|
| วิศิษฎ์ เตชะเกษม OSK89?: สุดยอดหมอดูสวนฯ |
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ตำนานของหมอดูเป็นของคู่กันกับสังคมไทยมาช้านานแล้ว ที่โรงแรมต่างๆเช่น โรงแรมเอเชีย ของพี่สุรพล เตชะหรูวิจิตร OSK89? ก็จะมีโหรที่ทางโรงแรมจัดมาบริการแขกคอยพยากรณ์ดวงชะตาบริเวณเคาน์เตอร์ ผ่อนคลายบรรยากาศได้ดีทีเดียวแถมตื่นเต้นอีกต่างหาก ว่าดวงชะตาของท่านจะดีร้ายอย่างไรหนอ? แฮ่ๆ ถ้าโชคดีคำทำนายออกมาดีไม่มีเคราะห์โศกโรคภัย ..แต่หมอดูบางคนทำนายทายทักให้ชาวบ้านสะเดาะเคราะห์จนลืมดูดวงตัวเองว่าปากพาไปจนเกิดภัยแก่ตัว! ยามเศรษฐกิจตกสะเก็ด กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญของทุกผู้คนที่เดือดร้อน อาชีพหมอดูจึงฟู่ฟ่ากว่าใครๆ จนน่าอิจฉา! พยากรณ์ศาสตร์ วิชาชีพที่น่าจับตา ท่านเชื่อคำพยากรณ์หรือไม่?
อันนี้ เป็นปรัศนีย์ในใจ ของลูกค้า แทบทุกคน แต่ทุกคนเหล่านั้น ก็ยังแวะเวียนไป ตรวจดวงชะตา และสะเดาะเคราะห์ ตามคำทำนายกันทั้งนั้น ภาษิตคนโบราณบอกว่า หากได้รับคำทำนายดี ขออย่าระเริง แต่ถ้าทำนายร้าย ก็จงใส่ใจแล้วรีบแก้ไขซะ!
วิศิษฎ์ เตชะเกษม OSK89? สถาปนิกหนุ่มจากรั้วจามจุรี ผู้หันมาเอาดีทางด้านการดูฮวงจุ้ย ด้วยศาสตร์จีน + ไทย + วิทยาศาสตร์ประยุกต์จนราศี ด้านโหราจะกลบความเป็น architect เสียมิดชิด!
มีผู้ที่เคยใช้บรการรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ตลอดเวลา 2 เดือน ที่ได้สัมผัสมังกร (หนุ่ม) ผมยาวผู้นี้ เพื่อให้ช่วยวางศิลาฤกษ์และดูฮวงจุ้ย + องศาของบ้านใหม่ ที่กำลังจะสร้าง ต้องยอมรับว่าเขาเฉียบคม สมคำเล่าลือ แถมท่านยังได้ทราบว่าคุณวิศิษฎ์มีวิถีดำรงชีวิตที่วุ่นวายพอสมควร อาทิ เป็นอาจารย์ + วิทยากร + เขียนหนังสือ + ที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ย ฯลฯ ดังนั้นองศาทิศทาง และ lay out ของบ้าน ที่ผ่านมือคุณวิศิษฎ์ ย่อมรับประกันว่า เจ้าของบ้านจะสุขสบาย และรวยๆๆ แน่ๆ เชียว!
เรื่องเล่าของร้านเก่าในบางกอก
ร้านเขษมบรรณกิจ (ตลาดปีระกา เวิ้งนาครเขษม) การเป็นเจ้าของร้านหนังสือดูจะเป็นความฝันของใครหลายๆ คน ซึ่งสำหรับบุญ เตชะเกษม หรือแต้อิ๊กซัม ต้นตระกูลเตชะเกษมของลูกสวนฯหลายๆท่าน (วิศิษฎ์ เตชะเกษม
OSK89?, วิจิตร เตชะเกษม
OSK100, วิบูลย์ เตชะเกษม SK2521, บุรวัฒน์ เตชะเกษม OSK119?, เดชชาติ เตชะเกษม OSK120) เขาเริ่มต้นด้วยการเป็นลูกจ้างอยู่ในโรงสี ต่อด้วยการเป็นลูกจ้างในโรงยาฝิ่น เป็นพ่อครัว และเป็นคนรับซื้อหนังสือตามบ้าน แม้เส้นทางจะวกวนไปบ้าง แต่ท้ายที่สุดเขาก็ได้เป็นเจ้าของร้านหนังสือเขษมบรรณกิจ ร้านหนังสือร้านแรกในย่านเวิ้งนาครเขษม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นแหล่งรวมของร้านหนังสือที่หนอนหนังสือในยุคกึ่งศตวรรษที่ผ่านมารู้จักกันเป็นอย่างดี ผ่านอดีตจากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2473 จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่เขษมบรรณกิจจำกัดตัวเองไว้เป็นแค่ร้านหนังสือเฉพาะทางด้านโหราศาสตร์ แต่ก็ยังมีหนังสือเก่าๆ ที่ทางร้านเคยพิมพ์ไว้ ให้หนอนหนังสือได้เข้าไปควานหาอดีตและเสน่ห์ของหนังสือในยุคเก่าก่อนได้
สำหรับท่านที่รู้จัก OSK โหราจารย์ท่านอื่น คงต้องขอความกรุณาแนะนำให้รู้จักกันเข้ามา
โหราจารย์ ในมุมภาษีอากร สะดุ้งวาบเชียว !
แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะโดยปกติ สรรพากร ไม่ค่อยได้เข้ามายุ่งเกี่ยว กับวิชาชีพนี้สักเท่าใด อาจเป็นเพราะมนต์ขลัง พลังเวทย์ ของเหล่าโหราจารย์ก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นเพราะมียันต์เกราะเพชรเจ็ดชั้นรึเปล่าเนี่ย ! เงินได้ของโหราจารย์ ต้องเสียภาษีอย่างไร ? โดยหลักการ จะมีภาระภาษี 2 ประเภทใหญ่ ๆ มาเกี่ยวข้อง คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ครับ
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
พลิกประมวลรัษฎากร (หนาพอๆกับตำราโหราศาสตร์) ดูแล้วยุติว่าวิชาชีพหมอดู เข้าลักษณะเป็นเงินได้ จากการรับทำงานให้ (รับจ้างทำของ) ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่าย เหมาได้เพียง 40% ไม่เกิน 60,000 บาท เท่ากันกับพวกลูกจ้าง กินเงินเดือนในบริษัทต่าง ๆ เท่านั้นเอง
ตัวอย่าง ก๊วยเจ๋ง อดีตผู้บริหารระดับสูงของ 56 FINANCE ซึ่งโดนคลื่น IMF พัดพาเข้าสู่วงจรอาชีพหมอดู จนรวยอู้ฟู่ ไม่แพ้เสี่ย ศิริวัฒน์ แซนด์วิช คนนั้น
สถานพยากรณ์ของก๊วยเจ๋ง ตั้งอยู่ ณ โรงแรมมณเฑียร (สุรวงศ์) ความโด่งดังของก๊วยเจ๋ง นัยว่าลูกค้า ต้องจองคิวร่วมเดือน เพื่อเข้ารับการบำบัด (เอ๊ย ดูหมอ) ในสนนราคา 1,000 บาท ต่อชั่วโมง
ด้วยรายได้ เดือนละ 300,000 หรือประมาณปีละ 3 ล้านบาท ทุกวันนี้ ก๊วยเจ๋ง สุขสบายและอิ่มเอิบ กว่าการเป็น ลูกจ้างของสถาบัน การเงินเสียอีก (รู้งี้ น่าจะให้ IMF บุกเร็วกว่านี้ ว่าเข้าไปโน่น !) ภาระภาษีของก๊วยเจ๋ง เป็นดังนี้ครับ
รายการ จำนวนเงิน (บาท)
เงินได้ค่าหมอดู (40(2)) 3,000,000
หัก ค่าใช้จ่ายเหมา 60,000
เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย 2,940,000
หัก ค่าลดหย่อนส่วนตัว
พร้อมภรรยาและบุตร 2 คน 94,000
เงินได้สุทธิ 2,846,000
ภาษีเงินได้ที่ต้องชำระ 696,300
ดูตัวเลขภาษีแล้ว ก็นับว่าโขอยู่ ถามว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร พอมีทางออกสัก 2 วิธีครับ
วิธีแรก ตั้งร้านหมอดู เป็นรูปธุรกิจ คือมีสำนักงาน พนักงาน และเครื่องไม้เครื่องมือ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โต๊ะเก้าอี้ เป็นต้น กรณีก็จะเข้าลักษณะ เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ทำให้สามารถ หักค่าใช้จ่ายได้ ตามที่เกิดขึ้นจริง เช่น เงินเดือน ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื่อมราคารถยนต์ ค่าพาหนะ เป็นต้น แต่ต้องลองชั่งน้ำหนัก ดูเอาเองนะครับว่า ผลประโยชน์จากการประหยัดภาษี เทียบกับภาระ และค่าใช้จ่าย ของการบริหารสำนักงาน อย่างใดจะลงตัวกว่ากัน !
วิธีที่สอง ตั้งหน่วยภาษี ในรูปคณะบุคคล โดยการเชิญชวนโหราจารย์หลายท่าน (อาจจะคนละแขนง จะได้ไม่แย่งลูกค้ากัน) มาร่วมกันเปิดสำนักงาน กรณีก็จะถือเป็น เงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นกัน แต่วิธีนี้เป็นการจัด รูปธุรกิจ ที่เป็นกิจจะลักษณะ การทำตลาด และภาพพจน์ย่อมน่าเชื่อถือกว่าวิธีแรก
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
อาชีพหมอดู ถือเป็นการประกอบวิชาชีพ ในราชอาณาจักร ซึ่งไม่เข้าข้อยกเว้น VAT ตามนัยมาตรา 81 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อมีรายรับเกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี ก็จะต้องจดทะเบียน เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังจากเป็นผู้ประกอบการ VAT แล้ว บรรดาหมอดู ทั้งหลายมีสิทธิและหน้าที่ หลายประการ อาทิ
o มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อ จากค่าน้ำ ไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าซื้อโต๊ะเก้าอี้ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ การประกอบวิชาชีพหมอดู
o มีสิทธิและหน้าที่ เรียกเก็บภาษีขาย 7% ทุกครั้งที่มีการรับชำระค่าบริการ และต้องออกใบกำกับภาษี แก่ลูกค้าทุกครั้ง (ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ตามมาตรา 86/6 ได้ เพราะลูกค้าเป็นรายย่อย (end users))
o ต้องจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ
o ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
นึกถึง กรณีหมอดูต้องจดทะเบียนเข้า VAT และออกใบกำกับภาษีแก่ลูกค้า ภาพมันขัดๆ ตายังไงก็ไม่รู้ซิ !
3. ส่งท้าย ใด ๆ ในโลก ล้วนอนิจจัง
โหราจารย์ทั้งหลาย อย่าเที่ยวทำนายทายทักคนอื่น จนเผลอลืมตรวจชะตา และวางแผนภาษี ของตนเอง ซะหละ บ่วงภาษี แม้เป็นอุปสรรค ต่อการประกอบวิชาชีพ แต่ทุกธุรกิจ ก็ล้วนต้องมีภาระ และหน้าที่เหมือนๆกัน
อ.วิศิษฎ์ เตชะเกษม OSK89? เคยเล่านิทานโบราณของจีนให้ฟังว่า กาลครั้งหนึ่ง มีโหราชาวจีน ซึ่งทำงานรับใช้ใกล้ชิด เบื้องยุคลบาท ของฮ่องเต้ พระองค์หนึ่ง ด้วยความขมังในวิชาโหร ทำให้ทราบว่าชะตาชีวิต ของบุตรชาย จะต้องสิ้นอายุขัย ภายในวันนี้ จึงได้เรียก บุตรสุดสวาท มาพบแล้วบอกให้ท่องเที่ยว ไปหาความสุขที่สุด เท่าที่เจ้า พึงจะอยากกระทำ (โดยมิได้แพร่งพราย ถึงชะตากรรม ดังกล่าวให้ทราบเลย)
ระหว่างทางที่ท่องยุทธจักร ด้วยความเป็นคน ใจบุญสุนทาน บุตรชายได้ช่วยชีวิต ของสรรพสัตว์ หลายชนิด มีทั้งที่บาดเจ็บ จากอาวุธ และภัยธรรมชาติ 3 วันให้หลัง บุตรชายได้กลับถึงบ้าน โดยสวัสดิภาพ สร้างความงุนงงและปีติยินดีแก่บิดายิ่งนัก นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า การสร้างกุศล และคุณความดี ย่อมส่งบารมีให้เหนือโชคชะตาได้
ที่มา:
- http://www.nationejob.com/content/legal/labour/template.asp?conno=21
- http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.aspx?NewsID=9470000028039
- หนังสือ เสน่ห์ร้านเก่า ชุดเวลาวันวาน หมายเลข 1 ของ ธนาทิพ ฉัตรภูติ สำนักพิมพ์เวลาดี
|
|
|
|
| |

คะแนนเฉลี่ย: 2 จำนวนผู้ลงคะแนน: 2

| | 
  |