|
| สวนกุหลาบ & สามทหารเสือแห่งการเกษตร |
"สามเสือเกษตร" เป็นฉายาที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ใช้เรียกแทน บุคคลทั้ง ๓ คือหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ พระช่วงเกษตรศิลปการ และหลวงอิงคศรีกสิการด้วยท่านเหล่านี้ล้วนมีคุโณปการ ต่อวงการเกษตร และ ต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ดังปรากฎในชีวประวัติ ของท่านทั้งสามโดยสังเขป
"สามทหารเสือแห่งการเกษตร"
คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ และคุณหลวงอิงคศรีกสิการคือสามทหารเสือแห่งเกษตร ผู้วางรากฐานการเกษตร และการศึกษาด้านเกษตรศาสตร์ของประเทศไทย ทั้งสามท่านได้ร่วมกันทำงาน และผลที่มีต่อประเทศชาติก็ไม่สามารถแบ่งแยกออกจากกันได้
เมื่อ พ.ศ. 2482 คุณพระช่วงฯ เป็นอธิบดีกรมเกษตร คุณหลวงสุวรรณฯ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สังกัดกรมเกษตร คุณหลวงอิงคฯ เป็นหัวหน้าสถานีทดลองเกษตรกลาง บางเขน คุณหลวงอิงคฯ เป็นผู้รับผิดชอบดูแลการสร้างคันดินที่กั้นน้ำรอบบริเวณเกษตรกลาง บางเขน พ.ศ. 2482 ข้าพเจ้ายังได้มาช่วยดูแลการล้มคันนาในบริเวณเกษตรกลางนี้
พ.ศ. 2489-2501 คุณหลวงสุวรรณฯ เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณพระช่วงฯ เป็นคณบดีคณะเกษตร และในที่สุดได้เป็นอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระหว่าง 15 เมษายน พ.ศ. 2501-1 สิงหาคม พ.ศ. 2508 และระหว่าง 21 พฤศจิกายน 2510-30 เมษายน 2512 รวมเวลาทั้งสิ้น 8 ปี 8 เดือน 27 วัน
ในด้านการเตรียมคนสำหรับงานด้านเกษตรนั้น ทหารเสือทั้งสามได้ส่งนักเรียนไปเรียนปริญญาตรีทางการเกษตรที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ด้วยทุน ก.พ. เมื่อ พ.ศ. 2478 จำนวน 6 คน ต่อมา นายกมล ชาญเลขา นายทวี ญาณสุคนธ์ นายอรุณ ทรงมณี และนายประเสริฐ ณ นคร 4 คน ได้มาเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนนายภักดี ลุศนันท์ อยู่กรมเกษตร นายเอี่ยน ขัมพานนท์ อยู่โรงงานยาสูบ
กำลังคนทางด้านวิชาการเกษตรนับว่าขาดตอนไปอย่างน่าเสียดายจากรุ่นสามทหารเสือเว้นระยะเกือบสิบปีจึงมีรุ่น นายจรัด สุนทรสิงห์ นายจักร โชติศาลกร นายประโยชน์ บุรณศิริ และนายเริ่ม บูรณฤกษ์ ต่อมาอีกประมาณ 10 ปี จึงมี ม.ร.ว.จักรทอง ทองใหญ่ นายพนม สมิตานนท์ หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ นายก่าน ชลวิจารณ์ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล และรุ่นทุน ก.พ. 6 คน ที่กล่าวถึงข้างต้น
ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาที่จะรับตำแหน่งบริหารชั้นสูงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงไปกราบเรียนคุณหลวงอิงคฯ ขอ ม.จ.จักรพันธ์ฯ มารับตำแหน่งนั้น โดยอ้างว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขาดบุคลากรจริงๆ แม้ว่ากรมเกษตรก็ขาดบุคลากรทางวิชาการอยู่อย่างมากเช่นกัน แต่คุณหลวงอิงคฯ ก็ใจกว้างพอที่จะสละกำลังอันสำคัญมาช่วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และในที่สุด ม.จ.จักรพันธ์ฯ ได้ทรงเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ก่อนหน้าที่จะมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามทหารเสือได้เปิดสถานีทดลองเกษตรตามภาคต่างๆ และจัดการสอนการเกษตรในโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม และโรงงานฝึกหัดครูมัธยมกสิกรรม ทำให้ได้กำลังคนมาช่วยงานด้านปฏิบัติการแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้นว่านายกวี วิสุทธารมณ์ นายแทน อิงคสุวรรณ นายโกสินทร์ สายแสงจันทร์ นายสม เสมรสุต ฯลฯ ...
หลวงอิงคศรีกสิการ
นามเดิม เอี้ยง จันทรสถิตย์
วันเกิด ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๔๒ จ.ธนบุรี
การศึกษา
พ.ศ. ๒๔๔๘ : (อายุ ๖ ปี) สอบไล่ได้ชั้น ป.๑ ร.ร.วัดคฤหบดี
พ.ศ. ๒๔๔๙ : (อายุ ๗ ปี) สอบไล่ได้ชั้น ป.๒ ร.ร.วัดคฤหบดี
พ.ศ. ๒๔๕๐ : (อายุ ๘ ปี) สอบไล่ได้ชั้น ป.๓ ร.ร.วัดเสนาทสนาราม
พ.ศ. ๒๔๕๑ : (อายุ ๙ ปี) สอบไล่ได้ชั้น ป.๔ ร.ร.วัดคฤหบดี
พ.ศ. ๒๔๕๑ : (อายุ ๙ ปี) เข้าเรียนต่อชั้น ม.๑ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๔๕๘ : (อายุ ๑๖ ปี) สอบไล่ได้ชั้น ม.๘ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๔๕๙ : (อายุ ๑๗ ปี) สอบไล่ได้ชั้น ม.๘ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ครั้งที่ ๒
พ.ศ. ๒๔๖๑ : (อายุ ๑๙ ปี) ได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัย ลอสบานโยส ประเทศฟิลิปปินส์
พ.ศ. ๒๔๖๔ : (อายุ ๒๒ ปี) ได้รับปริญญา B.S. in Agriculture
พ.ศ. ๒๔๖๔ : (อายุ ๒๒ ปี) ได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา
พ.ศ. ๒๔๖๖ : (อายุ ๒๔ ปี) จบปริญญา M.S. สาขาเกษตร จากมหาวิทยาลัย คอร์แนล สหรัฐอเมริกา
การทำงาน
พ.ศ. ๒๔๕๙ : เป็นครูฝึกหัดสอนชั้น ม.๖ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ได้รับเงินเดือน ๓๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๖๖ : เป็นครูประจำกระทรวงธรรมการ ถูกส่งไปสอนที่ ร.ร.ฝึกหัดครูปฐมกสิกรรม พระประโทน จังหวัดนครปฐม เป็นข้าราชการชั้นโท เงินเดือน ๒๔๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๖๗-๖๙ : ย้ายไปอยู่ที่บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพราะร.ร. ฝึกหัดครูปฐมกสิกรรมพระประโทนย้ายไปอยู่ที่นั่น ได้รับเงินเดือน ๒๖๕ บาท
พ.ศ. ๒๔๖๙-๗๐ : ย้ายไปอยู่ทับกวาง จ.สระบุรี เพราะ ร.ร. ฝึกหัดครูปฐมกสิกรรมบางสะพานได้ย้ายไปอยู่ที่นั่น ได้รับเงินเดือน ๒๙๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๗๑ : ย้ายไปเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ ร.ร.วัดเทพศิรินทร์ ได้รับเงินเดือน ๒๙๐บาท
พ.ศ. ๒๔๗๒ : ย้ายไปเป็นอาจารย์ที่ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ได้รับเงินเดือน ๒๙๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๗๓-๗๔ : ย้ายไปเป็นอาจารย์สอนที่ ร.ร.วชิราวุธวิทยาลัย ได้รับเงินเดือน ๒๙๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๗๕-๗๗ : ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ใหญ่ ร.ร.ฝึกหัดครูปฐมกสิกรรมโนนวัด เป็นข้าราชการชั้นเอก ได้รับเงินเดือน ๓๕๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๗๘ : รักษาการอาจารย์ใหญ่ ร.ร.ปฐมกสิกรรมแม่โจ้ เนื่องจาก อาจารย์ใหญ่ (คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ) ลาอุปสมบท
พ.ศ. ๒๔๗๘-๘๐ : โอนจากกระทรวงธรรมการไปเป็นนักเกษตร กรมเกษตรและการประมง ได้ชั้นเอกอันดับที่ ๔ เงินเดือน ๔๕๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๘๑-๘๔ : หัวหน้ากองสถานีทดลองและรักษาการหัวหน้าแผนก สถานีทดลองภาค ๑ ได้รับเงินเดือน ๕๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๘๕-๘๘ : หัวหน้ากองการทดลองและส่งเสริม กรมเกษตร เงินเดือน ๖๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๘๙-๙๐ : หัวหน้ากองการข้าว กรมเกษตร เงินเดือน ๖๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๙๑ : หัวหน้ากองการข้าวและรักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ กรมเกษตร ได้ชั้นพิเศษเงินเดือน ๖๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๙๑ : ผู้เชี่ยวชาญพิเศษกรมเกษตร รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีกรมเกษตร เงินเดือน ๖๕๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๙๒-๙๙ : อธิบดีกรมเกษตร ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมกสิกรรม ได้รับเงินเดือนครั้งหลังสุด ๑,๓๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๔๙๙ : ลาออกจากราชการเพื่อรับบำนาญเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๙ เมื่ออายุ ๕๗ ปี
พ.ศ. ๒๕๐๑ : รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี กรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคำสั่งกระทรวงเกษตราธิการ ให้เข้ารับราชการใหม่ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๑ ได้รับเงินเดือน ๑,๓๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๐๑ : ดำรงตำแหน่งอธิบการดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมัยที่ ๑ โดยคำสั่งกระทรวงเกษตราธิการ วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๐๑ ถึง ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔
พ.ศ. ๒๕๐๓ : เกษียณอายุราชการ และพร้อมกันนั้นได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๐๒ ให้รักษาการอธิการบดี ม.ก. ซึ่งได้โอนไปขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. ๒๕๐๔ : ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ม.ก. โดยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีสมัยที่ ๒ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๐๔ ถึง ๑ สิงหาคม ๒๕๐๖
พ.ศ. ๒๕๐๖ : ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ม.ก. สมัยที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๐๖ ถึง ๑ สิงหาคม ๒๕๐๘
พ.ศ.๒๕๐๘ : ลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๐๘
พ.ศ. ๒๕๑๐ : ดำรงตำแหน่งอธิการบดีสมัยที่ ๔ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ ถึง ๓๐ เมษายน ๒๕๑๒
พ.ศ. ๒๕๑๒ : ขอลาออกจากตำแหน่งอธิการบดี เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๑๒
พ.ศ. ๒๕๑๙ : โปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ สมัยอาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี
จากสมุดทะเบียนประวัติ ระบุไว้ตามคำสั่งกระทรวงการคลังว่าให้นับอายุราชการให้ศาสตราจารย์ (พิเศษ) อินทรี จันทรสถิตย์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๙ เมื่อเข้ารับตำแหน่งครูฝึกหัด ฉะนั้นพอจะสรุปได้ว่า ศาสตราจารย์ (พิเศษ) อินทรี จันทร์สถิตย์ ได้รับใช้ราชการโดยเป็นข้าราชการประจำ ๔๓ ปี และเมื่อเกษียณอายุแล้วยังได้รับใช้ราชการต่ออีก ๙ ปี รวม ๕๒ ปี
ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการกรณีพิเศษ คือ
๑๗ พ.ย. ๒๔๘๘ : กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๒๔๙๑ กรรมการก่อตั้งสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย
๒๔๙๕-๒๕๑๔ : กรรมการโรงงานยาสูบ
๒๗ มี.ค. ๒๕๐๑ : อนุกรรมการพิจารณาการบรรจุข้าราชการเข้าชั้นอันดับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑ ก.ย. ๒๕๐๑ ที่ปรึกษาคณะกรรมการองค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป (อ.ส.ร.)
๓ ก.พ. ๒๕๐๒-๑๑ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
๑๙ ก.ค. ๒๕๐๒ กรรมการพิจารณาวางผังและโครงการเศรษฐกิจของ กระทรวงเกษตร
๘ ก.ย. ๒๕๐๒ กรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ
๒๔ มี.ค. ๒๕๐๓ รองประธานคณะกรรมการพิจารณาดำเนินงานสงเคราะห์ เจ้าของสวนยาง
๑๔ ธ.ค. ๒๕๐๔ กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ
๒๕๐๔-๒๕๓๑ ประธานกรรมการมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกเกษตรศาสตร์ กรรมการพลังงานปรณาณูเพื่อสันติ
๒๕๑๐-๑๔ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์เกษตรแห่งประเทศไทย
๓ มี.ค. ๒๕๑๑ รักษาราชการแทนคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ
๑๖ ต.ค. ๒๕๑๒-๑๔ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยและวิทยาศาสตร์ประยุกต์
๔ ก.ค.๒๕๑๑-๑๔ สมาชิกวุฒิสภา
๑๓ ก.ค. ๒๕๑๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๓๐ ส.ค. ๒๕๑๕ นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑ พ.ย. ๒๕๑๒ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๒๒ ต.ค. ๒๕๑๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
๒๕๒๒-๓๒ รองประธานกรรมการมูลนิธิวิทยาศาสตร์เกษตรแห่งประเทศไทย
๒๕๒๔ กรรมการก่อตั้งมูลนิธิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๒๕๒๕-๒๕๒๗ กรรมการมูลนิธิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๒๕๒๗-๒๕๓๒ รองประธานกรรมการมูลนิธิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ได้รับพระราชทาน ยศ และบรรดาศักดิ์
พ.ศ.๒๔๖๖ ได้รับพระราชทานยศเป็นรองอำมาตย์เอก
พ.ศ.๒๔๖๙ ได้รับพระราชทานยศเป็นอำมาตย์ตรี
พ.ศ.๒๔๖๗ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงอิงคศรีกสิการ และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถวายบังคมลาออกจากบรรดาศักดิ์ เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๔๘๕ โดยใช้ชื่อและนามสกุลเดิม คือ อินทรี จันทรสถิตย์
เครื่องราชอิสสริยาภรณ์
๒๑ พ.ย.๒๔๖๘ เหรียญพระราชาภิเษก รัชกาลที่ ๑
๘ ส.ค.๒๔๗๐ เบญจมาภรณ์ช้างเผือก
๒๐ มิ.ย.๒๔๘๐ ตริตาภรณ์มงกุฎสยาม
๒๐ มิ.ย.๒๔๘๓ ตริตาภรณ์ช้างเผือก
๒๐ ก.ย.๒๔๘๖ เหรียญจักรพรรดิมาลา
๔ ธ.ค.๒๔๙๒ ทวิติยาภรณ์มงกุฎไทย
๕ พ.ค.๒๔๙๓ เหรียญพรมราชภิเษกกาไหล่ทอง
๕ ธ.ค.๒๔๙๒ เหรียญทวิติยาภรณ์ช้างเผือก
๕ ธ.ค.๒๔๙๗ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
๕ ธ.ค.๒๕๐๑ ประถมาภรณ์ช้างเผือก
๑๕ ม.ค.๒๕๐๕ Commander's Cross ชั้นที่ ๑ of the Order of Dasonebrag
๕ ธ.ค.๒๕๐๕ มหาวชิรมงกุฎ
๕ ธ.ค.๒๕๐๘ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
๕ พ.ค.๒๕๑๑ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
๙ มิ.ย.๒๕๐๘ ได้รับพระราชทานปริญญากสิกรรมและสัตวบาล ดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเกษตศาสตร์
๒๙ มิ.ย.๒๕๒๒ ได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ สาขาเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
๑๙ ก.พ.๒๕๒๗ ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบันฑิตกิติมศักดิ์ สาขาพืชศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตร แม่โจ้
ชีวิตการครองเรือน
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) อินทรี จันทรสถิตย์ ได้เข้าพิธีมงคลสมรสกับ น.ส.สำเนียง เธียรประสิทธิ์ บุตรนายจีน นางแดง เธียรประสิทธิ์ มีบุตรสาว ๑ คน คือ คุณอิงอร จันทรสถิตย์
ผลงาน
๑. ริเริ่มให้มีการประชุมทางวิชาการเกษตรประจำปีในวันสถาปนามหาวิทยาลัย
๒. ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งยุวกสิกร
๓. นำพันธุ์พืชจากต่างประเทศมาเผยแพร่ เช่น ดอนย่า (ฟิลิปปินส์) อินทนินสีชมพู (อินเดีย) นุ่นพันธุ์โต (กัมพูชา) มะรุมฝักยาว (อินเดีย) พู่จอมพล (อังกฤษ) ฯลฯ
๔. ริเริ่มให้มีการตั้งชื่ออาคารของมหาวิทยาลัยตามชื่อบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ ให้กับวงการเกษตร เช่น ตึกธรรมศักดิ์มนตรี อาคารเทพศาสตร์ ตึกหลวงสุวรรณ ตึกพลเทพ ตึกวินิจวนันดร
หลวงอิงคศรีกสิการถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๒ รวมอายุ ๘๙ ปี
หมายเหตุ: Source: http://www.ku.ac.th/aboutku/thai/3manku/3hero.htm
|
|
|
|
| |

คะแนนเฉลี่ย: 3 จำนวนผู้ลงคะแนน: 1

| | 
  |