|
| เภสัชกรประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล OSK88: 'ยาแก้ท้องผูก' |
"อาหารสมอง" โดย เภสัชกรประวิทย์ ตันติสุวิทย์กุล OSK88
"ยาแก้ท้องผูก"
ก่อนที่ผมจะเข้าสู่วาระการคุยเรื่องยาแก้ท้องผูกก็ อยากจะคุยเรื่องยาเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เพราะทุกคนก็อาจจะได้เอาไปใช้ประโยชน์ ว่ายาเราจะต้องใช้ให้ถูกกับโรค เช่น ถ้าคนเราเป็นโรคโรหิตจาง เราก็จะเลือก รับประทานวิตามิน บี , บี12 ซึ่งในการเป็นโรค เราต้องใช้ยาให้ถูกกับโรค ถูกกับคน ถูกกับวัยและใช้ให้ถูกวิธี ก่อนกินยาทุกครั้งเราต้อง อ่านสลากก่อน
คำจำกัดความของคำว่าท้องผูก คือการถ่ายยาก ถ่ายลำบาก หรือนานๆจะถ่ายสักครั้งและ หรือการถ่ายบ่อยแต่ถ่ายได้น้อยก็เรียกว่าท้องผูก โดยทั่วๆไปคนเราสามารถถ่ายได้ตั้งแต่ 1 ครั้งถึง 3 ครั้ง ถือว่าปกติ และ 3 วันต่อครั้งหรืออาทิตย์ละ 3 ครั้ง ก็ยังถือว่าปกติ แต่ถ้านานกว่านั้นจะถือว่าคนๆ นั้น มีอาการท้องผูก ถ้าบางคนไม่ได้ถ่ายเป็นอาทิตย์ๆ ประมาณ 3 สัปดาห์นี่ถือว่าเป็นอาการท้องผูกที่เรื้อรังและอันตราย ต้องพบแพทย์ แต่โดยทั่วไป 1 อาทิตย์ถ้าไม่ได้ถ่ายก็ถือว่าเริ่มเข้าอาการท้องผูก
ท้องผูกเกิดได้จากอะไรบ้าง ?
- อันดับแรกเกิดได้จากความผิดปกติของร่างกาย เช่น บางคนมีปัญหาเรื่องระบบประสาท การควบคุม มีปัญหาเรื่องการทำงานของต่อมไทรอยด์น้อยกว่าปกติ มีปัญหาเรื่องของโรค เบาหวานก็สามารถทำให้ท้องผูกได้หรือบางคนมีภาวะใน เรื่องของแคลเซียมในเลือดสูงก็เกิด ได้ อันนี้เป็นภาวะทางกาย
- ภาวะที่เกิดจากยาที่เรารับประทานเข้าไป อันดับแรกคือ ยาแก้ท้องเสียที่เราทำให้หยุด ถ่ายแล้วก็จะทำให้เกิดอาการท้องผูก อันดับที่ 2คือยาที่รักษาโรคความดันโลหิตสูงหลายๆ ตัวกินแล้วก็จะทำให้ท้องผูก อันดับที่ 3 ยาที่รักษาอาการซึมเศร้าทั้งหลาย อันดับที่ 4 ยากันชักก็จะทำให้ท้องผูกได้เช่นกัน
- ระบบการทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติ เช่นไปอุดตัน เป็นเนื้องอก เป็นมะเร็งพวกนี้ก็สามารถ ทำให้ท้องผูกได้เช่นกัน
- การบีบตัวของลำไส้ที่ผิดปกติหรือการที่หูรูดไม่ประสานงานกับตอนแบ่งก็ทำให้ท้องผูกได้
วิธีแก้อาการท้องผูกโดยไม่ต้องพึ่งยา โดยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังต่อไปนี้
1. ให้ถ่ายเป็นเวลาสม่ำเสมอทุกวันและต้องไม่รีบเร่งด้วย เลือกเวลาที่ว่างและสบายที่สุดใน การถ่ายเพราะสามารถช่วยได้
2. รับประทานอาหารที่มีกากใยมากๆ ผลไม้ เช่น ส้ม, กล้วย ,มะละกอ ,ลูกพรุน และพวก ไฟเบอร์ต่างๆ เช่นข้าวกล้อง ซึ่งจะช่วยให้อาการท้องผูกลดลงได้
3. ดื่มน้ำให้มากๆ วันละ 8-10 แก้ว
4. ออกกำลังกายส่ำเสมอ
5. อย่าเครียดและอย่าวิตกกังวลมากเกินไป
ถ้าแก้ไขอาการท้องผูกไม่ได้จริงๆ ก็ต้องพึ่งยา ซึ่งตัวยาที่จะช่วยอาการท้องผูกก็มีอยู่หลาย ตัวด้วยกัน เช่น กลุ่มที่1 ยาที่จะอุ้มน้ำเอาไว้ ชื่อการค้าคือ เมตามีซิล ไฟโวลเจล มิวสิลิน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มไฟเบอร์ เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้วมันจะอุ้มน้ำเอาไว้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะ ทานยาตัวนี้เราต้องทานน้ำเข้าไปเยอะๆ เพื่อให้มันอุ้มน้ำและจะได้ถ่ายออกมาได้ พวกนี้จะ เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยตัวหนึ่งแต่เห็นผลช้า กลุ่มที่2 ยาที่ดูดน้ำเข้ามาอยู่ในลำไส้ อีกชื่อ หนึ่งของยาพวกนี้เรียกว่ากลุ่มซีเรี่ยม กลุ่มที่สามารถที่จะทำให้ดูดน้ำเข้าไปโพลีเอสทิลิน แมคโครโกลด์ อีกเยอะแยะและตัวยาอีกหลายตัวที่บางคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ แต่จะมีตัว ยาอยู่ตัวหนึ่งซึ่งเป็นยาสามัญประจำบ้าน คือ บิวอ๊อฟแมกซ์นิเซีย ตัวนี้เป็นยาระบายที่สามารถ ที่จะทำให้น้ำในลำไส้มาร่วมกันและก็ทำให้มี การพองของกากอาหารและก็ถ่ายออกมา มันจะนุ่มจะนิ่มแต่ตัวนี้มีข้อห้ามสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต
สำหรับยา 2 กลุ่มนี้ มันจะมีปัญหาต่อการดูดซึมของยาและก็วิตามิน เกลือแร่ต่างๆ เพราะว่ามันจะถูกขัดขวางและมันไม่ดูดซึมเข้าร่างกาย จึงมีข้อแนะนำว่าก่อนที่จะรับประทาน ยากลุ่ม นี้ให้ห่างจากยาที่เรารับประทานสัก 2 ชั่วโมง เช่น เรากินยาเข้าไปสัก 2 ชั่วโมง แล้วค่อยกินยากลุ่มนี้ กลุ่มที่3 น้ำมันหล่อลื่น ชื่อคือ ลิขิตพาลาฟิน ตัวนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่นอนนิ่งๆ และผู้ที่เป็นริดสีดวงทวาร ลิขิตพาลาฟิน ก็เป็นยาสามัญประจำบ้านตัวหนึ่ง พวกน้ำมันละหุ่ง เป็นต้น แต่ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์หรือเด็ก กลุ่มที่4 เป็นกลุ่มพวกมะขาม แขก ที่สาวๆชอบกินเพราะเข้าใจผิดว่าช่วยทำให้รูปร่างดี แต่จริงๆ แล้วเป็นอันตรายเพราะ เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่ออกไป และต่อไปอาจส่งผลให้เป็นมะเร็งสำ ไส้ได้ กลุ่มที่5 เป็นกลุ่มยาที่จะใช้ก่อนที่เราจะผ่าตัด เรียกว่า ยาสวนหรือก็คือน้ำเกลือดีๆ นี่เองบีบเข้าไปเพื่อที่จะไปกระตุ้นให้ลำไส้บิดตัวและก็ถ่ายออกมา กลุ่มที่6 ยาเหน็บก้น เป็นตัวยาที่ใช้สำหรับเหน็บก้นเด็กที่ถ่ายไม่ออก ดังนั้นปัญหาของคนท้อง ผูกก็จะมีตัวยาให้ เลือกอยู่ดังที่กล่าวมานี้ ซึ่งจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมแต่อย่างไรก็ตามการปรับพฤติกรรมของตัวเองเพื่อไม่ ให้เกิดอาการท้องผูกก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุด
ที่มา: http://www.bangkok-ratchadapisek.com/san/san-25/0001.htm
|
|
|
|
| |
|