ก็ไม่ได้วิจัยเรื่องคนจน คนด้อยโอกาส เพื่อนำมาแก้ปัญหาสังคมไทยอย่างจริงจัง

สำหรับปัญหาในด้านการเมือง วิทยากรมองว่า สังคมไทยมักจะมองปัญหาเศรษฐกิจการเมือง อย่างแยกส่วน ทำให้ขาดการมองปัญหาทางวัฒนธรรม และปัญหาระบบคิด ที่เป็นผลสะท้อน และมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมการเลี้ยงดู วัฒนธรรมการรักษาหน้า ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ยึดติดกับตัวบุคคลมากกว่าหลักการ ซึ่งปัญหาดังกล่าว ถือเป็นปัญหาหลัก ที่ส่งผลให้คนไทยรวมกลุ่มกันยาก มักจะไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีระเบียบวินัย ไม่เชื่อถือคนอื่นนอกจากตัวเอง และพรรคพวก ปัญหาเหล่านี้ คือ ปัญหาสำคัญที่จะต้องใส่ใจ วิเคราะห์แก้ไข ไม่น้อยไปกว่าปัญหาทางเศรษฐกิจการเมือง ซึ่งมักถูกจัดความสำคัญไว้อันดับต้นๆ

"เรามองว่าปัญหาเศรษฐกิจ คือ วิกฤตการณ์ที่สำคัญของประเทศไทย แต่ความจริงแล้ว ประเทศกำลังประสบปัญหา ที่ถือเป็นวิกฤตการณ์ในทุกด้าน ทั้งทางวัฒนธรรม ทางสังคมด้วย รัฐบาลกำลังหลงทาง ที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งการแก้ไขปัญหา จะต้องเชื่อมโยงเอาปัญหาต่างๆ เข้ามาร่วมกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วย" วิกฤติใหญ่รอวันระเบิด แต่กรอบความคิดไม่เปลี่ยน

วิทยากร กล่าวถึง ความวิตกกังวล หากรัฐบาล ยังไม่เปลี่ยนแปลงแนวคิดในการพัฒนาว่า สังคมที่ประชากรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จาก 62 ล้านคน เป็น 124 ล้านคน โดยประชากรวัยหนุ่มสาว ที่ต้องการทำงาน มีสัดส่วนสูงขึ้น เป็นภาระที่เพิ่มขึ้น ในอีก 30 ปีข้างหน้า อาจจะมีคนเสียชีวิต เพราะโรคเอดส์ อุบัติเหตุ และสาเหตุอื่นๆ ในอัตราที่สูงขึ้น ทำให้ประชากรลดลงบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ประชากรที่ค่อนข้างจะมากขึ้น ก็เป็นปัญหาอยู่ดี

ดังนั้น สังคมไทยในอนาคต ประสบภาวะทางด้านเศรษฐกิจ การจัดการเรื่องแรงงาน และทรัพยากร ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนกรอบคิด ในเรื่องการพัฒนา แบบเน้นการส่งเสริมต่างชาติมาลงทุน สังคมไทย จะเป็นสังคม ที่มีบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ เข้ามาครอบงำ ทั้งธนาคาร รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจต่างๆ มาก จนคนไทยจะกลายเป็นผู้เช่าผู้อาศัย และลูกจ้างในบ้านตนเอง ความแตกต่างระหว่างคนจน คนรวยเพิ่มมากขึ้น การว่างงานเพิ่มมากขึ้น จะเกิดสลัมขนาดใหญ่ และปัญหาอาชญากรรมจะเกิดขึ้นอีกจำนวนมาก ที่สำคัญที่สุด ในการเผชิญวิกฤติสังคมไทย หากว่ายังไม่เปลี่ยนแปลงกรอบคิด ในการพัฒนาประเทศ ที่สร้างความมั่นคงเศรษฐกิจ และตัวเลขรายได้ประชาชาติอย่างเดียว โดยไม่ได้มองถึงปัญหาคุณภาพชีวิตนั้น คือ ความล่มสลายทางวัฒนธรรม โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ ของวัฒนธรรมสังคมไทย คือ การแข่งขันหาเงิน กำไร เพื่อการบริโภคสูงสุด และค่านิยมของความเห็นแก่ตัว แก่งแย่งแข่งขัน เกิดปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ความเสื่อมโทรมทางจริยธรรมมากขึ้น และจะนำมาสู่ปัญหาความขัดแย้ง ที่รุนแรงสลับซับซ้อน

อีก 30 ปีข้างหน้า เราจะเดินไปทางไหนกัน วิทยากรมองไกล ไปถึงอนาคตของสังคมไทยว่า หนทางข้างหน้าที่เราควรจะตั้งคำถาม และแสวงหาความหมาย ในการพัฒนาเศรษฐกิจแบบใหม่ นั่นก็คือ จะต้องเปลี่ยนกรอบความคิด เรื่องการเร่งรัดขยายการผลิต และการบริโภคอย่างสิ้นเชิง จะต้องคิดว่าเศรษฐกิจ คือ เครื่องมือที่จะทำให้คนส่วนใหญ่มีความสุข ไม่ใช่เพื่อเติบโตหากำไรไม่มีที่สิ้นสุด ขณะเดียวกัน ต้องหันมาเน้นการผลิตเพื่อการบริโภค โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการยังชีพ และคุณภาพลดการทำลายสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจะต้องวางแผนครอบครัว เพื่อลดประชากร กระจายความมั่นคง และกระจายการศึกษา

พร้อมๆ กันนี้ จะต้องเปลี่ยนแปลง กรอบความคิดแบบหวังพึ่งพาการลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ เป็นการพึ่งพาตนเอง และพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ กระจายทรัพยากร รายได้ ความรู้ การมีงานทำ สิทธิ และโอกาสทางการเมือง และสังคมสู่ประชาชนในประเทสอย่างทั่วถึง ทำให้คนทั้ง 62 ล้านคน มีกำลังซื้อ เพื่อทำให้เศรษฐกิจ ภายในประเทศเข้มแข็งมากขึ้น

ทั้งนี้ ที่สำคัญที่สุด คือ จะต้องปฏิรูปการศึกษา สื่อสารมวลชน ที่เน้นการแข่งขันแก่งแย่ง แบบตัวใครตัวมัน ต้องหันมาเปลี่ยนกรอบความคิด ด้วยการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะสังคมที่มีคุณภาพนั้น คือ สังคมที่สนองความต้องการพื้นฐาน ที่จำเป็นของสมาชิกในสังคมส่วนใหญ่ และมีวัฒนธรรมตัดสินความขัดแย้ง ด้วยเหตุผลตามหลักการประชาธิปไตยแบบสันติ สังคมแบบนี้ จะแตกต่างจากสังคมที่เน้นการเพิ่มผลผลิต และรายได้ประชาชาติอย่างเช่นปัจจุบัน ที่นอกจากไม่กระจายผลผลิตส่วนใหญ่ สู่สมาชิกของสังคมแล้ว การผลิตสินค้ายังฟุ่มเฟือยมากเกินไป ทำลายวัฒนธรรม จริยธรรมของคนส่วนใหญ่ ทำให้เกิดวิกฤติสังคม ที่แก้ไขยากกว่าวิกฤติเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ แนวทางที่จะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมได้ ในระยะยาวและยั่งยืน คือ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การผลิต การคลัง ธนาคาร กระจายทรัพยากร การมีงานทำและรายได้ สร้างเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยในระยะสั้น ในช่วงที่ประเทศประสบปัญหาวิกฤติ สิ่งแรกที่จะต้องดำเนินการ คือ การแก้ไขปัญหาภาวะหนี้สิน โดยการประกาศหยุดการกู้เงินส่วนที่เหลือ จากไอเอ็มเอฟ ตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อต่อรอง ขอปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ จากกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศ เพื่อลดภาระหนี้ ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศช้าลง ทำให้มีเงินสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ และภาคการผลิตในประเทศ ก็จะสามารถต่อรองปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ กับสถาบันการเงินในประเทศได้มากขึ้น

"รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องรีบขายรัฐวิสาหกิจ ธนาคาร บริษัท อสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินต่างๆ ในราคาที่ต่ำเกินไป และมีสัดส่วนที่สูงเกินไป" วิทยากร เชียงกูล แสดงความคิดเห็น ถึงวิธีการแก้ปัญหา ที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นอยู่

"ที่ผ่านมา ผมพยายามเขียนหนังสือให้คนอ่านกว่า 100 เล่ม แต่มีคนจำนวนไม่มากนัก ที่อ่านหนังสือ และมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนักเเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าผมเข้าไปในคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นกรรมธิการเศรษฐกิจต่างๆ สามารถตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงาน หรือสอบสวนในบางประเด็นได้ ซึ่งเราสามารถทำตามบทบาทตรงนี้ได้ ผมอยากเข้าไปทำหน้าที่กรรมาธิการเศรษฐกิจ และการคลัง เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยวิธีคิดแบบใหม่ได้บ้าง"

ทั้งนี้ วิทยากร เชียงกูล กล่าวทิ้งท้ายว่า บทเรียนที่ผ่านมาในรอบ 30 ปี ของสังคมไทย แต่ละคนไม่ได้ศึกษาพัฒนาแนวคิด อย่างเป็นระบบที่ชัดเจน และไม่ได้พัฒนาองค์กรประชาธิปไตย อย่างมีวุฒิภาวะ องค์กรในอดีต ใช้สูตรสำเร็จในการแก้ไขปัญหามากเกินไป ไม่มีการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง การบริหารองค์กร ก็เป็นการรวมศูนย์มากกว่าเป็นแบบประชาธิปไตย นอกจากนี้ ประชาชนในกลุ่มองค์กรที่หลากหลายก็จะต้องเรียนรู้ ที่จะทำงานท่ามกลางความขัดแย้ง และวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ลดความยึดติดกับตนเอง ซึ่งหากเราสามารถปรับปรุงองค์กรกันใหม่ จากบทเรียนที่ผ่านๆ มา ก็มีความเป็นไปได้ ที่จะสามารถสร้างกลุ่มการเมืองใหม่ ที่มีพลังพอสมควร แม้ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กๆ ก็ตาม

ที่สำคัญก็คือ วิทยากร เชียงกูล เชื่อว่ากลุ่มพลังการเมืองใหม่ ที่มีจินตนาการจะไม้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน หากประชาชนยังไม่กล้าคิด กล้าฝัน ซึ่งหากไม่กล้าฝันเสียแล้ว เราจะมีชีวิตที่ทุกข์ยากขนาดไหน ในยุควิกฤติที่มืดมน

ประวัติ

วิทยากร เชียงกูล เกิดปี พ.ศ.๒๔๘๙ และเติบโต ที่อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เรียนจบชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนสวบกุหลาบ จบการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ในปี ๒๕๑๒ และทำงานสิบกว่าปีก่อนที่จะไปศึกษาขั้นปริญญาโท จากสถาบันศึกษา สังคม เมืองเฮก เนเธอร์แลนด์ เพียงเพราะอยากจะเปลี่ยนงานจากนักวิชาการของธนาคาร มา เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

งานประจำที่เคยทำคือ กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช นักเศรษฐศาสตร์ ฝ่ายวิจัยและวางแผน ที่ธนาคารกรุงเทพฯ เป็นอาจาย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายวิจัย ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ เป็นผู้ชำนาญการคณะกรรมาธิการ การ คลังฯ ประจำรัฐสภา เคยเป็นรองอธิการบดี, เป็นคณบดีคณะนิเทศศาสตร์, คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

มีผลงานเขียนและแปลมาแล้วประมาณ ๕๐ เล่ม ที่เป็นบันเทิงคดี ก็มีเรื่อง ฝันของ เด็กชายชาวนา และฤดูใบไม้ผลิจักต้องมาถึง นอกจากนั้น เป็นงานประเภทบทความ และการ วิเคราะห์เชิงวิชาการ เช่น เราจะไปทางไหนกัน ปัญหาพื้นฐานของประเทศด้อยพัฒนา แนวคิด ใหม่ทางการศึกษา ปัญหาพื้นฐานของชาวนาไทย การพัฒนาทุนนิยมในประเทศไทย ปัญญาชน กับการเปลี่ยนแปลงสังคม ทางออกการเมืองไทย ศึกษาบทบาทและความคิดของ ป๋วย อึ๊งภา กรณ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช กุหลาบ สายประดิษฐ์ และ ส.ศิวรักษ์ วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง สังคมไทย การกอบกู้ฟื้นฟูชาติจากพันธนาการของ IMF ฯลฯ ได้รับรางวัลศรีบูรพา ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๑

เอกสารอ้างอิง:
  • สิรินาฎ ศิริสุมทร, "30 ปี ฉันจึงมาหาความหมาย, " จุดประกาย : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 3928 วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2542; http://www.rsu.ac.th/soc/interview04.html
  • http://www.rsu.ac.th/soc/
  • http://www.rsu.ac.th/soc/forum08.html
  • วิทยากร เชียงกูล (พ.ศ. 2489 - ), "ฉันจึงมาหาความหมาย" พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2514
  • http://www.ngonet.or.th/webboard/question.asp?QID=480
  • http://www.panmai.com/university/tu/tu.htm
  • http://www.ku.ac.th/AgrInfo/th_flower/poincia.htm
  • หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน; //www.cupress.chula.ac.th/bestbook.htm และ http://www.geocities.com/thaibooks_100/
  • http://www.2519.net/forum/generate.cgi?content=0088&board=board_1



 
  ข้อมูลเชื่อมโยง
· ข้อมูลเพิ่มเติม Suan Spirit
· เสนอข่าวโดย skfanclub


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด Suan Spirit:
ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา OSK69: ห้องเรียนที่เป็นมิตร ณ โรงเรียนสัตยาไส

  คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 4.70
จำนวนผู้ลงคะแนน: 31


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


  ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์  หน้าเอกสารสำหรับพิมพ์

 ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อน  ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อน

ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน




All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2004 by osknetwork.com
ท่านสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ osknetwork.com ได้โดยใช้ไฟล์ backend.php สำหรับข่าวสารและบทความ forumbackend.php สำหรับกระดานข่าว
or ultramode.txt
Web site engine code is Copyright © 2003 by PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle. All Rights Reserved. PHP-Nuke is Free Software released under the GNU/GPL license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.640 วินาที