ray101 บันทึก "
ถอดรหัส OSK "สวนกุหลาบ คอนเน็กชั่น" จากสี่เสาฯถึงคนโตบุรีรัมย์ มหัศจรรย์ฟุตบอลการเมือง"ป้อม-เนวิน"
และ "ป๊อก" กับ "2 ป." ลูกป๋าคนสุดท้อง ชำแหละสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ตระกูลวงษ์สุวรรณ ทั้งพี่ป้อมและโค้ชก๊อก และพลังของ"คิงส์ เพาเวอร์"
...ด้วยวัยเกือบจะ 90 ปีแล้ว ไม่ต่างจากปุถุชนที่ ป๋าเปรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ก็ต้องการให้ลูกหลานมาดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด แม้จะครองโสด ไม่มีลูกสืบสายโลหิตโดยตรง แต่ พล.อ.เปรม ก็มีลูกป๋าในหลากหลายวงการ ที่ป๋าไม่อยากให้ห่างเหินหายหน้าไป
ด้วยเพราะเวลานี้มักเกิดคำถามว่า ลูกป๋า ที่ พล.อ.เปรม เคยช่วยเหลือเกื้อกูล หายไปไหน ในยามที่ พล.อ.เปรมตกเป็นเป้าทางการเมือง ราวกับว่าเมื่อเรือลำนี้ส่งขึ้นฝั่งแล้วก็ถีบหัวส่ง เมื่อได้ดี ได้ยศ ได้ตำแหน่ง หรือบ้างเกษียณราชการไปแล้ว ก็ผละหนีไป ไม่มีใครอยาก เปลืองตัว หรือเป็นเดือดเป็นร้อนแทน ในยามที่ป๋าถูกพายุการเมืองโหมกระหน่ำ
ยิ่งในยามที่ผู้นำรัฐบาลและผู้นำกองทัพไม่ได้ชื่อว่าเป็น ลูกป๋าสายตรง เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาจทำให้ พล.อ.เปรมรู้สึกว้าเหว่
แม้ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีหน้าหยก จะให้ความสำคัญด้วยการนำคณะรัฐมนตรีเข้าหาในโอกาสสำคัญ และเปิดรับฟังทุกคำแนะนำของ พล.อ.เปรม ตลอดเวลา โดยมีช่องทางผ่านทาง นายชวน หลีกภัย ที่ พล.อ.เปรม มักส่งจดหมายน้อยหรือตัวแทนมาพบเสมอ เมื่อมีปัญหาบ้านเมือง
ส่วนบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และบื๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. นั้น ก็ไม่ใช่ลูกป๋า แม้ว่าจะให้ความเคารพ และพากันตบเท้าเข้าหาในทุกเทศกาลอวยพร แต่ก็ยังมีความห่างเหิน เพราะจะต้องให้ พล.อ.เปรม เป็นฝ่ายเชิญมาพบ จึงจะได้เห็นหน้า
พล.อ.เปรม พึงใจที่จะให้คนสำคัญหรือบิ๊กๆ เป็นฝ่ายเข้าหาเองมากกว่าจะต้องเรียกพบ เพราะเป็นการแสดงถึงความผูกพันเยื่อใย เพื่อที่จะได้สอบถามเรื่องต่างๆ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เห็นจะมีแต่บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. กระมัง ที่มักจะเป็นฝ่ายเข้ามาพบ พล.อ.เปรม เองโดยไม่ต้องเรียก ประกอบกับความเป็นเพื่อน ตท.12 กับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี และหากมองอย่างตรงไปตรงมา เส้นทางสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี พล.อ.เปรม สนับสนุน
หน้าที่สำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ คือ การสื่อข้อความจาก พล.อ.เปรม ถึง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์
โดยเฉพาะการเป็นแม่งานในการจัดประเพณีการกินข้าวกลางวันของ รมว.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ที่บ้านสี่เสา อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อที่จะได้เป็นเวทีที่ พล.อ.เปรม จะได้รับทราบเรื่องราวต่างๆ ของกองทัพ และความมั่นคง อย่างน้อยก็ในฐานะที่เป็นประธานองคมนตรี ที่ดูแลด้านการทหารและความมั่นคง และในฐานะ อดีต ผบ.ทบ. อดีต รมว.กลาโหม และอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ห่วงใยบ้านเมืองทุกลมหายใจ ยิ่งในช่วงที่ใกล้หัวเลี้ยวหัวต่อเข้ามาทุกวันๆ
แต่หากหาวันว่างตรงกันไม่ได้ ก็อย่างน้อย 2 เดือนครั้ง นอกเหนือจากกรณีมีเรื่องด่วนที่ พล.อ.เปรม ขอหารือ เพราะ พล.อ.เปรม ก็ไม่ค่อยอยากจะรบกวนเวลาบิ๊กๆ เท่าใดนัก
พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้ชื่อว่าเป็น ลูกป๋ารายล่าสุด
แต่ทว่า ไม่ใช่คนสุดท้อง...
นอกเหนือจากการเป็นสายเลือดทหาร สายเลือด จปร.แล้ว พล.อ.เปรมจะให้ความสำคัญกับ เหล่า ถ้าเป็นเหล่าทหารม้าเหมือนกันก็จะยิ่งให้ความเอ็นดู ด้วยเพราะ พล.อ.เปรม มีรักในเหล่าอย่างยิ่ง มิเช่นนั้นคงไม่ผลักดันให้ ทบ. ตั้งกองพลทหารม้าที่ 3 ที่ จ.ขอนแก่น และ มีประเพณีทหารม้าตบเท้าเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์
หรือถ้าเป็นบุคคลพลเรือน สายสัมพันธ์สะตอความเป็นคนใต้ ก็ทำให้ พล.อ.เปรม ใจอ่อน เช่นที่เคยยอมให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี คน จ.นครศรีธรรมราช เข้าพบมาแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นพรรคพลังประชาชน เป็นพี่เขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ยิ่งถ้าเป็นศิษย์เก่า ร.ร.มหาวชิราวุธ สงขลา ก็ยิ่งถือว่าเป็นพวกเดียวกัน
โดยเฉพาะกับ สายเลือดชมพู-ฟ้า ในฐานะศิษย์เก่า ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ที่ พล.อ.เปรมเองก็เป็น OSK (Old SuanKularb) ที่จบการศึกษาเมื่อปี 2480 หรืออาจเรียกว่า รุ่นปู่
จนเป็นที่มาของ "สวนกุหลาบ คอนเน็กชั่น"...
เพราะในองคมนตรี ก็มี OSK ทั้ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร พล.อ.สิทธิ์ เศวตศิลา และบิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลูกป๋าทายาทอำนาจ
แต่ไม่รู้ว่า ด้วยเพราะเลือดชมพู-ฟ้า หรือไม่ จึงทำให้ พล.อ.เปรม เอ่ยปากชื่นชมการจัดงานแสงสีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ผ่านมา ที่มี นายเนวิน ชิดชอบ OSK 90 เป็นประธานจัดงาน ที่ทำได้อย่างสวยงามยิ่งใหญ่อลังการ
อีกทั้งบทบาทของ นายเนวินที่ประกาศแยกตัวจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และจะช่วยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และการสร้างพรรคภูมิใจไทย พรรคสีน้ำเงิน อันเป็นสีสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีนั้น ในฐานะผู้มีบารมีนอกพรรคคนนี้ ก็ถูกใจ พล.อ.เปรม ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ไม่น้อย
แต่ทว่า ด้วยฐานะทางสังคมและการเมือง ทำให้ พล.อ.เปรม และ นายเนวิน ไม่อาจที่จะได้ใกล้ชิดกัน แต่เป็นได้แค่ ลูกป๋า ประเภทที่ พล.อ.เปรม ชื่นชมในอุดมการณ์และสปิริต
แถมก่อนหน้า นายเนวิน เลือดชมพู-ฟ้า แรง ถึงขั้นกระโดดลงมาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย แม้ว่าจะไม่อาจทำให้ ส.ก. เป็นแชมป์ฟุตบอลจตุรมิตร ที่แข่งเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ก็ตาม
แต่กระนั้นก็ตาม ขึ้นชื่อว่า เนวิน แล้ว ทุกย่างก้าวที่ขยับ แม้จะในโลกแห่งกีฬาฟุตบอล แต่ก็แฝงนัยทางการเมืองทั้งสิ้น
เพราะฟุตบอล ที่ทำให้ นายเนวินได้สนิทสนมใกล้ชิดกับโค้ชก๊อก นายพงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ น้องชายของ พล.อ.ประวิตร และเป็นช่องทางที่ทำให้ นายเนวินได้รู้จักและใกล้ชิด กับ พล.อ.ประวิตร อีกด้วย จ นถึงขั้นที่ นายเนวินเคยไปนั่งเป็นประธานสโมสรฟุตบอล ทีโอที.และหมายรวมกับทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ มาแล้วด้วย
ใครจะคาดคิดว่า เมื่อนายเนวินหวังเอาดีด้านฟุตบอล ด้วยการเข้าไปทำทีมฟุตบอลของบุรีรัมย์บ้านเกิด ด้วยการอัดฉีด แถมมีแผนระดับชาติ ในการตั้งฟุตบอลอคาเดมี่ เพื่อสร้างนักเตะระดับชาติแล้ว ยังเข้าไปเทกโอเวอร์ทีมฟุตบอลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และรวมทีมกับทีมบุรีรัมย์ โดยนั่งเก้าอี้ประธานสโมสร บุรีรัมย์-กฟภ. ด้วยตนเอง
ถึงขั้นที่ นายเนวิน ดึง นายพงษ์พันธุ์ จากผู้จัดการทีมฟุตบอลสโมสรทีโอที. (TOT. FC) ให้ออกมาช่วยสร้างทีมฟุตบอลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
แถมปลุกกระแสความนิยมและคะแนนเสียงด้วยการทาบ กาเบรียล บาติซตูต้า อดีตนักเตะดังของอาร์เจนตินา ซึ่งมีความสนิทสนมกันอยู่แล้ว มาร่วมทำทีมและเล่นด้วย
ไม่แค่นั้น ด้วยโยงใยสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ คิงส์ เพาเวอร์ ของ วิชัย รักษ์ศรีอักษร ที่ถูกมองว่าเป็นนายทุนให้กับทั้งพรรคภูมิใจไทย และสายสีน้ำเงิน และสีเหลือง รวมทั้งสายสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์ นายเนวินก็หนุนหลังให้เข้าไปซื้อทีมสโมสรทหารบก (Royal Thai Army Football Club-RTA FC)
ด้วยสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ ตระกูลวงษ์สุวรรณ ทั้งพี่ป้อมและโค้ชก๊อก และพลังของคิงส์ เพาเวอร์ นายเนวินคิดว่าทุกอย่างจะผ่านฉลุย เพราะแค่ พล.อ.ประวิตร กระซิบกับ พล.อ.อนุพงษ์ ทุกอย่างก็เรียบร้อย
เพราะตัว พล.อ.อนุพงษ์ เองนั้นเป็น ผบ.ทบ.นักวิชาการ และเป็น ผบ.ทบ.นักดนตรี ชอบตีกลองร้องเพลง ไม่ชอบเตะฟุตบอลเลย
อย่าลืมว่า พล.อ.ประวิตร นั้นถูกจับตามองว่า จะจับมือกับนายเนวินกลายเป็นขั้วอำนาจใหม่ จนถึงขั้นที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ โจมตีและตอกย้ำมาตลอดว่า นายเนวินมีแผนที่จะดัน พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในอนาคต และหมายจะดันให้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อแอบอิงกองทัพ ไปสู่การเป็นพรรคใหญ่ เพราะ นายเนวินพ่อมดการเมืองผู้นี้ มากประสบการณ์ ถึงขั้นที่มองออกว่าการเมืองกระแสหลักยังคงเป็น กองทัพ ที่จะดูแลปกป้องสถาบัน
ว่ากันว่า การเข้าไปซื้อทีมสโมสรทหารบกนี้ ก็เป็นแผนหนึ่งของการเข้าไปใกล้ชิดกับทางกองทัพ แอบอิงกับขั้วอำนาจมากขึ้น ท่ามกลางการถูกโจมตีเรื่อง ความไม่โปร่งใสของเงินที่นำมาใช้ในการทำทีมฟุตบอลของนายเนวิน
แต่ทว่า มันไม่ง่ายอย่างที่คิด...
ไม่มีใครรู้ว่า ลึกๆ แล้ว พล.อ.อนุพงษ์ มีความระมัดระวังตัวในการวางบทบาทและระยะห่างกับนายเนวิน เพราะรู้ดีว่า นายเนวินเป็นเป้าใหญ่ทางการเมือง
เพราะแค่การเชิญ นายเนวินเข้าไปพบที่บ้านพักใน ร.1 รอ. เพื่อเจรจาล็อบบี้ให้นำ ส.ส.ในสังกัด ผละจากพรรคพลังประชาชน มาหนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เมื่อต้นเดือนธันวาคมปี 2551 ที่ผ่านมานั้น พล.อ.อนุพงษ์ ก็ถูกวิจารณ์มาตลอดว่าเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล จึงต้องระวังตัวเรื่องความสัมพันธ์กับนายเนวิน
ที่ผ่านมา พล.อ.อนุพงษ์ ปล่อยให้ พล.อ.ประวิตร และ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรค ปชป. ทำหน้าที่ในการประสานสัมพันธ์กับนายเนวินมาตลอด
ยิ่งเมื่อใดที่มีการชุมนุมของม็อบเสื้อแดง ก็มักจะมีข่าว นายเนวิน ซึ่งเคยเป็นมือจัดม็อบให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มาก่อน เข้ามาช่วยวางแผนรับมือ พร้อมข่าวเสื้อสีน้ำเงินจะแฝงตัวเข้าม็อบแดง หรือจะปะทะกับม็อบแดง อยู่เสมอๆ ตั้งแต่การประชุมผู้นำอาเซียนที่พัทยา นั่นแล้ว
จึงไม่แปลกที่ ครั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ จะดับฝันนายเนวิน เพราะกองทัพบกไม่ยอมขายทีมกงจักรพิฆาต ให้กับนายเนวิน และคิงส์ เพาเวอร์ แต่กองทัพบกจะดูแลบริหารเอง จึงมีการจดทะเบียนสโมสรฟุตบอลทหารบกเป็นนิติบุคคล
ด้วยเพราะ ทบ. ก็มีนายทหารแข้งทองจำนวนไม่น้อย และมีผู้ที่พร้อมเป็นสปอนเซอร์ให้หลายราย อีกทั้งหากต้องการได้นักเตะดีๆ มาร่วมทีม ก็ให้เข้ารับราชการทหารได้ ยิ่งมองกันว่า กระแสฟุตบอลไทยกำลังมาแรง ทบ. ก็พร้อมที่จะดูแลทีมเอง
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ยุทธศาสตร์การซื้อทีมฟุตบอลของนายเนวิน ไม่ต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ลูกพี่เก่า ที่เคยซื้อทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อหวังสร้างกระแส และทำกำไร และเป็นที่ระบายและหมุนเวียนเงิน
แต่ความพยายามของนายเนวินไม่ได้สิ้นสุดแค่นี้ เพราะแต่ละย่างก้าวของ หมอผีเขมร ผู้นี้ นอกจากเป็นผู้มีบารมีนอกพรรค นอกรัฐบาลแล้ว ยังหวังที่จะเป็น ผู้มีบารมีนอกกองทัพอีกด้วย...
.....................................
ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจครับ

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1260521450&grpid=no&catid=03 "
|