|
| ภาษา-หนังสือ: ศึก สวนกุหลาบ (มีรูปใหม่ประกอบ) |
ศิลปวัฒนธรรม วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 08 หน้า 46
ภาษา-หนังสือ
หลง ใส่ลายสือ
ศึก" สวนกุหลาบ
"ณ ที่แห่งนี้ คำประกาศสงครามได้เริ่มขึ้น
ตั้งแต่การต่อสู้ในระบบการศึกษาของผู้กดขี่ที่เราถูกยัดเยียดให้
แน่นอน เสียงประสานรับจะยังดังก้องไปทั่ว ไม่ว่าในห้องเรียน ในเมืองใหญ่
ในโรงงาน ในทุ่งนาหรือป่าเขา
จะไม่มีคำวิงวอนร้องขอการหยิบยื่นยุติธรรมจากใครได้อีก
เราต้องเชื่อเช่นนั้น พลังประชาชนและเราเยาวชน
จะเป็นผู้ชี้ขาดประวัติศาสตร์ของตนเอง
และด้วยการต่อสู้เท่านั้น ชัยชนะก็จะมาถึง"
นี่คือบทนำในหนังสือศึก" หรือหนังสือสมานมิตร ๒๕๑๗ เป็นหนังสืออนุสรณ์ประจำโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยปี
๒๕๑๗ ด้วยบทนำและเนื้อหาภายในเล่มได้ทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์จริงตามนั้น
แม้จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าเล็กๆ ที่ไม่ค่อยได้มีใครพูดถึงก็ตาม
แต่หนังสือเล่มนี้ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาและความขัดแย้งขึ้น
ถึงขั้นใช้กำลังของเด็กนักเรียนโรงเรียนหนึ่ง
แล้วขยายวงกว้างสู่การวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมภายนอก
และจบลงด้วยการเผาหนังสือในที่สุด
จากกระแสยุคหลัง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ทำให้บรรยากาศภายนอกและภายในรั้วโรงเรียนแห่งนี้เต็มไปด้วยคำถามถึงเป้าหมายแห่งการใช้ชีวิตและการศึกษา
ยุคแห่งการแสวงหาได้สร้างคำถามที่จำเป็นขึ้นในวงการศึกษา "เราจะเรียนไปเพื่ออะไร"
ไปจนถึงกระบวนการวิพากษ์การศึกษาด้วยปรัชญาแนวใหม่
ต่อต้านความคิดของการศึกษาแบบปัจเจกชนที่เรียนเพื่อเป็นเจ้าคนนายคน
นักเรียนนักศึกษาเองเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า "สักกี่ครุยที่ลุยโคลน"
ภววิสัยในขณะนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวคิดเรื่องการศึกษาทิศทางใหม่
เป็นการศึกษาเพื่อเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ชี้นำให้นักเรียนนักศึกษาเรียนเพื่อรับใช้ประชาชนของตน แนวคิดเหล่านี้คือคำถามและคำตอบที่ใส่ไว้ในหนังสือศึก"
ปี ๒๕๑๗ โรงเรียนสวนกุหลาบได้ทำหนังสืออนุสรณ์
หรือหนังสือรุ่นออกมา ๒ เล่ม เล่มแรกคือหนังสือสมานมิตร "๑๗ หน้าปกเป็นภาพดอกกุหลาบ
เป็นหนังสือรวบรวมภาพอาจารย์และนักเรียนแต่ละชั้น
อีกเล่มหนึ่งคือหนังสือรวมบทความเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์การศึกษา ชื่อศึก"
หน้าปกเป็นภาพชูกำปั้นที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน ทั้งสองเล่มมีขนาด ๑๖ หน้ายก
พิมพ์ที่โรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์ มีประชา สุวีรานนท์ OSK89? เป็นสาราณียกร
เนื้อหาในหนังสือศึก" ประกอบด้วยบทความหลัก ๑๖ บทความ
แทรกด้วยบทกลอนเป็นระยะ
บทความทั้งหมดมีเนื้อหาเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์การศึกษา
และแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษาระบบใหม่ เช่น ความหมายของการศึกษา
วิวัฒนาการศึกษา บทบาทของการศึกษา : กดขี่และมอมเมา
หลักทางสังคมแลข้อคิดเห็นในการพัฒนาหลักสูตร การศึกษาของผู้ถูกกดขี่
การศึกษาเพื่อมวลชน อาจารย์ที่ปรึกษา : เผด็จการแหล่งใหญ่ ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีการ์ตูนชุด "ถุย! ประชาธิปไตย" โดยชัย
ราชวัตร และยังมีบทกลอนกล่าวถึงการศึกษาที่ไร้ค่าอีกจำนวนมาก
เช่นบทกลอนเรื่องโรงเรียนสีดำ ตอนหนึ่งที่ว่า
ถุย! ตำราระยำจำไม่หมด มันช่างคดโป้ปดสิ้น
สอนแต่เรื่องคนดีคนมีกิน กระผีกริ้นสังคมโทรมทรุด
ในตำราไม่รู้จักความทุกข์ทน ความจน คนหิว โง่ที่สุด
ยากจนคนเลวไม่ผุด สังคมทรุดหามีไม่ในตำรา
ท้ายเล่มเป็น "จากปูมสวน มาสู่ปูมประชาชน" ว่าด้วยประวัติกิจกรรมของนักเรียนตลอดเวลา
๑ ปี รวมไปถึงการเข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา อย่างละเอียด
และปิดท้ายด้วย "คำประกาศ" เป็นเจตนารมณ์ของการศึกษาเพื่อรับใช้ประชาชน
เนื่องจากศึก" มีเนื้อหาที่โจมตีระบบการศึกษาในขณะนั้นอย่างรุนแรง
ประกอบกับรูปแบบของหนังสือได้แตกต่างไปจาก "ประเพณี" ที่เคยทำกันมา
จึงก่อให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นจากนักเรียนฝ่ายคัดค้านหนังสือเล่มนี้
กระทั่งลุกลามเป็นเหตุการณ์ใหญ่ในที่สุด
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เป็นวันแจกจ่ายหนังสือรุ่นทั้งสองเล่ม
เนื่องจากเนื้อหาและรูปแบบที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในทันที
ตกตอนบ่ายนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้นำหนังสือศึก" มาเผากลางสนามฟุตบอล เป็นจุดเริ่มต้นของ
"ศึกสวนกุหลาบ"
วันรุ่งขึ้น ๑๖ พฤศจิกายน เริ่มมีการติดโปสเตอร์ไปทั่วโรงเรียน
ประณามผู้จัดทำหนังสือคือ สมศักดิ์
เจียมธีรสกุล OSK90 ในฐานะประธานนักเรียน ผู้รับผิดชอบ และประชา สุวีรานนท์ OSK89/90 สาราณียกร
๑๘ พฤศจิกายน มีการเปิดประชุมสภานักเรียน เพื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้น
สภานักเรียนลงมติเห็นชอบว่าการทำงานของสาราณียกรเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ
ส่วนทางด้านเนื้อหานั้นสภานักเรียนมีมติให้เรียกประชุมนักเรียนทั้งโรงเรียนเพื่อแสดงมติ
เหตุการณ์ในหอประชุมจึงมีทั้งสองฝ่ายมาเผชิญหน้ากัน
คือฝ่ายเห็นด้วยกับหนังสือ และฝ่ายคัดค้าน กลุ่มผู้คัดค้านได้แสดงอาการไม่เห็นด้วยกับหนังสือศึก"
ด้วยการโห่ร้อง ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้น
ชนวน "ศึก" ได้เริ่มขึ้นเมื่อช่างภาพนักเรียนคนหนึ่งไปถ่ายรูปกลุ่มผู้คัดค้าน
จึงมีการฮือเข้าจะทำร้ายช่างภาพคนนั้น ทำให้ภายในหอประชุมเกิดความวุ่นวายขึ้นจนคุมไม่อยู่
นักเรียนคนหนึ่งตรงเข้าชกหน้าพิชัย พืชมงคล OSK90 ประธานสภานักเรียน และกิตติศักดิ์ ปรกติ OSK89
อดีตประธานนักเรียน แล้วเริ่มมีการ "เผา" หนังสือศึก" เข้าใส่คณะกรรมการนักเรียน
เมื่อเหตุการณ์บานปลายจนไม่สามารถควบคุมไว้ได้
คณะอาจารย์ที่อยู่ในที่นั้นได้สั่งให้คณะกรรมการนักเรียนแยกย้ายกันออกจากหอประชุมไป
เมื่อคณะกรรมการนักเรียนเริ่มทยอยออกจากหอประชุม
กลุ่มผู้คัดค้านก็ตามเข้ามาชกต่อยกันอีก
ทางด้านสมศักดิ์
เจียมธีรสกุล OSK90
ประธานนักเรียนได้แยกออกจากกลุ่มเพื่อกลับบ้าน กลุ่มผู้คัดค้านก็ได้ "ล้อมกรอบ"
และผลักอกขัดขวางไม่ให้เดินต่อได้
ในขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านในจุดนี้ได้เพิ่มจำนวนขึ้น
ประธานนักเรียนจึงเดินเลี่ยงไปที่ตึกเรียนซึ่งมีอาจารย์ยืนอยู่เพื่อขอความคุ้มครอง
กลุ่มผู้คัดค้านได้รวมตัวชุมนุมกันครั้งใหญ่อีกครั้ง
เพื่อปิดล้อมประธานนักเรียนและคณะกรรมการนักเรียนบางคนไว้ ตลอดเวลานี้ได้มีการยั่วยุให้เกิดการปะทะกันขึ้นตลอด
จนกระทั่งกลุ่มผู้คัดค้านคนหนึ่งผลักกรรมการนักเรียนจนเซไปกระแทกคนอื่น
เหตุการณ์ตะลุุุมบอลก็ได้เริ่มขึ้นอย่างชุลมุน
ในขณะที่เกิดการชุลมุนนี้เอง สุวิช อัศวไชยชาญ OSK89
ได้พา "ชนวนศึก" สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล OSK90 ฝ่าวงล้อมออกจากจุดปะทะและ "ลี้ภัย"
ออกจากโรงเรียนได้สำเร็จ
ทางด้านการชุมนุมยังมีการปะทะกันอยู่อีกระยะหนึ่งจึงยุติลง
ข่าวความขัดแย้งนี้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
สื่อมวลชนหลายฉบับลงข่าววิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
ภายในโรงเรียนเองก็ได้มีการออกแถลงการณ์ประณามการทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้น
และเรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำความรุนแรงอย่างเร่งด่วน
ในที่สุดวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ คณะกรรมการสอบสวนได้ประกาศคำตัดสิน
ให้ "หัวโจก" พักการเรียน (ซึ่งระยะเวลาตรงกับการปิดภาคเรียนพอดี) ส่วนคนอื่นๆ
ก็ถูกตักเตือนทำโทษไปพอสมควร
ศึก" นี้เป็นศึกสุดท้ายในโรงเรียนแห่งนี้
อย่างไรก็ดีหลังจากเกิดศึกในครั้งนั้นแล้ว
ก็ไม่มีการประชุมเพื่อพิจารณาเนื้อหาหรือลงมติใดๆ เกี่ยวกับหนังสือศึก" อีกต่อไป
ที่มา: http://www.matichon.co.th/art/art.php?srctag=0633010648&srcday=2005/06/01&search=no
ขอขอบคุณผไทธัช อินทรทัต OSK117 ผู้แนะนำเรื่องและสแกนภาพประกอบ
|
|
|
|
| |

คะแนนเฉลี่ย: 4.36 จำนวนผู้ลงคะแนน: 11

| | 
  |